Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 427 เปลี่ยนโองการสวรรค์
เจ้าหน้าที่ต่างพากันมองไปยังต้นเสียง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไป
ด้วยความประหลาดใจขณะที่มองเห็นขันทีอ้วนที่ดูราวกับลูกชิ้นเนื้อเข้า
มายังห้องโถงหลัก
หลังจากที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนไปยังตนเอง ขันทีอ้วนก็ดู
เหมือนจะรู้สึกตัวและมองไปยังทุกคนขณะที่รายงานออกมาอย่างมี
ความสุข
เขากระแอม จากนั้นก็กล่าวออกมาว่า “องค์จักรพรรดิ! ฤกษ์งาม
ยามดีของสัญญาณแห่งสวรรค์ได้มาถึง! มีฟีนิกซ์ปรากฏขึ้น!”
“หืม? ฟีนิกซ์?” หยางเฉินตกตะลึง และจากนั้นก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ที่มีความสุข “จริงหรือ?”
ขณะที่หยางเฉินกล่าวถาม มันก็ได้มีเสียงฟีนิกซ์ดังก้องออกมาเหนือ
ศีรษะของเขา เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างพากันแหงนมองด้วยความตกตะลึง
หรือว่าจะเป็น? ฟีนิกซ์กำลังบินอยู่เหนือพวกเราไปจริงหรือ?
ทุกคนต่างก็รีบวิ่งออกมาจากห้องโถงหลัก ไม่กล้าที่จะเชื่อหากมิได้
เห็นด้วยตาของตนเอง ขณะที่ออกมา พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบเห็น
ฟีนิกซ์ขนาดใหญ่และมีปีกที่สยายยาวถึง 100 ก้าว บินอยู่กลางอากาศ
บนหลังของมันมีร่างเงา 2 ตัวตนอมตะ
หยางเฉินกลายเป็นร่าเริง เขานั้นได้แย่งชิงบัลลังก์มา บังคับให้บิดา
ของตนสละบัลลังก์ และยังจับกุมพี่ชายของตนมาคุมขัง ไม่มีสิ่งใดเลยที่
เป็นเรื่องน่าสรรเสริญ แต่ในตอนนี้ได้มีฟีนิกซ์ที่น่าเกรงขามปรากฏ นี้จึง
เป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้กู้ชื่อเสียงของตนมา
ขณะที่เขากำลังจะคารวะร่างเงา 2 ตัวตนอมตะที่อยูบนหลังของ
ฟีนิกซ์และแนะนำตนเอง รอยยิ้มที่เคยเจิดจ้าบนหน้าของเขาก็ได้แข็งค้าง
ไปในทันที
ขณะเขาได้มองเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวด้านบนหลังฟีนิกซ์ชัดเจน
ขึ้น ใบหน้าของหยางเฉินเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและกลายเป็น
หวาดกลัวขึ้นมา!
“หลินหมิง! ฉินซิงเซวียน!”
หลินหมิงเคลื่อนไหว เหยียบอยู่บนสายลมและร่อนลงมาอย่างช้าๆ
ออร่าแผ่ออกมาจากร่างของเขา บวกกับฟีนิกซ์ที่ด้านหลังของเขาที่ส่อง
แสงเพลิงอันงดงาม ช่างเป็นภาพที่ตระการตาอย่างแท้จริง หลายคนช่วย
ไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงเพื่อคารวะ
หยางเฉินหวาดหวั่นว่าจะเป็นจริง แต่ในตอนนี้ มันกลับกลายเป็น
ความจริง มันเป็นไปได้อย่างไรกัน? มิใช่ว่าหลินหมิงตายไปแล้วเช่นนั้น
หรือ?
“หลิน… ท่านท่าน…” หยางเฉินตะกุกตะกัก “ท่าน… ยังมีชีวิตอยู่ ข้า
ดีใจเหลือเกินที่ได้… เห็นท่าน… อีกครั้ง….”
ทั่วร่างของหยางเฉินหลั่งเหงื่อเย็น เพียงแค่ไม่กี่คำ เหงื่อก็ไหลลงบน
ปลายนิ้วของเขาแล้ว
นอกจากหยางเฉินก็มีเพียงเจ้าหน้าที่อีกไม่กี่คนเท่านั้นที่จดจำหลินห
มิงได้จากงานเลี้ยงเมื่อนานมาแล้ว เมื่อตอนที่ได้แสดงให้เห็นถึงทักษะที่
ทรงพลัง ถึงพวกเขาจะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรลิขิตฟ้า พวกเขาก็
ยังได้ยินข่าวลือของหลินหมิง ดังนั้นจึงเข้าใจดีว่า สถานะของหลินหมิงนั้น
สูงส่งเพียงใด!
หลินหมิงมองอย่างเย้ยหยันไปยังหยางเฉิน “ตื่นเต้นหรือ?” หยาง
เฉิน แล้วเหตุใดข้าจึงเห็นเจ้ากำลังสั่นอยู่เล่า?
คำกล่าวของหลินหมิงทำให้ทุกคนที่นี่ตกตะลึง เหล่าคนส่วนใหญ่ที่นี่
มิได้รู้จักหน้าตาของหลินหมิง สำหรับพวกเขา โลกของหลินหมิงนั้น
ห่างไกลเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ ในจิตใจของพวกเขา จักรพรรดิคือผู้ที่
อยู่เหนือทุกสิ่ง เป็นตัวตนที่มิอาจแตะต้อง
แล้วผู้นี้คือใครกัน? เขาถึงได้กล่าวเรียกชื่อเต็มของจักรพรรดิ และ
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิกำลังหวาดกลัวเขาอยู่ด้วย!
หลังจากที่หยางเฉินได้ขึ้นครองบัลลังก์ เขาได้ทำการล้างระบบและ
เจ้าของเดิมไปหลายคน ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ปลอดภัยในตำแหน่งของตน
แม้แต่ผู้ที่เต็มไปด้วยชื่อเสียงราวกับตำนานเช่นผู้บัญชาการฉินเสี่ยวก็ยัง
ถูกกักบริเวณไว้ในบ้านของตน แล้วผู้ใดกันจะกล้าต่อต้านหยางเฉิน? เพียง
แค่ไม่กี่คำของหยางเฉิน หัวของทุกคนในตระกูลอาจที่จะต้องหลุดจากบ่า
เมื่อใดก็ได้!
แล้วจักรพรรดิผู้ที่ไร้หัวใจและเลือดเย็นที่แสนจะน่าหวาดกลัวผู้นี้
กลับมาสั่นจนเหงื่อตกได้อย่างไร?
“ท่านหลิน… ข้าขอร้อง ไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะสารภาพทุกอย่าง เจ้า
สำนักเจ็ดแก่นแท้คนใหม่นั้นหลอกใช้ข้า และโอวหยางปั่วเยี่ยนนั้นบังคับ
ให้ข้าทำเช่นนี้ ข้าสามารถที่จะเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดต่อท่านได้ ข้า
สามารถที่จะขึ้นให้การเอาผิดโอวหยางปั่วเยี่ยนได้หากท่านได้ให้โอกาสข้า
ทำเช่นนั้น…” หยางเฉินกล่าวด้วยการใช้กระแสเสียงปราณแท้ ในปีนี้
ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นเข้าสู่ขั้นกล้ามเนื้อผันแปร จึงสามารถส่ง
กระแสเสียงปราณแท้ได้
หลินหมิงเค้นเสียง “โอวหยาวปั่วเยี่ยนถูกข้าสังหารไปแล้ว หากเจ้า
ต้องการที่จะขึ้นให้การเขา เช่นนั้นเจ้าก็อาจที่จะไปทำมันในนรก!”
“อะ… อะไรกัน” หยางเฉินตะกุกตะกักด้วยความมึนงง โอวหยางปั่ว
เยี่ยนได้ถูกสังหารโดนหลินหมิง!?
ฉึบ!
แสงสีครามสาดประกายออกมา และสีหน้าของหยางเฉินแข็งค้าง
ด้วยความงุนงง เส้นสายปราณแท้สีครามเสียบเข้าไปยังหัวใจของเขา
โดยตรง และระเบิดมันออก หยางเฉินก็ได้ตกตายในทันที
ฟรุป!
หยางเฉินล้มคว่ำลงบนพื้น หลังจากที่หัวใจของเขาระเบิดออก โลหิต
ก็ไหลออกมาจากปากและจมูกของเขา
“องค์จักรพรรดิ… องค์จักรพรรดิ!” ขันทีวัยกลางคนหวาดกลัวเป็น
อย่างยิ่งจนใบหน้าขาวซีด
หลังจากที่หยางเฉินจู่ๆก็ตกตายลง พระราชวังจึงกลายเป็นปั่นป่วน
ทุกคนต่างก็เกิดความหวาดกลัว คุกเข่าขอร้องด้วยแขนขาที่สั่นเครือ
เหล่าเจ้าหน้าที่ราวกับว่าได้สูญเสียจิตวิญญาณไป เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ
จักรพรรดิของพวกเขาก็ได้ถูกสังหารต่อหน้าต่อตา!
เหล่าเจ้าหน้าที่บางคนที่รู้เรื่องบางอย่างก็ทำเพียงแค่เงียบไว้ พวกเขา
เข้าใจอย่างนึง นั้นก็คือโองการสวรรค์ได้เปลี่ยนไป
หยางหลินจะได้มารับตำแหน่งจักรพรรดิที่ว่างอยู่นี้ และฉินเสี่ยวก็จะ
ได้กลับมาดำรงตำแหน่งที่ทรงอำนาจเช่นเดิม เหล่าผู้ที่เคยสนับสนุนหยาง
เฉินก็จะถูกกวาดล้างและบางทีทั้งครอบครัวของพวกเขาก็อาจถูกสังหาร
จนหมดสิ้น
นี่คือความโหดร้ายของการต่อสู้เพื่ออำนาจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของ
พลังที่ไม่อาจต่อต้าน อำนาจอันใดก็ไร้ผล
หลังจากที่หลินหมิงได้สังหาร หยางเฉิน เขามิได้สนใจที่จะกล่าวสิ่งใด
ในความสับสนของฝูงชนที่เกิดขึ้นในพระราชวังแห่งนี้ เขาก็โดดกลับขึ้นไป
บนเจ้าประกายเพลิง และบินมุ่งไปยังสำนักเจ็ดแก่นแท้ในทันที
สำนักเจ็ดแก่นแท้ตั้งอยู่ที่หุบเขาโจวของเมืองลิขิตฟ้าซึ่งห่างออกไป
10 ลี้ แต่สำหรับวิหคเพลิงนั้นใช้เวลาเพียงแค่อึดใจ!
เมื่อเขาปลดปล่อยจิตสัมผัสออกไป หลินหมิงก็สามารถที่จะหาที่อยู่
ของเจ้าสำนักคนใหม่เจอในทันทีและหยางเฉินได้บอกกับเขาเอาไว้ก่อนที่
จะตกตายไป ทั่วทั้งสำนัก มีเพียงเขาคนเดียวที่มีระดับการบ่มเพาะครึ่ง
ก้าวสู่ปราณปลายฟ้า
ครึนนน!
ห้องโถงหลักสั่นสะเทือน ชายสวมชุดคลุมซึ่งกำลังฝึกฝนอยู่ก็ได้ตื่น
ตระหนกในทันที เข้าจึงรีบออกไปจากห้อง!
“ผู้ใดกัน?” กล้าที่จะมาบุกรุกสำนักเจ็ดแก่นแท้ของข้า? ชายสวมชุด
คลุมกล่าวออกมาด้วยความโกรธ จากนั้น เขาก็ต้องแข็งค้างในทันทีเมื่อ
มองเห็นวิหคเพลิงขนาดใหญ่และมีคน 2 คนยืนอยู่บนหลังของมัน
หลินหมิง! ฉินซิงเซวียน!
ไม่เพียงแค่เขาที่เห็นหลินหมิง แต่เหล่าศิษย์ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ก็
เห็นเขาเช่นกัน ด้วยวิหคเพลิงขนาดใหญ่ที่บินมายังสำนักเจ็ดแก่นแท้ มัน
ยากที่จะไม่อาจให้ผู้ใดสังเกตเห็นได้
เหล่าศิษย์ผู้ที่เข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้มาพร้อมกับหลินหมิงเมื่อตอนนั้น
ยังมิได้จบออกไป ขณะที่พวกเขามองเห็นหลินหมิงยืนอยู่บนหลังของวิหค
เพลิงจึงพากันตกตะลึง
“คนผู้นั้น…ศิษย์พี่หลินมิใช่หรือ?”
สำหรับเหล่าศิษย์ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ หลินหมิงนั้นเป็นดั่งนิทาน
เป็นตำนานที่มีชีวิตและน่ายกย่อง หลังจากที่เขาอยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้
เพียงแค่ครึ่งปี เขาก็ได้ไปต่อสู้และกลายเป็นผู้ชนะเลิศในงานประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้! มันราวกับเขาเป็นผู้กล้าจากเรื่อง
เล่าในตำนาน!
หลังจากนั้น เขาก็ได้ถูกเลือกโดยนิกายระดับสูงและกลายเป็นศิษย์
ระดับสูงของที่แห่งนั้นอีกด้วย
มิต้องสงสัย หลินหมิงจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ปลายขอบ
จุดสูงสุดของขั้นปราณปลายฟ้าในอนาคต สำหรับศิษย์ของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดของขั้นปราณปลายฟ้าเป็น
เพียงตัวตนที่พวกเขาได้ยินเพียงแต่ในตำนาน
มีศิษย์ใหม่หลายคนที่ได้ยินเรื่องชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ของหลินหมิงก่อนที่
จะได้เข้าร่วมสำนัก พวกเขาจึงได้ฝันเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะ
กลายเป็นตัวตนที่ทรงพลังเช่นหลินหมิง
“มันดูเหมือนเขาอย่างยิ่ง และผู้ที่อยู่ด้านหลังของเขา… มิใช่ว่า… คือ
ศิษย์พี่ฉินเช่นนั้นหรือ?”
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร? มิใช่ว่าศิษย์พี่หลินนั้นเสียชีวิตไปแล้วเช่นนั้น
หรือ? ไม่เพียงแค่นั้น… แต่พวกเขาขี่สิ่งใดมา? มิใช่ว่านั้นคือฟีนิกซ์หรือ
อย่างไร?”
“ระดับการบ่มเพาะของศิษย์พี่หลิน…”
เหล่าชายหนุ่มที่อยู่ขั้นกล้ามเนื้อผันแปรจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิก
กว้าง แต่ก็ยังสามารถที่จะรับรู้ได้ถึงระดับการบ่มเพาะของหลินหมิง!
สำหรับเหล่านักสู้ขั้นกล้ามเนื้อผันแปรที่ไม่สามารถเห็นถึงระดับการ
บ่มเพาะของผู้อื่นได้ ย่อมหมายความว่า ระดับการบ่มเพาะของผู้ที่เข้า
สังเกตอยู่ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายเป็นอย่างน้อย หรือแม้กระทั่งจุดสูงสุด
ขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย!
“ศิษย์พี่หลินได้ทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดขั้นผสานชีพจรช่วงปลายแล้ว
หรือ? ไม่น่าเชื่อ!”
“ศิษย์พี่หลินนั้นทรงพลังอย่างแท้จริง เขาประหลาดยิ่ง! อายุ 17 ปี
แต่กลับมีระดับการบ่มเพาะถึงจุดสูงสุดขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย ใน
อนาคตเขาจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ปลายขอบจุดสูงสุดของขั้นปราณ
ปลายฟ้า!”
“ข้าสงสัยว่าศิษย์พี่กลับมายังสำนักเจ็ดแก่นแท้เพราะเหตุใดกัน? มี
เรื่องบางอย่างที่อยากจะกล่าวกับท่านเจ้าสำนักเช่นนั้นหรือ? หรืออาจ
เป็นเรื่องของงานประลองชุมนุมร่วมสำนักในรอบต่อไปกัน!?” เมื่อมีผู้ที่
กล่าวถึงงานประลองชุมนุมร่วมสำนักขึ้นมา ทุกคนโดยเฉพาะศิษย์ใหม่
กลายเป็นตื่นเต้นขึ้นมาอย่างยิ่ง
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนาเรื่องนี้ หวังหยานเฟิงมองไปยังหลินหมิ
งที่อยู่บนท้องฟ้าด้วยสายตาที่สาดประกาย
เขามิได้อยู่จุดสูงสุดขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย แต่เป็นขั้นปราณต้นฟ้า
ช่วงปลาย… หวังหยานเฟิงตกตะลึงเมื่อค้นพบและกำหมัดแน่น ไม่นาน
ก่อนหน้านี้ เขาเคยเป็นผู้ที่คุมสอบ ในตอนนั้นเขาเป็นผู้เข้าแข่งขันสำนัก
เจ็ดแก่นแท้พร้อมกับหลินหมิง พวกเขาได้ต่อสู้แย่งชิงที่หนึ่งกัน แต่
ในตอนนี้ พวกเขานั้นห่างกันราวกับเมฆและโคลนตม
…………..
“เจ้าเป็นผู้ใดกัน? เหตุใดจึงมายังที่แห่งนี้? ชายสวมชุดคลุมสีหน้า
เปลี่ยนไป ในปีที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปในที่ห่างไกลและมิได้อยู่ดูงาน
ประลองชุมนุมร่วมสำนัก เช่นนั้นจึงมิได้รู้จักรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของ
หลินหมิงว่าเป็นเช่นไร”
ถึงแม้ระดับการบ่มเพาะของหลินหมิงนั้นจะด้อยกว่าเขา แต่เขาก็
สัมผัสได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นมิใช่ธรรมดา!
“ท่านคือเจ้าสำนักเจ็ดแก่นแท้คนปัจจุบันเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิ
งถามลอยๆ
ชายสวมชุดคุมคิ้วขมวด เขาสัมผัสได้ว่าหลินหมิงนั้นมิได้มาดี แต่ก็ไม่
มีทางที่เขาจะปฏิเสธได้ เขาจึงผงกศีรษะแล้วกล่าวว่า “ข้าเอง”
“โอ้ จริงหรือ…” หลินหมิงยิ้มอย่างเย็นชา เขาได้ยินมาจากฉินซิงเซ
วียนว่าหยางเฉินได้รับการสนับสนุนจากเจ้าสำนักเจ็ดแก่นแท้คนปัจจุบัน
เพื่อที่จะได้ครองบัลลังก์ หลังจากนั้น ก็ได้ขับไล่เจ้าหน้าที่เก่าออกไปจาก
ตำแหน่ง ฉินเสี่ยวก็ยังได้ถูกจับกุมตัวโดยมิได้สู้ด้วยชายชุดคลุมผู้นี้
“เช่นนั้น… มันก็มิใช่ความไม่ยุติธรรมหากท่านตาย…” หลินหมิงยื่น
ฝ่ามือออกไป สายฟ้าสีม่วงสาดประกายขึ้นมา!
“หึ!” หลังจากที่เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายของหลินหมิง ชายชุดคลุม
ก็ได้ระมัดระวังอย่างมากแล้ว เขาจึงเค้นเสียงเย็นชาจากนั้นก็ชักกระบี่
ออกมาจากฝัก ทั่วร่างของเขาปะทุขึ้นมาด้วยเปลวเพลิงม่วง!
กระบี่ฟันออกไปยังสายฟ้าสีม่วง แต่เมื่อในทันทีที่กระบี่แตะโดน
สายฟ้าสีม่วง เปลวเพลิวม่วงที่เคยห่อหุ้มกระบี่ก็ได้ถูกสลายไปโดยพลัง
ของสายฟ้าในทันที!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ –
สายฟ้าสีม่วงเสียบเข้าไปยังร่างของชายชุดสวมคลุม และอวัยวะ
ภายในของเขาระเบิดออกในทันที!
ชายชุดคลุมกระอักโลหิตจำนวนมากออกมา จากนั้นก็ล้มคว่ำลงและ
ตกจากหลังคาของโถงหลัก
ปัง!
ชายสวมชุดคลุมตกกระแทกลงกับพื้นโลหิตของเขากระจายไปทั่ว!
ในตอนนั้นเอง เหล่าศิษย์ทั้งหมดของสำนักเจ็ดแก่นแท้ต่างกลายเป็น
หวาดกลัวในทันที พวกเขามิอาจที่จะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็นเมื่อชายชุดคลุม
ตกตายลง ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสน
มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?
หลินหมิงสามารถสังหารเจ้าสำนักคนใหม่ได้ในทันทีเช่นนั้นหรือ??
สายฟ้าสีม่วงเพิ่งสาดประกาย ถึงแม้มันจะเร็ว มันก็ยังได้ทิ้งภาพติด
ตาไว้ในจิตใจของทุกคนที่นี่ ไม่เพียงแค่นั้น ชายชุดคลุมยังได้ใช้กระบี่ของ
ตนสวนกลับอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังตกตายไปอย่างรวดเร็ว!
เจ้าสำนักคนปัจจุบันนี้มีระดับการบ่มเพาะครึ่งก้าวสู่ปราณปลายฟ้า
และมิได้อ่อนแอไปกว่าเจ้าสำนักคนเดิม แต่เขากับถูกสังหารในทันทีได้
อย่างไรกัน?
มันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
และ… เหตุใดหลินหมิงจึงกระทำเช่นนี้?
ทั่วทั้งสำนักเจ็ดแก่นแท้ต่างเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
หวังหยานเฟิงเองก็มิได้เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ในตอนนี้ เขา
มองเห็นแสงสีขาวลอยมาทางเขา มันคือขวดที่ทำจากกระเบื้อง เขายื่นมือ
ออกไปจับมันมาโดยมิรู้ตัว และเมื่อในทันทีที่เขามองดูมัน เขาก็รู้ได้ทันที
ว่ามันคือขวดโอสถบางอย่าง
มีเสียงก้องอยู่ในหูของหวังหยานเฟิง “โอสถเหล่านี้ สำหรับนักสู้ขั้น
ผสานชีพจร ไม่นานหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็จะส่งเจ้าสำนักคนใหม่มา ลาก่อน
หวังหยานเฟิง! หากเรามีโชคชะตาร่วมกัน พวกเราก็อาจที่จะได้พบกันอีก
ครั้ง!”
หลังจากที่หลินหมิงส่งกระแสเสียงปราณแท้เสร็จ เขาก็กระโดดขึ้น
ไปบนวิหคเพลิงและพุ่งไปยังท้องฟ้า ไม่นานก็หายลับไปในทะเลแห่งมวล
หมู่เมฆ
หวังหยานเฟิงถือขวดโอสถไว้ในมือ เขามองไปยังวิหคเพลิงที่ลับ
หายไปในท้องฟ้าเหนือหุบเขาโจว เป็นเวลานาน ที่เขายืนอยู่เช่นนั้น จ้อง
มองไปยังท้องฟ้า…
……………
“หลินหมิง เจ้ารู้จักชายผู้นั้นหรือ?” ฉินซิงเซวียนกล่าวถามออกมา
ด้วยความสงสัย
“ก็ไม่ค่อยเท่าไร ข้าพบว่าเขามีหัวใจแห่งนักสู้ที่เต็มเปี่ยมอย่างยิ่ง ข้า
จึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วย” หลินหมิงกล่าวพร้อมกับครุ่นคิด หากผู้ใดมิได้มี
ทรัพยากร มันก็ยากที่จะฝึกฝนขึ้นไประดับต่างๆได้ การที่จะขึ้นไปสู่ระดับ
ที่สูงขึ้นนั้นจึงเป็นเรื่องยาก หวังหยานเฟิงมีทั้งหัวใจแห่งนักสู้หรือ
พรสวรรค์ที่เหมาะสม หากเขาต้องเสียเวลาไปมาก เพราะขาดแคลน
ทรัพยากร มันก็จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจนเกินไป
“หลินหมิง พวกเราจะไปที่ใดต่อหรือ?”
“พวกเราจะไปยังตระกูลของเจ้า” หลินหมิงยิ้มให้ฉินซิงเซวียน ใน
การเดินทางครั้งนี้ เขามิได้มีเวลาในการศึกษาลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์เลย เขา
จะไปยังคฤหาสน์ตระกูลฉินและพักผ่อนที่นั่นก่อน และในช่วงเวลานั้น
เขาก็จะได้ทดลองความสงสัยเกี่ยวกับลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ดูอีกครั้ง