Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 455 ข้าหุนหันพันแล่นจนเกินไป
ถึงแม้ซ่วนฉางจะทนงตน แต่ในเมื่อมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของตน เขาก็
ยังไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้และขออภัยต่อหน้าทุกคน มันเป็นบางสิ่ง
ที่เขาไม่อยากที่จะทำ อย่างไรก็ตาม ซ่วนฉางก็เกรงว่าแม้ว่าเขาจะเลือก
อภัย หลินหลินก็ยังอาจจะมาสสร้างความลำบากให้เขาในอนาคต
บางทีในอีกไม่กี่ปี หรือน้อยกว่านั้น หลินหมิงอาจจะขยี้เขาราวกับมด
ปลวก เมื่อเวลานั้นมาถึง ชีวิตของเขาก็จะขึ้นอยู่กับอารมณ์ของหลินหมิง!
ซ่วนฉางมิต้องการที่จะให้ชะตากรรมของตนตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น
ซ่วนฉางกัดฟันและกระชับง้าวในมือ เขาต้องใช้การโจมตีทางจิต
วิญญาณของฝันร้ายช่วยเพื่อทำร้ายหลินหมิง ตราบใดที่เขาสามารถทำให้
หลินหมิงลังเลสักวินาที… ก็อาจจะสังหารหลินหมิงได้!
“ฝันร้าย เมื่อข้าโจมตี เข้าร่วมได้ ใช้ทุกอย่างที่มีสังหารเขา มิเช่นนั้น
พวกเราจะมิเหลือโอกาสอีก!”
ซ่วนฉางมีสีหน้าที่เขร่งขรึมอย่างยิ่ง การโจมตีโดยอาศัยที่เผลอนั้น
สามารถใช้ได้ครั้งเดียว หากใช้ครั้งที่สอง มันก็จะไม่มีผลกับหลินหมิงมาก
และหากเขาหนีไปไกล ทุกอย่างก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก
หากทุกอย่างนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา และซ่วนฉางก็จะมิมั่นใจเลยว่า
โชคชะตาของตนจะดีกว่าหลินหมิง
“ย่อมได้” ฝันร้ายประหลาดใจเล็กน้อย ซ่วนฉางดูเหมือว่าจะจรึงจัง
เรื่องมารโลหิตเป็นอย่างมาก หรือว่าเขาได้นั้นได้รู้ถึงตัวตนของมารโลหิต
แล้วเช่นนั้นหรือ?
“เคล็ดปีศาจอเวจี!”
ซ่วนฉางตะโกนออกมา ปราณแท้ของเขาปะทุราวกับภูเขาไฟ เขา
เปิดใช้งาน ‘เคล็ดบ่มเพาะปีศาจอเวจี’ ขั้นที่ 3 ซ่วนฉางได้ฝึกฝนจนมาถึง
ประตูของขั้นนี้แล้ว เมื่อเขาพยายามที่จะควบคุมความรุนแรงและดุร้าย
ของเคล็ดบ่มเพาะสายปีศาจนี้ หากทักษะหรือความสามารถในการ
ควบคุมของเขาไม่เพียงพอ มันก็จะจบลงด้วยการที่เขาจะได้รับบาดเจ็บ
อย่างหนัก และจนถึงขั้นอาจกลายเป็นเสียสติ สำหรับซ่วนฉางที่กล้าใช้มัน
ออกมาเช่นนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเอานั้นจึงจังเพียงใด!
ขณะที่ออร่าอันน่าสยดสยองของซ่วนฉางปะทุออกมา เส้นผมของ
เขาก็สยายไปตามสายลม ในตอนนี้ เขาราวกับเทพสงครามที่ทรงพลังที่ไร้
ผู้ต้าน มองลงมายังโลกอย่างหยิ่งพยอง!
เหล่านักสู้ที่อยู่โดยรอบต่างรู้สึกเสียวสันหลังเมื่อต้านทานพลังที่ซ่วน
ฉางปลดปล่อยออกมา แม้แต่ 3 ผู้ยิ่งใหญ่ของแดนปีศาจยังหวาดผวา
“นี่มันน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง! มิใช่ว่าการโจมแรกจะดูเชิงก่อน
หรือ?”
“ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานขึ้น ทังที่พวกเราเป็นนักสู้ที่อยู่
ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้าเช่นเดียวกัน แต่กลับต่างกันถึงเพียงนี้!”
“ผู้ใดจะสามารถต่อต้านซ่วนฉางได้ในเวลานี้?”
นักสู้พันธมิตรร่วมสงครามรู้สึกสิ้นหวัง แม้แต่หลี่ว์ฮัวเองก็ลองไม่
คิดถึงมารโลหิตและซ่วนฉาง ด้วยความร่วมมือของ 3 ผู้ยิ่งใหญ่กับกอง
กำลังที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือประมาณ พวกเขาก็ด้อยกว่า หาก
ไม่สามารถต่อต้านได้ พวกเขาก็ย่อมตกตาย!
หลี่ว์ฮัวถอนหายใจ จะเหลือกี่คนกันที่จะรอดจากหายนะครั้งนี้ได้?
…..
ดวงตาของหลินหมิงหรี่ลง เขารู้ว่าศัตรูจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อจัดการ
เขา สำหรับไม้ตายของเขาที่กะว่าเก็บเอาไว้ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องมั่นใจ
เพราะมันสามารถอย่างยิ่งเพราะมันใช้ได้ครั้งเดียว แต่ในตอนนี้ เขาไม่มี
เลือกอีกแล้ว มิเช่นนั้นเขาจะต้องเป็นฝ่ายบาดเจ็บสาหัสแทน หากไม่
สามารถหาทางนี้ได้ ไม่นานเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
“เมื่อตอนที่ข้าได้เผชิญหน้ากับโอวหยางเฉินซิ่ว ข้าเพียงแค่เปิดใช้
ปราณเทพทรราชคลั่งเท่านั้น – ข้ามิได้ผลาญโลหิตของฟีนิกซ์โบราณเลย
ซักนิด ในตอนนั้นข้ามิได้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด แต่ในตอนนี้เผชิญหน้า
กับซ่วนฉาง ความแข็งแกร่งของข้าได้เพลิงขึ้นไปมากแล้วและยังอยู่ใน
สภาพที่พร้อมที่สุดอีกด้วย ข้าสงสัยยิ่งนักว่าตนเองจะแข็งแกร่งเพียงใด!”
หลินหมิงเริ่มเดือดพล่านด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้!
ซู่ววว!
โลหิตของฟีนิกซ์โบราณถูกเผ่าไหม้! สัญลักษณ์เปลวเพลิงที่ระหว่าง
คิ้วของเขาสาดประกายแสงสีทองออกมา พลังของโลหิตของฟีนิกซ์
โบราณนั้นคือการอาบเปลวเพลิงและถือกำเนิดใหม่ มันหมายความว่า
โลหิตของฟีนิกซ์โบราณสามารถเผาผลาญโดยไร้ขีดจำกัด และจะมิสูญเสีย
มันไปเลยเลยสักนิด!
“ตาย!”
ซ่วนฉางกระชับง้าวและชุดท่อนบนของเขาฉีกกระจุย เส้นผมสีแดง
ของเขาสยายไปตามสายลม ทุกย่างก้าวของเขาทำให้พื้นดินทุกบดขยี้
ปราณแท้มหาศาลของเขาก่อก่อขึ้นเป็นอินทรีย์ยักษ์สีแดง พุ่งไปยังหลินห
มิง!
ง้าวถูกกวัดแกร่ง อากาศโดยรอบราวกับถูกฉีกขาด
ดวงตาของหลินหมิงกลายเป็นล้ำลึก ปราณแท้ของเขาสัมผัสกับเมล็ด
พันธุ์เทพทรราช
ปราณเทพททราช – เปิด!
ปราณแท้จำนวนมหาศาลที่ได้ถูกบีบอัดอย่งาถึงที่สุดไว้ภายในเมล็ด
พันธุ์เทพทรราชปะทุออกมา ปราณแท้ภายในร่างของหลินหมิงราวกับ
มหามุทรที่ไร้สิ้นสุด คลื่นพลังปราณแท้ที่น่าหวาดหวั่นที่ทะลักออกมาด้าน
นอก!
เหล่านักสู้ที่อยู่โดยรอบกลายเป็นน่าซีดเมื่อเผชิญหน้ากับออร่าที่แสน
บ้าคลั่งนี้ แม้แต่ขวานเพลิงก็ยังไม่อาจที่จะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น เขานั้นรู้ว่า
มารโลหิตนั้นแข็งแกร่ง แต่ไม่เคยนึกเลยว่าจะแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาได้
จินตนาการเอาไว้หลายขุมถึงเพียงนี้ การต่อสู้ที่รุนแรงเมื่อครู่เป็นแค่
ส่วนนึงของพลังที่แท้จริงของเขาเท่านั้นหรือ?
สีหน้าของฝันร้ายกลายเป็นซีดขาว เดิมทีเขาคิดว่าซ่วนฉางมิได้
ต้องการให้เขาช่วยเหลือเท่าใด แต่ในตอนนี้ มันดูเหมือนว่าต่อให้เขาเข้า
ช่วยก็ยังไม่เพียงพอเลย!
ฝันร้ายโคจรปรษรแท้ทั่งร่าง ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ เขาจ้องมองไปยัง
หลินหมิง การโจมตีทางจิตวิญญาณของเขาพุ่งออกไป!
ในตอนนี้ หลินหมิงมิได้สนใจเกี่ยวกับการเปิดเผยสถานะหรือไม่อีก
ต่อไป พลังเพลิงและสายฟ้าที่ถูกบีบอัดอยู่ภายในเมล็ดพันธุ์เทพททราชแะ
ทุออกมาเช่นกัน ทั่งร่างของเขาเต็มไปด้วยประกายสายฟ้าอันทรงพลัง
และเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ ในตอนนี้เอง การโจมตีทางจิตวิญญาณของ
ฝันร้ายพุ่งเข้าไปยังทะเลจิตวิญญาณของหลินหมิง!
หืม?
หลินหมิงรู้สึกได้ ลอบโจมตีทางจิตวิญญาณหรือ?
หลินหมิงไม่แม้แต่จะสนใจมัน สายฟ้าที่ทรงพลังและดุร้ายที่หลับไหล
ภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาตื่นขึ้นมาและโจมตีไปยังการลอบ
โจมตีทางจิตวิญญาณนี้!
ขณะเดียวกัน วังวนสีดำก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าภายในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของหลินหมิง – มันก็คือเจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’!
เจตจำนงแห่งนักสู้นี้เป็นมรดกที่ได้มาจากภายในด่านทดสอบแห่งแม่
มดในด่านที่ 7 แล้วมันจะปลอยให้สิ่งอื่นล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนของมัน
ได้อย่างไร?
ปัง!
วังวนีดำนี้ราวกับกระเพาะของปีศาจ มันย่อยสลายการโจมตีทางจิต
วิญญาณที่เข้ามาจนกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวพลังจิตวิญญาณที่แตกสลาย
“อ๊ากกก!”
ฝันร้ายร้องโหยหวนออกมา เขาล่มคุกเขาขณะที่กุมศีรษะและลงคว่ำ
ไปกองกับพื้น เพียงแค่ครู่เดียวที่เขาได้โจมตีไปยังจิตวิญญานของ
หลินหมิงตามคำแนะของซ่วนฉาง เขาได้ทุ่มพลังทั้งหมดออกไป เขา
นั้นมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง หากมีนักสู้โจมตีทางจิตวิญญาณ
ด้วยพลังทั้งไปยังผู้ที่มีการป้องกันทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเกินกว่าตน
มหาศาล มันก็มิต่างจากการขว้างแกร่งใส่หิน เขาย่อมมีสภาพที่เลวร้าย
อย่างถึงที่สุด!
นักสู้หลายคนได้ยินฝันร้ายกรีดร้องอย่างโหายหวน ในตอนนี้ ไม่มี
ผู้ใดรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะสิ่งใด ง้าวของซ่วนฉางฟันออกไป
แต่ในตอนนี้ บนปลายง้าวโลหิตล้างผลาญของหลินหมิงมีลำแสงสี
แดงและม่วงสาดประกายออกมา!
พลังของเพลิงและสายฟ้าอันทรงพลังหมุนวนผสานกันเป็นหนึ่งเดียว
– เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
ปัง!!!
ในโลกที่มืดสลัวและเปรี่ยวล้าง ดวงอาทิตย์ที่ม่วงปรากฏขึ้นกลาง
อากาศ เสียงทุกอย่างถูกดูดกลืนจนเลือนหาย แสงสว่างเจิดจ้าทำให้ผู้คน
ตาพล่ามัว!
เหล่านักสู้ที่นี้ล้วนแต่เป็นผู้ที่โดดเด่นจากดินแดนต่างๆ แต่เมื่อ
เผชิญหน้ากับการระเบิดที่น่าหวาดกลัวนี้ พวกเขาก็ราวกับเป็นใบไม้
ท่ามกลางพายุ พวกเขาทั้งหมดต่างถูกพัดกระเด็ด จนรู้สึกราวกับร่าง
กลายถูกฉีกกระชาก
ในพายุของเพลิงและสายฟ้าที่ทรงพลัง ทั้งหลินหมิงและซ่วนฉางต่าง
ก็ปลิวกระเด็ดออกไปคนละด้าน
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ หลินหมิงทรงตัวได้ด้วยการคุกเข่าเพียงข้างเดียว
สีหน้าของเขาซีด ส่วนซ่วนฉางนั้น เขาถูกอัดกระแทกลงไปที่พื้น สำหรับ
โลหิตออกมากองโต
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่านักสู้ทั้งหมดต่างตกตะลึง ยิ่งกว่าตอนที่ฝันร้าย
กรีดร้องโหยหวนออกมา ฝันร้ายนั้นเป็นนักสู้ที่เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงด้าน
พลังจิตวิญญาณไปทั่วทะเลทางใต้ แต่เมื่อครู่ก่อน เขาได้รอบโจมตีหลินห
มิงในช่วงโกลาหล ไม่เพียงแค่หลินหมิงจะมิเป็นอันใด แต่ฝันร้ายกลับเป็น
ฝ่ายได้รับบาดเจ็บสสาหัสอีกด้วย!
สีหน้าของงูพิษและกระดูกโลหิตตื่นตระหนก พวกเขานั้นรู้ดีว่าการ
โจมตีทางจิตวิญญาณของฝันร้ายนั้นแข็งแกร่งเพียงใด หลังจากทะเลแห่ง
จิตวิญญาณได้รับความเสียหายอย่างหนัก มิต้องกล่าวถึงการโจมตีการ
โจมตีธรรมดาเลย เพียงแค่จะยืนขึ้นให้ได้ก็เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงดูเหมือนว่าหลินหมิงจะมิได้สนใจการโจมตีนี้
เลย ไม่เพียงแค่สามารถจัดการกับการโจมตีทางจิตวิญญาณของฝันร้ายได้
แต่ยังสามารรับการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของซ่วนฉางได้ ทำให้ซ่วนฉาง
บาดเจ็บจนสำลักโลหิตกองโตออกมา!
นี่คือมนุษย์แน่หรือ?
“เขาน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!” กระดูกโลหิตริมฝีปากบิดเบี่ยว
เผชิญหน้ากับหลินหมิงเขาก็ย่อมมิต่างไปจากโคลนตม!
“ดีแล้ว… ที่พวกเรามิได้พบกับมารโลหิตก่อนหน้านี้” งูอ้าปากค้าง
หน้าผากของเขาหลั่งเหงื่อเย็น หากเขาตั้งเผชิญหน้ากับมารโลหิตก่อน
หน้านี้ มันก็จะมิใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาทั้งสองจะต้องตกตาย! เมื่อคิดถึง
ความเป็นไปได้ เขาก็ยิ่งหวาดกลัวขึ้นไปอีก
ทุกคนต่างกลายเป็นเงียบงัน ซ่วนฉางคลานขึ้นมาจากหลุม ใบหน้า
ขาวซีด ขณะที่เขาเช็ดโลหิตที่มุมปาก เขาก็เหลือบมองไปยังฝันร้ายที่มี
สภาพย้ำแยยิ่งกว่าเขา
ซ่วนฉางได้ใช้ปรารแท้ทั้งหมดไปในการโจมตี ในตอนนั้น ฝันร้ายเอง
ก็ได้ทุ่มสุดตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่จะถูกป้องกันการโจมตีทาง
จิตวิญญาณเอาไว้ได้ แต่ยังกลับกลายเป็นมีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้!
มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?
หลินหมิงแข็งแกร่งจนถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
เขานั้นอายุเพียง 17 ปีจริงหรือ? และระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่
เพียงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายจริงหรือ?
หัวใจของซ่วนฉางเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มิต้องการถึงการไล่ตอน
หลินหมิง มันดูเหมือนว่าเขาไม่อาจเป็นคู่มือได้เลยด้วยซ้ำ!
เขารู้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหลินหมิงได้เดินทางไปสังหารผู้อาวุโสของ
แผนกลงทัณฑ์แห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ไปหลายคน เขาแม้กระทั่งสู้กับผู้นำ
แผนกลงทัณฑ์และทำให้แผนกลงทัณฑ์บาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสีย
ปราณโลหิตอีกด้วย ในท้ายที่สุด เขาก็ได้สังหารศัตรูของตนต่อหน้าผู้
อาวุโสแผนกลงทัณฑ์ แต่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังไม่กล้าที่จะหยุดยั้งเขา
หรือกระจายข่าวนี้ออกไปด้วยตนเอง
หากเขาไม่สามารถสังหารหลินหมิงได้ในวันนี้ บางทีอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
หลินหมิงคงจะไปสังหารเขาจนถึงดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ด้วย
ตนเอง และแม้กระทั่งผู้อาวุโสของเขาก็คงมิต่างไปจากแมลงเมื่ออยู่ต่อ
หน้าหลินหมิง!
แต่… เขาจะสังหารหลินหมิงได้อย่างไร?
มันดูเหมือนว่าหลินหมิงจะเป็นฝ่ายสังหารเขาในตอนนี้เสียมากกว่า!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซ่วนฉางก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจ เขาไปยั่ว
ยุบุคคลเช่นนี้ได้อย่างไร!
การมายังเกาะที่มิได้มีความสำคัญแล้วยังต้องมาเผชิญหน้ากับหลินห
มิงอีก โชคของเขานั้นช่างบัดสบสิ้นดี
หลินหมิงเช็ดโลหิตที่มุมปากและยืนขึ้นอย่างช้าๆ ความจริงแล้ว
สภาพของหลินหมิงมิใช่ดังที่ซ่วนฉางเห็น
สำหรับฝันร้ายที่บาดเจ็บจากการสวนกลับจากการโจมตีทางจิต
วิญญาณ กล่าวได้ว่าโชคร้ายเป็นอย่างยิ่ง ด้วยปราณเทพททราชคลั่ง จิต
วิญญาณสายฟ้าแล้วยังเจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’ การป้องกันทางจิต
วิญญาณของหลินหมิงจนภึงระดับที่แทบจะไร้เทียมทาน
สำหรับฝันร้ายที่ต้องการทะลวงเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิง มันย่อมเป็นการฆ่าตัวตายดีๆนี่เอง
สำหรับเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง เป็นเพราะว่ายังเหลือศัตรู
อีกลายคน หลินหมิงจึงมิกล้าใช่พลังของมันทั้งหมด ถึงกระนั่น เขาก็ได้
ผลาญปราณแท้ไปมากถึง 30% แล้ว
แต่การโจมตีนี้กลับทำให้ซ่วนฉางบาดเจ็บท่านั้น คู่ต่อสู้ของเขายัง
พลังในการต่อสู้เหลืออยู่
ขณะที่หลินหมิงกำลังคำนวนสภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเปิด
ใช้ปราณเทพททราชคลั่งหรือโลหิตฟีนิกซ์โบราณ ทั้งสองต่างก็มิอาจอยู่ได้
นานนัก หากยืดเยื้อออกไป ทั้งเขาและซ่วนฉางก็จะบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่
สำหรับ 3 ผู้ยิ่งใหญ่ที่เหลืออยู่ เขาก็จะัมีเหลือพลังไปต่อต้านพวกมันได้!
เขาจะทำเช่นไรดี?
หลินหมิงได้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่ามันจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก
แต่เขาก็มิได้มีตัวเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ สำหรับการหลบหนีไปจากที่นี่
หลินหมิงเองก็หวาดกลัวต่อรอยแยกมิติที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งเช่นกัน
ในตอนนี้เอง ฉากที่น่าตกตะลึงก็ได้เกิดขึ้น ซ่วนฉางก็ได้วางง้าวของ
ตนเองลงและกล่าวว่า “ข้าขอยอมแพ้ ข้า…ข้าหุนหันพันแล่นจนเกินไปใน
การกระทำเมื่อครู่ และข้าต้องขออภัย ยกโทษให้ข้าด้วย”
อะไรกัน?
หลินหมิงตกตะลึง
มันมิใช่เพียงแค่หลินหมิง แต่นักสู้ทั้งหมดโดยรอบต่างกลายเป็นมึน
งงเช่นกัน
มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?