Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 480 ข้าจะร่วมใช้ชีวิตเดินไปกับเจ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 480 ข้าจะร่วมใช้ชีวิตเดินไปกับเจ้า
ขณะที่หลินหมิงผลาญโลหิตฟีนิกซ์โบราณ เขาก็ได้ผลาญปราณโลหิต
ของตนเองเช่นกัน!
หากผลาญโลหิตฟีนิกซ์โบราณ มันจะไม่มีทางหายไป อย่างไรก็ตาม
เขาได้ผลาญปราณโลหิตของตนเอง มันก็จะหายไป
ปราณโลหิตของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะฟื้นฟู แต่มันมิได้
หมายความว่าจะไม่สามารถหามาแทนที่ได้ ตัวอย่างเช่น วิธีการถ่ายโอน
ปราณโลหิตของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จากวิหคเพลิงมาใส่ เมื่อปราณโลหิต
ได้ถูกเผาผลาญไป หลินหมิงสามารถที่จะหาวิธีการบางอย่างมาฟื้นฟูได้
อย่างไรก็ตาม หากเขาเสียชีวิต มันย่อมไม่มีทางเอากลับคืนมาได้!
หลังจากที่ได้ผลาญปราณโลหิต สัญลักษณ์เปลวเพลิงระหว่างคิ้วของ
เขาก็ได้เปล่งแสงโชติช่วงกว่าที่เคยเป็นมา
แม้ว่าหลินหมิงจะผลาญปราณโลหิตของตนเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะ
แลกเปลี่ยนกับพลัง ผลของมันจะทำให้เขาอ่อนแออมากกว่าตอนที่ใช้
โอสถโลหิตสีชาดเสียอีก มิต้องกล่าวถึงการอ่อนแอลง แต่ถึงแม้เขาจะ
ได้รับพลังเทียบเท่ากับตอนใช้โอสถโลหิตสีชาด อย่างมากก็ทำได้เพียงแค่
เอาชนะผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลางได้เท่านั้น มันไม่เพียง
พอที่จะเอาชนะเหล่ยจิงเทียนได้
และในตอนนี้ ปราณเทพทรราชคลั่งของหลินหมิงยังอยู่ได้เพียงแค่
อีกราวๆ 20 ลมหายใจเท่านั้น การจะสังหารเหล่ยจิงเทียนในเวลาเท่านี้
นั้นมิต่างไปจากเรื่องเพ้อฝัน
ขณะที่หลินหมิงกำลังยืมพลังจากปราณโลหิตของตน ความเร็วใน
การเคลื่อนไหวของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นไปอีกมันรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด!
“เจ้าเด็กนี่!” ใบหน้าของเหล่ยจิงเทียนกลายเป็นมืดมนเขาไม่
อยากจะเชื่อว่าหลินหมิงจะสามารถหนีไปได้ทั้งที่มีระดับการบ่มเพาะ
เพียงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายเท่านั้น พวกเขาห่างกันถึงสองขั้นพลัง
หากหลินหมิงสามารถที่จะหนีไปจากเงื้อมมือของเขาได้ เช่นนั้นเหล่ยจิง
เทียนก็จะประหลาดใจอย่างแท้จริง!
“ข้าสงสัยยิ่งนักว่าเขามีความสามารถพิเศษอันใดในการหลีกเลี่ยงกฏ
แห่งการยับยั้งของโลกใบนี้ หากข้าสามารถได้ครอบครองมันบ้าง ข้าก็
อาจจะเข้าไปยังตำหนักจักรพรรดิปีศาจและต่อสู้แย่งสมบัติกับเหล่าผู้ทรง
พลังคนอื่นได้”
จิตใจของเหล่ยจิงเทียนถูกกระตุ้น แต่ความเร็วของเขาไม่หยุดชะงัก
เขาบินไปบนท้องฟ้า และเพียงไม่กี่ลมหายใจก็ลดระยะห่างระหว่างหลินห
มิงได้ ในช่วงเวลานี้ เขาได้เอากระบี่แสงสายฟ้าของตนออกมา!
“ข้าจะตัดขาเจ้าทิ้งซะ!” เหล่ยจิงเทียนยิ้มอย่างชั่วร้ายราวกับคนบ้า
ฟันกระบี่ไปยังขาของหลินหมิง!
โดยไม่มอง ทันใดนั้นหลินหมิงก็ได้กวาดง้าวโลหิตล้างผลาญไป
ด้านหลัง
ผนึกโลหิตเกลียวคลื่นสังหาร!
ครึนน!
ง้าวโลหิตล้างผลาญและกระบี่แสงสายฟ้าปะทะกัน สายฟ้าและ
โลหิตกระเด็นไปทั่ว โดยการอาศัยพลังจากการผลาญปราณโลหิตของ
ตนเอง หลินหมิงจึงสามารถที่จะต้านการโจมตีนี้ได้
“อะไรกัน!?” เหล่ยจิงเทียนจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง หลินหมิง
เป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง แม้ระดับการบ่มเพาะของเขาจะอยู่
เพียงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย แต่เขาก็ยังสามารถที่จะป้องกันการโจมตี
ของเขาโดยการผลาญปราณโลหิตตนเอง
หากเขาสามารถที่จะทะลวงระดับขึ้นมาถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ มัน
จะเกิดสิ่งใดขึ้น!?
อย่างไรก็ตาม เหล่ยจิงเทียนรู้ว่าหลินหมิงนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ในส
ภาะความแข็งแกร่งเช่นนี้ได้นานนัก หากเขายื้อเวลาออกไปอีกหน่อยก็จะ
สามารถจัดการทุกอย่างได้ง่ายขึ้น
“กรงสายฟ้า!”
กระบี่แสงสายฟ้าสั่นสะท้าน และตาข่ายสายฟ้าสีม่วงขนาดใหญ่ก็ได้
ตกลงมา มันดูเหมือนจะแยกพื้นที่ได้ ครอบคลุมหลินหมิง
ขณะที่หลินหมิงมองเห็นมัน เขาก็กัดฟันและปลดปล่อยศักยภาพ
ทั้งหมดของร่างกายออกมา เจตจำนงของเขาไหลเข้าไปในง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ –
“สังหาร!”
ปัง!
ด้วยเสียงระเบิดดังกระหึ่มราวกับสายฟ้า ตาข่ายสายฟ้าของเหล่ยจิง
เทียนฉีกขาดเป็นชิ้นๆ เหล่ยจิงเทียนรู้สึกแน่นหน้าอกและเขาถูกบังคับให้
ถอยไปหลายก้าว โลหิตในกายของเขาสั่นสะท้าน
สำหรับหลินหมิง เขายืมพลังการระเบิดและรีบหนีไป ในช่วงเวลา
สุดท้าย เขาได้ใช้พลังนี้ในการหลุดจากกฏแห่งการยับยั้งของโลกใบนี้ บิน
ขึ้นไปในอากาศ
ด้านหน้าของหลินหมิงคือแท่นบูชารูปแบบค่ายกลสังหารมายาที่
ศิษย์ของตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจได้ใช้เพื่อฝึกฝน!
“อะไรกัน? เขาบินได้!?” เหล่ยจิงเทียนสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที มัน
เป็นการพิสูจน์ว่าในช่วงเวลานี้ ความแข็งแกร่งของหลินหมิงเทียบเท่าขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย!
“เจ้าเด็กนี่ จะต้องไม่ปล่อยเขามีชีวิตอยู่ได้!”
เหล่ยจิงเทียนกัดฟันของตนและยกกระบี่ขึ้น โคจรปราณแท้ในร่าง
ของตนจนถึงขีดสุด สายฟ้าสาดประกายขึ้นระหว่างคิ้วของเขา และทั่ว
ร่างของเขาก็เปล่งประกายสายฟ้าฟาด เสียงของพายุสายฟ้าดังราวกับ
มังกรและพยัคฆ์คำรามพร้อมกัน สายฟ้าที่อยู่รอบกระบี่ขยายขึ้น เพิ่ม
ความน่าหวาดกลัวขึ้นเรื่อยๆ พลังต้นกำเนิดสายฟ้าของสวรรค์และปฐพี
ถูกดูดกลืนเข้าไปในพายุสายฟ้านี้ แม้แต่อยู่ภายใต้กฏแห่งการยับยั้ง มันก็
ยังสามารถที่จะเปลี่ยนสีสันของโลกใบนี้ได้
นี่คือกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเหล่ยจิงเทียน – กำราบสายฟ้า
สวรรค์ มันคือกระบวนท่าที่แฝงไปด้วยพลังการโจมทางจิตวิญญาณอัน
แข็งแกร่ง แม้แต่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายก็ไม่อาจที่จะต่อต้านมัน
ได้ พวกเขาย่อมได้รับบาดเจ็บ
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยนึกเลยว่า ในวันนึงเขาจะได้ใช้กระบวนท่านี้กับ
นักสู้ที่อยู่เพียงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย
“ตาย!”
พายุสายฟ้าพุ่งไปยังหลินหมิงด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง แต่ขณะที่
หลินหมิงยืนอยู่แท่นบูชา จิตสัมผัสทั้งหมดของเขามุ่งไปที่การกระจาย 30
หินลมปราณแท้ระดับกลางบนแท่นบูชาและอีก 6 หินลมปราณแท้
ระดับสูงบนรูปแบบค่ายกลนี้
“รูปแบบค่ายกลสังหารมายา เปิด!”
หลินหมิงได้รู้ทุกสิ่งอย่างแท้จริงเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลสังหารมายา
นี้แล้ว ในตอนนี้ รูปแบบค่ายกลสังหารมายาเป็นทรัพยากรของเขาไปแล้ว
มิเช่นนั้น ต่อให้เขาผลาญปราณโลหิต ก็ทำได้เพียงมีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่าขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง แล้วเขาจะสามารถต่อสู้กับเหล่ย
จิงเทียนที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายได้อย่างไรเล่า?
หากต่อสู้ไปทั้งอย่างนั้น แน่นอนว่าผู้ที่จะตกตายไปย่อมเป็นเขา!
แท่นบูชา อักษรรูนโบราณเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานเจิดจ้า หลังจากที่
หลินหมิงได้ถ่ายเทปราณแท้ของตนเองลงไปอย่างบ้าคลั่ง มันก็เปล่งแสงสี
แดงฉานออกมาโดยรอบปะทะกับพายุสายฟ้าของเหล่ยจิงเทียน!
บึมมมม!
ระเบิดที่รุนแรงสะเทือนปฐพีและแสงสายฟ้าสีม่วงพุ่งขึ้นไปบน
ท้องฟ้า แม้แต่เหล่ยจิงเทียนเองก็ยังถูกผลักออกมาโดยคลื่นกระแทก เมื่อ
พายุได้ซาลง เหล่ยจิงเทียนก็ได้ตกตะลึงอย่างถึงที่สุด ในสายตาของเขา
เขาสามารถที่จะมองเห็นม่านพลังสีครีมอ่อนปกคลุมแท่นบูชาอยู่ ดูราว
กับฟองสบู่ที่แสนเปราะบาง แต่ถึงแม้จะเจอกับการโจมตีที่ทรงพลังเมื่อครู่
เข้าไปมันก็ยังไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
“นี่… นี่มัน…”
เหล่ยจิงเทียนไม่กล้าที่จะเชื่อสายตาตนเอง นี่มันรูปแบบค่ายกล
บรรพกาล!
มันถูกเปิดใช้งานโดยหลินหมิงเช่นนั้นหรือ?
หลินหมิงมีวิธีที่จะเปิดใช้งานมัน?
เหล่ยจิงเทียนตกตะลึง หลินหมิงจะสามารถเปิดรูปแบบค่ายกล
บรรพกาลได้อย่างไรกัน? ต่อให้เขาทำได้ เขาก็ยังอายุไม่ถึง 20 ปีเลย แล้ว
เขาจะสามารถเข้าใจถึงความซับซ้อนและลึกซึ้งเบื้องหลังรูปแบบค่ายกล
บรรพกาลนี้ได้อย่างไร?
“เจ้าเด็กนี่!”
เหล่ยจิงเทียนกำกระบี่จนมือซีด ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินหมิงจะ
สามารถหนีไปได้อย่างนั้นหรือ?
เขายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้! นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป!
เหล่ยจิงเทียนเค้นเสียงเย็นชาและกล่าว “รูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้
แข็งแกร่งอย่างแท้จริง แต่มันก็ยังผลาญพลังไปอย่างมากอีกด้วย ชายชรา
ผู้นี้มิเชื่อว่ารูปแบบค่ายกลบรรพกาลนี้จะสามารถคงอยู่ได้ตลอดไป ข้าจะ
โจมตีจนกว่าพลังของมันจะหมดไป!”
…………..
บนแดนโลหิตรกล้าง มู่เชียนหยี่ยืนอยู่ที่นั่นด้วยชุดสีแดง อยู่ในสภาพ
มึนงง
โดยรอบเต็มไปด้วยทุ่งพืชสีแดง ขณะที่นางยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เต็ม
ไปด้วยความรู้สึกอ้างว้าง
สายลมร้อนพัดปะทะกับชุดและใบหน้าของนาง ทำให้น้ำตาของนาง
เหือดแห้ง แต่ภายในกลับเหน็บหนาว
ในตอนนี้ ภาพปรากฏขึ้นในจิตใจของมู่เชียนหยี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นก็
คือภาพใบหน้าที่พร่ามัวของหลินหมิง
ในตอนนี้ นางได้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหลินหมิงจึงได้ถามนางเกี่ยวกับ
‘อักขระหลบหนี’ และสำหรับอักขระหลบหนีมันก็มีเพียงอันเดียว
และหลินหมิงก็ได้มอบมันให้กับนาง
เช่นนั้นแล้วตัวเขาเองล่ะ?
เผชิญหน้ากับเหล่ยจิงเทียนที่อยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย มู่
เชียนหยี่คิดไม่ออกเลยว่าหลินหมิงจะสามารถเอาชนะได้อย่างไร มันไม่มี
แม้กระทั่งหนทางที่เขาจะหนีออกมาได้
ความแตกต่างระหว่างขั้นหลอมรวมแก่นช่วงปลายและขั้นหลอมรวม
แก่นช่วงกลางนั้นมากมายอย่างยิ่ง ต่อให้หลินหมิงสามารถที่จะกลืนกิน
โอสถโลหิตสีชาดและอยู่ในสภาพพร้อมที่สุด เขาก็ทำได้เพียงแค่ต่อสู้กับ
ขั้นหลอมรวมแก่นช่วงกลางเท่านั้น
และในตอนนี้ หลินหมิงก็ไม่อาจที่จะกินโอสถโลหิตสีชาดได้อีก
เพราะหากกินเข้าไปอีก เขาจะต้องตาย!
“รอข้าอยู่ที่นั่น!”
มันเป็นคำที่เงียบง่ายก้องกังวานในหูของมู่เชียนหยี่ คำกล่าวนั้นเต็ม
ไปด้วยความเด็ดขาดที่แม้แต่เผชิญกับความตายก็ไม่หวาดกลัว ทุกคำราว
กับเสียงฟ้าผ่า มันฝังลึกเข้าไปในหัวใจและโลหิตของนางจนไม่อาจที่จะลืม
คำกล่าวเหล่านี้ได้ไปชั่วชีวิตของนาง!
‘เจ้าบอกให้ข้ารออยู่ที่นี่…’
ข้าก็รออยู่ที่นี่แล้ว
‘แต่เจ้าจะมาหาข้าใช่มั้ย?’
มู่เชียนหยี่รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกแทงที่หัวใจ นางกัดริมฝีปากของ
ตนเองจนโลหิตไหลออกมาที่มุมปาก ขณะที่สายลมพัดมากระทบใบหน้า
อันงดงามของนาง ก็ดูราวกับลูกพลัมที่สุกงอม
หากมันสามารถเป็นไปได้ นางก็จะผลาญปราณโลหิตของตนเอง
ทั้งหมดและต่อสู้จนตกตายไปพร้อมกับหลินหมิง!
อย่างไรก็ตาม… มันก็ไม่อาจเป็นเช่นนั้นได้
การที่นางปลอดภัยอยู่ที่นี่ต้องจ่ายด้วยความเสี่ยงชีวิตของหลินหมิง
ขณะที่มู่เชียนหยี่คิดเรื่องนี้ อกของนางก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ทำให้ยากที่จะหายใจ มันราวกับมีบางคนดึงเอาหัวใจของนางออกไปจาก
ร่างและเหลือเพียงร่างไร้หัวใจ
ก่อนหน้านี้ เมื่อหลินหมิงได้หายไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มู่
เชียนหยี่ก็ได้คิดว่าหลินหมิงนั้นตายไปแล้ว และนางได้โศกเศร้าให้กับเขา
แต่ก็มิได้เป็นเช่นวันนี้ ในวันนี้นางราวกับจะพังทลายลง จนถึงจุดที่ไม่มี
น้ำตาอีกต่อไป และจนถึงจุดที่นางไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว
ในจิตใจของมู่เชียนหยี่ หลินหมิงได้เข้าไปอยู่ในจุดที่สำคัญโดยที่มู่
เชียนหยี่ไม่ได้ตระหนักถึง
“ข้าจะรอเจ้าอยู่ทีนี่! หากเจ้าไม่มา เช่นนั้นข้าจะจากไป ในอนาคต
ข้าจะสังหารทุกคนที่เคยทำร้ายเจ้า! จากนั้น… ข้าจะกลับมาที่นี่และใช้
ชีวิตที่เหลือร่วมกับเจ้า!” *แปลมาถึงจุดนี้ แอดน้ำตาไหลเลย! …………..
ภายในซากอาคาร แสงของสายฟ้าและเพลิงปะทุขึ้นบนท้องฟ้า มู่ชือ
หั่ว มู่เหยียนจัว เหล่ยจิงเทียนและแม้แต่มู่ชิงชูก็ร่วมมือกันโจมตีรูปแบบ
ค่ายกลม่านพลัง
อย่างไรก็ตาม ท่านพลังแสงนี้ก็ยังไม่สั่นไหวเลยสักนิด ราวกับว่ามัน
กำลังเยาะเย้ยความไร้ความสามารถของพวกเขา
“พวกเราจะทำเช่นไรดี!?”
หน้าผากของมู่เหยียนจัวหลั่งเหงื่อเย็น ในการเดิมพันนี้ มันมีเงื่อนไข
เพียง 2 อย่างที่ต้องทำให้ลุล่วง อย่างแรกคือสังหารหลินหมิง และอย่างที่
สองคือกลับไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก่อนมู่เฟิงเซียน
แต่ในตอนนี้ หลินหมิงได้เข้าไปอยู่ในรูปแบบค่ายกลประหลาด ที่ไม่
อาจแตะต้องได้ หากพวกเขาไม่สามารถที่จะสังหารหลินหมิงได้ เช่นนั้น
แผนทั้งหมดที่พวกเขาได้สร้างมา – รวมทั้งวิธีการเลี่ยงสัญญาโลหิต – ก็
จะกลายเป็นเพียงแค่ความฝัน!
“อย่าตื่นตระหนก!” มู่ชือหั่วเค้นเสียงเย็นชา “รูปแบบค่ายกลนี้
จะต้องผลาญพลังงานอย่างแน่นอน เมื่อเราทำให้มันผลาญพลังงานจน
หมด พวกเราก็จะเข้าถึงตัวหลินหมิงได้ มันไม่มีทางที่เข้าจะหนีไปได้อีก!
ตราบใดที่พวกเราสามารถสังหารหลินหมิงได้ ชัยชนะก็จะกลายเป็นของ
พวกเรา การถอยกลับก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ยิ่งขึ้นไปอีก พวกเรา
เพียงแค่ต้องละทิ้งเคล็ดบ่มเพาะของตน!”
เมื่อมู่เฟิงเซียนและมู่อี้หวงได้เข้ามายังโลกที่ล่มสลายนี้ พวกเขาได้
กลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นและได้ทิ้งแผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติ
ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ทั้ง 8 ขั้นเอาไว้ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แผน
เดิมของมู่ชือหั่วคือการสังหารหลินหมิงและจากนั้นก็กลับไปยังเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์แย่งชิง แผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้าม
วิหคเพลิง’ มา แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะต้องล้มเลิกแผนการนั้น แต่หาก
เขาสามารถที่จะสังหารหลินหมิงได้สำเร็จลุล่วงเป้าหมายหนึ่งมันก็คงจะ
น่าพอใจอยู่บ้าง
“ข้ารู้” มู่เหยียนจัวพยายามสงบใจลง ไม่มีประโยชน์ที่จะมาตกใจ
ในตอนนี้ ไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจอีกแล้ว ไม่มีทางที่จะถอนตัวด้วย สิ่งที่ทำ
ได้คือต้องพยายามต่อไป
ด้านข้างของมู่เหยียนจัว มู่ชิงชูกัดฟันของเขาและโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังโจมตีม่านพลังรูปแบบค่ายกลแต่เป็นหลินหมิง
แทน เขาได้ระบายความคลั่งแค้นที่สะสมไว้ถึงสองปีที่ผ่านมานี้!
‘ทั้งหมดเป็นเพราะมัน เป็นเพราะมันครั้งแล้วครั้งเล่า! หลังจากที่ข้า
ทำลายม่านพลังนี้ได้ ข้าจะทรมานมันจนต้องร้องขอความตาย!’