Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 417 มุ่งหน้าสู่อาณาเขตหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 417 มุ่งหน้าสู่อาณาเขตหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
“โอ้? เจ้าหิวหรือ?” หลินหมิงได้ยิ้มออกมาอย่างสดใส ความหิวโหย
นั้นหมายถึงว่านางดีขึ้นมากแล้ว
ฉินซิงเซวียนได้พยักหน้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย นางหิวและ
กระหาย
“ข้าจะทำอะไรอร่อยๆให้เจ้ากินเอง ข้ารับรองว่าเจ้าต้องชอบมันเป็น
แน่”
หลังจากที่หลินหมิงกล่าวจบ เขาได้จุดไฟและนำหม้อออกมา เขานั้น
ได้นำเครื่องครัวใส่ไว้ในแหวนมิติของเขาไว้ตลอดเวลา
เขาได้นำหม้อขนาดใหญ่ไปไว้บนกองไฟและใส่น้ำเข้าไป หลังจากนั้น
หลินหมิงนำเนื้อสีแดงสดใสอย่างดีออกมาจากแหวนมิติของเขาและโยน
มันลงไปในหม้อ
เขาได้โรยเกลือและเครื่องปรุงและหลังจากนั้นก็ปิดหม้อเพื่อให้มัน
เดือด
หลังจากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมอันน่ารับประทานได้ลอย
ออกมา หลินหมิงตักอาหารและค่อยๆส่งชามใบใหญ่ให้แก่ฉินซิงเซวียน
เนื้อนุ่มๆสีแดงได้เปล่งประกายออกมาและซุปเป็นสีแดง มันดูราวกับไวน์
องุ่นและดูน่าทานเป็นอย่างมาก
หลังจากได้โรยหัวหอมสีเขียวและอาหารที่ทำจากไวน์องุ่น ไม่
สามารถหาอะไรที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้วในชีวิตนี้
“นี่มันคืออะไรกัน?”
ฉินซิงเซวียนได้ถามด้วยความตะลึงเมื่อนางได้มองไปยังสิ่งที่ดูน่า
อร่อยในถ้วยที่มีซุปสีแดงและสีเขียวอยู่
หลินหมิงได้ยิ้มออกมาแต่ไม่ได้พูดอะไร อาหารนี้นั้นเขาได้นำมัน
กลับมาจากแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และเนื้อจากปูยักษ์ประหลาด
เหล่านี้ แม่น้ำที่อยู่ข้างใต้ถ้ำ ดังนั้นหลินหมิงได้ใช้เวลาบางส่วนในการไป
ล่าเจ้าปูยักษ์ประหลาดเหล่านี้ เขาได้นำแม้กระทั่งน้ำคุณภาพดีจำนวน
มากจากแม่น้ำมาด้วย
สองสิ่งเหล่านี้เป็นอาหารจิตวิญญาณและน้ำจิตวิญญาณอย่าง
แน่นอน ในทวีปนภารินไหล มันแทบจะไม่มีสถานที่ใดสามารถค้นพบสิ่ง
ยอดเยี่ยมเช่นนี้อีกแล้ว แหวนมิติของหลินหมิงใหญ่ไม่เพียงพอ แต่ของ
เหล่ยมู่ไป่นั้นใหญ่พอ แหวนมิติระดับต่ำขั้นปฐพีของเขานั้นมีเนื้อที่ภายใน
มากกว่าหนึ่งร้อยตารางก้าว ดังนั้นหลินหมิงได้บรรจุมันจนเต็มไปด้วยเนื้อ
ปู พื้นที่ภายในแหวนมิติถูกเก็บไว้ในอีกมิติอื่น อาหารที่ได้เก็บเอาไว้
ภายในนั้นจะไม่มีทางเน่าเสียและมันก็สามารถรักษาความสดใหม่เอาไว้ได้
เสมอ มันจะไม่เป็นอะไรต่อให้อาหารถูกเก็บไว้ภายในนั้นเป็นเวลาร้อยปีก็
ตาม
หลังจากฉินซิงเซวียนได้ดื่มซุปที่มีเนื้อปูบางส่วนอยู่ด้วย ฉินซิงเซวียน
ได้มองดูอย่างแปลกใจ เนื้อปูนิ่มและนุ่มละมุนอย่างมากแต่เต็มไปด้วยเนื้อ
ซุปนั้นช่างเผ็ดร้อนยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เมื่อเนื้อปูได้เข้าสู่ท้องของนางแล้ว
มันก็ได้กลายเป็นกระแสความร้อนที่อ่อนโยนแผ่ซ่านไปทั่วร่างของนาง
และช่วยบำรุงรักษาปราณแท้ของนางอีกด้วยและยังทำให้นางรู้สึกอบอุ่น
หลังจากดื่มและกินอาหารนี้ นางได้รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก
“นี่มันอะไรกัน? มันแพงหรือไม่?”
เมื่อซิงเซวียนอยู่ที่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ นางเคยได้กินอาหารจิต
วิญญาณ อาหารจิตวิญญาณที่มีคุณภาพสูงอาจจะมีราคาเท่ากับหนึ่งร้อย
หินปราณแท้เลยทีเดียว แต่เมื่อเทียบกับเนื้อปูนี้ อาหารจิตวิญญาณ
เหล่านั้นเหมือนไม่มีค่าอะไรเลย มิใช่ว่าค่าใช้จ่ายสำหรับเนื้อปูนี้สามารถ
เทียบได้กับหินปราณแท้หนึ่งพันก้อนกันเลยหรือ?
หลินหมิงได้กล่าวออกไป “ยิ่งกินมากเท่าไรยิ่งดี สิ่งเหล่านี้ข้าได้นำมา
จากแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกมันสามารถช่วยเจ้าฟื้นฟูบาดแผล
ต่างๆของเจ้าได้”
ด้วยหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิงทั้ง10หยดช่วยฟื้นฟูและได้รับ
การสนับสนุนจากอาหารจิตวิญญาณที่มีคุณภาพสูงสุดเพื่อช่วยในการ
ฟื้นฟู การกระทำเช่นนี้พอจะทำให้ปราณโลหิตของฉินซิงเซวียนที่หายไป
กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ได้
ดวงตาของฉินซิงเซวียนได้เบิกกว้างขึ้น “หลินหมิง เจ้าได้ทำสิ่งใดใน
ปีที่ผ่านมากัน? ได้เกิดสิ่งใดขึ้นกับเจ้าในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จึงทำ
ให้เจ้าได้หายไปเป็นเวลานานเช่นนี้?”
“เรื่องราวมันยาว รอข้าก่อนและข้าจะค่อยๆบอกเจ้า ใช่แล้ว เจ้าได้
ฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ ที่ข้าได้ให้เจ้าไป
หรือไม่?”
ฉินซิงเซวียนกล่าวออกมา “ข้าได้ฝึกฝนถึงขั้นแรกของเส้นทางสู่
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงเท่านั้น ข้าได้พบกับคำถามมากมาย แผ่นหยก
อธิบายได้อย่างไม่ชัดเจนนัก”
แผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ ที่ฉินซิงเซ
วียนได้รับนั้นถูกบักทึกไว้ให้โดยหลินหมิง
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบันทึกวิธีการบ่มเพาะไว้ในแผ่นหยก มีหลักการ
ลึกลับและซับซ้อนมากมายที่เกี่ยวข้องกัน ถ้าใครต้องการที่จะบันทึก
วิธีการบ่มเพาะเอาไว้บนแผ่นหยกนั้น พวกเขาจะต้องมีความเชี่ยวชาญ
อย่างมาก อย่างน้อยพวกเขาจะต้องเข้าถึงความสมบูรณ์แบบแล้ว
คนที่ไม่เข้าใจถึง ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ จะไม่
สามารถสลักไว้บนแผ่นหยกได้ แต่แม้ว่าพวกเขาได้รับตัวคัดลอกฉบับ
สมบูรณ์ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ ไป มันอาจจะ
เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะคัดลอกมัน มันดูเหมือนกับคนที่ไม่เข้าใจ
วิธีสลักตราประทับต่างๆ ถ้าใครบางคนวางตราประทับไว้ข้างหน้าพวกเขา
และได้กล่าวให้คัดลอกมัน พวกเขาไม่มีทางที่จะสามารถสร้างตราประทับ
ที่เหมือนๆกันออกมาได้
นี่คือเหตุผลที่แผ่นหยกที่มีวิธีการบ่มเพาะนั้นเป็นสิ่งที่หายากและมี
ค่าเป็นอย่างมาก
ตัวของหลินหมิงเองได้ฝึกฝน ’เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่
แท้จริง’ ถึงขั้นที่สามของเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงเท่านั้น นี่
นำไปสู่ความคลุมเครือและข้อบกพร่องต่างๆในแผ่นหยกที่เขาได้สร้าง นี่
เป็นเหตุผลที่ฉินซินเซวียนพบว่ามันยากที่จะบ่มเพาะต่อไปโดยมีปัญหาใน
ทุกๆที่ที่นางได้พบ
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือฉินซิงเซวียนไม่ได้มีความทรง
จำเกี่ยวกับผู้อาวุโสสูงสุดของแดนเทวะภายในจิตใจของนางและ
ประสบการณ์การบ่มเพาะนั้นที่มาพร้อมกับมัน ดังนั้นแม้พรสวรรค์ของ
นางจะอยู่ในระดับหก ความเร็วในการบ่มเพาะของนางก็ช้าเป็นอย่างมาก
หลินหมิงได้ถอนหายใจออกมา ฉินซิงเซวียนในตอนนี้ได้ถึงช่วงเวลา
เข้าสู่ขั้นผสานชีพจรแล้ว ถ้านางต้องการที่จะสำเร็จ ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพ
กาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ และจากนั้นก็ฝึกฝน ‘เคล็ดวิชาปราณเทพ
ทรราช’ และเดินไปสู่เส้นทางแห่งขั้นผสานไขกระดูก ซึ่งอาจจะทำได้ยาก
เกินไป
ดังนั้น นางอาจจะเริ่มต้นด้วยการฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติ
ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ด้วยหยดปราณโลหิตแห่งวิหคเพลิง
เพียงพอสำหรับฉินซิงเซวียนเพื่อบ่มเพาะส่วนที่ยากที่สุดและลำบากที่สุด
ในแก่นหลัก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ในความ
เป็นจริง มันเป็นไปได้สูงมากที่นางจะสามารถฝึกฝนเพิ่มขึ้นอีกสามขั้นของ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ที่เขาได้นำกลับมา
จากแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ด้วยความคิดนี้ หลินหมิงได้กล่าวถามนางออกไป “ซิงเซวียน เจ้า
ต้องการที่จะเข้าร่วมกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?”
ฉินซิงเซวียนได้ตกใจกับคำถามนี้ จากนั้นดวงตาของนางได้สาด
ประกายออกมา “เข้าร่วมกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์? ข้าทำได้หรือ?”
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นนิกายระดับ 4 ด้วยพรสวรรค์ระดับ 6 ของ
นางนั้นถือว่ามีพรสวรรค์ภายในอาณาจักรลิขิตฟ้า ภายในสำนักหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ พรสวรรค์ของนางนับว่าดี แต่ถ้านางได้เข้าร่วมกับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ พรสวรรค์ของนางเป็นเพียงธรรมดาเท่านั้น ตัวอย่างเช่น มู่เชียน
หยี่และมู่ปิงอวิ๋นทั้งสองมีพรสวรรค์ระดับ 7 ขั้นเยี่ยม สำหรับฉินซิงเซวียน
มีเพียงพรสวรรค์ระดับ 6 ขั้นกลาง ภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นเหล่า
สาวใช้จำนวนมากอย่างน้อยก็มีพรสวรรค์ระดับ 6
แน่นอน ฉินซิงเซวียนนั้นต้องการที่จะเข้าร่วมกับเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ในแง่ของทรัพยากรในการบ่มเพาะต่างๆ มีความแตกต่าง
ระหว่างสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้กับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกลางคืน
กับกลางวันและปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อนางนั้นคือหลินหมิงก็อยู่ที่เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
ถ้านางได้ไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นั่นหมายความว่านางจะ
สามารถใกล้ชิดกับหลินหมิง
หลินหมิงยิ้มออกมา “ถ้าเจ้ายินดีที่จะเข้าร่วม แน่นอนว่าเจ้าสามารถ
เข้าร่วมได้! ในเวลานี้ข้าจะพาเจ้าไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เจ้าไม่จำเป็น
ที่จะต้องอยู่ที่สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้แล้ว!”
สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
หลินหมิงมีศัตรูมากกว่ามิตร ถ้าฉินซิงเซวียนอยู่ที่นั่น หลินหมิงจะไม่
สามารถสงบใจได้
เย็นวันนั้น หลินหมิงนั่งลงข้างๆฉินซิงเซวียน พวกเขาเก็บเสื้อผ้าพวก
เขาไว้และจับมือกัน หลินหมิงปิติยินดีและนึกถึงประสบการณ์ของเขาในปี
ที่แล้วกับฉินซิงเซวียน การสนทนาของคนทั้งสองได้ดำเนินต่อไปตลอดทั้ง
คืนขณะที่พวกเขาได้จ้องมองตาของกันและกัน ทั้งสองต่างไม่หลับ พวก
เขายังคงพูดคุยกันจนรุ่งอรุณมาถึง…
………….
วันรุ่งขึ้นในช่วงเช้าตรู่ หลินหมิงได้จับมือของซิงเซวียนและพานาง
ออกจากถ้ำ ในช่วงเวลานี้ พวกเขาสามารถได้ยินเสียงของพิณอยู่ นี่คือสิ่ง
ที่ฉินจื่อหยาและฉินเหยาโต้เถียงกันถึงทฤษฏีของพิณกับฉินเหยา
ขณะที่ฉินเหยามองเห็นฉินซิงเซวียนออกมาจากถ้ำ นางได้ถอน
หายใจออกมาอย่างโล่งอก แม้ว่านางจะรู้ว่าจะไม่มีอะไรเกินขึ้นกับฉินซิง
เซวียน จนกระทั่งนางได้เห็นสหายของนางตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆแล้วเท่านั้น
ถึงทำให้หัวใจของนางคลายกังวลลงได้
“ศิษย์น้องหญิงฉิน เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว!” ฉินเหยาได้คว้าไปที่มือของ
ฉินซิงเซวียนพร้อมรอยยิ้มร่าเริงบนใบหน้าของนาง ใบหน้าของฉินซิงเซ
วียนได้เปลี่ยนเป็นสีแดงโดยไม่ได้ตั้งใจราวกับนางถูกจับได้ว่าทำบางสิ่ง
บางอย่างที่น่าเขินอาย
ตรงหน้าของฉินซิงเซวียน ฉินเหยารู้สึกอิจฉาน้องสาวของนาง หลินห
มิงได้บินมาหลายแสนลี้อย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อมาช่วยฉินซิงเซวียน ผู้หญิง
คนไหนกันที่ไม่ได้ฝันว่าคนที่พวกเขารักนั้นจะมาช่วยนางอย่างกล้าหาญ
เหมือนดั่งอัศวินที่มีออร่าส่องแสงเจิดจรัสออกมาบางหรือ?
ไม่ใช่เพียงเท่านั้น แต่หลินหมิงนั้นหล่อเหลาเป็นอย่างมากและ
อนาคตของเขานั้นไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย
เดิมทีฉินเหยาไม่อิจฉาฉินซิงเซวียน ไม่มีอะไรที่ต้องอิจฉาในตอนนั้น
แต่ในตอนนี้นางอิจฉา ขวดสองใบที่มีโอสถนั้นหลินหมิงได้ให้แก่นางไป
มากพอที่จะทำให้นางก้าวเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าได้ สำหรับสิ่งที่เขาได้
ให้กับซิงเซวียนนั้นมันเพียงพอสำหรับนางที่จะทำให้นางเข้าสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้! มันอยู่ในขอบเขตของผู้อาวุโสสูงสุด หนึ่งใน
นั้นสามารถมีอายุเพิ่มได้ 500-600 ปี เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ ฉินเหยาได้ถอน
หายใจ ศิษย์น้องฉินของนางนั้นโชคดีอย่างมาก!
ทันใดนั้น เปลวเพลิงปรากฏออกมายังเบื้องหน้าของฉินจื่อหยา นี่คือ
เสียงของยันต์สื่อสาร ขณะที่ฉินจื่อหยาได้ยินข้อความจากยันต์สื่อสาร เขา
ได้ขมวดคิ้วและจากนั้นเขาก็ได้เค้นเสียงออกมา
“หืม? เกิดอันใดขึ้นหรือ?”
ฉินจื่อหยากล่าวว่า “มันเป็นคำสั่งเรียกตัวข้ากลับไปยังหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ โอวหยางปั่วเยี่ยนกล่าวหาว่าข้าทอดทิ้งหน้าที่ของข้าและต่อต้าน
คำสั่งทางการ ไม่ได้กล่าวเพียงแค่นั้นยังกล่าวว่าข้าได้ทิ้งเกาะมะพร้าว
ดาราที่อยู่ภายใต้การดูแลของข้าแล้วยังได้ทำร้ายลูกศิษย์ของเขาและ
ขโมยแผนที่ทะเลไป ในเวลานี้โอวหยางปั่วเยี่ยนกำลังเตรียมที่จะกล่าวหา
ข้าต่อหน้าสภาผู้อาวุโส
หลินหมิงยิ้มออกมา แต่ยิ้มของเขานั้นเย็นชาเป็นอย่างมาก มันได้มี
จิตสังหารที่หนาแน่นแฝงอยู่
“ดีในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าสำนักฉิน พวกเรากลับไปยังสำนักเถิด ข้าจะ
ไปกับท่านและมองดูว่าพวกมันจะว่าร้ายท่านอย่างไร!”