Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 424 น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่ปราณเทพทรราชคลั่งของหลินหมิงได้เปิดออก หลินหมิงก็ราว
กับเป็นปีศาจที่ขึ้นมาจากอเวจี ความแข็งแกร่งของเขาปะทุออกมา
ทั้งหมด
เขากระชับหอกแน่น พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนและเริ่มแตกออกราว
กับใยแมงมุม จากนั้นเขาก็กวัดแกว่งหอก พื้นหินอ่อนจำนวนมากม้วนขึ้น
ราวกับเสื่อ ฝุ่นและหินลอยขึ้นและกลายเป็นวังวนหินที่รุนแรงรอบตัวเขา
หากมีนักสู้ที่อ่อนแอโดนอัดด้วยหินเหล่านี้ ย่อมเกิดรูเลือดขึ้นที่ร่างของ
พวกเขาอย่างแน่นอน
หลังจากที่ออร่าของปราณเทพทรราชคลั่งขั้นที่ 2 ปะทุออกมา เหล่า
ผู้ชม รวมถึงผู้อาวุโสที่อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้า ก็ยังรู้สึก
กดดันอย่างรุนแรง พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากโคจรปราณแท้ขึ้นมา
เพื่อต้านทาน
โอวหยางเฉินซิ่วสะบัดกระบี่ผลึกเพลิงม่วง ที่ปลายของกระบี่ ผลึก
เพลิงม่วงยื่นยาวออกไปถึง 9 ก้าวจากเดิมที่ยาวเพียง 4 ก้าวเท่านั้น!
“ตาย!”
โอวหยางเฉินซิ่วฟันกระบี่ออกไป!
เคล้งง!
ปราณกระบี่และหอกแสงปะทะกัน เกิดเป็นพายุปราณแท้ที่น่า
หวาดกลัวขึ้น
มันได้ทำลายพื้นดิน เศษดินและหินกระเด็นลอยสูงขึ้นไปในอากาศ
และมันยังทำให้เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นในทะเลสาบซึ่งราวกับว่ามันอยู่ท่ามกลาง
พายุในทะเล ภายใต้พลังที่รุนแรงเหล่านี้ หลินหมิงกระเด็ดออกไปราวกับ
ใบไม้ท่ามกลางพายุ
ฟรุป ฟรุป ฟรุป!
หลินหมิงถูกพัดออกไปอยู่เหนือทะเลสาบ ขณะที่กำลังร่อนลง หลินห
มิงก็ได้สะบัดแขนเสื้อ และเกิดสาบลมเย็นก่อตัวขึ้นรอบตัวของเขา พยุง
ร่างกายของเขาให้ลอยอยู่ในอากาศอย่างมั่นคง หลินหมิงค่อยๆสงบ
ตนเองลงได้
แรงกระแทกที่รุนแรงของคลื่นพายุปราณแท้เมื่อครู่นั้นทำให้เขาหน้า
ซีด และโลหิตไหลออกมาที่มุมปากของเขาเล็กน้อย
การระเบิดพลังของเขารุนแรงอย่างยิ่ง แต่เนื่องด้วยระดับการบ่ม
เพาะที่ห่างกันมาก ไม่ว่าอย่างไร พื้นฐานของเขาก็ด้อยกว่า ปราณแท้ใน
ไขกระดูกของหลินหมิงที่ปลดปล่อยออกมานั้นไม่เป็นอันใด แต่เพียงแค่
เส้นชีพจรในร่างของเขาไม่อาจที่จะทนต่อแรงปะทะที่รุนแรงมหาศาลได้
จึงทำให้เขาบาดเจ็บ
โอวหยางเฉินซิ่วถูกกระแทกออกไปหลายสิบก้าวด้วยคลื่นกระแทก
ของปราณแท้เช่นกัน แม้เขาจะเห็นหลินหมิงบาดเจ็บ เขาก็ได้ถอนหายใจ
เล็กน้อย อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้กล่าวออกมา เขาก็ได้หรี่ตา
ลงทันที
มีแสงสีม่วง-แดงพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ออร่าที่
น่าหวาดกลัวที่มันปลดปล่อยออกมาราวกับอสรพิษพุ่งฉกมาที่ร่างของ
โอวหยางเฉินซิ่ว!
“หืม?”
โอวหยางเฉินซิ่วรีบใช้กระบี่ฟันออกไปในทันที อย่างไรก็ตาม เขายัง
รวบรวมพลังได้เพียงบางส่วนและยังไม่อาจฟื้นฟูได้มากพอ ด้วยปราณแท้
ภายในร่างที่ยังปั่นป่วนอยู่ จึงไม่อาจที่จะสวนกลับไปได้อย่างเต็มที่
เมื่อกระบี่ไม่อาจต้านทานลำแสงม่วง-แดงขนาดเล็กได้ มันจึงพุ่งเข้า
เสียบร่างของโอวหยางเฉินซิ่วและทำให้โลหิตของเขาพุ่งออกมาราวกับ
น้ำพุ!
ในตอนนั้นเอง โอวหยางเฉินซิ่วรู้สึกราวกับว่าปราณโลหิตภายในร่าง
ของตนทั้งหมดไหลมายังลำแสงนี้
“อ๊ากกกก!”
โอวหยางเฉินซิ่วดวงตาเบิกกว้าง เขาตะโกนออกมาและชกไปที่ร่าง
ของตน พลังของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ขั้นที่ 7 ปะทุ
ออกมา และในที่สุดเขาก็สามารถที่จะดันลำแสงแดง-ม่วงออกมาได้
ผุด!
แสงสีแดงหายไปกลายเป็นเข็มเหล็กยาว 3 นิ้ว มันมีรูปสลักของ
มังกรและอสรพิษพันรอบ และพุ่งกลับมายังมือของหลินหมิง จมหายเข้า
ไปในปลายนิ้วของเขาโดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ!
ร่างของโอวหยางเฉินซิ่วเปื้อนไปด้วยโลหิตและหน้าของเขาซีดเผือด
ดวงตาของเขาราวกับสัตว์อสูรดุร้ายที่จ้องไปยังหลินหมิงและเต็มไปด้วย
ความเกลียดชังในแววตา
ช่างเป็นเข็มเหล็กที่น่าหวาดกลัวอันใดเช่นนี้! ไม่เพียงแค่มันจะ
สามารถทะลวงพายุปราณแท้มาได้ โดยที่ไม่ถูกทำลายและยังทะลวงเข้า
ไปในร่างของโอวหยางเฉินซิ่วอีกด้วย ทำให้เขาบาดเจ็บหนัก และมันยังได้
เอาปราณโลหิตจำนวนหนึ่งของเขาไปอีกด้วย
สำหรับนักสู้นั้นปราณโลหิตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ถึงแม้โอวหยางเฉิน
ซิ่วจะมิได้วางแผนว่าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เลยในชีวิตนี้
เขาก็ยังห่วงชีวิตของตนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ปราณโลหิตนั้นส่งผลกับพลังชีวิต
อย่างยิ่ง ในตอนนี้เขาได้เสียปราณโลหิตไปส่วนน้อย มันก็หมายความว่า
อายุขัยของเขาหายไปหลายปี!
“โอวหยางเฉินซิ่วบาดเจ็บ!”
“และดูท่าจะสาหัสด้วย!”
“ข้ามิอยากที่จะเชื่อเลยว่าผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดขั้น
ปราณปลายฟ้าจะได้รับบาดเจ็บโดยรุ่นเยาว์ และยังถูกเอาปราณโลหิต
ส่วนหนึ่งไปด้วย”
เหล่าศิษย์ที่อยู่โดยรอบของเกาะที่ได้สังเกตการต่อสู้ด้วยตาของพวก
เขาเองต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสงสัยตามๆกัน สำหรับ
นักสู้ที่มาจากสำนักระดับ 2 โอวหยางเฉินซิ่วนั้นเป็นถึงตัวตนระดับสูงที่
คอยควบคุมหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ถึงแม้ในอาณาเขตหุบเขาเจ็ดแก่นแท้จะมีเพียงปรมาจารย์ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้เพียงผู้เดียว อาจกล่าวได้ว่าปีศาจชราตนนั้นมาถึงช่วงสุดท้าย
ของชีวิตแล้ว มีข่าวลือบางอย่างว่าเขาได้จากไปเพื่อปิดด่านฝึกตนทำการ
ยืดอายุของตนออกไป เมื่อเป็นเช่นนั้นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ผู้
นั้นจึงมิได้สนใจเรื่องภายนอกอีก ในจิตใจของเหล่านักสู้ โอวหยางเฉินซิ่
วจึงราวกับเป็นตัวแทนที่สูงส่งของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ในขณะนี้
แต่ในตอนนี้ โอวหยางเฉินซิ่วกลับได้รับบาดเจ็บโดยรุ่นเยาว์ผู้นึง!
หากหลินหมิงแข็งแกร่งอย่างประหลาดถึงเพียงนี้ทั้งที่ยังอยู่เพียงขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลาย จะเกิดอันใดขึ้นเมื่อเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ปลาย
ขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าได้เล่า?
เหล่าศิษย์แผนกลงทัณฑ์ต่างพากันเงียบงัน พวกเขามองไปยังหลินห
มิง และรู้สึกถึงความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งภายในจิตใจของพวกเขา
นี่มันน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เข็มเหล็กเมื่อครู่มันคือสิ่งใดกัน? ก่อน
หน้านี้ ทุกคนต่างได้เห็นลำแสงพุ่งเข้าเสียบโอวหยางเฉินซิ่ว แต่ในเวลานั้น
พวกเขาไม่สามารถมองได้ทัน พวกเขารู้เพียงว่ามันน่าจะเป็นเพียงอาวุธ
ลับธรรมดา เพราะนักสู้บางคนมีอาวุธลับเช่นเข็มเพื่อลอบโจมตี แต่การ
ลอบโจมตีนั้นมิได้มีศักดิ์ศรีเท่าใดนัก ซึ่งมักจะถูกเหล่านักสู้ผู้อื่นดูหมิ่น
ในตอนนี้ดูเหมือนสิ่งที่พวกเขาเคยคิดนั้นผิดมหันต์ เพราะอาวุธนี้
สามารถที่จะเข้าไปในร่างของนักสู้หรือแม้แต่ผสานกับร่างของนักสู้
เช่นนั้นมันก็มีเพียงคำอธิบายเดียว และนั้นคือเข็มเหล็กนี้เป็นรูปลักษณ์
ของพลังงานบริสุทธิ์
“มันเกิดอันใดขึ้น? เหตุใดเขาจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้!?”
นักสู้หลายคนที่นี่มีความรู้อย่างจำกัด พวกเขามิเคยเห็นจิตวิญญาณ
สายฟ้า จึงมิได้รู้จักว่าเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์นี้คือสิ่งใด
หลินหมิงสัมผัสไปยังเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์อย่างนุ่มนวล เพราะว่า
มันเพิ่งดูดซับปราณโลหิตของโอวหยางเฉินซิ่ว อสรพิษสายฟ้าสีแดง
กลายเป็นมีชีวิตชีวามากขึ้น นี่เป็นเพราะความน่าหวาดกลัวที่อยู่เบื้องหลัง
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง เมื่อใดที่มันทะลวงเข้าไปในร่าง มันก็
จะดูดซับปราณโลหิตของผู้นั้นในทันที นอกจากว่าจะสามารถเอามัน
ออกมาได้อย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้นก็จะสูญเสียปราณโลหิตไปจนหมดสิ้น
โชคร้ายที่ โอวหยางเฉินซิ่วมีระดับการบ่มเพาะที่สูง และทำให้เขา
สามารถที่จะหยุดเข็มเหล็กปีศาจศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้น
หากมันยังอยู่ในร่างของเขานานกว่านี้ โอวหยางเฉินซิ่วจะต้องสูญเสีย
อย่างมากเป็นแน่
ไกลออกไป โอวหยางเฉินซิ่วจ้องมองมายังหลินหมิง ดวงตาของเขา
เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงอย่างถึงที่สุด!
“หลินหมิง! ข้าได้ออมมือให้เจ้าเท่าที่ทำได้แล้ว แต่เจ้ากลับมาทำให้
ข้าต้องสูญเสียปราณโลหิตเช่นนั้นหรือ!?”
“ออมมือให้ข้าหรือ? ท่านทำเช่นนั้นด้วยหรือ?” หลินหมิงกล่าวถาม
อย่างเย้ยหยัน โอวหยางเฉินซิ่วได้ใช้พลังของ ‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ ขั้นที่ 7 และหากเขามิได้เปิดใช้ปราณเทพททราชคลั่ง เช่นนั้น
เขาคงไม่อาจที่จะต้านทานเอาไว้ได้อย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้น หลินหมิงก็ได้อาศัยการป้องกันและการฟื้นฟูที่น่าทึ่งจาก
ขั้นผสานไขกระดูกของเขาเพื่อที่จะลดความเสียหายลงนั่นเอง เขา
คาดการณ์เอาไว้ว่าตราบใดที่โอวหยางเฉินซิ่วยังไม่สามารถที่จะฟื้นฟูได้
อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเขา เขาคงไม่อาจที่จะป้องกันการลอบโจมตีของ
เขาได้ มิเช่นนั้น หลินหมิงคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอนจากการ
ปะทะเมื่อครู่
“หลินหมิงผู้นี้หยิ่งยโสเกินไปแล้ว!”
รอบๆจัตุรัส ศิษย์แผนกลงทัณฑ์ต่างกำหมัดแน่น หลินหมิงนั้นมิได้
เห็นแผนกลงทัณฑ์ของพวกเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
“ดี! ดีมาก!” โอวหยางเฉินซิ่วเดือดพล่านด้วยความโกรธ
“ซู่ววว–!”
เพลิงม่วงล้อมรอบโอวหยางเฉินซิ่วอย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้น มิเพียง
แค่กระบี่ของเขา แต่ทั่วทั้งร่างของเขายังห่อหุ้มไปด้วยผลึกเพลิงม่วงอีก
ด้วย
สิ่งที่เรียกว่าการให้รับมือ 3 กระบวนท่าของโอวหยางเฉินซิ่วที่เคย
กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้นั้นไม่มีอีกแล้ว ในตอนนี้เขามีความตั้งใจเพียงอย่าง
เดียวคือทำให้หลินหมิงบาดเจ็บสาหัส มิเช่นนั้น เขาคงจะมิสามารถปล่อย
วางความเกลียดชังในครั้งนี้ไปได้
“ตาย!”
โอวหยางเฉินซิ่วฟันกระบี่ออกไป พื้นที่โดยรอบหลินหมิงกลายเป็น
บีบรัดจากแรงกดดันที่ทรงพลัง
หลินหมิงยังสงบเช่นเคย หอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขาราวกับ
แส้ที่หวดออกไปอย่างรุนแรง เป็นเพราะมันมีความเร็วอย่างยิ่ง แม้แต่ด้าม
หอกยังต้องแบนออก หัวหอกแหวกผ่าอากาศ เกิดเป็นเสียงดังเสียดแก้วหู
ขึ้น
เคล้งง!
หอกและกระบี่ปะทะกัน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลไปไหลผ่านกระบี่
เข้าไปยังร่างของโอวหยางเฉินซิ่ว ทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้าน
“เจ้าเด็กนี้มีการโจมตีที่แปลกประหลาดยิ่ง!”
โอวหยางเฉินซิ่วประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้น พลังของ
แรงสั่นสะเทือนนี้จะแปลก แต่มันก็แทบจะสลายไปหมดแล้วเมื่อมาสู่ร่าง
ของเขา
การปะทะกันของทั้งสองกลายเป็นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หอกแสงและ
ปราณกระบี่พัวพันกันและกัน หอกของหลินหมิงนั้นผสานกับวิถีแห่งลม
เงาของหอกก็ได้ผสานเข้ากับสายลม สายลมเองก็ได้กลายเป็นหอก
ครอบคลุมทุกที่ไร้ช่องโหว่!
บึมม บึมม บึมม!
คลื่นปราณแท้มหาศาลที่เกิดขึ้นหมุนวนก่อตัวเป็นพายุขนาดยักษ์
ทำลายผืนดินจนพินาศ น้ำในทะเลสาบโดยรอบที่ได้รับผลกระทบเองก็ก่อ
ตัวขึ้นเป็นเสาน้ำขนาดใหญ่จำนวนมากพุ่งขึ้นไปในอากาศ มองดูราวกับมี
น้ำพุอยู่บนท้องฟ้า และค่อยๆถูกดูดเข้าหาพายุบนเกาะหลัก
เหล่านักสู้ที่อยู่โดยรอบต่างทำได้เพียงมองดูอย่างช่วยไม่ได้ด้วยความ
ตกใจ เผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้มิต้องกล่าวถึงการรับ
การโจมตีเหล่านั้นแม้เพียงกระบวนท่า เพียงแค่เดินเข้าไปไม่กี่ก้าว พวก
เขาก็คงจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆด้วยคลื่นพายุปราณแท้ที่รุนแรงและตกตาย
ในทันที!
เพลิงโลหิตฟาดฟัน!
ขณะที่โอวหยางเฉินซิ่วฟันกระบี่ออกไป ออร่าของเขาก็เปลี่ยนไป
ในทันที ทั่วร่างของเขากลายเป็นห่อหุ้มด้วยหมอกโลหิต ราวกับมีคลื่น
โลหิตแผ่ออกมาจากเขา การโจมตีนี้ทำให้เกิดพายุทอนาโดปราณแท้กวาด
ผ่านพื้นหินอ่อนจนแตกออก
แครกก แครกก แครกก!
ขณะที่ทอนาโดกำลังกวาดผ่านมุ่งมาทางหลินหมิง มันก็ได้ปะทะเข้า
กับคลื่นปราณแท้ที่หลินหมิงปลดปล่อยออกมา จนเกิดระเบิดขึ้นใน
อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงสีขาวจากหินอ่อนที่แหลกละเอียด
หลินหมิงได้พุ่งหอกออกไป เขาจะต้องรับการโจมตีนี้เอาไว้ให้ได้และ
จบการต่อสู้ภายในไม่กี่ลมหายใจ มิเช่นนั้น พลังของปราณเทพทรราชคลั่ง
จะหมดลงไปเสียก่อน!
“เจ้าต้องการที่จะแลกกันบาดเจ็บหรือ? ฝันไปเถอะ!”
กระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่วกลายเป็นเร็วยิ่งขึ้น ความเร็วในการโจมตี
ของเขารวดเร็วกว่าหลินหมิง!
กระบี่ฟันลงมายังร่างของหลินหมิง ในตอนนี้ เป็นเพราะว่าเขาได้
สูญเสียปราณโลหิต โอวหยางเฉินซิ่วจึงกลายเป็นบ้าคลั่งและโจมตีไร้
รูปแบบ
เคล้ง!
หอกและกระบี่ปะทะกัน ปราณกระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่วส่วนใหญ่
ถูกป้องกันไว้ได้โดยหอกของหลินหมิง อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางส่วนที่
หลินหมิงไม่อาจป้องกันได้ และมันได้ฉีกชุดของเขาออก และแม้กระทั่ง
โดนเข้ากับร่างของเขาจนมีโลหิตไหลออกมา
โอวหยางเฉินซิ่วยิ้มยังไม่ทันได้นานก่อนสีหน้าของเขาจะกลายเป็น
แข็งค้าง หลินหมิงนั้นมิได้สนใจการบาดเจ็บของตนเลย และยังคงพุ่งหอก
มายังโอวหยางเฉินซิ่ว
“อะไรกัน? เขามิได้เป็นอันใดเลยหรือ!?”
โอวหยางเฉินซิ่วมิได้เหลือที่ให้หลบหลังจากที่เขาได้ใช้กระบวนท่า
ออกไป หอกแห่งดาวหางม่วงของหลินหมิงนั้นราวกับเป็นใบมีดประหารที่
พุ่งมายังเขา เขาถูกกระแทกโดยหอกอย่างรุนแรงลอยกระเด็นออกไป!
ปังง!
โอวหยางเฉินซิ่วตกลงไปบนพื้น พื้นที่แตกระแหงอยู่แล้วก็มีรอยแตก
เพิ่มขึ้นมาอีก ปากของเขาเต็มไปด้วยโลหิต ซี่โครงหักไปหลายซี่ อวัยวะ
ภายในได้รับบาดเจ็บ สีหน้าของเขาซีด ตามตัวมีบาดแผลเต็มไปหมด การ
ต่อสู้ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนั้นรุนแรงเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้!
เหล่านักสู้ต่างมึนงงจนโง่งม หลินหมิงได้ใช้ตัวของเขาเองรับการ
โจมตีจากปราณกระบี่ของโอวหยางเฉินซิ่ว? และจากนั้นก็โจมตีสวน
กลับไปเช่นนั้นหรือ?
เพียงหอกเดียวก็ส่งโอวหยางเฉินซิ่วลอยกระเด็นไปกองบนพื้น โอวห
ยางเฉินซิ่วนั้นเป็นตัวตนระดับใดกัน? แต่กลับต้องมาถูกรุ่นเยาว์ผู้นึงกระ
ทำเช่นนี้ การต่อสู้ระดับนี้น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
สภาพของหลินหมิงในตอนนี้ก็ไม่ถือว่าดีกว่ากันมากนัก เขาได้พึ่งพา
ความสามารถในการป้องกันที่ทรงพลังของขั้นผสานไขกระดูกที่สำเร็จไป
65% เพื่อต้านทานปราณประบี่ของโอวหยางเฉินซิ่ว แต่เส้นชีพจรของเขา
ได้รับบาดเจ็บหลายจุด และทั่วร่างก็เปื้อนไปด้วยโลหิต ปราณเทพทรราช
คลั่งของเขาสามารถที่จะอยู่ได้เพียงแค่ 10 ลมหายใจ!
เมื่อเห็นโอวหยางเฉินซิ่วลุกขึ้น หลินหมิงก็กัดฟันแน่น และพุ่งออกไป
จิตวิญญาณสายฟ้าและปราณอัคคีของเขาเชื่อมต่อกันบนปลายหอก
ในทันที
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
ดวงตาทั้งคู่ของโอวหยางเฉินซิ่วแดงก่ำ เขาจับกระบี่ด้วยสองมือ
ผลึกเพลิงม่วงทั้งหมดได้หล่อหลอมเป็นใบมีดของกระบี่ พลังขีดสุดของ
‘เคล็ดบ่มเพาะทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ขั้นที่เจ็ดแปรเปลี่ยนเป็นพลังให้กับ
กระบี่ ฟันไปยังหลินหมิงที่กำลังพุ่งเข้ามา!
ปัง!!!
ในตอนนั้นเอง มันราวกับเกิดดวงอาทิตย์โลหิตเกิดขึ้นในกลางจัตุรัส
ร่างของโอวหยางเฉินซิ่วราวกับเป็นว่าวที่ขาดสายป่านลอยกระเด็น
ออกไป…