Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 439 ทหารชั้นหนึ่ง
หลังจากมาถึงจุดนี้โดยธรรมชาตินั้นไม่มีใครที่จะยอมแพ้ ชายแซ่โจว
ได้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าจะถูก
ส่งไปยังค่ายกลหมื่นสังหารและพวกเราจะตัดสินระดับความแข็งแกร่ง
ของเจ้าในจุดนั้น หลังจากนั้นเจ้าจะได้รับการยืนยันในหน่วยที่ตรงกับ
ความแข็งแกร่งของเจ้า ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าทุกคนแสดงความ
แข็งแกร่งออกมาให้เต็มที่เพื่อให้เจ้าสามารถเข้าร่วมกับหน่วยต่อสู้
ระดับสูงที่แข็งแกร่งได้ มันจะง่ายสำหรับเจ้าในการรวบรวมแต้ม
ความสำเร็จของกองทัพเพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดพวกเจ้า!
“ในตอนนี้ พวกเจ้าทั้งหมดมาทีละคน! เจ้ามาคนแรก! ชายคนที่โจว
ตั้งใจเลือกใครสักคนออกมา ขณะที่เขาพูดชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเขาได้
เปิดใช้งานค่ายกลหมื่นสังหาร ค่ายกลหมื่นสังหารได้ปรากฏในพื้นที่ข้าง
หลังของพวกเขา โดยส่วนมากของคนที่อยู่ที่แห่งนี้นั้นได้มีประสบการณ์
กับค่ายกลแห่งนี้มาก่อน
นี่เป็นค่ายกลลวงตาธรรมดาที่สุดภายในภูมิภาคเขตแดนทางใต้เพื่อ
ทดสอบความแข็งแกร่งของนักสู้
“ผู้ใดก็ตามที่ได้รับ 100,000 แต้มนั้นก็จะได้เป็นทหารชั้นหนึ่ง ส่วน
50,000 แต้มนั้นจะได้เป็นทหารชั้นสอง และ 20,000 แต้มนั้นจะได้เป็น
ทหารชั้นสามและสำหรับพวกเจ้าที่อยู่ต่ำกว่านี้นั้น ข้าแนะนำให้พวกเจ้า
กลับบ้านเพื่อไม่ให้พวกเจ้าไปยังสงครามและตายก่อนที่พวกเจ้าจะ
สามารถทำสิ่งใดได้
ใครก็ตามที่ได้รับน้อยกว่า 20,000 แต้มจะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดใน
พวกนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า พวกเขาจะมีปัญหาแม้ว่าพวกเขาได้เผชิญหน้า
กับเหล่าศิษย์ขั้นผสานชีพจรของนิกายระดับ 3 ถ้าพวกเขาได้ไปยังสนาม
รบนั้น พวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นมูลสัตว์เลยด้วยซ้ำ
ขณะที่ชายคนแรกได้เข้าไปยังค่ายกลหื่นสังหารแล้ว นักสู้ที่อยู่
ด้านข้างได้จุดไฟไปที่ธูป ขณะที่ธูปเริ่มไหม้นั้น สีหน้าของนักสู้ผู้นั้นซีดขาว
และได้ถูกดึงออกมาจากค่ายกลหมื่นสังหาร
“36,000 แต้ม ทหารชั้นสาม!” ชายแซ่โจวได้ประกาศออกมาอย่าง
เฉยเมย
ขณะที่ชายที่เพิ่งได้ทดสอบไปนั้นได้ยินคะแนนของเขา เขาประหลาด
ใจ มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะยอมรับเรื่องนี้ เพราะเหล่านักสู้อิสระ
จำนวนมากไม่ค่อยได้พบกับเหล่านักสู้ในระดับเดียวกัน และมักจะมั่นใจ
ในตัวเองเป็นเกินไป มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่มีทางมายังสนามรบทะเลทาง
ใต้ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเช่นนี้
แต่ตอนนี้นั้นเมื่อผลทดสอบครั้งนี้ได้ถูกประกาศออกมา เขาได้เป็น
เพียงทหารชั้นสามเท่านั้น มันหลีกไม่ได้ที่ความมั่นใจนั้นจะกลับมาโจมตี
เขา
“คนต่อไป!” ชายแซ่โจวได้เรียกไปคนถัดไปอย่างไม่ใส่ใจ
ชายคนที่สองได้เข้ามา และหลังจาก 1 ชั่วธูป เขาก็ได้กลับออกมา
“28,000 แต้ม ทหารชั้นสาม!”
…….
“33,000 แต้ม ทหารชั้นสาม!”
“40,000 แต้ม ทหารชั้นสาม!”
“19,000 แต้ม เจ้าไม่ผ่าน!”
ขณะที่มี 10 คนได้เข้าทดสอบไปนั้น ยังไม่มีผู้ใดเลยที่ผ่านการ
ทดสอบได้ถึง 50,000 คะแนน พวกเขาทั้งหมดเป็นทหารชั้นสามและมี
กระทั่งคนที่ไม่ผ่านการทดสอบ
ชายผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบนั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความ
มั่นใจของเขา เขาได้จากไปด้วยอารมณ์หดหู่
ชายแซ่โจวนั้นยังคงสงบนิ่งอยู่ เขาคาดเอาไว้แล้วว่าจะมีบางอย่าง
เช่นนี้เกิดขึ้นเขาได้ชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยกล่าวถึงก่อนหน้านี้และ
กล่าวว่า “เจ้า ตาเจ้า!”
ผู้หญิงที่สวมชุดคลุมสีดำและมีลักษณะค่อนข้างผอมเล็กน้อย
หลังจากนางได้เข้าไปในค่ายกลหมื่นสังหาร ชายคนที่อยู่ด้านหลังได้จุดธูป
ในเวลานี้ ธูปได้ไหม้ไปเป็นเวลานาน หลังจากะธูปดอกแรกไหม้ไป
หมดแล้ว แม้แต่ธูปดอกที่สองก็ไหม้ลงจนหมดเช่นกัน
เมื่อธูปดอกที่สามธูปถูกเผาไปใกล้ครึ่งทางแล้ว ผู้หญิงได้กระแอมไอ
ออกมาเบาๆและจากนั้นก็ได้ออกมาจากค่ายกลหมื่นสังหาร
“96,000 แต้ม ทหารชั้นสอง!”
นักสู้ทั้งหมดภายในห้องได้อุทานออกมาด้วยความตกใจ พวกเขาไม่
คิดว่าหญิงสาวที่สวมชุดสีดำดูธรรมดาๆแท้จริงแล้วจะแข็งแกร่งเช่นนี้
96,000 แต้มนั้นมากกว่าสองเท่าของผู้ที่ทำคะแนนสูงสุดคนแรก
ท่าทางของผู้หญิงคนนี้ยังคงไม่เปลี่ยนไป มันดูราวกับว่านางนั้นได้
คาดคิดว่าจะได้ผลลัพธ์เช่นนี้ไว้อยู่แล้ว
“เจ้าคนถัดไป! ขึ้นมา!” ชายแซ่โจวได้ชี้ไปยังหลินหมิง
หลินหมิงค่อยๆเดินไปยังค่ายกลหมื่นสังหารช้าๆ เขาได้หันศีรษะ
กลับมาและกล่าวถามว่า “ศิษย์พี่ชาย เจ้าสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่า
คะแนนนั้นนับอย่างไร?”
“หืม? ทำไมเจ้าถึงกล่าวถามเช่นนี้? แค่เจ้าพยายามทำให้ดีที่สุดก็
พอ” ชายแซ่โจวกล่าวอย่างหงุดหงิด
“ข้าเพียงแค่อยากรู้เพื่อข้าจะได้รู้แนวทาง”
ชายแซ่โจวได้จ้องมองไปยังหลินหมิงอย่างไม่พอใจพร้อมกล่าวว่า
“สังหารนักสู้ปลายขอบขั้นปราณต้นฟ้าจะทำให้เจ้าได้รับ 10,000 แต้ม
สังหารช่วงปลายจะทำให้เจ้าได้รับ 2000 แต้มและช่วงกลางจะทำให้เจ้า
ได้รับ 300 แต้ม”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวอยู่นั้น เขาได้เดินเข้าไปในค่ายกลหมื่นสังหาร
แสงสีขาวได้เปล่งประกายอยู่เบื้องหน้าของหลินหมิงและมีนักสู้เจ็ด
หรือแปดคนได้ปรากฏตัวออกมายังเบื้องหน้าของเขา การบ่มเพาะของ
พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในระหว่างระดับขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลางถึงจุดสูงสุด
ของขั้นปราณต้นฟ้า
“พวกเหล่านี้น่าจะเป็นเหล่านักสู้ที่อ่อนแอที่สุด พวกมันน่าจะมีความ
แข็งแกร่งเช่นเดียวกับเมื่อตอนที่ข้าได้เข้าร่วมงานประลองชุมนุมร่วม
สำนักใน ‘หุบเขาเจ็ดแก่นแท้’”
หลินหมิงได้เลือกง้าวยาวจากอาวุธหลากหลายชนิดที่อยู่รอบตัวเขา
เหตุผลที่เขาถามถึงคะแนนนั้นเป็นเพราะเขากลัวว่าเขานั้นจะสังหารมาก
เกินไป ทำให้มีคนมาสนใจในตัวเขา
ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป!
เหล่านักสู้สามถึงสี่คนได้พุ่งไปยังหลินหมิงพร้อมกัน หลินหมิงกวัด
แกว่งง้าวของเขาและเหล่านักสู้ทั้งหมดได้ถูกผ่าครึ่งทันที มันได้ระเบิด
ออกมาเป็นสายฝนโลหิต!
นี่เป็นการสังหารในชั่วพริบตา!
หลังจากนั้น นักสู้ระดับจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าได้พุ่งไปยังเขา
หลินหมิงไม่เปลี่ยนวิธีสู้ของเขาและกวัดแกว่งง้าวออกไปอีกครั้ง นักสู้
ระดับจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าคนนั้นถูกผ่าครึ่งอีกเช่นเคย!
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิงนั้น การเผชิญหน้ากับ
เหล่านักสู้ระดับต่ำเหล่านี้เป็นเพียงแค่การสังหารหมู่เท่านั้น
……….
ด้านนอกของค่ายกลหมื่นสังหารนั้น ธูปได้ค่อยๆถูกเผาไปอย่างช้าๆ
ชายแซ่โจวได้กอดอกของเขาและกำลังลูบเคราอย่างครุ่นคิดของเขาพร้อม
ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ขณะที่กำลังรอผลลัพธ์จากหลินหมิง
ขณะที่ธูปดอกแรกถูกเผาจนหมด จนธูปดอกที่สองถูกจุดนั้น ขณะที่
ธูปดอกที่สองกำลังถูกเผาอยู่นั้น ในช่วงเวลานี้ แสงไฟได้สาดประกาย
ออกมาและหลินหมิงได้ออกมาจากค่ายกลหมื่นสังหาร
“หืม? เร็วยิ่ง?”
ชายแซ่โจวตกใจเล็กน้อย เขาคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งของหลินหมิง
นั้น อาจอยู่ได้นานถึงธูปดอกที่สองและดอกที่สามอย่างไม่มีปัญหา
แต่เมื่อเขามองไปยังคะแนนนั้น ชายแซ่โจวก็ได้ยิ้มออกมา เด็กนี่มี
ทักษะค่อนข้างมากทีเดียว
เหล่านักสู้อิสระอื่นๆนั้นไมได้สนใจเกี่ยวกับคะแนนของหลินหมิงก่อน
หน้านี้ จนกระทั่งคะแนนของเขาได้ถูกประกาศออกมา…
“101,000 แต้ม ทหารชั้นหนึ่ง!”
หืม-
นักสู้ทุกคนต่างหันไปยังทางหลินหมิง คนผู้นี้ได้เป็นทหารชั้นหนึ่ง
หรือ? เขานั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้หญิงที่น่ากลัวนั่นอีกหรือ?
คนส่วนใหญ่ที่ได้เข้าไปยังค่ายกลหมื่นสังหารและตระหนักได้ว่ามัน
ยากเพียงไรที่จะไปถึง 100,000 แต้ม
“ฮ่าฮ่า! ชายผู้นี้ยอดเยี่ยม เขานั้นน่าจะแข็งแกร่งเท่าข้าเมื่อข้ายัง
หนุ่ม!” ชายแซ่โจวได้ลูบไปที่คางของเขาในขณะที่กำลังประทับใจกับ
หลินหมิง
สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายที่มีความแข็งแกร่งในระดับนี้
เขาควรจะแข็งแกร่งเท่ากับศิษย์นอกของนิกายระดับ 4”
“เขาจะมีอนาคตที่ดีเมื่อเขาอยู่รอดในสนามรบทะเลทางใต้ไปได้”
หลินหมิงได้เดินลงมาอย่างสงบ เขานั้นได้คำนวณเอาไว้เรียบร้อย
แล้วว่าจะรวบรวมคะแนนถึง 100,000 คะแนนและได้รับการจัดอันดับอยู่
ในทหารชั้นหนึ่ง
พันธมิตรร่วมสงครามได้ใช้หลายหน่วยเป็นหน่วยรบ หน่วยข่าวกรอง
สงครามนั้น ซึ่งได้รวมกับตำแหน่งของศัตรูได้กระจายออกไปยังหน่วย
ต่างๆเพื่อความสะดวกสบาย ในกรณีนี้ หลินหมิงต้องเข้าร่วมหน่วยใน
ระดับสูงเท่าที่ทำได้เพื่อที่จะทำความคุ้นเคยกับสนามรบอย่างรวดเร็วและ
ได้รับข้อมูลสำคัญอีกด้วย
สำหรับเหตุผลที่เขาได้อยู่ข้างในค่ายกลลวงตาเป็นเวลาหลายธูปนั้น
เป็นความตั้งใจของหลินหมิงส่วนหนึ่ง ความจริงแล้วเขานั้นต้องการแค่
ไม่กี่ลมหายใจเพื่อทำ 100,000 คะแนน แต่อัตราการฟื้นตัวของค่ายกล
หมื่นสังหารนั้นช้าเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาที่เหลือนั้น หลินหมิงจึงได้
เตร็ดเตร่อยู่ข้างในเพื่อที่เขาจะได้หลีกเลี่ยงการออกมาเร็วเกินไปและสร้าง
ความตกใจให้แก่ทุกคน
เมื่อหลินหมิงได้กลับมายังกลุ่มคน เหล่านักสู้รอบๆได้จ้องมองมายัง
เขาด้วยสายคาที่เต็มไปด้วยความเกรงกลัว แม้กระทั่งผู้หญิงคนนั้นก็ได้
จ้องมองมายังหลินหมิงเป็นเวลาหลายวินาที ก่อนที่จะเบือนสายตาหนี
หลังจากหลินหมิงนั้น เหล่านักสู้ส่วนที่เหลือได้ประเมินความ
แข็งแกร่งของพวกเขา คะแนนสูงสุดของผู้ที่เหลืออยู่ได้ 45,000 แต้ม
พวกเขาได้เป็นทหารชั้นสามทั้งหมด
ทหารชั้นสามอยู่ในระดับต่ำที่สุดในสนามรบดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้
“เจ้าทั้งสอง มากับข้า!” ชายแซ่โจวได้ชี้ไปยังหลินหมิงและผู้หญิงคน
นั้น
เหล่านักสู้อิสระอื่นๆทั้ง 18 คนได้จ้องมองไปที่หลินหมิงและผู้หญิง
คนนั้นจากไปพร้อมกัน และถอนหายใจออกมา ดวงตาของพวกเขาเบื่อ
หน่ายเล็กน้อยและมีความอิจฉาในช่องว่างระหว่างพวกเขาที่ห่างกัน
เกินไป
“ตอนนี้ข้าจะพาเจ้าไปยังหน่วยของเจ้า ถ้าเจ้าเข้าร่วมหน่วยที่
แข็งแกร่ง เจ้าจะปลอดภัยมากขึ้นถ้าเจ้าได้พบกับอันตราย แน่นอนว่ามี
บางครั้งหน่วยที่แข็งแกร่งได้พบกับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นกัน เจ้าจะเข้าร่วม
หรือไม่นั้น เพียงแค่เลือกด้วยตัวเจ้าเอง!”
เมื่อชายแซ่โจวกล่าวจบ เขาได้ผลักประตูออกไป ข้างหลังประตู
แท้จริงแล้วเป็นโรงเตี๊ยมที่เสียงดังและวุ่นวาย
โรงเตี๊ยมทั้งหมดถูกสร้างด้วยสีเทา มีโคมไฟหินปราณแท้ที่มีสีสดใส
ถูกแขวนอยู่บนเพดานข้างบน บนเวทีในใจกลางโรงเตี๊ยมมีหญิงสาวที่
เกือบจะไม่มีอะไรปิดบังกำลังเต้นอยู่อย่างเร่าร้อนที่หลินหมิงนั้นไม่เคยพบ
เห็นมาก่อนหน้า เมื่อเทียบกับของภูมิภาคเขตแดนทางใต้นั้น การเต้นรำ
ประเภทนี้เป็นเพียงแค่การโอ้อวดความวาบหวามและส่วนลับของร่างกาย
ของผู้หญิง คลื่นเสียงโห่ร้องออกมาจากเหล่านักสู้รอบๆ
“นี่ เจ้าชอบสิ่งที่เจ้าเห็นหรือไม่?” ชายแซ่โจวสะกิดด้วยศอกของเขา
ไปที่หลินหมิง และเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เผู้ชายทุกคนเข้าใจ “การเต้นนี้ได้
นำมาจากดินแดนปีศาจ มันมีลักษณะค่อนข้างเยี่ยมมาก! ดินแดนปีศาจ
นั้นจริงๆแล้วก็มีบางสิ่งที่ดีเช่นกัน! ฮ่าฮ่า!”
ชายที่โจวได้ยิ้มออกมาด้วยความใคร่ โดยไม่ได้สังเกตถึงสายตา
รังเกียจของผู้หญิงข้างๆเขา
“พวกเจ้าทั้งหมด หยุด พวกเรามีเด็กใหม่สองคนในวันนี้ นั่นคือ
คะแนน 101,000 คะแนน ทหารชั้นหนึ่ง และ 96,000 คะแนน ทหารชั้น
สอง ถ้าหน่วยเจ้าต้องการหนึ่งในพวกเขา เพียงแค่กล่าวมันออกมา”
โรงเตี๊ยมได้เงียบไปในทันที แม้กระทั่งผู้หญิงที่กำลังเต้นอยู่ก็ได้หยุด
กลางคัน นักสู้ทั้งหมดที่ชื่นชอบการมีชีวิตชีวาได้หันมามองหลินหมิงและ
ผู้หญิงคนนั้น
มันค่อยข้างแตกต่างจากสิ่งที่หลินหมิงได้คาดหวังไว้ นั่นคือไม่มีใคร
แย่งชิงตัวเขาไป
‘มันดูเหมือนว่า 101,000 คะแนนทหารชั้นหนึ่งไม่มีคุณค่ามากนักใน
ที่แห่งนี้ หรือบางทีหน่วยระดับสูงไม่ต้องการใครก็ตามที่ได้คะแนนเพียง
แค่ 101,000 แต้มกัน’ หลินหมิงยังคงยิ้มแย้มขณะที่เขาได้คิดสิ่งนี้
“เฮ้ น้องชาย เข้าร่วมกับพวกเราหรือไม่?”
หลังจากไม่กี่ลมหายใจ ได้มีชายร่างใหญ่กล่าวออกมา เขาถือเหยือก
ไวน์ขนาดใหญ่ในมือของเขาและเขาก็เขย่าขึ้นลง จนไวน์ก็ได้พุ่งออกมา
เมื่อหลินหมิงได้ชำเลืองมองไปยังชายร่างใหญ่นั้น เขาก็ได้เห็นว่าการ
บ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าและปราณแท้ของ
เขาก็หนาอย่างผิดปกติ เขาเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ทรงพลังกว่าผู้ที่อยู่ในระดับ
เดียวกัน
“หน่วยเล็กๆของพวกเรานั้นมีผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าสามคน
และหัวหน้าหน่วยพวกเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
กลาง พวกเราทั้งหมดเป็นทหารชั้นหนึ่งที่ได้ผ่านการสู้รบแล้ว ส่วนที่เหลือ
นั้นอยู่ในระดับจุดสูงสุดขั้นปราณต้นฟ้าและครึ่งก้าวสู่ขั้นปราณปลายฟ้า
พวกเราเป็นหนึ่งในหน่วยอันดับต้นในพันธมิตรร่วมสงคราม ถ้าเจ้าเข้า
ร่วมกับกลุ่มของพวกเรา เจ้าจะมีโอกาสดีที่สุดในการได้รับแต้ม
ความสำเร็จของกองทัพ ความจริงแล้วถ้าไม่ใช่พวกเราสูญเสียบางคนไป
เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเราจะไม่เลือกนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย”
หน่วยทหารผ่านศึกหลายหน่วยไม่เต็มใจที่จะรับสมัครใหม่ การรับ
สมัครนั้นมักจะได้ผู้ขาดประสบการณ์ในการสู้รบและจะตื่นตระหนกเมื่อ
ต้องอยู่ในสถานการณ์ระหว่างความเป็นหรือความตายครั้งแรก และจะทำ
ให้สถานการณ์ตกอยู่ในความวุ่นวาย ในที่สุดพวกเขาจะกลายเป็นภาระ
ให้กับทุกคน ในสนามรบที่ชีวิตและความตายอาจถูกตัดสินได้ในไม่กี่วินาที
ทุกการกระทำส่งผลกับความอยู่รอดของหน่วย
ในความเห็นของชายผู้นี้ หลินหมิงนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะ ภายใน
หน่วยของเขา เขาจะอยู่ในระดับต่ำสุด ยากที่จะบอกได้ว่าในอนาคตของ
หลินหมิงจะเป็นเช่นไร