Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 425 หินที่ถูกย้อมด้วยโลหิต
ปัง!!!
โอวหยางเฉินซิ่วล้มลงในกองเศษซากหิน ทำให้ฝุ่นคลุ้งกระจาย
ขณะที่แสงจากการระเบิดกำลังจางลง คลื่นกระแทกปราณแท้เริ่ม
เบาบางลง ทะเลสาบเงียบสงบ และแม้แต่กลุ่มคลื่นที่ปั่นป่วนก็เริ่มสงบลง
อีกครั้ง บนเกาะหลัก สิ่งก่อสร้างทุกอย่างล้วนถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ราว
กับเป็นเศษหิน มันไม่เหลืออะไรแล้วนอกจากซากปรักหักพัง!
แปะ!
โลหิตสีแดงสดหยดลงมาจากปลายหอกแห่งดาวหางม่วง ขณะที่
โลหิตหยดลงซากปรักหักพัง มันก็แตกสลาย ในพื้นที่ซึ่งเงียบสงบ เสียง
ของมันชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง
หลินหมิงยืนอยู่ภายในซากปรักหักพังเหล่านั้น ทั่วทั้งร่างของเขาถูก
ย้อมไปด้วยโลหิต ส่วนหนึ่งเป็นโลหิตของโอวหยางเฉินซิ่ว และส่วนหนึ่งก็
เป็นโลหิตของตัวเขาเอง
ในเวลานี้ หลินหมิงนั้นราวกับเทพสังหารที่คลืบคลานออกมาจาก
สนามรบของอาชูร่า เหล่านักสู้ที่มองไปยังหลินหมิงต่างมีประกายแสง
แห่งความหวาดกลัวปรากฏอยู่ในดวงตาของพวกเขา แม้กระทั่งผู้อยู่ปลาย
ขอบจุดสูงสุดขั้นปราณปลายฟ้าเช่นโอวหยางเฉินซิ่วที่ออกมาหยุดหลินห
มิง เขาก็ยังถูกทุบตีจนปางตาย!
โอวหยางหมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ต่อหน้าตัวตนเช่นหลินห
มิง เขาก็ราวเป็นอัมพาตโดยสมบูรณ์ แม้กระทั่งหลิวเซวียนผู้เติบโตภายใต้
รัศมีของการเป็นอัจฉริยะ ก็ยังมีความรู้สึกที่ซับซ้อนปรากฏอยู่บนใบหน้า
ของเขา เขาได้รู้แล้วว่า ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า’ ในโลกนี้ ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่ง
เพียงไร มันก็ยังมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาเสมอ ไม่มีผู้ใดยอมรับได้ว่าพวกเขา
คือ ‘กบในบ่อ’(ของไทย‘กบในกะลา’) แต่บัดนี้พวกเขาไม่มีทางเลือก
นอกจากต้องรับรู้โลกภายนอกบ่อ เขาได้ค้นพบว่าโลกภายนอกของบ่อนั้น
กว้างใหญ่และไร้ขีดจำกัดยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้
โอวหยางเฉินซิ่วนอนกองอยู่บนเกาะหลักที่พังทลาย ร่างกาย
ครึ่งหนึ่งของเขานั้นอยู่ในหินที่ถูกทำลาย โอวหยางเฉินซิ่วได้หมดสติไป
นานแล้ว หากเทียบกับหลินหมิงผู้โชกโลหิตที่ยืนอยู่ข้างเขา มันเป็นภาพที่
ส่งผลกระทบอย่างมากต่อทุกคนที่เห็นภาพนี้
ทั้งภาพที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้คนอย่างมากนี้และจิตสังหารที่น่า
กลัว ซึ่งเต็มไปในอากาศอย่างหนาแน่น ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างไม่กล้า
แม้กระทั่งส่งเสียงแม้แต่น้อย
ทั่วทั้งสนามต่างตกอยู่ภายใต้ความเงียบซึ่งเข้าปกคลุม ออร่าอัน
เกรี้ยวกราดนี้หนาแน่นจนราวกับจะสามารถเห็นได้ด้วยตา
แปะ!
แปะ!
โลหิตที่หยดลงสู่ซากปรักหักพัง หยดแล้ว หยดเล่า ขณะที่โลหิตหยด
ลง มันก็ก่อให้เกิดดอกไม้โลหิตบานบนหินที่ถูกทำลายเหล่านั้น
ร่างของหลินหมิงส่ายไปมา 2 ครั้ง
เปล้ง!
หอกแห่งดาวหางม่วงกระแทกกับพื้น หลินหมิงพยุงตัวเขาด้วยหอก
ในที่สุดก็สามารถยืนได้อย่างมั่นคง แม้ว่าเขาจะใช้ปราณแท้ไปมากเกินไป
และเขายังบาดเจ็บสาหัสมาก เขาก็ยังสามารถยืนได้อย่างมั่นคง
“เขาถึงขีดจำกัดแล้ว!” โอวหยางปั่วซวีขมวดคิ้วขณะที่จ้องไปยัง
หลินหมิงอย่างโล่งใจในที่สุด
‘ไม่ว่าเจ้าจะน่ากลัวเพียงไร เมื่อเจ้าถึงขีดจำกัด มันก็ไม่มีอันใดต้อง
กลัวเจ้า!’
“5 ผู้อาวุโสแห่งแผนกลงทันฑ์ร่วมกันโจมตีเขา และแม้กระทั่งโอวห
ยางเฉินซิ่วก็ยังร่วมสู้กับเขาเช่นกัน มันคงจะเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ที่เขายัง
ยืนอยู่ในจุดนี้ได้ แต่บัดนี้ ไม่มีอันใดต้องกลัวเขาแล้ว!” โอวหยางกวาง
กล่าวกับผู้อาวุโสคนอื่นๆที่อยู่บนเกาะหลักด้วยปราณแท้กระแสเสียง
สำหรับทุกคนที่อยู่ที่นี่ มันแน่นอนอยู่แล้วที่หลินหมิงได้มาถึงจุดจบของ
เขา
หลินหมิงชูหอกแห่งดาวหางม่วงขึ้นและเริ่มเดินไปหาโอวหยาง
ปั่วเยี่ยนอย่างช้าๆ ปลายหอกของเขาก็เริ่มเปล่งประกายแสงอันเยือกเย็น
ขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน น้องชายของโอวหยางปั่วเยี่ยน โอวหยางปั่วซวีก็
กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเขา
“อันใดกัน? เจ้าเด็กนี่กำลังจะฆ่าพี่ชายของข้างั้นหรือ? สมองของเขา
คงเต็มไปด้วยน้ำสินะ? เขาคงรนหาที่ตายอย่างแท้จริง!”
ด้วยกระบี่ในมือของเขา ดวงตาของโอวหยางปั่วซวีก็เต็มไปด้วยจิต
สังหาร เขาหวังว่าเขาจะสามารถฆ่าหลินหมิงได้ในทันที แต่ในสถานการณ์
เช่นนี้ เขาไม่มีความกล้าพอที่จะทำมัน
“หลินหมิง! ถ้าเจ้าเดินเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง ข้าจะฆ่าเจ้า!” โอวหยาง
ปั่วซวีตะโกนออกไปด้วยความดื้อดึง
เขาได้โคจรปราณแท้ทั่วทั้งร่างของเขาจนถึงขีดสุด และข้างๆของเขา
แม้กระทั่งโอวหยางกวางก็ยังดึงกระบี่ยาวของเขาออกมาอีกครั้ง และ
เตรียมพร้อมที่จะสู้ทุกเมื่อ
ใบหน้าของหลินหมิงนั้นไร้อารมณ์ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินอันใดทั้งสิ้น
เขายังคงเดินไปช้าๆและโซเซไปหาโอวหยางปั่วเยี่ยน
มุมปากของโอวหยางปั่วซวีกระตุก โอวหยางกวางกล่าว “ปั่วซวี
พวกเราทั้ง 3 จะโจมตีพร้อมกัน แม้ว่าพวกเราจะมิอาจฆ่าเขาได้ อย่าง
น้อยพวกเราก็คงทำให้เขาบาดเจ็บและสร้างความเสียหายกับปราณโลหิต
และเส้นชีพจรของเขาได้ แม้ว่าเราจะทำเช่นนั้น เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็คง
มิพูดอันใด อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเป็นผู้โจมตีก่อน และเขายังทำร้ายปั่ว
เยี่ยนกับปราณโลหิตของท่านผู้นำแผนก ถ้าหากเราสร้างความเสียหายกับ
ปราณโลหิตและเส้นชีพจรของเขาบ้าง เช่นนั้นมันก็คงเป็นเรื่องที่เป็น
ธรรมแล้ว มันคงจะไม่มีเหตุผลที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะลงโทษพวกเรา!”
“ใช่แล้ว ในเวลานี้เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้พวกเราร่วมกัน
เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่จะต่อต้านดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ พวกเขา
คงไม่กล้าข่มเหงเราเช่นนั้นหรอก มิเช่นนั้น หากเสียพันธมิตรไปเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์คงจะสูญเสียไปอย่างมาก เราจะสร้างความเสียหายกับ
ปราณโลหิตของหลินหมิงในวันนี้ และให้เขาชดใช้กับการที่เขา
อาละวาด!”
โอวหยางปั่วซวียิ้มอย่างชั่วร้าย ‘หลินหมิงผู้นี้ช่างเป็นผู้โง่เขลาที่
สำคัญตนเองผิด เขาได้รับบาดเจ็บจนมีสภาพน่าสังเวชเช่นนี้ยังกล้าที่จะ
พยายามฆ่าพี่ชายของข้าอีก ถ้าเขาฉลาดพอและมีความเคารพบ้าง เขาคง
จะหยุดตรงนี้และข้าคงจะไม่ต้องทำร้ายเขา แต่บัดนี้ เขาสมควรตาย!’
“ไป!”
โอวหยางกวางให้สัญญาณด้วยเสียงดัง โอวหยางปั่วซวีก็นำหน้าไป
พุ่งออกไป กระบี่ของเขาฟันไปยังแขนขวาของหลินหมิง
“ก่อนอื่น ข้าขอรับแขนของเจ้าไปก่อน!”
มุมปากของโอวหยางปั่วซวียกขึ้นด้วยความชั่วร้ายและกระบี่ยาวของ
เขาส่งเสียง หลินหมิงเดินสะดุดขาตัวเอง แต่ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
กระบี่นี้เต็มไปด้วยพลังเต็มที่ของโอวหยางปั่วซวี! ถ้าหากแขนของ
หลินหมิงถูกตัด เขาก็ยังคงสามารถต่อมันได้ แต่จุดที่ได้รับความเสียหายก็
ยังไม่หายดีแน่นอน
“หลินหมิง!”
ด้านหลังหลินหมิง ฉินซิงเซวียนกรีดร้องขณะที่นางเอามือปิดปาก
แม้กระทั่งฉินจื่อหยายังหน้าซีด ทันใดนั้นพิณที่อยู่ในแหวนมิติของเขาก็
ปรากฏในมือของเขา แต่ฉินจื่อหยานั้นเป็นเพียงแค่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
ต้นเท่านั้น การจะต่อต้านศิษย์พี่ขั้นปราณปลายฟ้าทั้ง 3 และแม้กระทั่ง
ปราณปลายฟ้าช่วงกลางอย่างโอวหยางกวาง ฉินจื่อหยาก็ย่อมมีขีดจำกัด
ในสิ่งที่เขาสามารถทำได้!
ผู้คนนับพันที่อยู่รอบๆต่างเบิกตากว้าง สำหรับโอวหยางปั่วซวี การที่
เขาจะเอาเปรียบคนที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ ช่างน่ารังเกียจอย่างแท้จริง แต่
มันก็เป็นโอกาสอันดีที่สุดที่เขามี หลินหมิงนั้นราวกับตะเกียงที่น้ำมันเหือด
แห้งแล้ว แล้วเขาจะป้องกันมันได้เช่นไร?
“ตาย!”
กระบี่ยาวของโอวหยางปั่วซวีฟาดฟันลง แล้วเปลวเพลิงสีม่วงสดใสก็
ห่อหุ้มมัน
ในชั่วพริบตานั้น ดวงตาของหลินหมิงก็หดลงในทันที ทันใดนั้น
สัญลักษณ์เปลวเพลิงฟีนิกซ์ที่อยู่ระหว่างคิ้วของเขาก็ลุกโหมด้วยเปลว
เพลิง!
สายโลหิตฟีนิกซ์ที่แท้จริง เพลิงอมฤตคืนชีพ!
“วี๊ดดด!”
มีเสียงฟีนิกซ์ร้องดังออกมา ก้องไปถึงสวรรค์ ที่บริเวณระหว่างคิ้ว
ของหลินหมิงนั้นมีเปลวเพลิงอันแข็งแกร่งกำลังปะทุออกมา สายโลหิต
ฟีนิกซ์ที่แท้จริงโคจรไปทั่วทั้งร่างของหลินหมิง ทำให้โลหิตของเขาเดือด
พล่าน
ฟีนิกซ์นั้นเป็นอมตะ และสายเลือดก็เป็นเช่นเดียวกัน มันสามารถที่
จะอาบเพลิงอมฤตได้ และมันมีผลคืนชีพแม้กระทั่งกำลังอยู่ปากเหวแห่ง
ความตาย!
โดยปกติ เมื่อนักสู้ได้ผลาญปราณโลหิต พวกเขาก็จะได้พลังอัน
แข็งแกร่งเป็นสิ่งตอบแทน แต่เมื่อใดที่ปราณโลหิตถูกผลาญไป มันจะ
หายไปตลอดกาลเช่นกัน!
อย่างไรก็ตาม สายเลือดฟีนิกซ์ที่แท้จริงนั้นต่างออกไป – มันสามารถ
ฟื้นคืนจากเถ้าถ่านได้ แม้ว่าจะถูกเผา มันก็ยังคงอยู่และไม่ลดลงแม้แต่
น้อย!
นี่มันเป็นผลของโลหิตของฟีนิกซ์ที่แท้จริง มันมีพลังที่จะท้าทาย
สวรรค์ได้ด้วยตัวมันเอง!
หลังจากที่โลหิตฟีนิกซ์ที่แท้จริงโคจรในร่างของหลินหมิง บาดแผล
กว่าครึ่งบนร่างของเขาก็ถูกรักษาในชั่วพริบตา ส่วนปราณแท้ของเขาที่
เกือบจะหมดนั้น ด้วยการเผาไหม้ของโลหิตฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มันก็เริ่ม
ทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
สายตาของหลินหมิงนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา เหมือนดั่งดวงดารา
แห่งเก้าสวรรค์ที่เงียบงัน ความเย็นชาจากสายตาของเขาทะลวงเข้าไปยัง
หัวใจของผู้ที่มองมา
ขณะที่สายตาหลินหมิงสบเข้ากับโอวหยางปั่วซวี โอวหยาวปั่วซวีก็
แข็งค้างไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกจ้องมองโดย
สัตว์ประหลาดแห่งความวิบัติ และความหวาดเสียวได้เข้าครอบงำเขา
และมีลางสังหรณ์ถึงความรู้สึกน่าขนลุกที่เกาะกุมหัวใจเขา แต่…
มันสายไปเสียแล้ว!
หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขา แล้วเพลิง
อุกกาบาตถล่มปฐพีก็เริ่มโหมกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรง ภายใต้พรแห่ง
โลหิตฟีนิกซ์ที่แท้จริง เปลวเพลิงก็เริ่มกลายเป็นสีม่วงเข้มที่มีชีวิตชีวา!
“ตายซะ!”
ด้วยคำกล่าวที่แสนเย็นชาของหลินหมิงนั้นราวกับสายลมเย็นเยือกที่
ออกมาจากขุมนรกไร้ที่สิ้นสุด หอกของเขาก็พุ่งออกไป เปลวเพลิงกู่ร้อง
และอากาศก็สั่นสะท้าน!
ประกายแสงเปลวเพลิงก่อตัวเป็นรูปลักษณ์ฟีนิกซ์ พุ่งตรงไปยังโอวห
ยางปั่วซวี!
“ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า!”
มันเป็นท่าสังหารที่น่าตกตะลึงที่หลินหมิงได้เรียนรู้มันจากขั้นที่ 3
ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ภายในดินแดน
เร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มันอาจจะด้อยกว่า ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลาย
ล้าง’ แต่มันก็ยังมากพอที่จะใช้สู้กับเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้า
ช่วงต้นอย่างโอวหยางปั่วซวี!
“อันใดกัน!? เป็นไปได้เช่นไร!??”
หลินหมิงที่ราวกับคนที่กำลังจะตาย อยู่ๆก็ระเบิดพลังอย่างเกรี้ยว
กราด ขณะที่โอวหยางปั่วซวีได้เห็นมันด้วยตาเขาเอง ความตื่นตระหนกก็
ครอบงำทันที เขามิอาจเชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าได้ แต่ในช่วงเวลา
วิกฤตเช่นนี้ โอวหยางปั่วซวีไม่มีเวลาที่จะคิดถึงเหตุผลเบื้องหลังของมัน
ขณะที่เปลวเพลิงกวาดผ่านมายังเขา สีหน้าของโอวหยางปั่วซวีก็
เปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์ เขาตะโกนเสียงดังและฟันกระบี่ใส่เปลวเพลิง
ฟีนิกซ์!
วูซซซ!
มันเป็นเพียงชั่วครู่ แต่เปลวเพลิงสีม่วงบนกระบี่ของโอวหยางปั่วซวีก็
ถูกกลืนโดยสมบูรณ์โดยเพลิงฟีนิกซ์ แล้วเพลิงฟีนิกซ์นั้นก็พุ่งมายังโอวห
ยางปั่วซวีต่อ
“อันใดกัน!?”
ขณะที่โอวหยางปั่วซวีได้เป็นพยานเห็นเปลวเพลิงฟีนิกซ์ที่กลืนเปลว
เพลิงของเขา เขารู้สึกราวกับว่าเขาจะเป็นบ้า เขาจึงรีบโคจรปราณแท้
ป้องกันทั่วทั้งร่างของเขาจนถึงขีดจำกัดในทันที!
ซี่ ซี่ ซี่!
มันมีเพียงเสียงของบางสิ่งที่กำลังแตก เหมือนกับโลหะที่หลอม
ละลายถูกเทบนน้ำแข็ง ปราณแท้ป้องกันร่างของโอวหยางปั่วซวีละลาย
ในทันที และเปลวเพลิงก็เริ่มครอบคลุมเขา และห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้
โอวหยางปั่วซวีได้กรีดร้องอย่างน่าอนาถออกมา
ในขณะเดียวกัน หลินหมิงก็แทงหอกของเขาใส่ตันเถียนของโอวห
ยางปั่วซวีและบิดมัน ขณะที่ตันเถียนของโอวหยางปั่วซวีถูกทำลาย เขาก็
ตายคาที่ในทันที
นักสู้โดยรอบต่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีผู้ใดตอบสนองทันต่อสิ่งที่
เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
หลินหมิง ผู้ที่ใช้พลังของเขาหมดไปแล้วกลับระเบิดพลังออกมาอย่าง
ฉับพลันและสังหารโอวหยางปั่วซวีในทันทีหรือ?
แหวนมิติของหลินหมิงเปล่งประกายวาบ และศพของโอวหยางปั่วซวี
ก็ถูกมันดูดเข้าไป แหวนมิติของโอวหยางปั่วซวีนั้นไม่สามารถใส่เข้าไปใน
แหวนมิติได้ ดังนั้นหลินหมิงจึงเก็บมันไว้กับตัวเขา
เพียงแค่หอกเดียวก็ฆ่าโอวหยางปั่วซวีได้แล้ว ในเวลานี้ โอวหยาง
กวางและผู้อาวุโสคนอื่นต่างอยู่ครึ่งทางถึงหลินหมิง และพวกเขาก็กระตุก
ในทันทีขณะที่เห็นฉากอันน่าสะพรึงกลัวนี้ แรงจูงใจของพวกเขาสลายไป
ในทันที
หลินหมิงไม่ได้หยุด ดวงตาของเขาเปล่งประกายไปด้วยแสงเย็นชา
และเดินไปข้างหน้าขณะที่พุ่งหอกไปยังโอวหยางกวาง!
โอวหยางกวางนั้นสูญเสียปราณแท้ไปปริมาณมากแล้วจากการต่อสู้
ก่อนหน้าของเขา และยังได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าเขาจะอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้น
ปราณปลายฟ้าช่วงกลาง และความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้นั้นอยู่ใน
ระดับต่ำสุดของขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ บัดนี้ เขาได้ตระหนักถึงความ
น่าสะพรึงและรุนแรงของจิตสังหารของหลินหมิงนั้นเป็นเช่นไร หอกนี้
ของเขาไม่มียั้งมือ แต่มันคือการโจมตีเอาชีวิตอย่างแท้จริง!
ถ้าหากเขามิอาจป้องกันมันได้ เขาย่อมตายอย่างแน่นอน!
ในทันใดนั้น โอวหยางกวางก็รู้สึกกลัวจนหลั่งเหงื่อเย็นเต็มหลังของ
เขา
จากนั้นก็มีประกายแสงสีม่วงสว่างวาบข้างเขา ผู้อาวุโสแผนกลง
ทัณฑ์ผู้ที่ร่วมโจมตีพร้อมกับเขาได้ทอดทิ้งทุกสิ่งและหนีไปแล้ว!
เหล่าศิษย์แผนกลงทัณฑ์ไม่เคยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่จะทำ
เช่นนั้น พวกเขานั้นให้ความสำคัญกับชีวิตของพวกเขาเป็นอันดับแรกก่อน
ขณะที่ผู้อาวุโสเห็นหลินหมิงเล็งเป้าหมายไปยังโอวหยางกวาง เขาก็หนี
ในทันที หากเทียบกับชีวิตของเขาแล้ว เกียรติยศเหล่านั้นก็ช่างไร้ค่า
“บิดามันเถอะ!”
ดวงตาของโอวหยางกวางเบิกกว้าง อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่มีทางเลือก
นอกจากต้องเผชิญหน้ากับหอกของหลินหมิง!
“เจ้าทำเกินไปแล้ว!”
ศักยภาพกระบี่ของโอวหยางกวางเปลี่ยนไป จากล่างสู่บน เขาตวัด
กระบี่ใส่หอกแห่งดาวหางม่วงของหลินหมิง อย่างไรก็ตาม ขณะที่กระบี่
ของเขากำลังจะปะทะกับหอก เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังสั่นสะเทือนแปลกๆที่
กระจายสู่ร่างของเขาจากหอก แขนของเขาสั่น
โอวหยางกวางตกตะลึง ในเวลานี้ ปลายหอกที่แหลมคมพร้อมเปลว
เพลิงได้พุ่งไป!
เปล้ง!
กระบี่ของโอวหยางกวางฟาดฟันลงมาใส่เปลวเพลิงสีม่วงของหอก
แห่งดาวหางม่วง อย่างไรก็ตาม เศษเสี้ยวของ ‘เพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี’
กระจายไปยังร่างของโอวหยางกวางอย่างเงียบๆ…
ฟรุป –
‘เพลิงอุกกาบาตถล่มปฐพี’ นั้นราวกับอสรพิษที่ทะลวงเข้าไปในร่าง
ของโอวหยางกวาง…