Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 423 ผลึกเพลิงม่วงผันแปร
โอวหยางเฉินซิ่วยืนอยู่กลางจัตุรัส จ้องมองมายังหลินหมิงอย่างเย็น
ชา มิรู้ว่าเมื่อใด แต่หมอกสีดำเริ่มปกคลุมใบหน้าของเขา ทำให้ยากที่จะ
มองเห็น ในหมอกสีดำนี้ มีเพียงดวงตาคู่สีแดงที่สาดประกายออกมา หาก
ผู้ใดกล้าที่จะมองมันย่อมทำให้ผู้นั้นเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
โอวหยางเฉินซิ่วกำหมัดทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน และมีเปลวเพลิงสีม่วง
ลุกโหมขึ้น มันคล้ายกับหอกกระดูกเพลิงม่วงที่โอวหยางกวางเคยใช้ก่อน
หน้านี้
“เกิดอันใดขึ้น? ท่าผู้นำแผนกโอวหยางมิได้ใช้กระบี่เช่นนั้นหรือ?”
บริเวณเกาะโดยรอบ เหล่าศิษย์ของแผนกลงทัณฑ์ต่างกล่าวออกมา
ด้วยความประหลาดใจ พวกเขาต่างก็ใช้กระบี่กันหมด หากเป็นผู้ใช้กระบี่
มาใช้มือเปล่า พลังการต่อสู้ก็ย่อมตกลงอย่างมาก
หากให้กล่าว โอวหยางเฉินซิ่วนั้นยังคงเกรงกลัวเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ในเมื่อเขารู้ว่าตนนั้นไม่อาจทีจะสังหารหลินหมิงเพราะมันจะนำหายนะมา
สู่ตนและตระกูลได้ เขาจึงมิได้ใช่กระบี่แต่ใช้เพียงหมัดและดัชนีกระบี่
เพียงเท่านั้น
และหากเขาสามารถเอาชนะหลินหมิงได้อย่างง่ายดายโดยมิต้องใช้
กระบี่ เขาก็ยังจะได้รับชื่อเสียงอีกด้วย จะไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกล่าวว่าผู้
อาวุโสรังแกผู้เยาว์ได้ แต่กลับกันผู้คนจะกล่าวว่าเขานั้นมีความแข็งแกร่งที่
ล้ำลึก
โอวหยางเฉินซิ่ววางแผนเอาไว้เช่นนี้ หากเขาเอาชนะด้วยกระบวน
ท่าที่รุนแรงเกินไป เขาจะไม่เหลือชื่อเสียงใดต่อให้ชนะก็ตาม
บนเกาะโดยรอบอีกแห่ง ศิษย์แผนกลงทัณฑ์จ้องมองอย่างว่างเปล่า
ไปยังผู้ที่กล่าวออกมา “เจ้าจะรู้อันใดกัน ผู้นำแผนกนั้นออมมือให้กับ
หลินหมิงต่างหาก นี่คือความเมตตาของท่าน แม้จะอยู่ในสถานการณ์
เช่นนี้ เขาก็ยังออมมือไว้ ข้าหวังเพียงแค่ว่าหลินหมิงจะรู้ตัวว่าจะกระทำ
เช่นไรจึงจะดีที่สุดและรู้สำนึกในความเมตตานี้ มิเช่นนั้นท่านผู้นำแผนก
จะต้องสอนบทเรียนที่แสนเจ็บปวดให้กับเขาแน่”
“เป็นเช่นนี้เอง! ท่านผู้นำแผนกยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง”
เหล่าศิษย์ระดับต่ำช่วยไม่ได้ที่จะสรรเสริญผู้นำแผนกของตน ภายใน
แผนกลงทันณ์มีเพียงผู้เดียวที่สามารถฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ จนถึงขีดจำกัดซึ่งก็คือขั้นที่ 7 สำหรับเหล่าศิษย์แผนกลงทัณฑ์
โอวหยางเฉินซิ่วก็มิต่างกับเทพเท่าใดนัก
“ท่านจะไม่ชักกระบี่ออกมาเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงกล่าวถามด้วย
รอยยิ้ม
โอวหยางเฉินซิ่วเค้นเสียง ถึงแม้เขาจะมิได้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกับ
แผนกกระบี่ แต่เพียงแค่ดัชนีกระบี่ของเขาก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน หาก
หลินหมิงคิดว่าเขานั้นมิได้ใช้กระบี่เพราะมิต้องการให้เกิดเรื่องใหญ่
เช่นนั้นเขาก็จะต้องเสียใจ
หมื่นเงาดัชนี!
โอวหยางเฉินซิ่วสะบัดนิ้วของตน ลำแสงเปลวเพลิงสีม่วงหลายพัน
สายพุ่งออกไปจากมือของเขาราวกับพายุฝนม่วงที่โหมกระหน่ำ
หลินหมิงกระชับหอก ทั่วร่างของเขาเกิดเสียงแตกออกมา เขาได้ใช้
เรียกใช้ปราณแท้ 30% ที่อยู่ภายในไขกระดูก
หมื่นเปลวเพลิงผลาญปฐพี!
วูซซซซ!
เพลิงที่ราวกับภูเขาไฟปะทุพุ่งออกมา สายลมที่เกิดขึ้นสยายเส้นผม
ของหลินหมิง เมื่อพลังทั้งสองเข้าปะทะกัน ก็ได้เกิดเสียง ‘ซู่วว ซู่วว ซู่วว’
เพลิงทั้งสองได้ระเบิดและทำลายกันและกันอย่างต่อเนื่อง เกิดระเบิดขึ้น
ในอากาศอย่างต่อเนื่อง!
ดัชนีกระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่วพุ่งออกไปมันเฉียบคมจนเกิดเสียง
หวีดหวิวขึ้นในอากาศ หลินหมิงยืนเผชิญหน้ากับพลังนี้ และปราณแท้ใน
ไขกระดูก 50% ของเขาปะทุออกมา เกิดความน่าเกรงขามของหอกที่ไร้
เทียมทานแผ่ออกมา!
ดัชนีกระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่วที่พุ่งเข้ามาถูกทำลายโดยเพลิงที่
รุนแรงที่ยังคงระเบิดไม่หยุดหย่อน
“หืม” โอวหยางเฉินซิ่วคิ้วขมวด พื้นที่บริเวณที่พลังทั้งสองปะทะกัน
กลายเป็นรุนแรงมากขึ้น!
ซู่ว!
ปราณแท้สีครามปะทุออกมา หอกของหลินหมิงสะท้าน ปรากฏร่าง
เงามังกรสีครามขึ้นที่ด้านหลังของเขา หอกของเขาพุ่งไปยังร่างของโอวห
ยางเฉินซิ่ว
เกิดระเบิดราวกับสายฟ้ากระหน่ำเมื่อหอกปะทะเข้ากับออร่าที่
ครอบคลุมร่าง
พลังของหอกปะทุอออกมา เส้นใยปราณสั่นสะเทือนกระจายออก
โดยรอบ โอวหยางเฉินซิ่วรู้สึกในทันที่ว่าอากาศโดยรอบของตนมี
บางอย่าง มันคือแรงสั่นสะเทือนมหาศาลและออร่าของเขาบิดเบี้ยว
ภายใต้แรงกดดันนี้
ขณะที่โอวหยางเฉินซิ่วเห็นปลายหอกกำลังจะแทงเข้าที่ร่างของเขา
สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที เขาจึงรีบสะบัดมือ จากนั้นก็มีแสง
วาววับสีแดงเข้มปรากฏขึ้นในมือ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปลักษณ์กระบี่ที่ยาวถึง 4
ก้าว
เคล้งง!
กระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่วฟันไปยังปลายหอกของหลินหมิง! เมื่อ
กระบี่และหอกปะทะกัน กระบี่ย่อมเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเสมอ!
หลินหมิงมุมยกขึ้นด้วยความเจ้าเล่ห์ พร้อมเปิดใช้งานความ
แข็งแกร่งทั้งหมดของขั้นผสานไขกระดูก!
พลังที่รุนแรงของสายฟ้าและเพลิงผสานเข้ากับปราณแท้จากไข
กระดูกทั้งหมด ปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟ
เคล้งง!
หอกและกระบี่ที่ปะทะกันโอวหยางเฉินซิ่วรู้สึกได้ราวกับว่ากระบี่ของ
ตนปะทะกับขุนเขา พลังงานที่ผันผวนและบ้าคลั่งทะลวงเข้าไปในร่างกาย
ของเขา ทำให้โลหิตหยุดนิ่ง ร่างกายสั่นสะท้าน และกระเด็นลอยขึ้นไปใน
อากาศด้วยศักยภาพหอกอันทรงพลังของหลินหมิงที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
การโจมตีของหลินหมิงนั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แต่โอวหยางเฉินซิ่วก็
หลบออกไปได้เร็วอย่างยิ่งเช่นกัน สำหรับผู้ที่รับชมนั้น มันดูเหมือนว่า
หอกของหลินหมิงอัดกระแทกโอวหยางเฉินซิ่วอย่างเต็มที่จนลอยกระเด็น
ออกไป!
อีกครั้งที่หอกของหลินหมิงพุ่งตามโอวหยางเฉินซิ่วที่ลอยอยู่กลาง
อากาศ ดวงตาแดงก่ำของโอวหยางเฉินซิ่วเบิกกว้างขึ้น
ฮ่าาาา –
“จงออกมา!”
โอวหยางเฉินซิ่วตะโกนเสียงดังออกมา และเปลวเพลิงสีม่วงก็ได้ปะทุ
ออกมาจากร่างของเขา นี่เป็นการปลดปล่อยพลังเต็มที่ของผู้เชี่ยวชาญที่
อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้า ภายใต้พลังอันรุนแรงที่
ปลดปล่อยออกมานี้ ทำให้ความได้เปรียบของหลินหมิงหมดไป!
ขณะที่หลินหมิงบินไปในอากาศ เขาก็ได้หยุดลง จากนั้นร่อนลงไป
บนพื้นด้วยปลายเท้าราวกับขนนก หอกของเขายังคงชี้ไปยังโอวหยางเฉิน
ซิ่วที่อยู่บนท้องฟ้า
เหล่าผู้ชมต่างเงียบงัน และเหล่าศิษย์แผนกลงทัณฑ์ที่เคยยกย่อง
โอวหยางเฉินซิ่วหุบปากเงียบเช่นกัน
โอวหยางเฉินซิ่วถูกหอกอัดจนลอยกระเด็นออกไป!
“ความแข็งแกร่งของหลินหมิงนั้นเทียบเท่ากับโอวหยางเฉินซิ่วเช่น
นั้นหรือ?”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งจากสำนักระดับ 2 กล่าวออกมา ถึงแม้จะดูเหมือนว่า
หลินหมิงจะสามารถกดดันโอวหยางเฉินซิ่วได้ด้วยการโจมตีของเขา ความ
จริงคือโอวหยางเฉินซิ่วยังมิได้ใช้อาวุธออกมา และยังออมมืออยู่ ดังนั้น
ผลลัพธ์จึงกลายเป็นเช่นนี้ และเป็นเหตุผลว่าสำหรับผู้อาวุโสจากสำนัก
ระดับ 2 มันดูเหมือนว่าหลินหมิงนั้นมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าโอวหยาง
เฉินซิ่ว
“มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน? ท่านผู้นำแผนกคงใช้พลังเพียงแค่ครึ่ง
เดียวในการโจมตีเมื่อครู่!” ศิษย์แผนกลงทัณฑ์เถียงหัวชนฝา เพราะใน
สายตาของพวกเขา โอวหยางเฉินซิ่วนั้นเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน “รอดู
ท่านผู้นำแผนกใช้พลังขั้นที่ 7 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’
ก่อนเถอะ มันเป็นสิ่งที่มิอาจต้านทาน เจ้าเด็กหลินหมิงนั่นย่อมไม่อาจ
ต้านทานมันได้แน่!”
“หึ! มิต้องกล่าวถึงหลินหมิง แม้แต่ต่อให้เจียงหวูจี้มาที่นี่ด้วยตนเองก็
ยังต้องเกิดความกลัว 3 ใน 10 ส่วนเป็นแน่!”
ศิษย์แผนกลงทัณฑ์กลั้นหายใจขณะที่กล่าวออกมา แต่ดูเหมือนว่า
ศิษย์ของสำนักระดับ 2 คนอื่นๆจะมิเชื่อเช่นนั้น เพราะพวกเขาก็สามารถ
เห็นได้ด้วยตาตนเองว่าสิ่งใดเกิดขึ้นกันแน่
ในตอนนี้บนจัตุรัส หลินหมิงนั้นให้ความรู้สึกราวกับมหาสมุทรที่ทรง
พลังและลึกล้ำ บางทีพลังขั้นที่ 7 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ ของโอวหยางเฉินซิ่วอาจจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ผู้ใดจะรู้บ้างว่า
หลินหมิงยังจะมีไพ่ตายอันใดซ่อนเอาไว้อีกหรือไม่?
ในเมื่อเขานั้นมั่นใจและมุ่งหน้ามาที่หุบเจ็ดแก่นแท้เพื่อเอาชีวิตของ
โอวหยางปั่วเยี่ยน แสดงว่าเขาต้องคำนวณความแข็งแกร่งของตนเอาไว้
แล้ว!
โอวหยางเฉินซิ่วละอายใจลึกๆ ก่อนหน้านี้ที่เขาได้ใช้กระบี่ดัชนี
ออกไป แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะกดดันหลินหมิงได้ในกระบวนท่าแรก แต่
กลับถูกกดดันโดยหลินหมิงเสียเอง
ความแข็งแกร่งของเจ้าเด็กนี่เทียบเท่ากับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
ปลายที่มีระดับต้นๆ บางทีมันอาจจะ…
ขณะที่โอวหยางเฉินซิ่วคิดได้เช่นนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
นั่นมันเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ที่
อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าเช่นนั้นหรือ?
เขาไม่อาจที่จะยอมรับข้อสรุปของตนได้ ระดับการบ่มเพาะของเขา
นั้นอยู่ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้า หากเจ้าเด็กขั้นปราณต้นฟ้า
ช่วงปลายมีความแข็งแกร่งเท่ากับเขา เช่นนั้นมันก็เป็นเรื่องน่าละอาย
เกินไป! เขาจึงไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้!
หากกล่าวถึงว่าหลินหมิงนั้นแข็งแกร่งเพียงใด มันก็สามารถที่จะดูได้
จากกลุ่มของโอวหยางกวาง เห็นได้ชัดว่า เขายังซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้
อยู่อีก!
โอวหยางเฉินซิ่วดวงตาสาดประกายขณะที่จ้องมองหลินหมิง ก่อน
หน้านี้ เขาได้กล่าวเอาไว้ 3 กระบวนท่า หากสามารถรับได้ เขาจะไม่ติด
ใจเรื่องในคราวนี้อีกไม่ว่าหลินหมิงจะอยู่หรือตาย แต่ในตอนนี้ เขาไม่
แม้แต่จะทำอันใดหลินหมิงได้แม้แต่ปลายผมด้วยซ้ำหลังจากผ่านมา 3
กระบวนท่า ยังถูกบังคับให้ต้องถอยอีกด้วย เขาได้เสียหน้าอย่างเต็มๆ
เจ้าเด็กนี่!
โอวหยางเฉินซิ่วดวงตากลายเป็นเย็นชา เขายื่นกระบี่ออกมาแล้ว
ตะโกนเสียงดัง เกิดเสียงหวีดหวิว กระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่วราวกับมีชีวิต
ด้วยเปลวเพลิงสีม่วงลุกโหมขึ้น ครู่ต่อมาเปลวเพลิงม่วงได้หดตัวลงแนบ
กับตัวกระบี่ ซึ่งกลายเป็นชั้นผลึกสีม่วง ซึ่งในตอนนี้มันดูราวกับกระบี่ผลึก
เพลิงม่วง
“นั่นมัน ผลึกเพลิงม่วงผันแปร!” ศิษย์แผนกลงทัณฑ์ตะโกนออกมา
จากเกาะโดยรอบ
ผลึกเพลิงม่วงผันแปรเป็นทักษะพิเศษที่มีอยู่เพียงแค่ใน ขั้นที่ 7 ของ
‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ เมื่อผู้ใดฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะ
ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ถึงขั้นที่ 7 พวกเขาจะมีความเยาว์วัยมากกว่าเดิม
และปราณหยางของพวกเขาก็จะมิหายไป ถึงแม้มันมิอาจที่จะเพิ่มอายุขัย
ให้กับคนผู้นั้นเกินกว่าระดับการบ่มของที่มีอยู่ได้ เพียงแค่ความจริงที่ว่า
ปราณหยางมิได้หายไปก็ยอดเยี่ยมมากแล้วสำหรับศิษย์ของแผนกลง
ทัณฑ์ทั้งหลาย
ปัจจุบัน ภายในทั่วทั้งแผนกลงทัณฑ์ มีเพียงโอวหยางเฉินซิ่วที่สามา
รถฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ จนไปถึงจุดสูงสุดได้ นี่คือ
เหตุผลที่ว่าโอวหยางเฉินซิ่วถึงยังดูคล้ายชายวัยกลางคนเท่านั้นทั้งที่อายุ
300-400 ปีไปแล้ว
“ท่านผู้นำแผนกได้ใช้ผลึกเพลิงม่วงผันแปรจากขั้นที่ 7 ของ ‘เคล็ด
บ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ออกมาแล้ว”
เมื่อกระบี่ผลึกเพลิงม่วงนี้ปรากฏออกมา ศิษย์ของแผนกลงทัณฑ์เกิด
ความภูมิใจและมีความสุข เมื่อโอวหยางเฉินซิ่วได้ถูกหลินหมิงอัดกระเด็น
ออกมาในตอนนั้น พวกเขาแทบจะหมดหวังไปแล้ว
“ฮ่าฮ่า ในที่สุดท่านผู้นำแผนกก็ได้เอาจริงเสียที!”
“มาดูกันว่าเจ้าเด็กนั่นจะสามารถรับมือจากผลึกเพลิงม่วงผันแปร
อย่างไร!”
โอวหยางเฉินซิ่วได้ใช้พลังขั้นที่ 7 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ มันหมายความว่าเขามิได้ออมมืออีกต่อไป
หลินหมิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะที่มองไปยังกระบี่ผลึกเพลิงม่วงในมือ
โอวหยางเฉินซิ่ว เขาสามารถที่จะมองเห็นถึงผลึกเพลิงม่วง ปราณหยิน
ทมิฬได้หายไป และกลับกลายเป็นปราณหยินที่บริสุทธิ์แทน
ขั้นที่ 7 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ สามารถที่จะทำ
ให้ปราณหยินทมิฬกลับกลายเป็นปราณหยินธรรมชาติได้เช่นนั้นหรือ?
เคล็ดบ่มเพาะเช่นนี้ก็มีข้อดีเช่นกัน”
หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วงในมือ เตรียมพร้อมที่จะ
เผชิญหน้ากับทุกสิ่งในการต่อสู้ ก่อนหน้านี้เขาได้เก็บซ่อนพละกำลังเอาไว้
ให้มากที่สุด ทั้งหมดก็เพื่อเวลานี้นั่นเอง หลินหมิงนั้นมีพลังมากก็จริง แต่
มันไม่อาจที่จะคงอยู่ได้นานนัก ในที่ท้ายที่สุด ปัญหาเช่นนี้ก็เกิดขึ้นจาก
ระดับการบ่มเพาะของเขาที่ไม่สูงพอนั้นเอง ขนาดมีทั้งปราณแท้ใน
ตันเถียนและไขกระดูก ก็ยังมีปริมาณน้อยกว่าผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ปลายขอบ
จุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าอยู่ดี แต่เขาก็มั่นใจว่าตนเองอยู่ในสภาพที่ดี
ที่สุดในการเผชิญหน้ากับโอวหยางเฉินซิ่ว
แสงสีม่วงรวมตัวที่กระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่ว กระบี่สาดรัศมีแสงสี
ม่วงออกมาพร้อมทั้งมีเสียงโหยหวนออกมาเช่นกัน บนร่างของโอวหยาง
เฉินซิ่ว ลำแสงสีม่วงนับสิบพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงเหล่านั้นถูกควบคุม
และกระตุ้นโดยกระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่ว พวกมันพุ่งลงไปยังหลินหมิง
เสียงดูราวกับจะหายไป กระบี่นี้ได้สร้างสิ่งที่ใกล้เคียงกับ ‘ศักยภาพ
ขึ้น’ กระบี่ที่แปลกประหลาดนี้ได้ดูดกลืนเสียงทั้งหมดไปจากทุกทิศทาง
มันได้แตะไปยังขอบอันลึกซึ้งของวิถี!
“ช่างเป็นกระบี่ที่น่าหวาดกลัวยิ่ง โอวหยางเฉินซิ่วผู้นี้มิได้ฝึกฝนเพียง
‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ แต่ยังฝึกฝนกระบี่และมีความเข้าใจ
ที่ลึกซึ้งในกระบี่อีกด้วย ข้าสงสัยอย่างยิ่งว่าหลินหมิงจะรับมือกับมัน
เช่นใด! บนศาลาริมทะเลสาบ เหล่าผู้นำตระกูลนักสู้ที่มีสายตาดีกว่ากล่าว
ออกมา”
เผชิญหน้ากับพลังเต็มพิกัดของโอวหยางเฉินซิ่ว สีหน้าของหลินหมิง
ก็ยังสงบเช่นเคย เขาได้โคจรปราณแท้ภายในร่างจนถึงขีดสุด
ในขั้นต่างๆของนักสู้ ยิ่งผู้ใดมีระดับการบ่มเพาะที่สูง ความแตกต่างก็
จะมีมากเท่านั้น เมื่อหลินหมิงอยู่ในขั้นผสานชีพจร ความแข็งแกร่งของ
เขาก็เทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม
เขานั้นมิได้ไร้เดียงสาถึงขนาดที่คิดว่าหลังจากที่ระดับการบ่มเพาะเพิ่ม
ขึ้นมาอีกพลังของเขาคงจะเทียบเท่ากับปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
เผชิญหน้ากับพลังเต็มพิกัดของโอวหยางเฉินซิ่วเช่นนี้ หลินหมิงมิได้
ประมาทเลยสักนิด
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
หลังจากที่ได้รับประสบการณ์มากมายภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์มาเกือบปี พลังที่มาจากการทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ 2 ของปราณเทพ
ทรราชคลั่งก็ได้ปะทุออกมา!