Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 467 การโจมตีสังหาร
“ระวังด้วย คนผู้นี้ต้องการที่จะหนี” มู่เชียนหยี่กล่าวผ่านกระแส
เสียงปราณแท้ไปหาหลินหมิง
“อืม…” หลินหมิงก้าวไปด้านข้าง ปิดทางหนีของชายชราชุดดำ
หากเป็นโลกด้านนอก ในการต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ที่มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกัน การที่จะสังการกันนั้นจึงเป็นเรื่อง
ยาก นั่นเป็นเพราะปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้จะใช่ทุกอย่างที่ตนมี
ในการหลบหนี ความเร็วของพวกเขาจะอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง
แต่ในโลกใบนี้ มิเพียงแค่ปราณแท้ของพวกเขาที่ถูกยับยั้ง แต่ที่
สำคัญคือ… พวกเขาไม่อาจบินได้!
เมื่อเป็นเช่นนี้ มันจึงยากที่จะหลบหนีไปได้
ชายชราชุดดำตระหนักได้ถึงสิ่งนี้เช่นกัน สีหน้าของเขาก็กลายเป็นน่า
เกลียดอย่างยิ่ง หากเขาโชคร้ายในวันนี้จริง เขาก็อาจจะจบสิ้นลงตรงนี้
หลินหมิงจับจ้องไปยังชายชราชุดดำ พร้อมทั้งระมัดระวังตนเอง เขา
เริ่มที่จะคิดบางอย่างได้
เมื่อครู่ก่อนที่เขาได้ใช่ผนึกดูดกลืนโลหิต หลินหมิงค้นพบว่าผนึก
ดูดกลืนโลหิตไม่ได้รับผลกระทบต่อกฏการยับยั้งของโลกใบนี้เลย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จิตใจของหลินหมิงก็สะท้าน
ใช่แล้ว! นี่คือ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ที่ถูกสร้างขึ้นมา
โดยจักรพรรดิปีศาจ กฏการยับยั้งของโลกใบนี้จึงมิอาจยับยั้งผนึกดูดกลืน
โลหิตได้ หากโลกนี้คือกฏที่สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิปีศาจ แล้วผู้ที่สร้างมัน
ขึ้นมาจะยอมให้เคล็ดบ่มเพาะของตนถูกยับยั้งด้วยได้อย่างไรเล่า!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงจึงได้โคจรปราณแท้ตามวิธีซึ่งอยู่ภายใน
‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าปราณแท้ของ
ยังคงถูกยับยั้งด้วยกฏที่ของพลังของโลกใบนี้อยู่ดี
กล่าวอีกอย่างก็คือ ในโลกนี้ไม่เพียงแค่ยับยั้งปราณแท้ แต่ยังยั้ง
พลังงานรูปแบบอื่นๆอีกด้วย
เหตุผลที่ผนึกดูดกลืนโลหิตสามารถที่จะเป็นอิสระจากกฏของโลกใบ
นี้ได้เป็นเพราะพลังงานพิเศษของมัน ผนึกดูดกลืนโลหิตเหล่านี้เกิดจาก
ปราณโลหิตและสามารถเทียบได้กับพลังงานของสิ่งมีชีวิตรูปแบบนึง
ไม่ว่าจะเป็นปราณแท้ธาตุจำเพาะหรือไม่ หรือ 5 ธาตุ ลม สายฟ้า…
หรือแม้กระทั่งพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี ทุกอย่างนี้ถูกยับยั้งภายใน
โลกแห่งนี้
แต่พลังของร่างกายมนุษย์ พลังจากขั้นผสานไขกระดูก และผนึก
ดูดกลืนโลหิตมิใช่พลังประเภทปราณแท้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงอยู่นอกเหนือ
กฏของการยับยั้ง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ได้เข้าใจเหตุผล มีนักสู้มากมายที่ฝึกฝน
พลังที่เรียกว่า ‘ปราณแท้’ แต่ในโลกอื่นหรือดินแดนอื่น ก็มีหลายเผ่าพันธุ์
ที่ฝึกฝนในวิธีการและรูปแบบของพลังที่แตกต่างกันไป มันก็จะมิแปลกที่
จะมีอารยธรรมนักสู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่หลินหมิงและมู่เชียนหยี่เข้าปิดล้อม ชายชราชุดดำก็ถูกกดดัน
เป็นทวีคูณ เขาได้กระชับกระบี่และโคจรปราณแท้จนถึงขีดสุด และกล่าว
ว่า “มิจำเป็นต้องสู้กันอีก หากสู้ต่อไปจะมิได้มีผลประโยชน์อันใดแก่พวก
เราทั้งสองฝ่าย!”
นี่เป็นครั้งที่สองซึ่งชายชราชุดดำได้กล่าวออกมาเช่นนี้
มู่เชียนหยี่กลายเป็นอย่างรู้อยากเห็นจึงกล่าวไปว่า “เจ้าต้องการที่จะ
กล่าวสิ่งใดกันแน่?”
ชายชราชุดดำสีหน้าเคร่งขรึมและกล่าวอย่างเย็นชา “ชายผู้ที่พวก
เจ้าเพิ่งทำให้บาดเจ็บสาหัสนั้นคือเหลียนเจี๋ย เขาคืออัจฉริยะของตระกูล
เหลียนจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ และมีพรสวรรค์สูงส่งที่สุดใน
ตระกูลเหลียน!”
“แล้วไง?”
ชายชราชุดดำเค้นเสียงเย็นชา เขากล่าว “ปู่ของเขาคือเหลียนเฉิงจี๋
ซึ่งมีระดับการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง และเขาก็เป็นหนึ่ง
ในผู้อาวุโสที่เข้ามายังโลกแห่งนี้! มันมีอาคมพิเศษอยู่บนร่างของเหลียน
เจี๋ย หากเขาบาดเจ็บสาหัสหรือถูกสังหาร มันจะบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่าง
และส่งไปยังเหลียนเฉิงจี๋ ถึงแม้เพียงเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ก็มิอาจเอาชนะ
เหลียนเฉิงจี๋ได้ อย่างน้อยขุมกำลังของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ใน
โลกนี้ก็มีมากกว่า มิใช่สิ่งที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าจะสามารถ
เทียบได้!”
ขณะที่หลินได้ฟังชายชราชุดดำกล่าว เขาก็คิ้วขมวด ก่อนหน้านี้ เขา
ได้ยินบางคนเรียกชื่อผู้อาวุโสเหลียนที่มาจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทาง
ใต้มาบ้าง และชายหัวโตนี้เองก็มีแซ่เหลียน ไม่เพียงแค่นั้น แต่ชายชราชุด
ดำ ก็ยังแสดงอาการกังวลอย่างมากก่อนหน้านี้ มันดูเหมือนว่าเขามิได้
กำลังโกหกอยู่เลย
แม่แต่มู่เชียนหยี่ก็ยังขมวดคิ้ว หากพวกเขาต้องสร้างศัตรูเช่นเหลียน
เฉิงจี๋ มันก็จะมีปัญหาอย่างมาก
เมื่อชายชราชุดดำเห็นการแสดงออกของหลินหมิงและมู่เชียนหยี่จึง
ได้โล่งอก ในขณะเดียวกัน เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ “หึ ที่ชายชราผู้นี้
กล่าวเป็นเรื่องจริง และข้าเต็มใจที่จะกล่าวสาบานด้วยหัวใจแห่งนักสู้ว่า
หากพวกเจ้าปล่อยเราทั้งคู่ไป ข้าจะพาเหลียนเจี๋ยไปจากที่นี่ ข้าคิดว่าพวก
เจ้าคงไม่ยากที่จะเห็นดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้และเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ต้องมาต่อสู้กันด้วยเรื่องน้อยเช่นนี้หรอกใช่หรือไม่! ชายผู้นี้จะ
กล่าวอย่างตรงไปตรงมา หากทั้งสองฝ่ายต่อสูญกัน ทุกในจากเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จักต้องตาย!”
เสียงของชายชราชุดดำกลายเป็นดังขึ้น เขาเกรงว่าหากไม่รีบข่มขู่ทั้ง
สอง มันก็จะไม่มีทางที่เขาจะหนีไปจากที่นี่ได้ ถ่อยคำที่หวานแว่วคงไม่
อาจทำให้เขาออกไปจากที่นี่ได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการจะรอดจาก
สถานการณ์นี้คือทำให้พวกเขาเกิดความหวาดกลัว
หลินหมิงลังเลอยู่ชั่วครู่และกล่าว “เจ้ากล่าวไว้เมื่อครู่ว่าหาก
เหลียนเจี๋ยบาดเจ็บสาหัสหรือตกตายไป อาคมนี้ก็จะบันทึกสิ่งต่างๆและ
ถูกส่งไป หากเป็นเช่นนั้นจริง ตัวตนของพวกเราก็ต้องถูกรับรู้โดยเหลียน
เฉิงจี๋แล้ว!”
ชายชราคิดว่าหลินหมิงได้เกิดความหวาดกลัวและก็กลายเป็นมี
ความสุขและกล่าวออกมาว่า “ใช่แล้ว แต่ตราบใดที่อาการบาดเจ็บของ
เขาถูกรักษา ข้าสามารถที่จะขอความเมตตตาต่อผู้อาวุโส จนบางทีเขา
อาจจะมิได้ติดใจกับเรื่องนี้อีกเลยก็เป็นได้!”
“ฮ่าฮ่า ข้าต้องการที่จะขอบคุณเจ้าจริงๆ อ่า เช่นนั้นอาคมนี้ก็
สามารถที่จะบันทึกรูปลักษณ์ของพวกเราได้” ขณะที่หลินหมิงกล่าวมุม
ปากของเขาก็ยกขึ้นอย่างชั่วร้ายและจิตสังหารของเขาทันใดนั้นก็ได้ปะทุ
ออกมาจากทั่วทุกทิศทาง!
ง้าวโลหิตล้างผลาญกวาดออกไป!
“เจ้า!!!” ชายชราชุดดำสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้ สิ่งที่
เขาทำได้คือการยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน “เจ้าต้องการที่จะตายหรือ?
เหลียนเฉิงจี๋จะต้อง…”
ชายชราชุดดำยังกล่าวไม่จบเลยด้วยซ้ำ ในตอนนี้ มู่เชียนหยี่ก็โจมตี
เข้ามาด้วย เปลวเพลิงหมุนวนรอบตัวนาง รูปลักษณ์ของมู่เชียนหยี่
กลายเป็นดั่งผีเสื้อแห่งเพลิง โผล่ไปปรากฏที่ด้านข้างของชายชราชุดดำ
อย่างรวดเร็ว กระบี่วิหคเพลิงของนางฟันไปยังชายโครงของชายชราชุด
ดำ
“ย๊ากกก!”
ชายชราชุดดำตะโกนออกมาและทั่วร่างของเขาประทุออกมาด้วย
ปราณแท้ อย่างไรก็ตาม ภายในกฏแห่งการยับยั้งของโลกใบนี้ ต้องใช้
ปราณแท้มากเพียงใดจึงจะสามารถช่วยเขาได้?
บึมมม!
ชายชราชุดดำตบง้าวของหลินและทิ้งแขนซ้ายด้วยการตบไปยัง
กระบี่ของมู่เชียนหยี่อีกที มันอาจกล่าวได้ว่าเมื่อชายผู้แข็งแกร่งกำลังตก
อยู่ในปากเหวแห่งความตาย การขัดขืนครั้งสุดท้ายของพวกเขาจะทรง
พลังอย่างแท้จริง
เมื่อชายชราชุดดำสามารถที่จะเบียงแบนการโจมตีของหลินหมิง
และมู่เชียนหยี่ได้ เขาก็รีบหลบหนีในทันที!
หลินหมิงเค้นเสียง กฏบนง้าวเปลี่ยนไป “ง้าวบรรพกาลจู่โจม!”
ผนึกดูดกลืนโลหิตทั้ง 13 ก่อตัวเป็นวังวนสีแดงฉานพุ่งออกไป พลงัดึ
งดูดของมันกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมร่างของชราชุดดำ
เอาไว้!
“ทักษะนี่อีกแล้ว!”
หัวใจของชายชราชุดดำเต็มไปด้วยคลื่นความสิ้นหวัง เมื่ออยู่บนพื้น
พลังดึงดูดก็ไม่พอที่จะดึงเขากลับไป ทำได้เพียงแค่ลดความเร็วของเขาลง
เท่านั้น แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับกระบี่แห่งความตายของมู่เชียนหยี่
กระบี่สาดประกาย ลำแสงกระบี่พุ่งไปยังร่างของชายชรา
หลังจากที่แขนทั้งสองข้างของเขาได้รับบาดเจ็บ ชายชราชุดดำจึงไม่
อาจที่จะต่อต้านกระบี่ของมู่เชียนหยี่ได้อีก เขาสำลักโลหิตออกมา ทั่วร่าง
ถูกย้อมไปด้วยสีแดงและลอยกระเด็นออกไป
ฉึก!
ชายชราชุดดำรู้สึกเหน็บหนาวจากด้านหลัง เขาช่วยไม่ได้ที่จะมองลง
ไปยังร่างของตน เห็นง้าวเสียบทะลุหัวใจและปวดของตน!
ไม่อาจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ชายชราร้องโหยหวนออกมาไม่กี่ครั้ง
และก็ตกตายลง
“เขาตายแล้ว…” หลินหมิงพึมพัม ตกตะลึงเล็กน้อยความสามารถ
ของตนเอง ถึงแม้เขาจะยืมพลังจากกฏการยีบยั้งของโลหใบนี้เขาช่วย แต่
นี่ก็ยังเป็นครั้งแรกที่เขาสังหารปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้!
หลังจากที่หลินหมิงเอาแหวนมิติของชายชราชุดดำมา เขาก็มองไป
ยังศพ เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ ความคิดแรกที่แวบขึ้นมาคือใช้ปราณโลหิตของ
ชายชราชุดดำป้อนให้ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
ครั้งล่าสุดที่เขาใช้คือปราณโลหิตของโอวหยางปั่วเยี่ยน ในครั้งนี้ เขา
อาจจะต้องใช้ปราณโลหิตของปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
อย่างไรก็ตาม การป้อนปราณโลหิตให้แก่ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์เขาก็จะ
ได้รับเศษเสี่ยวจติวิญญาณใหม่มา ซึ่งมันไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นให้กับ
เขาโดยตรงทันที ไม่เพียงแค่นั้น มันยังไม่มีที่ปลอดภัยในโลกที่พังทลายนี้
ให้เขาได้มีเวลาเข้าไป
ดังนั้น ครั้งนี้จะดีกว่าหากใช้ปราณโลหิตในการฝึกฝนผนึกดูดกลืน
โลหิต ในสถานการณ์เขาปัจจุบันเขาต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากที่สุด
เท่าที่จะทำได้
และผนึกดูดกลืนโลหิตนี้ก็มิได้ถูกยับยั้งโดยกฏของโลกใบนี้อีกด้วย นี่
เป็นศักยภาพในการต่อสู้ที่ได้รับข้อยกเว้น
ปราณโลหิตของปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ดียิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นปราณปลายฟ้าหลายเท่า และผนึกดูดกลืนโลหิตนี้ยิ่งก่อตัวขึ้นจาก
ปราณโลหิตก็จะดียิ่งกว่าเดิมมากอีกด้วย ผนึกดูดกลืนโลหิตนี้ เทียบกับ
13 ผนึกดูดกลืนโลหิตอื่นๆแล้ว มันสามารถที่จะเพิ่มพลังให้กับ ‘เคล็ดบ่ม
เพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ถึง 50%
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็กัดฟันแน่น สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิต
ทำลายล้างของเขาพุ่งเขาไปยังร่างของชายชราชุดดำ และเกิดเสียงแตก
ร่างของชายชราชุดดำปะทุหมอกโลหิตสีแดงออกมา สายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้างที่ดูดปราณโลหิตเสร็จแล้วมันได้พุ่งกลับมายังแขนของ
หลินหมิง และค่อยๆเกิดเป็นเป็นผนึกดูดกลืนโลหิตอันใหม่ขึ้นมา
นี่คือ 14 ผนึกดูดกลืนโลหิต!
สำหรับลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ หลินหมิงไม่ได้กังวลกับมันนัก ตราบใดที่
เขาสามารถเพิ่มพลังจนสามารถสังหารปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ได้ มันก็จะขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่เขาจะได้เปิดมันอีกครั้ง
มู่เชียนหยี่มองไปยังหลินหมิงด้วยความประหลาดใจ นางมิรู้ว่าหลินห
มิงนั้นได้บ่มเพาะเคล็ดวิชาสายมาร “หลินหมิง เจ้า…”
“ข้าพบเคล็ดบ่มเพาะนี้ได้ซากโบราณและตัดสินใจที่จะนำมันมาใช้
ประโยชน์” หลินหมิงกล่าวอย่างราบเรียบเพื่อแก้ตัว
มู่เชียนหยี่เกิดความกังวลเล็กน้อย “ศิษย์น้องหลินหมิงหากเจ้าฝึกฝน
เคล็ดบ่มเพาะหลายอย่าง แทนที่จะปรับแต่งที่สิ่งที่เจ้ามี มันอาจทำให้
ปราณแท้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้”
มู่เชียนหยี่มิได้สนใจว่าหลินหมิงบ่มเพาะสิ่งใด ต่อให่เป็นเคล็ดบ่ม
เพาะปีศาจ นางก็กังวลแค่เพียงว่าหลินหมิงจะบ่มเพาะหลายอย่างมาก
เกินไปและทำให้ปราณแท้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา
หลินหมิงนั้นได้คิดเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว สำหรับเขา ที่ฝึกฝน 3 เคล็ด
บ่มเพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ‘เคล็ดบ่ม
เพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง’ และ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ มัน
แตกต่างกันและมีความผันผวนที่แตกต่างกันอีกด้วย
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เป็นระบบ
รวบรวมปราณแท้ของขั้นปราณปลายฟ้า ขั้นหลอมรวมแก่นแท้และขั้น
เทพสมุทร
‘เคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ใช้กับผสานไขกระดูก เปิด 8
ประตูเร้นลับภายใน และ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
ขณะที่ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ความจริงคือมันมิถือว่า
เป็นเคล็ดบ่มเพาะเท่าใดนัก และมันจึงไม่เกิดสถานการณ์ที่ปราณแท้เกิด
ภาวะแทรกซ้อนขึ้นกับหลินหมิง เหตุผลที่หลินหมิงฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะ
ง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ก็เพื่อทักษะหอกและทักษะสังหาร
มิเช่นนั้น ทักษะหอกของหลินหมิงก็จะด้อยประสิทธิภาพอย่างมาก
ขณะที่หลินหมิงหันไปชำเลืองมองชายหัวโตที่นอนกองอยู่บนพื้น
หลงัจากที่ได้รับโอสถจากชายชราชุดดำ โลหิตของเขาก็หยุดไหล และสี
หน้าของเขามีรอยเลือดฝาด
ขณะที่ชายหนุ่มหัวโตตระหนักได้ว่าหลินหมิงมองมายังเขา เขาก็
ตกใจกลัว เขาพยายามที่จะกล่าวออกมาแม้หัวใจของเขาจะสั่นอย่าง
รุนแรง “หาก… หากเจ้าสังหารข้า เช่นนั้น… เจ้า… เจ้าจะต้องพบกับความ
ตายอย่างแน่นอน! ”
หลินหมิงไม่แม้แต่จะสนทนาด้วย เขาโบกมือ แสงสีโลหิตสาด
ประกาย คลื่นโลหิตไหลออกมาจากคอของชายหนุ่มหัวโตและตกตายไป
ในทันที
ด้วยเสียง ‘สวบ’ ปราณโลหิตทั้งหมดของชายหนุ่มหัวโตก็ได้ถูก
ดูดกลืนโดยสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง!
หลังจากที่หลินหมิงได้นำแหวนมิติของชายหนุ่มหัวโตมา เขาสะบัด
นิ้ว บอลเพลิง 2 ลูกพุ่งออกไป หนึ่งมุ่งไปยังร่างของชายหนุ่มหัวโตแลพอีก
หนึ่งมุ่งไปยังร่างของชายชราชุดดำ เผาร่างของพวกเขาจนการเป็นเถ้า
ถ่าน และปลิวไปตามสายลมด้วยมิเหลือล่องลอย