Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 437 ขั้นทำลายชีวิต
หลินหมิงรับสมบัติทั้ง 3 มาเงียบๆ มู่เฟิงเซียนปฏิบัติต่อเขาอย่างดี
ไม่ว่านี่จะเป็นความห่วงใยที่มาจากหัวใจของนางอย่างแท้จริงหรือเพราะ
เห็นคุณค่าของเขาในอนาคตก็ตาม ความจริงก็คือนางได้ช่วยเขาอย่างมาก
นั่นเอง
สมบัติทั้ง 3 ที่นางเอาออกมานั้น มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างมาก
“ขอบคุณยิ่งนัก ท่านอาจารย์บรรพบุรุษ ศิษย์ผู้นี้จะกลับมาอย่าง
ปลอดภัยแน่นอน”
มู่เฟิงเซียนถอนหายใจ นางได้เข้าใจถึงบุคลิกส่วนตัวของหลินหมิ
งบ้างแล้ว เมื่อตอนที่เขาได้อยู่หุบเขาสายฟ้าฟาด เขายังกล้าที่จะเข้าไปใน
ถ้ำของมังกรวารีทั้งที่มีระดับการบ่มเพาะอยู่เพียงแค่ขั้นดัดกระดูก มิต่าง
จากที่เขากำลังเสี่ยงเช่นตอนนี้เลย
อย่างไรก็ตาม นางรู้ว่าหากมิใช่เพราะเขาเป็นเช่นนี้ เขาก็คงมิได้ก้าว
สู่ระดับที่สูงถึงเพียงนี้ทั้งที่อายุเพียง 17 ปี
หากนางต้องการที่จะห้ามเขาเพียงเพราะความปลอดภัย มันก็จะ
เป็นเพียงแค่การกักขังศักยภาพของหลินหมิงเอาไว้ มังกรที่ถูกโซ่ล่ามย่อม
ไม่มีทางที่จะสามารถบินผ่านเก้าสวรรค์ได้
“หลินหมิง เจ้าจะต้องทำได้ ข้าเชื่อ”
“อืม” หลินหมิงผงกศีรษะ และขณะที่กำลังจะจากไป เขาก็จำ
บางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงกล่าวถามว่า “ท่านอาจารย์บรรพบุรุษ ข้ามีเรื่อง
ที่อยากจะกล่าวถามท่าน”
“เรื่องอันใดหรือ?”
“ศิษย์ค้นพบว่าสำนักระดับ 1 ถือให้นักสู้ขั้นผสานชีพจรเป็นผู้อาวุโส
สำหรับพวกเขา ส่วนสำนักระดับ 2 ถือนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าเป็นผู้อาวุโส
ส่วนสำนักระดับ 3 ถือนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าเป็นผู้อาวุโส สำหรับนิกาย
ระดับ 4 ก็จะถือปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เป็นผู้อาวุโส ทุกระดับที่
เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อระดับของผู้อาวุโสเช่นกัน หากดูตามเหตุผลนี้ นิกาย
ระดับ 5 ก็น่าจะถือจักรพรรดิไร้เปรียบเป็นผู้อาวุโส แต่จากที่ศิษย์ได้รู้มา
ความห่างชั้นระหว่างนิกายระดับ 5 และนิกายระดับ 4 มิได้มากมายนัก
แม้แต่นิกายระดับ 5 ชั้นสูงหรือนิกายระดับ 6 ก็ยังมีผู้อาวุโสจักรพรรดิไร้
เปรียบเพียงไม่กี่คน”
หลินหมิงมักจะสงสัยเรื่องนี้มาตลอด เมื่อเขาได้รับเศษเสี้ยวแห่งคว
วามทรงจำของผู้อาวุโสระดับสูงจากแดนเทวะมา ความทรงจำของพวก
เขาค่อนข้างที่จะแตกต่างกันและเลือนลาง เช่น อาจมีสถานการณ์ที่
แตกต่างในส่วนของแดนเทวะและทวีปนภารินไหล ดังนั้นหลินหมิงจึงได้
กล่าวถามเรื่องนี้ออกมา
มู่เฟิงเซียนกล่าว “มันเป็นความจริง ความแตกต่างระหว่าง
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้และจักรพรรดิไร้เปรียบนั้นมากมายยิ่ง
นัก นั่นเป็นเพราะว่าจากขั้นหลอมรวมแก่นแท้จนกลายเป็นจักรพรรดิไร้
เปรียบ ผู้หนึ่งจะต้องผ่านเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต มันอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ทุกการล้มเหลวหมายถึงความตายแบบไม่เหลือซากด้วยซ้ำ สำหรับเหล่า
นิกายระดับ 5 ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ของพวกเขาจะ
ติดอยู่ที่ขั้นทำลายชีวิต”
“ทำลายชีวิตหรือ?” หลินหมิงกล่าวถามด้วยความสงสัย เขามิเคยได้
ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
มู่เฟิงเซียนยิ้มและกล่าวออกมา “ที่เรียกกันว่าผู้ทรงพลังระดับ
‘จักรพรรดิ’ นั้นเป็นเพียงแค่สมญาเท่านั้น มันมิใช่ชื่อของระดับพลังหรือ
อะไรทำนองนั้น ขอบเขตที่ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิอยู่นั้นมันเรียกว่า
‘เทพสมุทร’ ตั้งแต่อดีตกาล เหล่าจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบแทบจะมีระดับ
การบ่มเพาะขั้นนั้นหมด”
“แทบจะเป็นเช่นนั้นเสมอหรือ?” จิตใจของหลินหมิงหมุนวน
“ใช่แล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่อาจก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร บุคคล
เหล่านั้นยังอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต แต่เป็นเพราะบุคคลเหล่านั้นแข็งแกร่ง
อย่างยิ่ง พวกเขาจึงถูกเรียกว่าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิด้วย”
“สิ่งใดคือการทำลายชีวิตหรือ?”
มู่เฟิงเซียนกล่าว “จากปลายขอบจุดสูงสุดขั้นหลอมรวมแก่นแท้
กลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ มันห่างเพียงก้าวเดียวก็จริง แต่ความจริง
ของก้าวนั้นราวกับฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้ หลังจากขั้นปราณปลายฟ้าก็ยัง
มีอีก 2 ขั้น – หลอมรวมแก่นแท้และขั้นเทพสมุทร นักสู้ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ปราณแท้ของพวกเขาจะหลอมรวมกันเป็นแก่นภายในตันเถียน
หากวันใดพวกเขาสามารถที่จะทำลายแก่นทะเลนี้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าจน
มันแตกออกกลายเป็นทะเล จนเปลี่ยนโลกภายในตันเถียนกลายเป็นพื้น
น้ำกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งก็จะกลายเป็นขั้นเทพสมุทร”
“ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรก็รู้จักกันในฐานะผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิ ก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก่อนอายุ 30 เข้าสู่ปลายขอบ
จุดสูงสุดขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก่อนก่อนอายุ 50 ในการที่จะก้าวจากปลาย
ขอบจุดสูงสุดขั้นหลอมรวมแก่นแท้สู่ขั้นเทพสมุทรนั้น ผู้นั้นจะต้องพบกับ
ประสบการณ์ในขั้นทำลายชีวิต แต่ในทุกครั้งที่เข้าสู่ขั้นตอนทำลายชีวิต
พวกเขาก็จะพบกับความเสี่ยงถึงตาย มันเป็นระดับเดียวกับสัตว์อสูรดุร้าย
ระดับสูงที่ต้องการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ของตน”
“ทุกครั้งที่เข้าสู่ทำลายชีวิต เมื่อทำลายแก่นของตน และแม้กระทั่ง
ทำลายร่างกาย เข้าสู่การแปลี่ยนแปลงที่แสนโหดร้ายและได้รับการเกิด
ใหม่อย่างสมบูรณ์ นี่คือเหตุผลที่ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้สามารถ
มีอายุขัยได้ถึง 800ปี แต่ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรสามารถที่จะมีชีวิต
1,000ปีหรือแม้กระทั่งถึง 10,000ปี!”
ขณะที่มู่เฟิงเซียนกล่าว จิตใจของหลินหมิงก็สั่นสะท้าน ใช่แล้ว!
1,000ปีนิกาย 10,000ปีแดนศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลที่แดนศักดิ์สิทธิ์สามารถคง
อยู่ได้ถึง 10,000ปีก็เป็นเพราะว่าพวกเขานั้นมีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
ที่มีอายุยืนยาวถึง 10,000ปี ด้วยผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิคอยคุ้มครอง
แดนศักดิ์สิทธิ์ แดนศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่ถูกทำลายเป็นเวลากว่า 10,000ปี
สำหรับผู้วิเศษลึกลับและจักรพรรดิปีศาจที่ได้บินไปยังแดนเทวะ
พวกเขาก็คงอยู่ได้นานถึง 10,000ปี!
“ท่านอาจารย์บรรพบุรุษได้เคยมีประสบการขั้นทำลายชีวิตด้วย
หรือ?” หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวถามเช่นนี้ออกไป
มู่เฟิงเซียนผงกศีรษะ “ข้าเคยเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต ข้าย่อมมิอาจลืม
ความเจ็บปวดที่ราวกับนรกเฉกเช่นอยู่บนปากเหวแห่งความตาย ความ
ทรงจำเช่นนี้จะไม่มีวันหายไปอย่างแน่นอน”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ มู่เฟิงเซียนก็ถอนหายใจออกมาอย่างรุนแรง ใน
ทุกขั้นการทำลายชีวิต เนื้อหนังและกระดูกจะฉีกขาด เส้นชีพจรจะขาด
สะบั้น และแม้กระทั่งจิตวิญญาณก็ยังอาจจะถูกฉีกกระชาก ความ
เจ็บปวดย่อมไม่อาจที่จะจินตนาการได้ ในขั้นตอนการทำลายชีวิต
ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจหมายถึงจุดจบของชีวิต พวกเขาอาจจะ
สูญเสียการรับรู้เรื่องเวลา มันมากพอที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นบ้าได้
มู่เฟิงเซียนเคยมีประสบการณ์ครั้งเดียวในขั้นทำลายชีวิต เป็น
เพราะว่า นางใกล้สิ้นอายุขัยแล้ว นางจึงไม่คิดว่าตนนั้นจะสามารถเข้าสู่
ขั้นทำลายชีวิตได้อีกครั้ง และเป็นเหตุว่าเพราะเหตุใดนางจึงตัดสินใจอยู่
เพียงปลายขอบจุดสูงสุดขั้นหลอมรวมแก่นแท้ไปตลอดชีวิต และมิลองที่
จะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรในตำนานดูอีกครั้ง
หลินหมิงกล่าวถามออกไป “ท่านทราบหรือไม่ว่าท่านผู้ก่อตั้งได้
ประสบกับทำลายชีวิตกี่ครั้ง?”
“3 ครั้ง ในครั้งที่ 3 ของการทำลายชีวิต นางล้มเหลวในการรวมแก่น
ของตนและตกตายไป ในการที่ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้พยายาม
ที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร คนผู้นั้นจะต้องมีความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง
เพราะการเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตนั้นหลายครั้ง มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถ
ก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้! ความจริงแล้ว ผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้
เช่นหญิงชราผู้นี้ พวกเราใช้ชีวิตอย่างสามัญหลายร้อยปี ต่อจากนั้นพวก
เราก็จะกลับสู่พื้นดินอีกครั้ง”
มู่เฟิงเซียนกล่าวออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ตำหนิตนเอง สำหรับ
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ผู้ที่มีพื้นฐานไม่เสถียรและพยายามที่จะ
เข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตก็ย่อมเท่ากับการฆ่าตัวตาย
แม้จะเป็นผู้ที่มีพื้นฐานเสถียร มันก็ยังมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะตาย
ระหว่างขั้นตอนทำลายชีวิต ในการที่จะกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิ ผู้นั้นจะต้องมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์ และยังต้องมีโชค
มหาศาลอีกด้วยเช่นกัน
จากขั้นหลอมรวมแก่นแท้ถึงขั้นเทพสมุทร มันเป็นเพียงขั้นเดียว แต่
ช่วงชีวิตของพวกเขาห่างกันเป็น 10 เท่า สิ่งล่อใจเช่นนี้ช่างมากมาย
เหลือเกินสำหรับหลายคน
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แม้แต่ผู้ก่อตั้งของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องเสียชีวิตในขั้นทำลายชีวิต แม้นางจะมีโชคมหาศาล นาง
ก็ยังต้องตกตายอยู่ดี! เห็นได้ชัดว่าการก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรยากเย็นแสน
เข็นเป็นอย่างยิ่ง
มิสงสัยเลยว่าทั่วทั้งทวีปนภารินไหลจึงมีเพียงราวๆ 10 คนที่รู้จักว่า
เป็นตัวตนของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ หากรวมผู้ที่ซ่อนตัวและไม่เป็นที่
รู้จัก ก็ยังมิถึง 100 คนอยู่ดี
หลินหมิงกล่าวถาม “ท่านอาจารย์บรรพบุรุษจากปลายขอบขั้น
หลอมรวมแก่นแท้สู่ขั้นเทพสมุทร มีขั้นตอนทำลายชีวิตอยู่เพียงเท่าใด
หรือที่จะต้องตัดผ่านไป?”
“มันแตกต่างในแต่ละบุคคล บางคนก็จำเป็นที่จะต้องทำลายร่างกาย
เพียง 4 ครั้ง บางคนก็ 5 ครั้ง และบางคนแม้กระทั่งต้องทำถึง 7-8 ครั้ง
หรือแม้กระทั่ง 9 ครั้งทำลายชีวิตในตำนาน!”
“ทุกการทำลายชีวิตมันก็คือด่านทดสอบแห่งความเป็นความตาย
ด้วยทุกขั้นทำลายชีวิต ปราณแท้จะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ โลหิตชีวิตก็จะยิ่ง
มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นและเส้นชีพจรก็จะยิ่งเหนียวแน่นขึ้น ฉะนั้นยิ่งผ่าน
การทำลายชีวิตไปมากเท่าใด ก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้าได้
กล่าวว่ามีผู้อาวุโสสูงสุดขั้นทำลายชีวิตที่ได้เป็นจักรพรรดิไร้เปรียบแล้ว
นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาได้ทำลายชีวิตมาหลายครั้งแล้ว เมื่อพวกเขาก้าวขึ้น
ไปสู่ขั้นเทพสมุทร เขาก็จะยิ่งกลายเป็นตัวตนที่มีความแข็งแกร่งจนน่า
หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด!”
“แต่ถึงอย่างนั้น นักสู้ส่วนใหญ่มักจะหวังเพียง 4 ขั้นทำลายชีวิต
เท่านั้นในการเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร สำหรับ 9 ขั้นทำลายชีวิตนั้น เพียงแค่คิด
เกี่ยวกับมันก็น่าขนลุกแล้ว!”
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านอาจารย์บรรพบุรุษอย่างยิ่ง”
“อืม ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องได้รับประสบการณ์จากมันด้วยตนเอง
อย่างแน่นอน ชีวิตของข้าใกล้มาถึงจุดจบเต็มที ข้าเพียงหวังที่จะต้องการ
เห็นเจ้ากลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบในสักวันนึง” ขณะที่มู่เฟิงเซียนกล่าว
เช่นนี้ออกมาด้วยรอยยิ้มเอ็นดูและรักใคร่
“อืม” หมินหมิงผงกศีรษะอย่างเงียบงัน การก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
เป็นก้าวแรกในการที่จะเข้าไปยังแดนเทวะ หากเพียงแค่นี้เขายังไม่
สามารถทำได้ เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อันใดในการที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุด
ของนักสู้
“เอาล่ะ เมื่อเจ้าออกไปก็บอกให้หยี่เอ่อร์เข้ามาด้วย”
“ขอรับ”
ขณะที่หลินหมิงออกไป เขาก็ได้เรียกมู่เชียนหยี่ให้เข้าไป มู่เชียนหยี่
สนทนากับมู่เฟิงเซียนนานกว่า 1 ช่วงธูป
หลังจากนั้น หลินหมิงก็ได้ยินเสียงก้าวเท้าเบาๆของมู่เชียนหยี่ที่เดิน
ออกมา
อย่างไรก็ตาม เสียงย่างก้าวก็ได้หยุดลงที่ทางเข้าของเรือนไม้ไผ่ราว
กับ ขณะที่นางนั้นกำลังลังเลอยู่ด้านหลังประตูอยู่นาน ในที่สุด นางก็ได้
ค่อยๆเปิดประตูอยู่นาน ขณะที่นางมองเห็นหลินหมิงมองมาที่ตนเอง สี
หน้าของมู่เชียนหยี่ก็กลายเป็นแดงระเรื่อ ดูท่าทางตะกุกตะกัก
“ข้า…. ข้าคิดว่าเจ้าได้ไปแล้ว” มู่เชียนหยี่กล่าวอย่างติดขัด
หลินหมิงตะลึง เขารู้ว่าเพราะเหตุใดมู่เชียนหยี่จึงมีท่าทางเช่นนี้เมื่อ
พบหน้าเขา เขากล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ข้ากำลังจะไปเก็บข้าวของ
เพื่อเตรียมตัวไปยังทะเลทางใต้”
“ทะเลทางใต้…” มึนงงชั่วขณะ นางได้ยินจากมู่เฟิงเซียนแล้วว่า
หลินหมิงจะไปยังทะเลทางใต้คนเดียว หากกล่าวถึงเรื่องนี้ นางก็ย่อมไม่
อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย แต่นางก็รู้ว่าตนนั้นมิอาจหยุดยั้งหลินหมิงได้ นาง
จึงได้ถอนหายใจและพึมพำ “ดูแลตัวเองด้วยนะ… หากเจ้าไปยังทะเลทาง
ใต้… ส่งจดหมายมาให้ข้าบ่อยๆด้วย… เพื่อที่ข้าจะได้แน่ใจว่าเจ้ายัง
ปลอดภัย”
มู่เชียนหยี่ลังเลอยู่นานก่อนจะกัดริมฝีปากและกำลังกล่าวออกไป
หลินหมิงกลับผงกศีรษะทันทีและกล่าวว่า “ข้าสัญญา”
……………………………..
110 วันต่อมา เกาะแสงอุษาทางใต้ –
เกาะแสงอุษาทางใต้เป็นหนึ่งในเกาะที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ของทะเล
ทางใต้ มันกว้างถึง 4-5 พันลี้
บนเกาะแสงอุษาทางใต้มีสมบัติอยู่ 2 แห่ง อย่างแรกคือแหล่งกำเนิด
หินลมปราณแท้ระดับกลางและอีกอย่างคือป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
มันไม่จำเป็นต้องอธิบายถึงแหล่งกำเนิดหินลมปราณแท้ระดับกลางที่
เป็นเส้นเลือดำของที่นี่ – มันมีค่าอย่างมากสำหรับนิกายระดับ 4
สำหรับป่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เป็นเพราะคุณสมบัติและพลังงาน
บนเกาะนี้ มันจึงทำให้สมุนไพรล้ำค่าต่างๆเกิดขึ้นในที่นี่ มันมิด้อยไปกว่า
แหล่งกำเนิดหินลมปราณแท้ระดับกลางเลย
เกาะแสงอุษาทางใต้นั้นอยู่ภายในอาณาเขตของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
เกาะนี้ห่างไกลจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ จึงกล่าวได้ว่าเป็นเป็น
สถานที่ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย แต่หลายเดือนมานี้ เพราะสงครามที่ได้ปะทุ
ขึ้น ไฟสงครามก็ได้ลามมาถึงที่แห่งนี้เช่นกัน ในตอนนี้ เกาะแสงอุษาทาง
ใต้จึงได้กลายเป็นแนวหน้าของสมรภูมิรบ
ในวันนี้เอง ชายหนุ่มชุดดำที่สวมใส่หมวกไม้ไผ่และขี่อินทรีย์วายุ
สวรรค์ธรรมดามายังเกาะแห่งนี้
ชายหนุ่มผู้นี้ตัวสูงและหลังตั้งตรง เขาดูเรียบง่ายและมีระดับการบ่ม
เพาะขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย เขาแบกอาวุธยาว 9 ก้าวไว้ที่หลัง และ
อาวุธนี้ห่อหุ้มด้วยผ้า ปลายที่โค้งของมันโผล่พ้นออกมา มันจึงทำให้
สามารถที่จะบอกได้ว่าอาวุธนี้คือง้าว
ชายหนุ่มผู้นี้ก็คือหลินหมิง ผู้ได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตนเอง
หลินหมิงมิรู้ว่าเคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์นี้ได้มาจากที่ใดกันแน่ แต่
มันมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เมื่อใช้งานมัน เขาก็จะสามารถที่จะ
เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตนได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งอุณหภูมิ และมีกลิ่น
อายของผู้อื่น จนแม้กระทั่งสุนัขที่มีความสัมพันธ์กันยังจำไม่ได้อีกต่อไป
ในนิกายระดับ 4 มันมีเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับสูงอยู่มาก อย่างไรก็
ตาม ทักษะที่แปลกประหลาดและแตกต่างเช่นนี้ยากที่จะหาได้ ต่อให้มี
จริง มันก็คงด้อยกว่าเคล็ดบ่มเพาะนี้ซึ่งมันได้ถูกพบภายในซากโบราณ
อย่างมาก
ด้วยทักษะการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์นี้ แม้แต่ปรมาจารย์ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ก็ยังมิอาจที่จะมองมันออกโดยง่าย
สิ่งนี้ได้ช่วยลดอันตรายที่หลินหมิงอาจจะได้รับลงอย่างมาก