Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 414 อย่าขยับเลย เจ้าต้องปลอดภัย
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 414 อย่าขยับเลย เจ้าต้องปลอดภัย
เพียงพริบตาเดียวหลินหมิงก็ได้ไปปรากฏที่ข้างกายของฉินซิงเซวียน
แล้ว คว้าข้อมือของนางไว้ก่อนที่จะตกลงพื้น
ในตอนนี้ หัวใจของฉินซิงเซวียนเต้นอย่างแผ่วเบา เบาบางราวกับ
ไหมที่ลอยอยู่ในสายลม เต้นจนมิรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจของนางเลย
ขณะที่หลินหมิงมองไปยังฉินซิงเซวียนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความ
โศกเศร้า เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกกระบี่ทิ่มแทงที่หัวใจ
ที่ด้านข้างฉินเหยายังยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้น นางได้แต่เพียงมองดู
ชายหนุ่มที่โอบกอดฉินซิงเซวียน และจากนั้นจึงกล่าวออกมาด้วยความ
มึนงง “เจ้า… เจ้าคือ…”
มีชื่อหนึ่งดังก้องอยู่ในใจของฉินเหยา แต่นางจะสามารถเชื่อมันได้
อย่างไร!
ในตอนนี้ โอวหยงได้แสดงออกถึงความมีเสน่ห์และอ่อนโยนผ่าน
รอยยิ้มของเขาขณะที่รีบวิ่งเข้าไป โอวหยงเต็มไปด้วยความปรารถนาใน
จิตใจของเขา เขามินึกเลยว่าจะได้มาเจอกับผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้ หากเขารีบ
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้กับผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ บางทีเขาอาจจะได้รับ
ผลประโยชน์อย่างมาก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ รอยยิ้มของโอวหยงก็ยิ่งเจิดจ้าอย่างยิ่ง “ผู้อาวุโส
ขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านมีน้ำใจในการช่วยเหลือพวกเรา ข้าสงสัยว่าท่านผู้
อาวุโสมีนามว่าอย่างไร…”
ขณะที่โอวหยงกล่าวมาถึงตรงนี้ คำที่เหลือก็ได้ติดอยู่ในลำคอของเขา
เขาราวกับเป็นไก่ที่กำลังขันและจู่ๆก็โดนตัดคอโดยพ่อค้าเนื้อ
เวลานี้ ความกลัวและสับสนปรากฏบนใบหน้าของโอวหยง ริมฝีปาก
ของเขาซีด นิ้วมือสั่นสะท้าน และเหงื่อเย็นไหลออกมาจากทั่วร่าง
หลินหมิง!
เขายังไม่ตาย!
ไม่เพียงแค่เขายังไม่ตาย แต่ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นสูงจนน่า
หวาดกลัว!
ศิษย์แผนกลงทัณฑ์ทั้งสองต่างผงะเช่นกัน ในฐานะที่เป็นศิษย์ของหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ ย่อมไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้ถึงตำนานของหลินหมิง หากกล่าวจาก
สิ่งที่พวกเขารู้นั้น หลินหมิงนั้นมีความสัมพันธ์พิเศษกับฉินซิงเซวียน
ขณะที่ทั้งสองจำได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อครู่ พวกเขาก็รู้สึกขาสั่นขึ้นมา
หลินหมิงมิได้แม้กระทั่งชำเลืองมองโอวหยงและทั้งสองคนนั้นเลย
เขาใช้มือพยุงฉินซิงเซวียนและค่อยๆถ่ายเทปราณแท้ลงไปในร่างของนาง
เขาได้เอาโอสถที่ช่วยฟื้นฟูออกมาจากแหวนมิติ และค่อยๆดันมันเขาไป
ระหว่างริมฝีปากของฉินซิงเซวียน
ฉินซิงเซวียนถอนหายใจอย่างเบาบางออกมา และใบหน้าเกิดสีเลือด
ฝาดขึ้นมาเล็กน้อย นางต้องการที่จะยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของหลินห
มิง แต่สำหรับนางที่แม้กระทั่งพูดก็ยังไม่ได้นั้น สิ่งนี้ก็มิต่างจากฝันเท่าใด
นัก
ริมฝีปากที่ซีดเซียวของนางขยับ แต่ก็มิได้มีคำพูดหรือเสียงอันใดเล็ด
รอดออกมา สิ่งที่นางสัมผัสได้มีเพียงพลังชีวิตที่ค่อยๆไหลออกไปจากร่าง
ของนาง!
“ข้าอยู่ข้างเจ้าแล้ว อย่าขยับเลย เจ้าจะไม่เป็นอะไร เพียงนอนลง
และผ่อนคลาย”
คำกล่าวของหลินหมิงที่เข้าไปในหูของฉินซิงเซวียนนั้นนางจึงรู้สึก
แสบจมูกเล็กน้อยและน้ำตาไหลออกมาจากหางตาของนาง…
ในตอนนี้ นางรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกที่ถูกหลินหมิงกอด
นางเอาไว้นั้นอบอุ่นยิ่งนัก และรู้สึกสบายใจอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในอ้อมแขน
ของเขา
นางรู้ว่านางนั้นมิเหลืออันใดอีกแล้วนอกจากเป็นเพียงน้ำมันตะเกียง
ที่เหือดแห้งไปเรื่อยๆ แต่หากนางได้ตายในอ้อมแขนของหลินหมิง และ
ขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูแห่งความตาย นางได้รู้แล้วว่าหลินหมิงยังมีชีวิต
อยู่ แค่นี้มันก็คุ้มค่าพอที่จะให้นางได้จากไปอย่างสงบ
ด้วยการมีหลินหมิงอยู่ ปู่ของนางจะต้องปลอดภัย และตระกูลฉิน
ของนางจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป
มุมปากของนางขยายขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงรอยยิ้มที่แสน
อ่อนโยน
ในจุดจบของชีวิตหนึ่ง ความงามของผู้หญิงจะเปล่งประกายก็ต่อเมื่อ
…
หลินหมิงวางฉินซิงเซวียนลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง ฉินจื่อหยาถอน
หายใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เขาส่ายศีรษะและกล่าวว่า “แม่
นางฉินได้สูญเสียปราณโลหิตไปทั้งหมด มันยากเกินไปที่จะฟื้นฟูได้ ข้า
เกรงว่า….”
ฉินเหยาเองก็โศกเศร้า หากหลินหมิงนั้นมาเร็วกว่านี้เล็กน้อย อย่าง
น้อยก็ซักวันนึง เขาอาจสามารถที่จะช่วยนางได้ แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่า
เขาทำได้เพียงมองดูนางจากไปในอ้อมแขนอย่างช่วยไม่ได้
หลินหมิงมิได้กล่าวอันใดออกมา มันดูราวกับว่าเขานั้นมิได้ฟังที่ฉินจื่
อหยากล่าวออกมาเลย
เขาได้นำเหยือกสีแดงออกมาจากแหวนมิติ ภายในเหยือกนี้คือปราณ
โลหิตของวิหคเพลิงที่มู่เฟิงเซียนได้ให้เขามา
มันมีทั้งหมด 22 หยด หลินหมิงได้ใช้ไป 12 หยดและเขาวางแผน
เหลือไว้ให้ฉินซิงเซวียน 10 หยด แต่เขาก็ไม่คิดว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะ
อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้น เพราะมันมิได้ขึ้นอยู่กับเขาในการโอนถ่ายปราณ
โลหิตของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ให้กับผู้ใดก็ได้ที่เขาต้องการ
แต่ในตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป หลินหมิงได้รับ 8 ขั้นแรกของ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ มา จึงมิต้องกล่าวถึง
การให้ปราณโลหิตของวิหคเพลิงกับผู้อื่น แม้แต่เขาต้องการที่จะให้เจ้า
เพลิงประกายก็ตามที มู่อี้หวงก็ย่อมมิกล้ากล่าวอันใด
หลินหมิงเอาปราณโลหิตออกมาอย่างระมัดระวังโดยการใช้ช้อน
พิเศษตักมันและหยดลงไปบนหน้าผากของฉินซิงเซวียน สีหน้าของเขา
เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ในสายตาของเขามันก็เป็นเพียงแค่หยดปราณ
โลหิตของวิหคเพลิง
โอวหยงและศิษย์น้องทั้งสองของพวกเขามองหน้ากัน พวกเรารู้สึกได้
ถึงความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งในสายตาของอีกฝ่าย และจากนั้นก็ค่อยๆ
ถอยหลังออกมาอย่างช้าๆ…
แต่สิ่งเหล่านี้นั้นถูกสังเกตเห็นโดยฉินเหยา นางจึงตะโกนออกมาด้วย
ความโกรธ “ขยะทั้งสามเช่นพวกเจ้าต้องการที่จะหนีไปเช่นนั้นหรือ!?
หากมิใช่เพราะพวกเจ้าทั้งสามเอาโอสถผลาญโลหิตให้แก่ศิษย์น้องฉิน
เพื่อให้เป็นผู้รั้งท้ายคุ้มกันให้พวกเจ้า เช่นนั้นนางจะมีสภาพที่น่าสังเวช
เช่นนี้ได้อย่างไร!”
เสียงของฉินเหยานั้นดังและชัดเจน หลังจากที่หลินหมิงได้ยินคำ
กล่าวเหล่านั้น ทันใดนั้นเอง แขนของเขาก็สั่นสะท้าน ช้อนที่เขาจับอยู่
แทบจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ!
อย่างไรก็ตาม เขาต้องพยายามสะกดข่มความโกรธของตนเองและ
หยดปราณโลหิตหยดที่ 2 ลงไป ในตอนนี้ ต่อให้มีแผ่นดินไหวหรือสึนามิ
ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา เขาก็จะไม่วอกแวกเลยสักนิด
ต่อมาได้เกิดจิตสังหารที่รุนแรงอย่างยิ่งแผ่กระจายอยู่ทั่วอากาศ
กดดันทุกคนที่อยู่โดยรอบ ขาของโอวหยงกลายเป็นอ่อนปวกเปียกและทั่ว
ทั้งร่างหลั่งเหงื่อเย็น เขาต้องการที่จะหันกลับและหลบหนีไปในทันที แต่
ขาของเขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้ หากเขาหนีไปก็ต้องตาย หากไม่หนีก็ต้อง
ตายเช่นกัน ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรหรือคิดหาวิธีการอย่างไร สิ่งที่พบก็มี
แต่จุดจบที่น่าสมเพช ในตอนนี้หัวใจของเขาราวกับถ่านที่กำลังมอดดับ
……………
หลินหมิงยังคงความมุ่งมั่น เขาหยดปราณโลหิตลงไป และจากนั้นก็
อีกหยด
ในประสบการณ์ของฉินจื่อหยาและฉินเหยา ปราณโลหิตนั้นมิ
สามารถถ่ายโอนให้กับผู้อื่นได้ แต่ที่พวกเขามิรู้คือ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มี
วิธีการลับที่จะทำเช่นนั้นได้ หากพวกเขามีสายเลือดวิหคเพลิงเล็กน้อยใน
ร่างของพวกเขา ตราบเท่าที่สามารถได้รับการถ่ายโอนปราณโลหิตมาให้
พวกเขาเพียง 1-2 หยด มันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสามารถฝึกฝน
แก่นหลักของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ได้ มัน
จะมิเป็นการกล่าวเกินจริงเลยว่าเพียง 1-2 หยดนี้สามารถที่จะให้กำเนิด
บุคคลผู้ที่จะกลายเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ในอนาคตได้!
สำหรับปราณโลหิตของวิหคเพลิงหลายหยดนั้น มันสามารถที่จะทำ
ให้เกิดความขัดแย้งอย่างใหญ่หลวงเกิดขึ้นภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าปราณโลหิตของวิหคเพลิงนั้นล้ำค่าเพียงใด
โดยมิได้มีความลังเลใดๆ หลินหมิงได้ใช้ปราณโลหิตของวิหคเพลิง
หยดลงไปให้กับฉินซิงเซวียนถึง 10 หยดแล้ว
ปราณโลหิตของวิหคเพลิงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างอ่อนโยน เมื่อมันสัมผัส
กับผิวหนัง จะทำให้รู้สึกแสบร้อนเล็กน้อย ราวกับปราณโลหิตจากทั่วทั้ง
ร่างมุ่งมายังหน้าผากเพียงจุดเดียว และรวมตัวกันกลายเป็นผลึก เมื่อตอน
ที่หลินหมิงใช้มันกับตนเอง เขามิได้มีความรู้สึกเหมือนเหมือนกำลังถูกเผา
เช่นนั้นเลย กลับกัน เขารู้สึกผ่อนคลายราวกับกำลังดื่มด่ำกับไวน์ชั้นเลิศ
และอยู่ภายในตำหนักของผู้เป็นอมตะ
เช่นนั้น ถึงแม้ฉินซิงเซวียนจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ แต่ความเจ็บปวด
นั้นมีเพียงเล็กน้อย หลินหมิงจึงมิได้กังวลว่านางไม่สามารถทนต่อ
ผลกระทบจากปราณโลหิตของวิหคเพลิงได้
ขณะที่ปราณโลหิตของวิหคเพลิงซึมเข้าไปในผิวหนังของฉินซิงเซวียน
ใบหน้าของนางก็ได้กลับมามีสีสันของเลือดฝาดอีกครั้ง
ฉินจื่อหยาได้เป็นพยานในตลอดทั้งกระบวนการนี้ ท้ายที่สุด เมื่อเขา
ได้เห็น ฉินซิงเซวียนฟื้นฟูกลับมาและสีหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยของเลือด
ฝาด เขาก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง “เจ้าทำอันใด? และของเหลวสีแดงเหล่านั้น
คือสิ่งใด? มันมีโอสถปาฏิหาริย์ในโลกนี้ที่สามารถฟื้นฟูปราณโลหิตกลับมา
ได้ด้วยหรือ?”
หลังจากที่เสร็จสิ้นกระบวนการ หลินหมิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่
งอก โอสถปาฏิหาริย์หรือ? ปราณโลหิตของวิหคเพลิงอาจสามารถกล่าว
ว่าเป็นเช่นนั้นก็ได้ เมื่อครู่ เขาได้ใช้ปราณโลหิตของวิหคเพลิงมากพอที่จะ
สร้างปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ถึง 5 คนขึ้นมาได้เพื่อแลกเปลี่ยน
กับชีวิตของฉินซิงเซวียนที่มีระดับการบ่มเพียงแค่ขั้นผสานชีพจร!
ทรัพยากรที่แสนล้ำค่า ทั้งหมดนั้นใช้เพื่อแลกเปลี่ยนกับการฟื้นฟู
ปราณโลหิตของฉินซิงเซวียน!
นี่เป็นราคาที่สูงอย่างยิ่ง แม้ว่าจะใช้ความมั่งคั่งทั้งหมดของหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ก็ยังมิอาจเทียบได้!
ขณะที่ปราณโลหิตของวิหคเพลิงค่อยๆแทรกซึมเข้าไปในร่างของฉิน
ซิงเซวียนอย่างเงียบๆ ดวงตาของนางที่ปิดสนิท บางครั้งก็มีควันลอย
ออกมาจากระหว่างคิ้วของนาง และบางครั้งมันก็หมุนวน จากนั้นเป็น
เวลานาน นางเต็มไปด้วยรอยยิ้มราวกับว่ากำลังฝันที่แสนวิเศษ
หลินหมิงรออยู่อย่างเงียบๆข้างกายนาง เขารอให้นางสงบใจลงและ
หายใจออกมาอย่างเป็นปกติ จนในที่สุดนางก็ราวกับกำลังหลับอยู่อย่าง
ปกติ
ในตอนนี้เอง หลินหมิงได้ยืนขึ้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความห่วงหา
ปรากฏขึ้น
แต่มันเกิดขึ้นไม่นาน ทันใดนั้น มันก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาอย่าง
สิ้นเชิง เขาหันหลังไป มองไปยังโอวหยงและศิษย์น้องทั้งสองของเขา ราว
กับเป็นดวงตาของยมทูตที่จับจ้องพวกเขา
ช่วงเวลาที่หลินหมิงได้ช่วยฉินซิงเซวียนเอาไว้นั้นเป็นเพียงแค่ไม่กี่ลม
หายใจ แต่สำหรับโอวหยงและศิษย์น้องรู้สึกราวกับว่ามันยาวนานเป็น 10
ปี และราวกับว่าพวกเขาเป็นนักสู้ที่อยู่ด้วยความหวาดกลัวและรอวัน
ประหารมาถึง
“ท่านหลิน… ข้า… ข้า…”
เมื่อดวงตาของหลินหมิงจับจ้องไปที่โอวหยง จิตสังหารของเขาก็โอบ
ล้อมโอวหยงไว้เช่นกัน ขาที่อ่อนปวกเปียกของโอวหยงล้มคุกเข่าลงกับพื้น
สำหรับศิษย์น้องของเขาก็มิได้แย่ไปกว่ากัน ขาและนิ้วเองก็สั่น และ
พวกเขาเองไม่อาจที่จะหยุดสั่นได้
มันไม่อาจที่จะโทษที่พวกเขาเป็นเช่นนี้ ออร่าของหลินหมิงในตอนนี้
นั้นน่าหวาดกลัวจนเกินไป เมื่อตอนนั้นที่ศิษย์ซึ่งมีระดับการบ่มเพาะขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงกลางบนเกาะมะพร้าวดาราที่ฉินจื่อหยาเฝ้าอยู่ได้สบตา
กับหลินหมิง เขาก็ถึงกับสำลักโลหิตออกมา
หลังจากที่ได้รับประสบการณ์จากภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
เกือบปี ซึ่งหลินหมิงได้ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน สังหารศัตรูอย่างไร้
ปราณี จิตสังหารที่แผ่ออกไปจากร่างของเขานั้นหนาแน่นจนจับต้องได้
“ท่านหลิน โปรดให้อภัยข้าด้วย ได้โปรด ได้โปรด! ข้าจะช่วยท่านขึ้น
ให้การเอาผิดโอวหยางปั่วเยี่ยน! ข้ารู้ถึงทุกอย่างที่เขาใช้จัดการเรื่องต่างๆ!
ข้ารู้ทั้งหมด!”
โอวหยงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการอภัย แต่หลินหมิงเพียงยิ้มอย่าง
เย็นชาราวกับสัตว์อสูร “ช่วยข้าขึ้นให้การเอาผิดโอวหยางปั่วเยี่ยนหรือ?”
“ใช่… ใช่แล้ว หากท่านหลินมิได้เชื่อข้า ท่านสามารถทำผนึกไว้ในร่าง
ของข้าได้!” โอวหยงเป็นผู้ที่หวาดกลัวความตายเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้มีชีวิต
รอด เขาย่อมทำทุกวิถีทาง
“ข้ามิได้ต้องการคำขึ้นให้การเอาผิดโอวหยางปั่วเยี่ยน – ข้าเพียงแค่
ต้องการที่จะสังหารโอวหยางปั่วเยี่ยนเท่านั้น!!” น้ำเสียงของหลินหมิงเต็ม
ไปด้วยความเย็นชาและอำนาจสั่งการ ในตอนนี้ เขาราวกับเป็นราชาผู้กุม
ชีวิตของผู้อื่นไว้ในมือ!
ขึ้นให้การเอาผิดโอวหยางปั่วเยี่ยนหรือ? นั้นเป็นเพียงการใช้กฎของ
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ในการเอาผิดโอวหยางปั่วเยี่ยน แต่เมื่อหลินหมิงแข็ง
แกร่งแล้ว หลินหมิงก็จะกลายเป็นกฏเสียเอง! แล้วเหตุใดเขาจะต้องการ
คำขึ้นให้การของผู้อื่นด้วยเล่า!?
“เอาล่ะ เจ้าตายได้แล้ว!”
หลังจากที่หลินหมิงต้องเจ็บปวดเช่นนี้ เขาจะไม่ปล่อยศัตรูของตน
เอาไว้อีกเป็นอันขาด ต่อให้ศัตรูของเขาเป็นเพียงคนไม่สำคัญ มันก็ยังเป็น
งูพิษที่เขาทิ้งเอาไว้ บางครั้งในอนาคต งูพิษตนนี้อาจสามารถที่จะมาแว้ง
กัดเขาได้!
หลินหมิงสะบัดนิ้ว เกิดสายฟ้าสีแดงฉาน 3 สายพุ่งออกไปยังโอหยง
และศิษย์น้องทั้งสองของเขา
ในตอนนี้พวกเขาทั้ง 3 ตื่นตระหนกจนสามารถวิ่งได้แล้ว สีหน้าของ
โอวหยงเปลี่ยนไปอย่างหนัก และหันหลังเพื่อหลบหนี
ศิษย์น้องทั้งสองคนของเขาเองก็ร้องออกมาและวิ่งหนี แยกทางกัน
ไป
อย่างไรก็ตาม สายฟ้าสีแดงฉานก็พุ่งแยกกันตามพวกเขาไปเช่นกัน
ในพริบตา มันก็ตามไปทันและเกิดเสียง “ซี่ ซี่ ซี่” เสียงของสายฟ้าสีแดง
ฉานเสียบเข้าไปในร่างของพวกเขาราวกับเป็นปลิงที่ดูดปราณโลหิต!
ศิษย์น้องทั้งสองของเขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน แสดงให้เห็น
ถึงว่าพวกเขานั้นเจ็บปวดแค่ไหน แต่มันก็ไร้ความหมายสำหรับหลินหมิง
ร่างกายของพวกเขาเริ่มเหี่ยวแห้ง และหลายลมหายใจต่อมา ก็กลายเป็น
สภาพคล้ายมัมมี่
โอวหยงนั้นอยู่ได้นานกว่า เพราะสายฟ้าสีแดงฉานเสียบเข้าไปที่ต้น
ขาของเขา ต้นขาของเขาจึงถูกดูดจนเหี่ยวแห้ง โอวหยงจึงกรีดร้องและใช้
กระบี่ตัดต้นขาของตน แต่ในตอนนั้นเอง สายฟ้าก็กลายเป็นดั่งอสรพิษฉก
ไปที่ต้นขาอีกข้างทันที
“อ๊ากกกกก!!”
ดวงตาทั้งสองของโอวหยงเต็มไปด้วยโลหิตคลั่ง เขาฟันกระบี่ออกไป
อีกครั้ง!
ความไม่เต็มใจ ความเจ็บปวด ความสิ้นหวัง สีหน้าของโอวหยงบิด
เบี้ยวอย่างยิ่ง เขาจับไปที่ใบหน้าของตนเจ็บปวดจนราวกับจะฉีกกระชาก
หน้าของตน
ฉินเหยาหวาดกลัวขณะมองไปยังที่ห่างออกไป ในตอนนั้นเอง นาง
รู้สึกราวกับว่าหลินหมิงนั้นเป็นปีศาจอย่างแท้จริง…