Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 479 รอข้าอยู่ที่นั่น
หลินหมิงรู้ว่ามู่ชือหั่วและเหล่ยจิงเทียน มาเพื่อเขาโดยเฉพาะ หาก
เขาทิ้งมู่เชียนหยี่และมู่ชิงอีและผู้อาวุโสคนอื่นๆไว้ ก็จะไม่มีสิ่งใดเกิด
ขึ้นกับพวกเขา
แต่มู่เชียนหยี่นั้นแตกต่างออกไป มู่ชิงชูได้ตัดสินใจที่จะครอบครอง
สายเลือดวิหคเพลิงของนาง และรอคอยเวลานี้มานาน ด้วยเหล่ยจิงเทียน
อยู่ที่นี่ ไม่มีสิ่งใดที่มู่เชียนหยี่จะสามารถต่อต้านเขาได้ สำหรับมู่ชิงชู เขา
เป็นบุคคลที่น่าสังเวชอย่างยิ่งที่สามารถกระทำเรื่องน่ารังเกียจเท่าที่จะ
เป็นไปได้ หลินหมิงไม่กล้าที่จะคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเลยเมื่อมู่เชียนหยี่ตก
อยู่ในมือของเขา
หากมันเกิดขึ้น เช่นนั้นต่อให้เขาสามารถนี้ไปได้และทะลวงเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ในอนาคต มันก็จะเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่มีวันจางหาย
นอกจากเขาจะได้ฉีกมู่ชิงชูเป็นชิ้นๆด้วยมือตนเอง!
ขณะที่หลินหมิงรู้สึกถึงอักขระหลบหนีในมือของเขา จิตใจของเขาก็
ปั่นป่วนและหน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เขาไม่นึกเลยว่าจะเป็น
สิ่งล้ำค่าที่แม้แต่มู่เชียนหยี่ยังไม่มี ก่อนหน้านี้ มู่เฟิงเซียนจะต้องคิดว่ามู่
เชียนหยี่จะไม่ได้พบกับอันตรายอย่างแน่นอน นางก็คงไม่อาจที่จะนึกได้
ว่ามู่ชือหั่วจะมิสนใจสัญญาโลหิตและก่อกบฏต่อนิกายตนเองเช่นนี้!
ขณะที่เหล่ยจิงเทียนถือกระบี่แสงสายฟ้าอยู่ ก็มีประกายสายฟ้าสี
ม่วงขนาดเล็กห่อหุ้มอยู่โดยรอบ ลักษณะของแสงแห่งฝันมายานี้เหมือน
ทั้งสายฟ้าและแสง มันเข้าใจยากและสับสน มันไม่จำเป็นต้องให้มู่ชือหั่ว
ลงมือ – เพียงแค่เหล่ยจิงเทียนผู้เดียวก็สามารถที่จะจัดการกับทุกคนที่นี่
ได้แล้ว
“ฮ่าฮ่า หลินหมิง ข้าอยากที่จะเห็นยิ่งนักว่าเจ้าจะใช้ลูกไม้อันใดใน
ครั้งนี้!” มู่ชิงชูกล่าวด้วยความเย้ยหยัน
อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ทันได้กล่าวออกมาอีกครั้งก่อนที่หลินหมิงจะ
พุ่งเข้ามาในทันที!
ขณะที่โลหิตของฟีนิกซ์โบราณสาดประกายแสงออกมาจากระหว่าง
คิ้วของเขา ปราณเทพทรราชคลั่งก็ปะทุออกมาเช่นกัน ด้านบนง้าวโลหิต
ล้างผลาญ ก็มีผนึกโลหิตสีแดงฉานหมุนวนเป็นเกลียว!
ทันใดนั้นเอง หลินหมิงได้ใช้ไพ่ที่มีในมือออกมาทั้งหมด ความ
แข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานถึงขีดสุด
“ง้าวบรรพกาลจู่โจม!”
15 ผนึกดูดกลืนโลหิตหมุนวน ก่อตัวเป็นวังวนขนาดใหญ่ การกระทำ
อย่างฉับพลันของหลินหมิงนี้ทำให้มู่ชิงชูสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที สีหน้าที่
เคยเต็มไปด้วยความเย้ยหยันก็แข็งค้างไปในทันที มู่ชิงชูรู้สึกได้ถึงแรง
ดึงดูดมหาศาล เขาจึงช่วยไม่ได้ที่จะติดอยู่ในแรงดึงดูดนั้น มู่ชิงชูตระหนัก
ได้ว่าหลินหมิงรู้ว่าตนเองไม่สามารถที่จะหนีไปได้ จึงจะกำจัดเขาให้ตก
ตายไปพร้อมกัน! “ท่านปู่ช่วยข้าด้วย!”
มู่ชิงชูตื่นตระหนกอย่างมาก ต่อหน้าหลินหมิง เขาไม่มีพลังที่จะขัด
ขืนได้เลย เขาไม่ต้องการที่จะตาย เขาเพียงแค่ต้องการที่จะเห็นหลินหมิง
ตายและได้ครอบครองมู่เชียนหยี่เป็นของตนเอง หากเขาตกตายไปที่นี่
เขาก็จะมิได้สิ่งใดเลย!
“หึ อ่อนหัดนัก!”
เหล่ยจิงเทียนโบกมือ จากสายฟ้าสีม่วงที่ดูเหมือนธรรมดาดั่งสายฟ้า
และแสง ทันใดนั้นมันก็ได้พุ่งออกไปยังวังวนโลหิต
บึมม!
เมื่อการโจมตีปะทะกัน วังวนโลหิตก็ได้ระเบิดออกมในทันที 15 ผนึก
ดูดกลืนโลหิตระเบิดออกไปทุกทิศทาง หลินหมิงสำลักและกระเด็น
ออกมา ลอยอยู่บนอากาศหลายก้าวก็กระทั่งตกลงมากับพื้น
เขาพยายามที่จะสังหารมู่ชิงชูอย่างฉับพลันเพื่อหวังจะลดปัญหาใน
อนาคตลง แต่แผนของหลินหมิงก็ได้ล้มเหลว สภาพของเขายังไม่พร้อม
เต็มที่ เทียบกับเหล่ยจิงเทียน มันแตกต่างกันเกินไป!
“ฮ่าฮ่า! เจ้าโง่! เจ้าต้องการที่จะทำร้ายข้า? ฝันไปเถอะ!” มู่ชิงชู
หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ได้เห็นหลินหมิงอยู่สภาพนี้ จิตใจของเขาก็ปิติและ
พลังภายในหมุนเวียนดีขึ้น ทั่วทั้งร่างรู้สึกสดชื่นอย่างแท้จริง
“หลินหมิง!” มู่เชียนหยี่ดวงตาแดงก่ำขณะที่รีบพุ่งยังหลินหมิง
“หลินหมิง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่!?”
“ข้าไม่เป็นอะไร” ความจริงแล้วหลินหมิงมิได้รับบาดเจ็บ เขามอง
เข้าไปในดวงตาของมู่เชียนหยี่อย่างลึกซึ่งและกล่าวด้วยกระแสเสียง
ปราณแท้ “รอข้าอยู่ที่ทางเข้าดินแดนโลหิตรกล้าง…”
“เจ้าอะไร?” มู่เชียนหยี่ผงะ นางไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆหลินหมิงจึงได้กล่าว
เช่นนั้นออกมา
ดวงตาของหลินหมิงสายประกายด้วยเป้าหมาย เขาบีบอักขระ
หลบหนีในมือ ท่องบทสวดบางอย่างและวางมันลงในมือของมู่เชียนหยี่…
“หืม นี่มัน…” มู่เชียนหยี่รู้สึกว่ามีแผ่นเย็นบางอย่างที่มือนาง ก่อนที่
นางจะได้ทันตั้งตัว สางสลัวก็เปล่งออกมาจากฝ่ามือของนาง หัวใจของมู่
เชียนหยี่ก็เกิดความกระวนกระวายในทันที “หลินหมิง เจ้า…” “รอข้าอยู่
ที่นั่น!”
คำกล่าวเหล่านั้นมีความเรียบง่าย มั่นใจ และเต็มไปด้วยการไม่เกรง
กลัวความตาย! ขณะที่คำเหล่านั้นเข้ามาในหูของมู่เชียนหยี่ มันจมลึกเข้า
ไปในจิตใจของนาง ในตอนนั้นเอง เสียงดังราวกับสายฟ้าฟาดนับไม่ถ้วน
ดังอยู่ในหูของมู่เชียนหยี่ ลึกซึ้งและเจ็บปวดทรมานหัวใจของนาง ขณะที่
เสียงเหล่านั้นก้องอยู่ในจิตใจของนาง มันก็เริ่มบิดเบื้อน ราวกับเสียงมัน
ยืดออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด… ในตอนนี้ มู่เชียนหยี่รู้สึกราวกับว่าได้
สูญเสียสิ่งสำคัญไป ความกระวนกระวายใจในหัวใจของนางเริ่มกลายเป็น
รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มู่เชียนหยี่ดวงตาเบิกกว้างและทันใดนั้นก็ถูกครอบคลุม
ทั่วทั้งร่างไปด้วยพลังงานแปลกๆ ภาพหลินหมิงตรงหน้าพล่ามัว
“หลินหมิง!”
มู่เชียนหยี่ร้องออกมา นางยื่นมือออกไปเพื่อที่จะจับหลินหมิง แต่
ในตอนนี้ เสียงและภาพทั้งหมดหายไปอย่างสิ้นเชิง….
…………
“บ้าจริง! นี่มันลูกไม้อันใดกัน!?” มู่ชิงชูทำได้เพียงมองอย่างช่วยไม่ได้
ขณะที่มู่เชียนหยี่ถูกปกคลุมโดยแสงและหายไป เขาไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งนี้
จะเกิดขึ้น และก็ไม่อยากที่จะยอมรับมัน!
มู่เชียนหยี่ได้ถูกส่งออกไปโดยหลินหมิง!
หากมู่เชียนหยี่หายตัวไป แล้วเขาจะระบายความโกรธในหัวใจของ
เขาได้อย่างไร?
“หลินหมิง ข้าจะฆ่าเจ้า!” มู่ชิงชูตะโกนออกมา ดวงตากลายเป็นบ้า
คลั่ง
มู่ชือหั่วสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียด เขาจำได้ถึงสิ่งที่หลินหมิงได้ใช้คือ
อักขระหลบหนีของมู่เฟิงเซียน “มันเป็นปัญหาเล็กน้อยที่นางหนีไปได้
พี่ชายเหล่ย อย่าได้ยืดเยื้อไปนานกว่านี้เลย และลงมือสังหารหลินหมิง
เช่นนั้นเราค่อยไปตามหานาง มันจะไม่ดีนักหากนางสามารถส่งข้อความ
ไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!”
“ฮ่าฮ่า ย่อมได้!” เหล่ยจิงเทียนยิ้มอย่างเฉยเมย ไม่ว่าข่าวของเรื่องนี้
จะไปถึงเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ มันก็จะไม่ส่งผลอันใดต่อเขา ความ
จริงแล้ว เขาต้องการที่จะสังหารหลินหมิงและเอาเคล็ดบ่มเพาะปีศาจ
บรรพกาลมาครอบครอง และรวมถึงหอกแห่งดาวหางม่วงด้วยและยังมี
จิตวิญญาณสายฟ้าระดับสูงทั้งสองอีกต่างหาก!
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เหล่ยจิงเทียนต้องการจากหลินหมิงคือผสาน
จิตวิญญาณสายฟ้าทั้งสองรวมเป็นหนึ่ง หากเขาสามารถทำได้ มันก็จะ
เป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างยิ่ง
เหตุผลที่เหล่ยจิงเทียนต้องการที่จะมาสังหารหลินหมิง อย่างแรก
เป็นเพราะความเกลียดชัง และอย่างที่สองเป็นเพราะมู่ชือหั่วให้สัญญาว่า
ตราบใดที่เขาสามารถสังหารหลินหมิงได้ ความลับทั้งหมด คู่มือเคล็ดบ่ม
เพาะ และทุกสิ่งที่เป็นของหลินหมิงจะตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“เจ้าเด็กนี่เจ้าอารมณ์ยิ่งนัก เขาอ่อนไหวเกี่ยวกับคนรักของตนอย่าง
ยิ่ง เขาให้โอกาสหนีเพียงทางเดียวของตนกับหญิงที่ตนรัก… ช่างโง่เง่ายิ่ง
นัก!” เหล่ยจิงเทียนหัวเราะ ในความคิดของเขา การแสดงออกทางอารณ์
ของหลินหมิงเช่นนี้ช่างโง่เง่า
มู่ชิงอีมองจากด้านข้างและเห็นทุกการกระทำ หลินหมิงให้โอกาสหนี
เพียงทางเดียวของตนกับมู่เชียนหยี่ การกระทำนี้ทำให้หัวใจของนาง
เจ็บปวด
“หลินหมิง เร็วเข้าหนีไป! พวกเราจะรั้งไว้ให้!” มู่ชิงอีตะโกนออกมา
และฟาดฟันปราณกระบี่อันเยือกเย็นเข้าใส่เหล่ยจิงเทียน
เสี้ยวเมฆาเยือกแข็ง!
“หึ! เจ้าคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติพอหรือ?” ด้วยไม่รีรอเหล่ยจิงเทียน
มู่ชือหั่วก้าวออกมากวาดฝ่ามือออกไป ด้วยมิต้องใช้ปราณกระบี่ของเขา
ด้วยซ้ำ เพลิงที่ราวกับภูเขาไฟปรากฏทันใดนั้นก็พุ่งออกมา ปะทะกับ
น้ำแข็ง เกิดเสียงน้ำแข็งแตกและแหลกเป็นผุยผง!
ขณะที่มู่ชือหั่วกำลังหยุดมู่ชิงอี เหล่ยจิงเทียนก็ได้โจมตีหลินหมิง!
เสียงของสายฟ้าคำรามดังก้องไปทั่วอากาศ มันหลอมรวมกับแสงอัน
เจิดจ้ากลายเป็นลำแสงสายฟ้าสีม่วงหนาพุ่งไปยังหลินหมิง
ปัง!
ลำแสงสายฟ้าพุ่งเสียบพื้นดิน ทำให้หินระเบิดกระจายอยู่ในอากาศ
หลินหมิงกระโดดถอยออกมา หลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บจากคลื่นกระแทกของมัน
ขณะที่สายฟ้าสีม่วงขนาดเล็กนับไม่ถ้วนสัมผัสร่างของหลินหมิง มัน
ราวกับเป็นเข็มเล็กนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
เขา ทันใดนั้นร่างกายของหลินหมิงก็สั่นสะท้าน!
ฟริ้ว ฟริ้ว ฟริ้ว!
ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง สายฟ้าสีม่วงตกลงมาราวกับ
ห่าฝน ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ วังวนสีดำขนาดมหึมาของเจตจำนงแห่งนักสู้
‘วัฏสงสาร’ ปรากฏขึ้น ป้องกันการโจมตีจากห่าฝนสายฟ้าสีม่วง!
ห่าฝนสายฟ้าสีม่วงถูกดูดกลืนเข้าไปในวังวนสีดำขนาดมหึมาอย่างไม่
เหลือร่องลอย!
“ฮ่าฮ่า!” เหล่ยจิงเทียนเค้นเสียง แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องแข็งค้าง
“อะไรกัน!? เขาไม่เป็นอันใดแม้แต่โดนการโจมตีแสงแห่งฝันมายา
หรือ?”
เหล่ยจิงเทียนไม่เชื่อว่าเพียงแค่ขั้นปราณต้นฟ้าสามารถที่จะป้องกัน
การโจมตีจากแสงแห่งฝันมายาของเขาได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
“เจ้าคิดจะหนีหรือ? คิดใหม่ซะ!”
เมื่อเหล่ยจิงมองเห็นหลินหมิงต้องการที่จะหนีไป เขาก็เค้นเสียงเย็น
ชาและพุ่งตามไป! ด้วยความแข็งแกร่งของเหล่ยจิงเทียน เขาสามารถหลุด
พ้นจากกฏแห่งการยับยั้งของโลกใบนี้ได้ในระดับหนึ่งจึงสามารถบินได้
ด้วยความเร็วที่มากกว่าหลินหมิงถึง 2-3 เท่า เขาจึงสามารถตามทัน!
“บ้าจริง” หลินหมิงกัดฟันและเปิดใช้งานย่างก้าววิหคทองคำถลาลม
จนถึงขีดสุดพุ่งออกไปรวดเร็วราวกับสายฟ้า แต่ไม่ว่าย่างก้าววิหคทองคำ
ถลาลมจะยอดเยี่ยมเพียงใด หลินหมิงก็มีขีดจำกัดในการเข้าใจวิถีแห่งลม
เขายังไม่ได้เข้าใจถึงวิถีแห่งมิติ เช่นนั้นความเร็วของเขาจะเทียบเท่ากับ
เหล่ยจิงเทียนที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายได้อย่างไรเล่า?
ในพริบตา หลินหมิงก็ได้ถูกเหล่ยจิงเทียนตามทัน!
“ตายซะ!”
เหล่ยจิงเทียนพุ่งฝ่ามือมายังหลินหมิง! ฝ่ามือของเขาห่อหุ้มไปด้วย
สายฟ้าที่น่าเกรงขาม พื้นที่โดยรอบหลินหมิงดูเหมือนจะบีบรัดขึ้น ราวกับ
ว่ามันกำลังตรึงเข้าเอาไว้!
การโจมตีของเหล่ยจิงเทียนนี้เป็นการทุ่มพลังทั้งหมดของเขา ถึงแม้
จะถูกยับยั้งปราณแท้ไว้มากถึง 20% มันก็มิใช่สิ่งที่หลินหมิงจะสามารถ
หยุดยั้งได้
ในตอนนี้เหล่ยจิงเทียนต้องการที่จะสังหารหลินหมิงด้วยฝ่ามือเดียว
เดิมทีเขาต้องการเพียงแค่จับตัวหลินหมิง แต่หลังจจากที่ได้ประหลาดใจ
กับความแข็งแกร่งของหลินหมิงครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงได้เปลี่ยนใจ
ฝ่ามือนี้ของเขาไม่อาจหลบได้ มันเต็มไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม
ในตอนนี้เอง อสุรกายแห่งความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหาหลินหมิงอ
ย่างรวดเร็ว!
หลินหมิงตะโกนออกมา และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยแสงสีแดงฉาน
ที่ราวกับบ่อน้ำพุโลหิต!
“ผนึกดูดกลืนโลหิต ระเบิดออก!” ปัง!
ด้านบนของง้าวโลหิตล้างผลาญ ผนึกดูดกลืนโลหิตที่สร้างมากจาก
ปราณโลหิตของผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นระเบิดออกและแสง
สีแดงฉานเปล่งออกมา การระเบิดของผนึกดูดกลืนโลหิตที่สร้างมากจาก
ปราณโลหิตของผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นสามารถที่จะป้องกัน
ฝ่ามือของเหล่ยจิงเทียนได้ หลินหมิงยังคงถูกกระแทกด้วยพลังลมจากฝ่า
มือจนลอยกระเด็นออกไปราวกับใบไม้ท่ามกลางพายุ
หลินหมิงสำลักโลหิตออกมา หน้าซีดจนน่าหวาดกลัว!
“อะไรกัน!?” เหล่ยจิงเทียนตกตะลึง ไม่คิดเลยจริงๆว่าหลินหมิงจะ
สามารถป้องกันพลังการโจมตีเต็มพิกัดของเขาได้ ‘เจ้าเด็กนี่มีพลังป้องกัน
ทางจิตวิญญาณแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่? ทุกครั้งที่ข้าโจมตี มันจะผสาน
การโจมตีทางจิตวิญญาณไปด้วย ไม่ต้องกล่าวถึงนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
แม้แต่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นก็ยังต้องหมดสติเมื่อโดนการโจมตีทาง
จิตวิญญาณของข้าเข้าไป’
และอีกอย่างระดับการบ่มเพาะของพวกเขายังห่างกันมากมายอีก
ด้วย และเจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’ ก็ไม่สามรถไร้เทียมทานอย่าง
แท้จริง ในตอนนี้ หลินหมิงเกิดอาการปวดหัวอย่างยิ่ง ความคิดของเขา
ปั่นป่วน แม้แต่ภาพเส้นทางข้างหน้าก็ยังพร่ามัว
ตอนนี้ภายในจิตวิญญาณของเขา ความรู้สึกของความสิ้นคิดครั้งแรก
แล่นผ่านเขาไป
‘ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้!’
หลินหมิงกัดลงไปบนลิ้นของตนเอง แล้วพ่นปราณโลหิตออกมา ใน
เมื่อเขาไม่สามารถที่จะกินโอสถโลหิตสีชาดเขาไปอีกได้ สิ่งที่หลินหมิงได้
ทำก็คือการผลาญปราณโลหิตของตนเอง!