Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 466 ปราบปรามอย่างสิ้นเชิง
“มันน่าจะเป็นเหล่านักสู้จากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้” หลินห
มิงกล่าวผ่านกระแสเสียงปราณแท้ เขาและมู่เชียนหยี่ค้นพบว่ามีนักสู้หลบ
ซ่อนอยู่รอบดอกภูติโลหิต พวกเขาหลบซ่อนโดยใช้ทักษะวิชาพรางตัว
บางอย่าง
คนเหล่านี้ได้เห็นพุ่มดอกภูติโลหิตและยังมิได้ติดสินใจเอามันไป
กลับกัน พวกเขาเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่รอบๆ และเป้าหมายของพวกเขา
นั้นเห็นได้ชัด
พวกเขารอที่จะให้ผู้อื่นมุ่งความสนใจมาที่ดอกภูติโลหิต เมื่อคน
เหล่านั้นได้มีความสุขไปกับการพบสิ่งล้ำค่า พวกเขาก็จะลดความ
ระมัดระวังตามธรรมชาติ จากนั้น กลุ่มคนที่ซ่อนอยู่ก็จะลอบโจมตีและ
สังหาร
ผู้คนต่างก็ตระหนักได้ว่าสมบัติส่วนใหญ่ในที่แห่งนี้เสื่อมสลายไปแล้ว
การจะหาสักอันที่ยังมีสภาพดีนั้นยากเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้น การลอบสังหาร
ผู้อื่นและปล้นสมบัติมาจะดีกว่ามาก เพราะไม่ว่าอย่างไร เหล่านักสู้
อ่อนแอที่เข้ามายังสมรภูมิรบรรพกาลก็เป็นถึงศิษย์หลักของสำนักใหญ่ –
ไม่มีทางที่จะเป็นยาจกอย่างแน่นอน
“หัวใจของมนุษย์เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ เหล่านัก
สู้ได้รวมพลังกันฝ่าอันตรายจากรอบด้านรวมเป็นหนึ่ง แต่ในตอนนี้เมื่อพบ
สมบัติทุกคนต่างแยกทางกัน หากผู้ใดสามารถสังหารและลบร่องรอยได้
มันก็เท่ากับการสาบสูญไปในที่แห่งนี้” นิ้วของหลินหมิงสัมผัสไปยังแหวน
มิติอย่างช้าๆ
ก้าวเดินของมู่เชียนหยี่ชะงักอยู่ชั่วครู่ และก็เริ่มเก็บดอกภูติโลหิต
ต่อไปและแกล้งทำเป็นไม่ได้สังเกตถึงเหล่าผู้ที่ดักซุ่มอยู่
ไม่ห่างจากดอกภูติโลหิตมากนัก มี 2 ร่างพร่ามัวที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
หนึ่งมีระดับการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น เขาค่อยๆย่อง
มายังมู่เชียนหยี่ เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งในทักษะอำพรางของตน ให้จะถูก
ตรวจพบ แต่ระดับการบ่มเพาะของเหยื่อทั้งสองยังอยู่แค่ขั้นปราณปลาย
ฟ้าและขั้นปราณต้นฟ้าเอง
ด้านข้างชายชราคือชายหนุ่มหัวโต เขามองไปยังมู่เชียนหยี่ด้วยความ
โลภและเลียริมฝีปากพร้อมกล่าวว่า “เฒ่าโจว ท่านระวังเกินไปแล้ว ท่าน
คิดหรือว่าพวกเราจำเป็นที่จะต้องลอบโจมตีพวกอ่อนแอทั้งสองนี้ด้วย
หรือ?”
“ปลอดภัยดีกว่ามาเสียใจทีหลัง ข้าเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้เมื่อ 20 ปีก่อน แต่คนเหล่านี้มาจากนิกายใหญ่ พวกเขาย่อมมี
ทักษะหรือสิ่งของช่วยชีวิตหลายอย่าง เมื่อพวกเขาหลบหนีไปได้มันก็จะ
เป็นปัญหาอย่างยิ่ง! เมื่อพวกเราโจมตี ข้าจะรับมือกับผู้หญิงและเจ้าจะ
รับมือกับเจ้าสวะขั้นปราณต้นฟ้านั่น”
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนุ่มขั้นปราณต้นฟ้าเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ แต่กลับเพียง
แค่มาหาที่ตายเท่านั้น” ชายหนุ่มนามเหลียนเจี๋ยเค้นเสียงและดึงเอา
กระบี่ออกมจากแหวนมิติ
“อย่าประมาทเจ้าหนุ่มนั่น เขาเหมือนจะมีความสามารถในการต่อสู้
เทียบเท่านักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า เพราะถึงอย่างไรพวกที่มาที่นี่ก็ล้วนเป็น
อัจฉริยะกันทั้งนั้น การที่เขาสามารถรอดพ้นอันตรายมาจนถึงตอนนี้ได้ทั้ง
ที่อยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้าก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเขานั้นไม่ธรรมดา!”
ขณะที่กล่าวจบ ชายชราก็ได้โคจรปราณแท้ ทักษะการอำพรางตัวตนของ
เขาสามารถที่จะปิดบังความผันผวนของปราณแท้ได้ดีอย่างยิ่ง ดังนั้นเขา
จึงมิกลัวว่ามันจะทำให้มู่เชียนหยี่รู้สึกถึงจิตสังหารของเขาได้”
“ฮ่าฮ่า หากเขามีความสามารถในการต่อสู้ของขั้นปราณปลายฟ้า
เช่นนั้นข้าก็เช่นกัน!” เหลียนเจี๋ยกล่าวด้วยความมั่นใจอย่างยิ่ง เขาเป็น
หนึ่งในศิษย์สายตรงของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ถึงแม้การบ่มเพาะ
ของเขาจะอยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น แต่ความสามารถในการต่อสู้
เทียบเท่านักสู้ที่อยู่ปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้า หากกล่าวโดยทั่วไป หาก
เขาเผชิญหน้ากับนักสู้ขั้นเดียวกับตนเอง เขาก็จะสามารถจัดการสังหาร
นักสู้เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
มู่เชียนหยี่คอยโน้มตัวไปดึงดอกภูติโลหิตอย่างช้าๆ หันหลังให้กับ
ศัตรูอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้ ชายชราที่แอบซุ่มก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายและกล่าว
ออกมาว่า “ไป!”
ฉวิ้ง!
แสงกระบี่ดำฟาดฟันออกไปราวกับอสรพิษที่พ่นพิษออกมา
มู่เชียนหยี่ยิ้มบางๆและหันไปรอบๆ มันไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร แต่มู่เชียน
หยี่ก็ได้ดึงกระบี่สีแดงยาว 4 ก้าวออกมาแล้ว เปลวเพลิงเรืองแสงออกมา
และฟีนิกซ์เพลิงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ในหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา ถึงแม้มู่เชียนหยี่จะมิได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ แต่ความแข็งแกร่งของนางก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว
โดยเฉพาะ 3 เดือนที่ผ่านมา มู่เชียนหยี่นั่งเข้าณานฝึก ขั้นที่ 6 ของ ‘เคล็ด
บ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ที่หลินหมิงได้นำกลับมา
ถึงแม้นางจะเข้าใจได้เพียงพื้นฐานของมัน แต่มันเพียงพอแล้วที่ความแข็ง
ของนางเพิ่มขึ้นไปอย่างมาก!
ปัง!
กระบี่แสงสีดำถูกบดขยี้ ฟีนิกซ์เพลิงไม่ชะงักแม้เพียงครู่เดียว มันอ้า
ปากกว้างเพื่อจะกลืนกินชายชราชุดดำ!
“อะไรกัน!?”
ชายชราชุดดำสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างหนัก การลอบโจมตีของเขาถูก
ทำลาย หญิงสาวขั้นปราณปลายฟ้าสามารถที่จะต่อต้านปรมาจารย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ได้! ทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนทางใต้ อัจฉริยะเช่นนี้มีเพียง
หยิบมือ! เหตุใดเขาจึงได้โชคร้ายเช่นนี้!?
ขณะที่ชายชราชุดดำโจมตี ชายหนุ่มหัวโตก็ได้เคลื่อนไหวเช่นกัน
กระบี่ยาวของเขาผ่าอากาศออกไป คมกระบี่พุ่งไปยังหลินหมิง
ชายหนุ่มหัวโตมีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ปกติที่อยู่ปลายขอบ
ของขั้นปราณปลายฟ้า หากเขาใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดโจมตีหลินหมิง
มันอาจจะไม่เป็นการเสียเปล่า แต่ในตอนนี้ ปราณแท้ของชายหนุ่มหัวโต
ถูกยับยั้งถึง 80% ด้วยการเผชิญหน้ากับพลังขั้นผสานไขกระดูกของ
หลินหมิง มันก็เป็นเพียงเรื่องตลก
หลินหมิงไม่แม้กระทั่งใช้หอก เขาเพียงแค่เหวี่ยงหมัดออกไป!
ปัง!
พลังของขั้นผสานไขกระดูก มิได้สนใจกฏของการยับยั้งปราณแท้เลย
กระบี่ของชายหนุ่มหัวโตจึงแหลกเป็นเสี่ยงๆ ความกลัวปรากฏขึ้นในแวว
ตาของเขา หลินหมิงชกไปยังอกขวาของชายหนุ่มหัวโต
ด้วยเสียงของเลือดเนื้อถูกบดขยี้ ชายหนุ่มหัวโตร้องออกมาอย่าง
โหยหวนและสำลักโลหิตขณะที่ลอยกระเด็นออกมา เป็นเพราะอกขวา
ของเขาถูกชกโดยหลินหมิง แขนขวาจึงได้บิดงอ เห็นได้ชัดว่ามันหัก
“หืม? เขายังมิตายอีกหรือ?” หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย ชาย
หนุ่มหัวโตมีการบ่มเพาะขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นและปราณแท้ของเขา
ยังถูกยับยั้งไปอย่างมาก หลินหมิงคิดว่าหมัดสุ่มเมื่อครู่น่าจะสามารถ
สังหารศัตรูได้ แต่เขาไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มหัวโตจะยังรอดอยู่ได้ เขาจึงคิด
ว่าศัตรูน่าจะเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้
เมื่อชายชราชุดดำถูกสวนกลับโดยการโจมตีของมู่เชียนหยี่ เขาก็หัน
ไปมองและเห็นชายหนุ่มหัวโตถูกอัดกระเด็นลอยออกไปและสีหน้า
กลายเป็นซีดขาวในทันที
“เหลียนเจี๋ย!” ชายชราชุดดำตื่นตระหนก เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจ
เกี่ยวกับชีวิตของชายหัวโตที่มีนามว่าเหลียนเจี๋ย เขาต้องการที่จะวิ่งไป
ช่วย แต่ในทันใดนั้น กระบี่ที่สองของมู่เชียนหยี่ก็ฟันลงมายังเขา!
เปลวเพลิงปราณแท้โหมกระหน่ำ ไม่ว่ามันผ่านไปที่ใด แม้แต่หินที่
แข็งแกร่งก็ยังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“เจ้าโง่!”
ชายชราชุดดำตระโกนออกมาด้วยความโกรธ เขายกกระบี่ขึ้นมา
ป้องกันการโจมตีของมู่เชียนหยี่ แต่เขาก็ถูกอัดกระเด็นไปโดยพลังของ
เปลวเพลิงที่แข็งแกร่ง สีหน้าซีดลงยิ่งกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เขาได้ใช้แรงระเบิดในการช่วยให้ตนเองลอยกระเด็น
ไปยังชายหนุ่มหัวโต
“เหลี่ยนเจี๋ย!”
ชายชราชุดดำ เขาได้สะกดข่มปราณแท้ที่ยุ่งเหยิงภายในร่างของตน
และเขาประคองเหลียนเจี๋ยที่มีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายและรีบป้อนโอสถให้
ในการต่อสู้เป็นตาย จะปล่อยให้ศัตรูรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างไร
กันเล่า? หลินหมิงก้าวออกไปเตรียมพร้อมที่จะโจมตี แต่ในตอนนั้นเอง
ชายชราชุดดำก็ได้กล่าวออกมาว่า “มิจำเป็นที่จะต้องสู้กันอีก หากสู้ต่อไป
จะไม่มีประโยชน์อันใดต่อพวกเรา!”
ขณะที่หลินหมิงได้ยินเช่นนี้เขาก็เกือบจะหัวเราะออกมา แต่ก็โกรธ
ในเวลาเดียวกัน ชายผู้นี้ดีแต่ลอบโจมตีผู้อื่น แต่ในตอนนี้เมื่อการลอบ
โจมตีล้มเหลว กลับคิดว่าจะล้มเลิกการต่อสู้ได้ง่ายๆหรือ?
ตลกอันใดกัน!
หลินหมิงไม่สนใจเรื่องไร้สาระของชายชราผู้นี้ เขาเอาง้าวโลหิตล้าง
ผลาญออกมาจากแหวนมิติและแทงไปยังชายชรา 13 ผลึกดูดกลืนโลหิต
ลอยอยู่บนอากาศ!
ผลึกโลหิตเกลียวคลื่นสังหาร!
หลินหมิงนั้นต้องการที่จะต่อสู้กับปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
อย่างไรก็ตาม ความห่างชั้นระหว่างขั้นปราณต้นฟ้าและขั้นหลอมรวม
แก่นแท้นั้นมีมากเกินไป โดยปกติแล้ว หลินหมิงจะไม่มีความสามารถใน
การทำเช่นนั้น แต่ในโลกที่พังทลายนี้ ศัตรูของเขาได้ถูกยับยั้งปราณแท้ไว้
อย่างมาก หลินหมิงจึงจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้
ในพริบตา หลินหมิงได้เปิดใช้ปราณเทพทรราชคลั่ง พลังของขั้น
ผสานไขกระดูกถูกโคจรจนถึงขีดสูง!
ขณะที่ชายชราชุดดำมองเห็นหลินแทงง้าวมายังเขา หัวใจของเขาก็
กลายเป็นโกรธเกรี้ยว ถึงแม้เขาจะตระหนักว่าตนมิใช่คู่ต่อสู้ของมู่เชียนหยี่
นั่นเป็นโชคร้ายของเขาที่พบกับนางที่นี่ แต่นี่เป็นเพียงแค่ชายหนุ่มขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลายกล้าที่จะมาโจมตีเขา มันจะมิทำให้เขาโกรธได้
อย่างไรกันเล่า!?
“หลีกทางชายชราผู้นี้ไปซะ!”
ชายชราชุดดำฟันกระบี่มายังหลินหมิงเช่นกัน ปราณกระบี่ที่
หนาแน่นพุ่งมายังอกของหลินหมิง ขณะที่มู่เชียนหยี่เห็นเช่นนี้ นางก็สึก
หัวใจบีบรัดและต้องการที่จะเคลื่อนไหว แต่ในตอนนั้นเอง นางมองเห็น
ผนึกดูดกลืนโลหิตทั้ง 13 ของหลินหมิงบนง้าวโลหิตล้างผลาญ หมุนวน
เป็นเกลียวโลหิตแดงฉาน กระบี่ของชายราชุดดำกระเด็นออกไปเมื่อ
ปะทะกับวังวนนี้!
“อะไรกัน!?”
ชายชราชุดดำสะท้าน เขามิเคยนึกเลยว่ากระบี่ของเขาจะถูกปัด
กระเด็นจนหลุดจากมือโดยนักสู้รุ่นเยาว์ที่อยู่เพียงขั้นปราณต้นฟ้า!
มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!?
ในตอนนี้ ง้าวของหลินหมิงที่สามารถปัดหอกของายชราออกไปก็พุ่ง
ไปยังหน้าอกของชายชรา!
ในช่วงวิกฤตนี้ ชายชราชุดดำก็ได้กัดลิ้นของตนและเตรียมที่จะ
หลบหนี อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ ผนึกดูดกลืนโลหิตหมุนวนเป็นแรงดึงดูด
ที่แข็งแกร่ง ดึงร่างของชายชราชุดดำเอาไว้ ชายชราประหลาดใจเมื่อ
พบว่าตนไม่สามารถหลบหนีไปได้!
กฏของโลกใบนี้ทำให้เขาไม่สามารถบินได้ บวกกับแรงดึงดูดจากวัง
วนสีแดงฉาน ชายชราุดแดงมองเห็นด้วยตาตนเองว่ากำลังถูกดูด เขารู้สึก
เหมือนจิตวิญญาณจะแยกจากร่าง!
ง้าวโลหิตล้างผลาญได้สาดประกาย ฟันไปยังคอหอยของชายชราชุด
ดำ!
“อ๊ากกกก!”
ชายชราชุดดำกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อง้าวโลหิตล้างผลาญ
ฟันเข้ามา เขาปลดปล่อยปราณแท้เต็มพิกัดเข้าปะทะ
บึมมม –
สำแสงสีแดงพุ่งขึ้นท้องฟ้า คลื่นของปราณแท้กระจายออกไป แต่
ภายใต้กฏของโลกใบนี้ ปราณแท้เหล่านี้กระจายออกไปได้เพียงแค่ไม่กี่
ก้าวก่อนที่จะหายไปอย่างสมบูรณ์! พลังของกฏแห่งโลกนี้ที่สามารถยับยั้ง
ปราณแท้รุนแรงอย่างแท้จริง
ชายชราชุดดำจับกระบี่ดำของเขา มือขวาเต็มไปด้วยโลหิต ขณะที่
เขามองไปยังหลินหมิง ดวงตาของเขาก็เตมไปด้วยความหวาดกลัวอย่าง
สุดขั้วหัวใจ
นี่ยังใช่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าแน่หรือ?
นี่มันเป็นไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
“เจ้า… เจ้าคือใครกันแน่?”
ชายชราชุดดำเสียงสั่น ในบันทึกโบราณ มันมีบันทึกเกี่ยวกับการที่
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าที่สามารถสังหารปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ได้ และปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้สามารถสังหารผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิต หรือแม้กระทั่งพลังขั้นทำลายชีวิตสามารถสังหารผู้ทรงพลัง
ขั้นเทพสมุทร! แต่ในบันทึกเหล่านี้ ไม่เคยมีเกี่ยวกับการที่ชายหนุ่มขั้น
ปราณต้นฟ้าสามารถสังหารปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เลย!
มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!
ในทวีปนภารินไหลนั้นมีตำนาน มีชายที่มีนามว่าจักรพรรดิซื่อเจีย ผู้
ที่มีเจตจำนงนักสู้ถึง 7 รูปแบบ เขานั่งเข้าฌานภายใต้ต้นโพธิ์ 7 วัน 7 คืน
ผสานเจตจำนงนักสู้ 7 รูปแบบรวมเป็นหนึ่ง สร้างเป็นกายาอมตะทองคำ
แม้แต่จักรพรรดิซื่อเจียยังมิสามารถต่อสู้กับปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ได้เมื่อตอนที่เขาอยู่ขั้นปราณต้นฟ้า!
ชายชราชุดดำสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียดอย่างยิ่ง เขาคิดว่าหลินหมิง
นั้นอาจจะเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย หรือแม้กระทั่ง
เหล่าผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตทั่วไปปิดบังตัวตนมาหลอกพวกเขา แต่เขาก็
ปัดความคิดเหล่านั้นไป เหตุใดสัตว์ประหลาดชราเหล่านั้นจึงมาทำเรื่อง
เช่นนี้เล่า? พวกเขาควรที่จะเข้าไปยังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ แล้ว
เหตุใดจึงจะมาสนใจตัวตนที่ต้อยต่ำเช่นเขา?
ขณะที่มู่เชียนหยี่มายังด้านข้างของหลินหมิง นางก็ยังประหลาดใจ
เช่นกัน แต่เพียงแค่ประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น มันมิใช่ระดับที่นางไม่
อาจยอมรับได้ ขณะที่นางได้เดินทางกับหลินหมิงมานาน นางก็ได้คาดเดา
ว่าหลินหมิงนั้นน่าจะมีความสามารถบางอย่างที่แหกกฏของโลกใบนี้ได้
หลินหมิงนั้นมีความสามารถในการต่อสู้เทียบเท่านักสู้ที่อยู่ปลายขอบขั้น
ปราณปลายฟ้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยกฏของโลกนี้ที่ไม่มีผลต่อพลังบางอย่าง
ของเขา มันจึงไม่แปลกที่เขาจะสามารถต่อสู้กับปรมาจารย์ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ได้