Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 413 ชั่วพริบตาราวกับนิรันดร์
ในท้องฟ้าเหนือเกาะปีศาจโลหิต หลินหมิงได้ยืนอยู่บนหลังเจ้า
ประกายเพลิง เขาได้ถือแผ่นหยกจิตวิญญาณในมือข้างหนึ่งของเขา และ
หอกแห่งดาวหางม่วงในอีกข้างหนึ่ง เขายืนอย่างมั่นคงอยู่บนวิหคเพลิง
เส้นผมที่ยาวของเขาสะบัดพลิ้วอยู่ในสายลม จิตสังหารปะทุออกมา
ด้านล่างหลินหมิง เจ้าประกายเพลิงดูราวกับจะรับรู้จิตสังหารของ
เขา เจ้าประกายเพลิงส่งเสียงร้องออกมา และหมอกสีแดงทั้งหมดรอบๆ
ถูกเผาผลาญไปสู่ความว่างเปล่าโดยเปลวเพลิง!
ตามสัญญาณจากแผ่นหยกจิตวิญญาณ เขาได้เข้าใกล้ฉินซิงเซวียน
ขึ้นเรื่อยๆแล้ว แต่มีเพียงแค่แผ่นหยกจิตวิญญาณเท่านั้นที่จะรับรู้ถึง
ตำแหน่งที่แน่นอนได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายในรัศมีราวๆสิบลี้ หลินหมิงยังมุ่งมั่น
หาตัวนางต่อไป
ในตอนนี้ หลินหมิงก็ได้ขยายขอบเขตการรับรู้ของเขาถึงขีดสุด
ตรวจสอบพื้นที่รอบๆของเขาอย่างรอบคอบ “หืม? ศพของปีศาจโลหิต!”
ในหุบเขาด้านล่าง มีสระโลหิตหลายแห่ง ศพเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ซึ่งก็คือ
ปีศาจโลหิตที่ตายแล้วและมันก็จะละลายออก แต่หากดูจากสระโลหิต
เหล่านี้ แสดงว่าพวกมันพึ่งถูกฆ่าเมื่อเร็วๆนี้แน่
เคยมีการต่อสู้ที่นี่!
หลินหมิงให้เจ้าประกายเพลิงชะลอความเร็วลง เขายืนอยู่บนหลังเจ้า
ประกายเพลิง ปิดประสาทการรับรู้ทั้งหกในร่างกายของเขาและเข้าสู่
สภาวะเจตจำนงแห่งการต่อสู้จิตบริสุทธิ์ ตอนนี้ มีเพียงแค่สัมผัสรับรู้ของ
เขาเท่านั้น มันดูราวกับระลอกคลื่นของทะเลสาบที่กระจายออกไปในทุก
ทิศทาง
หมอกโลหิตที่หนาแน่นถูกทะลวงผ่านไปโดยสัมผัสรับรู้ของเขา!
ตอนนี้ เกือบทั้งหมดที่หลินหมิงเห็นผ่านจิตใจของเขาคือโลกสีแดง
เขารู้สึกถึงปีศาจโลหิตที่ดักซุ่มซ่อนตัวอยู่ในหมอกโลหิต รอที่จะซุ่มโจมตี
มนุษย์ และเขายังรู้สึกถึงกระดูกที่ถูกฝังอยู่ภายในดินสีแดงเข้ม
“หืม? นี่มัน… มีการต่อสู้หรือ? มีคนกำลังต่อสู้อยู่!”
ดวงตาของหลินหมิงเปิดออก และเกิดประกายสายฟ้าในม่านตาของ
เขา กลุ่มนักสู้นี้กำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่จากการต่อสู้กับปีศาจโลหิตอย่าง
หมดหวัง
“เจ้าประกายเพลิงไปทางนั้น!”
เจ้าประกายเพลิงส่งเสียงกู่ร้องออกมาและสยายปีกของมัน หมอกสี
แดงรอบๆถูกดูดเข้าไปในวังวนยักษ์ด้วยพายุที่เกิดจากปีกอันทรงพลัง
“หนึ่ง… สอง… สาม… ทั้งหมดห้าคน!” การรับรู้แห่งโลกของหลินหมิ
งได้กลายเป็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีทั้งหมดห้าคนที่กำลังต่อสู้กับปีศาจโลหิต
หลายสิบตัว และบุคคลทั้งห้าเหล่านี้ นอกเหนือจากคนที่แข็งแกร่งที่สุด
คนอื่นอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่!
“ไม่… ข้าเข้าใจผิด… มันไม่ได้มีเพียงแค่ห้า มีหกคน แต่หนึ่งในนั้น
ใกล้จะตายแล้ว! ความผันผวนของปราณแท้ของพวกเขาอ่อนแอเกินไป
ข้าเกือบจะไม่รู้สึกถึงมันเลย!”
ขณะที่หลินหมิงรับรู้ถึงการคงอยู่ของบุคคลทั้งหกนี้ จู่ๆเขารู้สึกถึง
ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ของการสูญเสียและความโศกเศร้า มัน
ราวกับว่ามีคนแทงกระบี่เข้าไปในหัวใจของเขาและบิดมัน!
“ซิงเซวียน… นั่นเจ้าเองหรือ?”
เขากัดริมผีปากของเขาจนกระทั่งผิวแตกและเลือดไหลออกมา ด้วย
ความเร็วของเจ้าประกายเพลิง ระยะเท่านี้ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจที่
จะบินไปถึง แต่สำหรับหลินหมิง เวลานี้มันดูราวกับยาวนานนับ 100 ปี!
ในขณะนี้เมื่อกลุ่มที่ประกอบไปด้วยหกคนที่มีชีวิตอยู่ หนึ่งในนั่น
เปลวเพลิงแห่งชีวิตมอดดับลงอย่างฉับพลัน ตอนนี้เหลือเพียงแค่ห้าคน
เท่านั้น!
แสดงว่าเมื่อครู่ มีใครคนบางคนตกตาย!
ลมหายใจของหลินหมิงติดขัดอยู่ในหน้าอกของเขา เขาสั่นสะท้าน
กลั้นใจมองแผ่นหยกจิตวิญญาณ แต่ก็พบว่ามันไม่แตกออก
มันไม่ใช่ฉินซิงเซวียน!
ซิงเซวียน… ยังคงมีชีวิตอยู่!
ในขณะที่ความคิดนี้วูบขึ้นมาในจิตใจของหลินหมิง ต่อมาเขาก็ได้ยิน
เสียงที่น่าสะพรึงกลัว ‘แครก แครก แครก’ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาจาก
แผ่นหยก!
แผ่นหยกจิตวิญญาณเกิดสั่นสะท้าน และดูราวกับว่ามีบางสิ่งที่มี
น้ำหนักมากกดทับมัน ด้านบนสุดของแผ่นหยก ปรากฎรอยแตกขนาด
เล็กเกิดขึ้นอีก!
ในทันใดนั้น หลินหมิงก็รู้สึกราวกับหัวใจของตนเองถูกฉีกขาด
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือดคลั่ง และจับจ้องไปที่แผ่นหยกจิตวิญญาณ
ในที่สุดรอยแตกขนาดเล็กก็หยุดขยายออก!
ใบหน้าของฉินจื่อหยาเต็มใบด้วยความโศกเศร้า “มันกำลังแตก…
มันกำลังแตก… แม้ว่ามันจะไม่แตกสลายโดยสมบูรณ์ก็ตามที แต่มัน…”
พวกเขานั้นมาช้าเกินไป! เมื่อแผ่นหยกแตกแม้แต่นิดเดียว พิสูจน์ให้
เห็นว่าชีวิตของฉินซิงเซวียนได้รับความเสียหายมากจนถึงจุดที่ไม่สามารถ
กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ท้ายที่สุดนางสามารถอยู่รอดได้อีกแค่ 10 วัน
เท่านั้น!
หลินหมิงไม่กล่าวสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว หลงเหลือเพียงความ
เงียบ เพราะความเงียบของหลินหมิง บรรยากาศโดยรอบกลายเป็นน่าอึด
อัดใจราวกับพวกเขาอยู่ในบ่อโลหิตเหนียว
แรงกดดันที่มองไม่เห็นนี้แม้กระทั่งฉินจื่อหยายังตื่นตระหนกจน
หวาดกลัว เขาต้องการที่จะกล่าวบางอย่าง แต่ก็พบว่าตนไม่มีสิ่งใดที่จะ
กล่าวออกไป…
……………………..
“ศิษย์น้องฉิน!”
ฉินเหยาร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก นางรีบบรรเลงพิณอย่าง
บ้าคลั่ง ทำให้ชุดตัวโน๊ตพุ่งออกไปและระเบิดอยู่ข้างหลังฉินซิงเซวียน
กระแทกปีศาจโลหิตที่ติดอยู่หลังของนางกระเด็นออกไป
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ปีศาจโลหิตถูกทำลาย มันได้ดูดปราณโลหิตของ
ฉินซิงเซวียนหยดสุดท้าย นางได้กินโอสถผลาญโลหิตเข้าไป แต่ความจริง
ก็คือปราณโลหิตของฉินซิงเซวียนได้เหือดแห้งมานานแล้ว!
ตอนนี้ จากหัวจรดเท้า ฉินซิงเซวียนไร้ซึ่งรอยเลือดฝาด ชุดของนาง
ฉีกขาด ริมฝีปากของนางสั่น และนางดูราวกับคนใกล้ตายที่ถูกโยนเข้าไป
ในพายุน้ำแข็ง ให้ถูกแช่แข็งจนตาย
นางสามารถที่จะผ่าปีศาจโลหิตที่โจมตีนางให้เป็นสองส่วนได้ แต่ฉิน
ซิงเซวียนไม่มีแรงใดๆเหลือพอที่จะยกกระบี่ขึ้นมาได้อีกแล้วในตอนนี้
“ศิษย์พี่ฉินเหยา… ทิ้งข้า… “ ดวงตาของฉินซิงเซวียนเต็มไปด้วย
น้ำตา นางไม่ต้องการที่จะดึงฉินเหยา มาให้ตกตายลงไปกับนางด้วย
เมื่อครึ่งปีก่อน ฉินซิงเซวียนได้พบกับฉินเหยา เมื่อได้อยู่ที่อยู่หุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ พวกเขาทั้งสองมีมิตรภาพที่ดีต่อกันมาก ฉินเหยามีอายุ
มากกว่านางโดยรวมถึง 4 ปี พรสวรรค์ของนางนั้นปานกลาง แต่นางยังมี
ความฝันที่ต้องการจะทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า ดังนั้น นางจึงได้
เสี่ยงอันตรายมาที่เกาะปีศาจโลหิตแห่งนี้
ในช่วงเดือนนี้บนเกาะปีศาจโลหิต ฉินเหยาเป็นเหมือนพี่สาวที่ดูแล
ฉินซิงเซวียนมาตลอด การได้ผ่านความยากลำบากด้วยกัน พวกนางได้
กลายเป็นคนสนิท ถ้ามันมิใช่เพราะฉินเหยา ฉินซิงเซวียนจะต้องจบสิ้นไป
นานแล้ว
ในช่วงเดือนที่นางได้อยู่ในเกาะปีศาจโลหิต ฉินซิงเซวียนนั้นสับสน
นางไม่รู้ว่าตนกำลังต่อสู้ในช่วงกลางวันหรือกลางคืน หลินหมิงได้ตายแล้ว
ตระกูลฉินของนางนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อื่น และภายใต้การ
ปราบปรามของกองทัพขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในนามสำนักหุบเขาเจ็ดแก่น
แท้ แม้อาจารย์ของนางมู่อี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ สิ่งที่นางทำได้
คือรอให้จักรพรรดิองค์ใหม่มาใส่ร้ายตระกูลฉินของนาง และเด็ดหัวคนใน
ตระกูลของนางทั้งหมด!
นางมิได้ยอมจำนน ดังนั้น นางจึงต้องทนสู้ นางยังต่อสู้และจะทน
เท่าที่จะทำได้ นางไม่พร้อมที่จะยอมจำนนให้กับโชคชะตาที่น่าเศร้าเช่นนี้
แต่นางเองคิดอยู่ว่า หากพยายามจนรอดและยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก
หน่อย แล้วมันเพื่อสิ่งใดกันนั้นซึ่งนางเองก็สงสัย
นางไม่สามารถต่อต้านตัวตนเช่นโอวหยางปั่วเยี่ยนได้!
นางไม่เต็มใจที่จะตายเช่นนี้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำเป็นเพียงแค่
การเพิ่มความสนุกให้กับโอวหยางปั่วเยี่ยนได้เฝ้ามองนางประสบกับความ
เจ็บปวด!
ความสับสน! การไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง! ความสิ้นหวัง!
ในจิตใจอันเปราะบางของนาง มีรูปลักษณ์ปีศาจโลหิตที่มีจำนวน
มหาศาลรวมตัวกันเป็นสัตว์ประหลาดโบราณขนาดใหญ่ ราวกับมันพร้อม
ที่จะกลืนกินจิตวิญญาณของนางทั้งหมด…
“ศิษย์น้องฉิน ทางนี้!”
ฉินเหยา ได้บรรเลงและเกิดตัวโน๊ตหลายสิบพุ่งออกไปขวางกั้นปีศาจ
โลหิต 5-6 ตัวที่พุ่งไปหาฉินซิงเซวียน แต่ปราณแท้และปราณโลหิตของ
ฉินซิงเซวียนได้หมดลงแล้ว นางไม่สามารถใช้ทักษะใดเพื่อที่จะหลบหนีได้
อีกต่อไป
ในช่วงเวลาสั้นๆ ฉินเหยาและฉินซิงเซวียนได้ถูกล้อมโดยเหล่าปีศาจ
โลหิต พวกนางทั้งสองคนแยกจากโอวหยงและกลุ่มของเขาอย่างสิ้นเชิง
แล้ว
โอวหยงหันไปมองพวกนาง มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชั่ว
ร้าย “แผนกพิณ แผนกกระบี่ พวกเขาทั้งหมดมีแต่คนโง่เขลาที่ชอบ
คุณธรรม ฉินเหยารู้ดีว่านางจะตายถ้านางยังอยู่กับฉินซิงเซวียน ดีละ ถ้า
เช่นนั้น นางจะถูกฝังอยู่ที่นี่กับฉินซิงเซวียน เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ทั้ง
สองคนก็เพียงพอจะเป็นตัวล่อให้ปีศาจโลหิตได้กินอย่างอิ่มหนำในขณะที่
พวกข้าหนีไป”
สำหรับศิษย์น้องแผนกลงทัณฑ์ทั้งสองคนของโอวหยง ขณะที่พวก
เขาเห็นฉินซิงเซวียนและฉินเหยาเริ่มถูกล้อมโดยฝูงปีศาจโลหิต ใบหน้า
ของพวกเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ พวกเขาไม่ได้เสียใจต่อการตายของ
ฉินซิงเซวียนและฉินเหยา แต่สาวงามเหล่านี้น่าลิ้มลอง ก่อนที่มันจะเสีย
ของโดยเหล่าปีศาจโลหิต…
พวกเขาทั้งสามคนเริ่มสังหารฝ่าออกไป สำหรับศิษย์แผนกค่ายกล
เขาถูกดูดจนแห้งโดยเหล่าปีศาจโลหิตไปเมื่อครู่ ศิษย์แผนกค่ายกลอ่อนใน
ด้านการต่อสู้ เมื่อเขาถูกล้อมไว้ด้วยเหล่าปีศาจโลหิต เขาก็ได้ร้องเรียกขอ
ความช่วยเหลือ แต่โอวหยงและศิษย์น้องทั้งสองโดยธรรมชาติแล้วไม่คิด
จะช่วยเขา เพราะเกรงว่าตนจะถูกลากลงไปและพบชะตากรรมที่น่าเศร้า
เช่นเดียวกัน
“หืม? นั่นอะไร?”
ขณะที่โอวหยงสับปีศาจโลหิตเป็นชิ้นๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นและเห็น
เปลวเพลิงขนาดมหึมามุ่งหน้ามาทางพวกเขาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง!
“วิหค… วิหคเพลิง? มันเป็นคนบางคนจากเกาะฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!”
โอวหยงมีความสุขทันที
พวกเขาจะปลอดภัยแล้ว! แม้โอวหยงจะไม่มีความมั่นใจที่แน่นอนว่า
เขาสามารถที่จะทำลายฝ่าวงล้อมที่หนาแน่นนี้ได้ ไม่ว่าอย่างไร ยังคงมี
ปีศาจโลหิตระดับสูงทั้งสองตัวที่ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเขานั่นเอง
“นี่! ทางนี้!”โอวหยงเริ่มที่จะตะโกนอย่างบ้าคลั่ง กลัวว่าคนผู้นี้จะไม่
เห็นหรือได้ยินพวกเขา เขาสัญญากับตนเองว่าหลังจากหลบหนีออกจาก
ที่นี้ได้อย่างมีชีวิต เขาจะไม่กลับมาที่เกาะปีศาจโลหิต เขาจะกอดนางสนม
เจ็ดถึงแปดคนของเขาเพื่อหลับนอนอย่างสบายใจ – และกลายเป็นนักสู้
ขั้นปราณปลายฟ้าในอนาคต!
โอวหยงโบกกระบี่ของเขา ส่งสัญญาณถึงวิหคเพลิง วิหคเพลิงได้บิน
มายังทิศทางของเขา แต่… มันก็ไม่ได้ชะลอความเร็วลงเลย!
ขณะที่เขาเห็นวิหคเพลิงขยายตัวขึ้นเมื่อมันเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่
น่าสะพรึงกลัว โอวหยงแข็งทื่อราวกับหิน มีบางคนกระโดดลงมาจากวิหค
เพลิง!
บึมมม!!
เปลวเพลิงนรกปะทุออกมาราวกับคลื่นมหาสมุทร!
หอกของหลินหมิงกวาดออกไป ปีศาจโลหิตกว่า 2 ตัวข้างหน้าไม่
สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากกลายเป็นเถ้าถ่าน! แม้ปีศาจโลหิต
ระดับสูงทั้งสองที่เทียบเท่ากับนักสู้ปราณต้นฟ้าก็ถูกสังหารทันที!
โอวหยงและศิษย์น้องทั้งสองลอยกระเด็นถอยหลังออกไป ตกลงพื้น
และงุงงนราวกับสุนัข ดวงตาของโอวหยงเบิกกว้างขึ้น เขาไม่สามารถเชื่อ
ในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มันเป็นหอก! เพียงแค่หอก! แต่ปีศาจโลหิตระดับสูงทั้ง
สองและปีศาจโลหิตกว่า 2 ตัวถูกสังหารทันที!
ใคร… คนผู้นี้เป็นใครกัน!?
ขณะที่คลื่นกระแทกของการระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวกวาดผ่านเหนือ
หัวพวกเขา ฉินเหยา ตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม นางถูกล้อมไว้โดยเหล่า
ปีศาจโลหิตจึงไม่ทราบว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
นางชะงัก แต่ในช่วงเวลาที่นางล่าช้าไปนั้น ปีศาจโลหิตกระโจนเข้า
มาโจมตีนาง และปีศาจโลหิตอีกสองตัวได้ไปทางฉินซิงเซวียน!
ฉินเหยากัดฟันของตนแน่น พิณในมือของนางระเบิดตัวโน๊ตพุ่ง
ออกไป แต่ นางได้ใช้ปราณแท้มากเกินไป แม้ว่าตัวอักษรเหล่านี้จะระเบิด
จากพิณของนาง นางก็ไม่สามารถจัดการเหล่าปีศาจโลหิตทั้งสามได้!
“ศิษย์น้องฉิน ระวัง!” ฉินเหยาตะโกนออกมาสุดเสียง
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยสายฟ้า เขาสามารถตรวจสอบ
สถานการณ์ห่างออกไป 200 ก้าวได้อย่างชัดเจน 200 ก้าวนี้ดูราวกับยาว
เป็นนิรันดร์
ระยะทาง 200 ก้าว เป็นระยะทางเพียงอึดใจ!
สายตาของหลินหมิงปลดปล่อยความอำมหิตและบ้าคลั่งออกมา
อย่างรุนแรง
พลังของไขกระดูกปะทุออกมาจากภายในกระดูกของเขา
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
ความแข็งแกร่งทั้งหมดของเขาถูกปลดปล่อยออกมาจนถึงขีดสุด
ในทันที
“ตายซะ!!!!”
ปังงงงง!!!
หินใต้ฝ่าเท้าของหลินหมิงระเบิดออกอย่างฉับพลัน เศษหินลอยขึ้น
ไปนับ 10 ก้าวในอากาศ หลินหมิงพุ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้า ด้วยหอก
แห่งดาวหางม่วงในมือ เขาราวกับกลายเป็นสายฟ้าจำแลง!
กึกก!
โครงกระดูกของหลินหมิงส่งเสียงออกมาทั่วทั้งร่าง เกิดเสียงคำราม
ของมังกรออกมาจากส่วนลึกของเขา พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า!
“จิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์!”
มังกรวารีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีม่วงเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างยิ่งในการ
ปราบปรามปีศาจและภูติผี
แต่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างเป็นสิ่งตรงข้ามกัน มันสามารถ
ที่จะดูดซับพลังของปีศาจและภูติผีได้!
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ทั้งคู่ต่างก็เป็นสุดยอดสิ่งต่อต้านเหล่าปีศาจโลหิต!
ภายในร่างกายของหลินหมิง เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชเริ่มที่จะส่ง
เสียงออกมาด้วยความยินดี ร่างของหลินหมิงถูกห่อหุ้มอย่างสมบูรณ์โดย
เงาของมังกรสีคราม จากนั้นจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์หลอม
รวมเข้าไปในหอกดาวแห่งดาวหางม่วง พลังแห่งสายฟ้าแพร่กระจาย
ออกมาอย่างรุนแรง!
สายฟ้าสีแดงและสีม่วงอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวเป็นตาข่ายสายฟ้า
ขนาดใหญ่พุ่งไปยังปีศาจโลหิต!
บึมมม!
ปีศาจโลหิตทั้งหมดที่อยู่โดยรอบฉินซิงเซวียนและฉินเหยา ได้ถูก
ทำลายอย่างสมบูรณ์และถูกเผาไหม้จนไม่เหลือซากในทันที!
เมื่อนักสู้ปกติสังหารปีศาจโลหิต ปีศาจโลหิตจะกลายเป็นบ่อโลหิต
บนพื้น แต่เมื่อหลินหมิงสังหารพวกมันอย่างฉับพลัน ปีศาจโลหิตได้
กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน ไม่เหลือร่องรอยของโลหิตอยู่เลยแม้แต่น้อย!
ฉินเหยาตกตะลึงถึงขีดสุด นางเฝ้ามองดูอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่ฝูง
ปีศาจโลหิตรอบๆนางกลายเป็นเถ้าถ่านในทันที ถูกกำจัดไปในพริบตาโดย
มิอาจต่อต้านได้เลยสักนิด นางรู้สึกราวกับว่าอยู่ในความฝัน แต่… กำลัง
เกิดอะไรขึ้นกัน?
อย่างไรก็ตาม ฉินซิงเซวียนยืนอยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน ร่างกายของนาง
โอนเอนขณะที่นางจ้องมองไปยังหลินหมิง ใบหน้าของนางไร้ซึ่งสีสัน
อย่างช้าๆ ดวงตาที่สลัวของนางเริ่มที่จะเติมเต็มไปด้วยอารมณ์ที่
หลากหลาย
ความสนุก…
ความเสน่หา…
ความรัก…
ความสุข…
ความพึงพอใจ…
และไร้ซึ่งความเสียใจใดๆอีกแล้ว…
ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นอย่างยากลำบาก นางต้องการที่จะยิ้ม แต่
นางก็ไม่อาจทำได้
จากนั้น นางล้มลงไปราวกับผีเสื้อที่ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วงที่ได้สิ้นสุด
ลง…