Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 483 แสงสีขาว
จิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แต่ตรา
ประทับสีดำคล้ำหลังกรงเล็บของสุนัขโลกันต์ นี่เป็นผลมาจากพลังทำลาย
ของสายฟ้า
อย่างไรก็ตาม หลายปีผ่านไปตั้งแต่จิตวิญญาณของจักพรรดิปีศาจถ
ฉีกขาด พลังของเศษเสี้ยวเจตจำนงของจักพรรดิปีศาจค่อนข้างอ่อนแอ
สุนัขโลกันต์เหลือบมองไปที่กรงเล็บของมันและคำรามออกมา แยก
เขี้ยวมราแหลมคม นี่เป็นความโกรธเกรี้ยวเช่นเดียวกับการถูกมดอันต้อย
ต่ำกัด
“โฮกกก!”
สุนัขโลกันต์กู่ร้องและพุ่งตรงไปยังหลินหมิง! มันสาบานว่าจะฉีกเจ้า
แมลงตัวน้อยตัวนี้ที่บังอาจทำให้มันบาดเจ็บ!
ในตอนนี้ วิสัยทัศน์ของหลินหมิงก็เบลอเช่นเดียวกับที่เขาปวดหัว
อย่างรุนแรงขณะที่ภาพความวุ่นวายนับไม่ถ้วนเข้าไปในจิตใจ เขากัดลงที่
ลิ้นของตัวเองเพื่อที่จะบังคับตนเองให้ตื่นจากอาการปวดหัวนี้ ในขณะที่
เขาเห็นนัยน์ตาสีโลหิตของสุนัขโลกันต์กำลังใกล้เข้ามา สายตาของหลินห
มิงเปล่งประกายด้วยความอำมหิต
เขาขับฟันของเขาและยื่นมือของเขาออกไป จิตวิญญาณสายฟ้า
มังกรวารีศักดิ์สิทธิ์และสายฟ้าปีศาจโลหิตแห่งการทำลายล้างที่ได้
กระจายไปในอากาศก็มารวมกันบนมือของเขา ก่อตัวเป็นรูปหอกสายฟ้า
สีม่วงและสีแดง ชิ้นส่วนที่ฉีกขาดของเจตจำนงแห่งนักสู้วัฎสงสาร
กลายเป็นเศษผ้านับไม่ถ้วนที่หมุนวนอยู่รอบหอก
ระหว่างดวงตาของหลินหมิง สัญลักษณ์เปลวเพลิงที่สาดประกายเจิด
จ้า ด้านหลังของหลินหมิง ปรากฎเงาคู่ของมังกรสีครามและฟินิกซ์โบราณ
ในตอนนี้ หลินหมิงทุ่มเทเจตจำนงและจิตวิญญาณทั้งหมดลงไปในการ
โจมตีแห่งความเป็นความตาย!
ในขณะที่สุนัขโลกันต์พุ่งเข้ามา มันทำให้เกิดคลื่นลมกระโชกแรง
หลินตะโกนออกไป เท้าของเขาเหยียบลงบนอากาศ มือของเขาถือหอก
สายฟ้าสีแดงและม่วงและพุ่งไปยังปากของสุนัขโลกันต์!
เคล้งง!
ภายใต้แรงกดดันจากปากที่แข็งแกร่งของมัน หอกสายฟ้าได้แตกเป็น
เสี่ยงๆ!
อย่างไรก็ตาม หอกสายฟ้าที่ถูกทำลายเป็นแท่งหนามที่เสียบเข้าไป
ในปากของสุนัขโลกันต์ แทงทะลวงผ่านข้างบนปากของมันจนทะลุถึง
สมอง!
“โอววว!”
สุนัขโลกันต์กู่ร้อง ล้มลงที่พื้น ด้านบนของศีรษะของมัน เป็น
บาดแผลจากหอกสายฟ้ามีเสียง ‘ซี่ ซี่ ซี่’ แผดเผาเนื้อของมัน จนแทบจะ
เป็นรูใหญ่
“%@#!”
สุนัขโลกันต์ร้องออกมาเป็นประโยคของภาษาที่ไม่รู้จัก สายตาของ
มันเป็นสีแดงโลหิตขณะที่ยกอุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างของมันและพยายามที่
จะคว้าหอกสายฟ้าที่ถูกทำลายในปากของมัน มันต้องการที่จะดึงมัน
ออกมา!
แม้ว่านี่จะสังหารมันไม่ได้…
หลินหมิงยิ้มอย่างเสียใจ หูและจมูกของเขาได้มีโลหิตไหลออกมาแล้ว
และหลังใช้จิตวิญญาณไปมาก เขาจึงไม่มีความแข็งแกร่งที่จะต่อต้านอีก
เขาล้มคุกเข่าลงและสภาพรอบๆของเขาเริ่มพร่ามัว และเสียงทั้งหมด
หายไปอย่างสมบูรณ์ราวกับโลกหายไปจากเขา
ในวิสัยทัศน์ที่สลัวของเขา เขาเห็นทรงกลมแสงในจุดศูนย์กลางของ
มิติเริ่มปลดปล่อยหมอกสีขาว จากนั้น หลินหมิงก็หมดสติไปอย่างสมบูรณ์
วิสัยทัศน์นับไม่ถ้วนข้ามผ่านจิตใจของหลินหมิงและความคิดครั้งแรก
ของเขาย้อนกลับไปที่วัยเด็ก บิดามารดาของเขา หลินเสี่ยงตง หลานอวิ๋น
เยว่ ฉิงซิงเซวียน… เขาจำคนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนในตอนนี้ ราวกับว่าเขา
กำลังประสบกับการทำสอบของ 100 วัฎสงสาร จากนั้น หลินหมิงรู้สึก
ราวกับว่าเขากำลังอาบน้ำในแสงแดดท่ามกลางสงคราม เช่นเดียวกับ
ทารกในครรภ์ของมารดา… เขาสงบและผ่อนคลายอย่างเหลือเชื่อ
ขณะที่วิสัยทัศน์ที่พร่ามัวค่อยๆชัดเจน หลินหมิงเปิดดวงตาของเขา
และพบว่าเขายังคงอยู่ในทะเลจิตวิญญาณของเขา แต่อาการเมื่อยล้าใน
จิตใจของเขาหายไปแล้ว สำหรับสุนัขโลกันต์ มันนั้นยังคงกู่ร้องอย่างน่า
เวทนา แต่ตอนนี้ มันดูคอตกอย่างมาก ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยรอยฉีก
ขาด
นี่คือ…
หลินหมิงตกตะลึง เขาไม่คิดเลยว่าหอกสายฟ้าของเขาจะมี
ผลกระทบเช่นนี้ ในขณะที่เขาจำได้ว่าแสงหมอกสีขาวเมื่อครู่ เขาก็นึกถึง
บางอย่างทันที
หลินหมิงถอนจิตสำนึก และออกมาจากทะเลจิตวิญญาณของเขา
และมองผ่านไปที่จุดศูนย์กลางของมิติลูกบาศก์ ที่นั้นมีแสงทรงกลมกว้าง
หนึ่งก้าวลอยอย่างสงบนิ่ง ล้อมรอบโดยเศษเสี้ยวจิตวิญญาณนับไม่ถ้วนที่
หมุนวนอย่างไม่รู้จบรอบมัน…
มันเป็นเช่นนี้เอง!?
หลินหมิงค่อยๆปลดปล่อยจิตสัมผัสของเขาออกไป รู้สึกถึงมิติรอบๆ
แสงทรงกลม เขาก็สามารถรู้สึกถึงแสงสีขาวจางๆที่อบอุ่นและอ่อนโยน
ถ้าเขาเดาไม่ผิด เช่นนั้นแสงทรงกลมนี้คือสื่งที่ปลดปล่อยหมอกสีขาว
แสงทรงกลมนี้เป็นราวกับจิตวิญญาณของลูกบาศก์ และลูกบาศก์ดู
ราวกับจะมีเจตจำนงของของตนเองเนื่องจากแสงทรงกลมนี้ นับตั้งแต่เขา
ได้รับลูกบาศก์ หลินหมิงไม่เคยสื่อสารกับมัน แต่หลินหมิงมั่นใจว่า
ลูกบาศก์นั้นฉลาดและมีเจตจำนงของตนเอง
ส่วนแสงทรงกลมสีขาว หลินหมิงมักจะคาดเดาเกี่ยวกับมันเสมอ
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณโดยรอบทั้งหมดที่ลอยรอบๆแสงทรงกลมนี้มา
จากผู้ทรงพลังของแดนเทวะ จิตวิญญาณของพวกเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
โดยลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์และส่งเข้ามาในมิตินี้ จากนั้นนักบุญที่ควบคุม
ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ก็ใช้จิตวิญญาณของนางเข้าในลูกบาศก์ หรือว่าจิต
วิญญาณของนางอาจจะอยู่ที่จุดศูนย์กลางของมิติแห่งนี้?
หลินหมิงพยายามสื่อสารโดยส่งสัมผัสของเขาออกไป แต่เมื่อใดก็
ตามที่ได้สัมผัสแสงทรงกลม มันก็จะจมหายไป
หลินหมิงยอมแพ้ในที่สุด ตอนนี้ เขารู้สึกจิตใจปั่นป่วนและเขา
กลับไปที่ทะเลจิตวิญญาณของตน ด้วยความประหลาดใจและความกลัว
เขาพบว่าสุนัขโลกันต์ที่ได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆก็พยายามฟื้นฟูตนเอง!
“ดื้อรั้นยิ่งนัก!”
หลินหมิงก็ต้องตกใจ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณนี้มาจากผู้อาวุโสสูงสุด
ของแดนเทวะเป็นเพียงส่วนเล็กที่อ่อนแอ่หลังจากผ่านกาลเวลาไปหลายปี
และมันก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ถ้ามันเป็นเจตจำนงที่สมบูรณ์ของผู้
อาวุโสสูงสุด เขาไม่อาจที่จะจินตนการได้ว่ามันน่าสะพรึงกลัวเพียงไร มัน
อาจจะไม่จากหายไปแม้ไม่นับล้านปีถูกปิดผนึกเช่นนี้ไปอีกล้านปี!
แต่ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ในตอนนั้น มันได้บิดแยกจิตวิญญาณของผู้ทรง
พลังจากแดนเทวะนับหมื่นดวง… ตัวตนเช่นไรกันจึงสามารถทำเช่นนั้นได้
…
หลินหมิงสูดลมหายใจลึกๆ ยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นเท่าใด เขาก็ได้เข้าใจ
ถึงช่องว่างระหว่างเขาและผู้ทรงพลังจากแดนเทวะ
ในขณะที่เขามองไปที่ชิ้นส่วนกระจัดกระจายที่พยายามจะคลืบ
คลานหากันและกัน หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา สุนัขโลกันต์ต้องการหลอม
รวมร่างเพื่อฟื้นฟูตนเองขึ้นมาอีกครั้ง หลินหมิงจะอนุญาติให้มันทำ
เช่นนั้นได้อย่างไร?
เขาโบกมือสายฟ้ามังกรวารีศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นที่ด้านซ้ายและ
สายฟ้าปีศาจแห่งการทำลายล้างปรากฏขึ้นที่ด้านขวา ประกายสายฟ้า
และสายฟ้าสีแดงและสีม่วงเปลี่ยนเป็นลูกศรสายฟ้าที่หนาแน่นพุ่งไปที่
สุนัขโลกันต์ราวกับห่าฝนแห่งความตาย!
พลังสายฟ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ในการยับยั้งการโจมตีทางจิตวิญญาณ
สุนัขโลกันต์ที่กำลังพยายามหลอมรวมร่างเพื่อฟื้นฟูตนเองอีกครั้งถูก
ระเบิดออกจากกันโดยหลินหมิง จิตวิญญาณของมันกำลังร้อนรน
หลังจากนั้น หลินหมิงใช้เจตจำนงแห่งการต่อสู้จิตบริสุทธิ์ วังวนสีดำ
ชนไปที่เศษเสี้ยวของเจตจำนงของสุนัขโลกันต์ ส่งเสียง ‘เคล้ง เคล้ง
เคล้ง’ ดังออกมาราวกับโลหะขนาดเล็กที่ถูกทิ้งลงไปในเครื่องบดเนื้อ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสิ่งใดที่หลินหมิงได้ทำ เศษเสี้ยวเจตจำนงเหล่านี้ไม่
ยอมถูกทำลาย!
“ยุ่งยากยิ่งนัก”
หลินหมิงไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะจบเรื่องกับเศษเสี้ยวเจตจำนงเหล่านี้
ได้ ความแตกต่างในระดับของพวกเขามาเกินไป
และปล่อยตนเองออกจากเจตจำนงนี้ก็ราวกับการยอมแพ้ให้กับการ
ดูดซับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณนี้ หลินหมิงไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนี้
‘ข้าจะต้องแยกตราประทับออกจากเจตจำนงเหล่านี้ ตราบใดที่พวก
มันไม่ได้หลอมรวมกันอีกครั้ง พวกมันจะไม่สามารถส่งผลกระทบต่อข้า’
หลังจากคิดดูแล้ว หลินหมิงเลือกเส้นทางที่มีความเสี่ยงนี้ เมื่อเขา
กลายเป็นผู้แข็งแกร่งในอนาคต เขาจะสามารถให้เศษเสี้ยวเจตจำนง
เหล่านี้อ่อนแอลงอย่างช้าๆ
หลินหมิงยื่นมือออกไป พลังสายฟ้าสีแดงม่วงปกคลุมร่างของเขา
อย่างหนาแน่นราวกับถุงมือ จากนั้น หลินหมิงเริ่มแยกเศษเสี้ยวเจตจำนง
จากวังวนสีดำอย่างระมัดระวัง นิ้วมือของเขาขยับไปมารอบๆเศษเสี้ยว
เจตจำนงด้วยรูปแบบเส้นใยจากพลังสายฟ้า
หลังจากเส้นใยเหล่านี้เปลี่ยนเป็นรังไหมที่หนาแน่นรอบเศษเสี้ยว
เจตจำนง แยกมันจากส่วนที่เหลืออย่างสมบูรณ์ หลินหมิงโยนมันลงไปใน
ทะเลจิตวิญญาณของเขา
จากนั้น หลินหมิงค่อยๆปกคลุมเศษเสี้ยวอื่นๆด้วยพลังสายฟ้า และ
โยนพวกมันไปในพื้นที่ต่างๆของทะเลจิตวิญญาณของเขา นี่ก็เพื่อสักวัน
หนึ่ง หากจิตวิญญาณของหลินหมิงอ่อนแอลงจากเหตุผลบางอย่าง เศษ
เสี้ยวเจตจำนงเหล่านี้จะไม่มีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากเขา
“ในที่สุดก็เสร็จสักที…”
หลินหมิงถอนหายใจอย่างยาวนานและถอนสติของเขาออกจากมิติ
ลูกบาศก์ ตอนนี้ เขาเมื่อยล้าอย่างมาก และเพียงแค่ต้องการที่จะมีเวลา
พักผ่อนที่ดีปราศจากการรบกวนจากสิ่งใด
แต่ เวลาเร่งด่วน หลินหมิงไม่แน่ใจว่าผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว เขานั่ง
เข้าฌาณชั่วครู่ และจากนั้นต้องทนกับอาการปวดหัวในขณะที่เขามอง
ผ่านความทรงจำจากเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของจักพรรดิปีศาจ…
…………..
ตอนนี้ เนื่องจากหลินหมิงได้หลบนี้ไป เวลาก็ได้ผ่านมา 4 ชั่วโมงแล้ว
เหล่ยจิงเทียนและพวกเขาที่เหลือยังคงโจมตีรูปแบบค่ายกลมายา
สังหารอย่างเต็มกำลังกับจนกระทั่งมือของพวกเขาอ่อนล้า แต่โล่ป้องกัน
ของรูปแบบค่ายกลนั้นราวกับภูเขาที่มั่นคง ไม่ไหวติ่งใดๆเลย!
ในสถานการณ์เช่นนี้ เหล่ยจิงเทียนนั้นกำลังรู้สึกสิ้นหวังราวกับโลก
กำลังพังทลาย ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย ปรมจารย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง และสองปรมจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ต้นได้ร่วมกันโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งเป็นเวลา 4 ชั่วโมงและยังคงไม่มี
ผลกระทบ รูปแบบค่ายกลเล็กน้อยนี้จากนิกายระดับ 6 จริงๆแล้วเปรียบ
ได้กับค่ายกลป้องกันดินแดนอันยิ่งใหญ่ของนิกายระดับ 4
“ไอ้กฎแห่งการยับยั้งบ้านี้” แม้กระทั่งคนสงบอย่างมู่ชือหั่วก็โกรธ
และเขาหยุดการโจมตี มือเท้าของมู่หือหั่วระส่ำระสาย ปราณแท้ของเขา
ปั่นป่วน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน และเขาแทบจะไม่สามารถยืนได้
เรื่องทั้งหมดนี้ตกอยู่ในสายตาของมู่ชิงอี มู่ชิงอียิ้มเยาะเย้ยและกล่าว
ว่า “มู่หือหั่ว ความทุกข์ทรมาณในครั้งนี้เป็นสิ่งที่เจ้าได้รับ สัญญาโลหิตใน
ตัวเจ้าเริ่มส่งผลกระทบแล้ว ภายในหนึ่งเดือน สายเลือดฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
30% ของเจ้าจะหางหายไป ครึ่งปีต่อจากนี้ มันจะหายไปอย่างสมบูรณ์
และบังคับให้พลังชีวิตของเจ้าหมดลงและเจ้าจะตาย!”
“สายเลือดฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้า?” มู่หือหั่วยิ้มด้วยความเหยียด
หยามก่อนที่จะหัวเราะออกมา “สิ่งที่เรียกว่าสายเลือดฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้น
ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าสลายเลือดวิหคเพลิง การสูญเสียมันไม่มีอะไรน่า
เสียใจ ตราบเท่าที่ข้าสามารถสังหารหลินหมิงได้ ข้าจะได้รับโลหิตฟินิกซ์
แท้จริงมาใส่ในร่างกายของข้า!”
ในขณะที่มู่ชือหั่วกล่าว มู่ชิงอีนั้นตกตะลึง หัวใจของนางสั่นสะท้าน
ทันที! ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าทำไมมู่ชือหั่วยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อสังหารห
ลิงหมิง
นับตั้งแต่ที่หลินหมิงปรากฎตัวออกมาจากแดนเร้นลับฟินิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายของเขาได้เปล่งออร่าที่ทำให้หัวของนางเต้นระรัว
ระหว่างคิ้งของหลินหมิง ก็ยังมีสัญลักษณ์เปลวเพลิงที่แปลกประหลาด ใน
ระหว่างการต่อสู้กับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ที่ตราประทับเปลว
เพลิงได้จุดประกาย ในตอนนั้น มู่ชิงอีก็สามารถรู้สึกถึงความกลัวอันลึกซึ้ง
ที่มีต้นตอมาจากส่วนลึกในสายเลือดของนาง!
หากนางเดาถูกแล้ว มันก็มีแนวโน้มสูงว่าหลินหมิงได้รับสายเลือดที่
บริสุทธิ์และล้ำค่าเป็นอย่างมากภายในแดนเร้นลับฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
สายเลือดนี้บริสุทธิ์เกินกว่าสิ่งที่ผู้ก่อตั้งเกาะฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้รับเมื่อนาง
ได้เข้าสู่แดนเร้นลับฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
และเป้าหมายของมู่ชือหั่วคือสายเลือดของหลินหมิง
สัญญาโลหิตเพียงแต่มีพลังที่จะผูกมัดลูกหลานในตระกูลมู่ตาม
สายเลือดของพวกเขา มันไม่สามารถที่จะผูกมัดหลินหมิงได้ ตราบเท่าที่
มู่ชือหั่วนั้นสามารถได้รับสายเลือดของหลินหมิง เขาก็สามารถปลดปล่อย
ตนเองออกจากข้อผูกมัดของสัญญาโลหิตได้ สำหรับการสูญเสียสายเลือด
มู่ หากมันสูญเสียแล้วมันก็จะหายไป – เขาย่อมไม่สนใจมัน
มู่ชิงอีตระหนักว่านางผิดพลาดมาตั้งแตแรก เหตุผลที่มู่ชือหั่ว
พยายามที่จะสังหารหลินหมิงไม่ได้เพื่อแก้แค้น แต่เพื่อจะได้รับพลังที่
สูงขึ้น หากเขาสามารถขโมยสายเลือดของหลินหมิงและยังฉกฉวย 8 ขั้น
ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ไปได้แล้ว ทุก
อย่างที่เขาต้องทำคือรอสำหรับช่วงอายุขัยของมู่เฟิงเซียนจบลง ตอนนั้น
เขาสามารถที่จะปกครองทั่วทั้งเกาะฟินิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยความแข็งแกร่ง
ของเขา!
บางทีมู่ชือหั่วอาจจะวางแผนทั้งหมดนี้ก่อนเขาจะเข้ามาในโลกที่ล่ม
สลายใบนี้เสียอีก!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ มู่ชิงอีรู้สึกถึงความสิ้นหวัง
หากจะตำหนิใครสักคน นางสามารถทำได้เพียงตำหนิตนเองสำหรับ
ความคิดที่ว่าข้อผูกมัดของสัญญาโลหิตนั้นไม่มีข้อบกพร่อง