Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 484 เข้าสู่ตำหนักจักรพรรดิ
ภายในจุดศูนย์กลางของรูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายภายในโลกที่ล่ม
สลาย หลินหมิงฝืนยิ้มหลังจากที่เขาได้อ่านความทรงจำของเศษเสี้ยวทรง
จำ
ภายในความทรงจำของตำหนักจักรพรรดินั้นไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับ
เส้นทางลับที่สามารถใช้ได้ หรือบางทีมันอาจไม่มีเส้นทางลับใดๆอยู่เลย
หากว่ามันไม่มีเส้นทางลับอยู่จริงๆมันจะเป็นเรื่องยากอย่างมากที่หลินห
มิงจะเข้าออกตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจได้โดยไม่ถูกตรวจจับจากผู้ทรง
พลังขั้นทำลายชีวิต
ภายในโลกที่ล่มสลายนั้น จิตสัมผัสของเขามีระยะเพียง200ก้าว แต่
เหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตนั้นอาจมีจิตสัมผัสไกลกว่า1,000ก้าว หรือ
แม้กระทั่ง10,000ก้าว มันเป็นเรื่องง่ายมากที่พวกเขาจะตรวจพบข้า แม้
ข้าจะพบสมบัติใดๆข้าก็คงไม่ได้ส่วนแบ่ง
หลินหมิงในตอนนี้นั้นรู้ดีเกี่ยวกับโครงสร้างของตำหนักจักรพรรดิ
เทพปีศาจ แต่สิ่งที่เขารู้กลับทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังเพราะภายในตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจนั้นเต็มไปด้วยหุ่นเชิดมากมาย
ตำหนักจักรพรรดินั้นครอบคลุมเนื้อที่มากกว่าหลายร้อยลี้ ในยุคสมัย
ที่ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจรุ่งเรืองนั้น สถานที่แห่งนี้ต่างเนืองแน่นไป
ด้วยนักสู้นับหมื่นนับแสน
สำหรับจำนวนคนเหล่านี้นั้น มันมีงานจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนที่
ต้องการคนเข้าไปทำ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกทดแทนด้วยหุ่นเชิดซึ่งประกอบไป
ด้วยหุ่นที่มีหน้าที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหุ่นที่ลาดตระเวณ
หุ่นเชิดเหล่านี้นั้นจะมีการสลับการหน้าที่กันในแต่ละวัน ซึ่งหุ่น
เหล่านี้นั้นมีขอบเขตพลังขั้นปราณปลายฟ้า สำหรับหุ่นเชิดที่ทำหน้าที่
ลาดตระเวณนั้นจะมีพลังเท่ากับขอบเขตขั้นหลอมรวมแก่นแท้
ความแข็งแกร่งของนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้นั้นแม้ดูเหมือนจะไม่
แข็งแกร่ง แต่นั่นก็เป็นเพราะกฏของโลกใบนี้ แม้นักสู้จากภายนอกบาง
คนนั้นพวกเขาก็อาจมีพลังเทียบเท่ากับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตที่ีอยู่
ภายในโลกแห่งนี้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แม้กระทั่งหลินหมิงก็มิอาจรับมือได้
หุ่นเชิดนั้นถูกสร้างจากบุคคลที่มีสายเลือดของเผ่าปีศาจยักษ์ มันไม่มี
วิชาลับใดๆที่สามารถควบคุมพวกมันในความทรงจำของจักรพรรดิปีศาจ
ในระยะเวลาสั้นๆ เขาก็จมอยู่กับความยากลำบาก
มีสิ่งเดียวที่ทำให้หลินหมิงรู้สึกดีนั่นก็คือการที่เขาได้พบตำแหน่งของ
สวนสมุนไพรของจักรพรรดิปีศาจภายในความทรงจำ ถ้าหากมันไม่มีสิ่งใด
ผิดพลาดรากมังกรนิพพานต้องอยูที่นั่นอย่างแน่นอน แต่สำหรับรูปแบบ
ค่ายกลป้องกันนั้นหลินหมิงไม่ค่อยแน่ใจนักเกี่ยวกับมัน
เช่นเดียวกัน อีกข้อมูลที่มีประโยชน์คือ ไม่ไกลจากสวนสมุนไพรของ
ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจนั้น มีเส้นทางอยู่เส้นทางหนึ่งที่มีรูปแบบ
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายซึ่งสามารถพาเขาออกไปได้อยู่ด้วย
หากหวังพึ่งแต่รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย หลินหมิงพบว่ามันเป็น
เรื่องยากที่จะจินตนาการถึงวิธีที่เขาจะเอารากมังกรนิพพานมาจากเงื้อม
มือของนักสู้ขั้นทำลายชีวิต
“หากข้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเหล่าหุ่นเชิดที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนได้
ทำไมข้าถึงไม่เข้าไปยังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจพร้อมกับเหล่าผู้อาวุโส
ขั้นทำลายชีวิตซะเลยหล่ะ แต่ถ้าหากข้าทำแบบนั้นหล่ะก็โอกาสที่ข้าจะ
ได้รับรากมังกรนิพพานมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย… ” เมื่อคิดเช่นนี้
หลินหมิงก็ยิ้มอย่างขมขื่น
“แต่ในความทรงจำของจักรพรรดิปีศาจ ภายในสวนสมุนไพรมันก็มี
สมบัติอีกอย่างที่ถูกผนึกไว้นั่นก็คือเตาหลอมโอสถชั้นยอด สำหรับ
ตำแหน่งของเตาหลอมโอสถนั้นภายในสวนสมุนไพรนั้นความทรงจำใน
ส่วนนี้ค่อนข้างเลือนลางเกี่ยวกับมัน ส่วนวิธีที่จะได้รับมันมา มันก็
ค่อนข้างเลือนลางเช่นกัน”
หลินหมิงถอนหายใจยาวๆออกมา เขารู้ว่ามันไม่มีหวังมาตั้งแต่แรก
แล้ว ถ้าหากเขาต้องการที่จะได้รับสมบัติ เช่นนั้นอย่างแรกที่เขาต้องการ
คือความแข็งแกร่งที่มากพอที่จะทำได้
โดยปกตินักสู้นั้นจะต้องการโอสถเปิดทางสวรรค์สำหรับเพิ่มการบ่ม
เพาะของตน
แต่ในการมายังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจครั้งนี้นั้น หลินหมิง
ต้องการเพียงแค่รากมังกรนิพพานเท่านั้น เขาย่อมรู้สึกพอใจหากเขา
สามารถยกระดับขั้นผสานไขกระดูกของเขาไปจนเสร็จสมบูรณ์ถึง80%
หรือ 90%ได้
……….
100 ลี้ห่างจากตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ
แม้วันเวลาจะผ่านมานับหมื่นปี ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจก็ยังคง
ความงดงาม มันเป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะหารอยใดๆที่เกิดจากการต่อสู้
บนกำแพงของตำหนักจักรพรรดิ
ภายในตำหนักจักรพรรดินั้นมีเสาขนาดใหญ่อยู่หลายต้นซึ่งสูง
มากกว่าพันก้าวตั้งอยู่ ราวกับว่ามันค้ำจุนสวรรค์ไว้ด้วยตัวมันเอง
มีผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต20ถึง30คนมารวมตัวกันอยู่ในบริเวณ
ทางเข้าของตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ เวลาได้ล่วงเลยไปหลายวัน จน
ในที่สุดก็มีทางเข้าปรากฏบนม่านพลังของตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ
โดยทางเข้านี้มีขนาดกว้างเพียงพอสำหรับเพียงคนเดียวเท่านั้น
นี่เป็นเพราะว่าซ่วนหวู๋จี๋ได้ศึกษาข้อมูลจากจดหมายของจักรพรรดิ
ปีศาจมาเป็นเวลานานหลายปี จนในที่สุดเขาก็พบวิธีทำลายม่านพลัง
เพียงแค่พวกเขาแยกชิ้นส่วนของรูปแบบค่ายกลออกจากแหล่งพลังงาน
ของมันและหลังจากนั้นจึงโจมตีอย่างช้าๆเพื่อลดพลังงานที่ทำให้คงสภาพ
ม่านพลัง หลังจากนั้นม่านพลังก็จะพังทลายลง
“เข้าไปข้างใน ทางเข้านี้จะคงอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจาก
นั้นรูนี้จะปิดตัวลงอีกครั้ง เมื่อเวลานั้นมาถึงพวกเราคงต้องร่วมกันเปิด
ช่องว่างนี้ใหม่”
ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการเปิดม่านพลัง …มันไม่
มีทางอื่นที่พวกเขาจะทำได้ ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจนั้นเคยเป็นนิกาย
ระดับ 6 ผู้อาวุโสของพวกเขาเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ ผู้อาวุโสคุม
กฏของพวกเขาอยู่ในขอบเขตขั้นทำลายชีวิตและผู้อาวุโสจัดการของพวก
เขานั้นล้วนเป็นนักสู้ระดับหลอมรวมแก่นแท้
สำหรับซ่วนหวู๋จี๋และคนอื่นๆพวกเขาส่วนมากอยู่ในขั้นขอบเขต
ทำลายชีวิตครั้งแรกไปจนถึงครั้งที่สาม และพลังการบ่มเพาะของพวกเขา
ถูกจำกัดไว้เหลือเพียง 20% พวกเขาจึงไม่แข็งแกร่งไปมากกว่าเหล่าผู้
อาวุโสจัดการขั้นหลอมรวมแก่นแท้มากนัก
ผู้อาวุโสจัดการและผู้อาวุโสคุมกฏระดับต่ำเกือบ 30 คนนั้นสามารถ
เปิดตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจได้ แต่มันก็ไม่ง่ายนัก
ซ่วนอวี่เชี่ยนั้นเป็นคนแรกที่เข้าไป ตามมาด้วยหนานอวิ๋นหวัง สอง
วันที่ผ่านมานั้นด้านนอกของม่านพลัง หนานอวิ๋นหวังนั้นไม่ได้ต่อสู้กับซ่
วนหวู๋จี๋เพราะทั้งสองต่างตกอยู่ในสภาพไร้หนทาง แต่ถึงอย่างไรทั้งสองก็
ต่างจ้องหน้ากันจนเกิดประกายไฟ
ในที่สุดพวกเขาก็เข้ามาด้วยกันจนหมดโดยมีนักสู้รวม 28คน
สำหรับคนทั้ง 28คนนี้นั้น พวกเขาถูกจัดออกเป็น 5กลุ่ม โดยกลุ่ม
แรกเป็นกลุ่มของนักสู้จากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ กลุ่มที่สองเป็น
กลุ่มของมหาวิหารเซน กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มของนักสู้อิสระซึ่งถูกนำโดย
หนานอวิ๋นหวัง กลุ่มที่สี่เป็นกลุ่มของนิกายเล็กๆซึ่งถูกนำโดยเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มของเผ่ามังกรวารีทมิฬ
ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนทั้งห้านั้นค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้เป้าหมายของพวกเขาจะเป็นสมบัติภายในตำหนักจักรพรรดิเทพ
ปีศาจแต่พวกเขาก็ได้ตกลงกันแล้วเกี่ยวกับการแบ่งสมบัติและผู้นำของแต่
ละกลุ่มก็ได้ทำการสาบานด้วยหัวใจแห่งนักสู้ด้วยเช่นกัน
แต่พวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่าข้อตกลงเหล่านั้นแทบไม่มีประโยชน์ใดๆ
เพราะข้อตกลงเหล่านี้นั้นถูกใช้เพียงสำหรับสมบัติทั่วไปเท่านั้น หากพวก
เขาได้พบกับรากมังกรนิพพานซึ่งสามารถช่วยให้พวกเขามีโอกาสสำเร็จใน
การผ่านขั้นทำลายชีวิตได้นั้น ถึงแม้หัวใจแห่งนักสู้จะได้รับความเสียหาย
เล็กน้อยมันก็ยังคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง
ในห้ากลุ่มนี้นั้น กลุ่มของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธ์และนิกายเล็กๆนั้นเป็น
กลุ่มที่อ่อนแอที่สุด ถึงแม้มู่เฟิงเซียนจะรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนที่นางจะ
เข้ามานางได้ทำข้อตกลงกับมหาวิหารเซน นางจะยกโอกาสในการพบ
สมบัติทั้งหมดรวมถึงรากมังกรนิพพานให้แก่มหาวิหารเซนแลกกับการ
ได้รับการปกป้องและช่วยเหลือในการอพยพหากเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่าง
น้อยขอแค่มีชีวิตรอดก็ยังดี
“เหล่าผู้ที่ติดตามพวกเรามาราวกับภูติผีนั้นค่อนข้างรับมือได้ยากนัก
หากปล่อยให้เหล่าคนพวกนี้ตามพวกเราไปมันคงจะเป็นการยากที่จะ
หลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่รุนแรงในภายหลัง” ซ่วนหวู๋จี๋กวาดสายตาไปรอบๆ
เขาต้องการไปคนเดียวแต่มันเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่ที่ทุกคนรู้เรื่องเกี่ยวกับ
จดหมายของจักรพรรดิปีศาจ มันจึงมีความเป็นไปได้ที่เขาจะรู้ถึงตำแหน่ง
ต่างๆในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจมากกว่าคนอื่น มันจึงเป็นไปไม่ได้เลย
ที่คนอื่นจะยอมปล่อยให้เขาไปคนเดียว
“อืม… นอกจากรากมังกรนิพพาน ใกล้ๆนั้นยังมี วาฬยักษ์ และเตา
เทวะหลอมจักรวาล พวกเราเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีวิชาควบคุมวาฬยักษ์
ได้ หากเกิดการต่อสู้เพื่อแย่งชิงรากมังกรนิพพานหล่ะก็เราก็สามารถใช้
มันได้ แต่เตาเทวะหลอมจักรวาลก็เป็นอีกสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ข้าไม่เข้าใจ
เลยว่าทำไมในยุคโบราณมันเกิดอะไรขึ้นกับท่านจักรพรรดิปีศาจ ทำไม
ท่านถึงเลือกที่จะทิ้งมันไว้ในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ” ซ่วนอวี่เชี่ย
ตอบ ในอดีตซ่วนหวู๋จี๋และซ่วนอวี่เชี่ยทั้งคู่นั้นเคยอ่านจดหมายของ
จักรพรรดิปีศาจด้วยกันมาก่อน
“ถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิดหล่ะก็เตาเทวะหลอมจักรวาลนั้นถูกทิ้งไว้โดย
จักรพรรดิปีศาจเพื่อปกป้องตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ มีแนวโน้มว่า
จักรพรรดิปีศาจท่านคาดการณ์ไว้ว่าท่านจะกลับมายังโลกที่ล่มสลายแห่ง
นี้อีกครั้งเพื่อสร้างตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจใหม่ แต่ด้วยเหตุผล
บางอย่างท่านจึงไม่สามารถกลับมาได้ เตาเทวะหลอมจักรวาลนี้จึงเป็น
สมบัติล้ำค่าที่สุดภายในโลกที่ล่มสลาย แต่น่าเสียดายที่เตาเทวะหลอม
จักรวาลนั้นถูกผนึกไว้ภายในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ และได้หลอม
รวมเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนแห่งนี้ มันไม่สามารถถูกเคลื่อนย้ายโดยผู้ใด
พวกเรานั้นแม้รวมพลังกันก็ทำได้เพียงสามารถเปิดช่องทางเข้าได้เพียง
เล็กๆเท่านั้น ถ้าเจ้าต้องการให้เตาเทวะหลอมจักรวาลเป็นของพวกเรา
แล้วโอกาสที่จะเป็นไปได้นั้นแทบจะไม่มีเลย”
ขณะที่ซ่วนหวู๋จี๋กล่าวถึงเตาเทวะหลอมจักรวาล ซ่วนอวี่เชี่ยรู้สึกหดหู่
ใจ ตามที่จดหมายของจักรพรรดิปีศาจได้บอกไว้ เตานี้เคยถูกใช้เพื่อ
ปรับแต่งเม็ดโอสถสวรรค์มากมายนับไม่ถ้วน ตลอดนับหลายหมื่นปีเตาเท
วะหลอมจักรวาลก็ยังได้รับการยอมรับเป็นเตาหลอมอันดับหนึ่งของทวีป
นภารินไหล มีสมบัติล้ำค่ามากมายถูกปิดผนึกอยู่ภายในเตาเทวะหลอม
จักรวาล ตัวอย่างเช่นมีโอสถที่มีคุณภาพสูงอยู่ภายใน แม้กระทั่งส่วนเล็กๆ
ของมันก็ถือว่าเป็นผลประโยชน์มหาศาลแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เตาเทวะหลอมจักรวาลก็นับเป็นหนึ่งในสมบัติชั้นนำ
ถ้าหากจับศัตรูผนึกไว้ภายในและเผาด้วยเพลิงของเตาเทวะหลอม
จักรวาลนั้น มันย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนผู้ใดก็ตามให้เป็นเถ้าถ่าน
มันย่อมไม่เป็นการพูดเกินจริงเลยหากจะบอกว่า ด้วยสมบัตินี้นางจะ
สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรด้วยกันกับซ่วนหวู๋จี๋และดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้ก็ได้กลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาสามารถสร้างเมือง
จักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงันให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองหลังจากผ่าน
มาถึง 3000 ปี
ซ่วนหวู๋จี๋ส่ายหัวและพูดว่า “อย่าไปคิดมากเกี่ยวกับเตาเทวะหลอม
จักรวาล สำหรับพวกเรานั้นรากมังกรนิพพานนั้นมีประโยชน์มากกว่า”
“อืม…” ซ่วนอวี่เชี่ยพยักหน้าทันใดนั้นนางก็คิดบางอย่างได้ “งั้น
พวกเราทำแบบนี้ดีกว่า เมื่อผู้คนเหล่านี้มองไปที่เตาเทวะหลอมจักรวาล
พวกเขาก็จะต่อสู้กันเพื่อแย่งมัน เมื่อถึงเวลานั้นมันจะเป็นโอกาสอันดี
สำหรับพวกเรา”
ขณะที่ซ่วนอวี่เชี่ยกล่าว รอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่
แสนงดงามของนาง ถ้าหากมีคนที่ชั่วร้ายอย่างซ่วนอวี่เชี่ยปรากฏตัวขึ้นใน
โลกของปุถุชนแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะต้องตายอย่างน่าสังเวชเป็นจำนวน
มากอย่างแน่นอน
“เฮ้ หากคนพวกนั้นตายเป็นจำนวนมาก มันคงเป็นอะไรที่เยี่ยม
ที่สุด…” ซ่วนหวู๋จี๋ลูบของตน ดวงตาของเขาก็ปรากฏประกายแสงอันเย็น
ชา
ขณะที่ผู้มีพลังขั้นทำลายชีวิตได้เข้าสู่ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจแล้ว
ณ รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายที่อยู่ห่างออกไปสิบลี้ก็เกิดแสงสีขาวเปล่ง
ประกายขึ้น จากนั้นก็มีผู้เยาว์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น คนผู้นั้นคือหลินหมิง
“นี่คือตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ … ” หมินหมิงถอนหายใจ ในที่สุด
เขาก็มาถึง “ถ้าข้าจำไม่ผิด ที่นี่คือลานกว้างของตำหนักจักรพรรดิเทพ
ปีศาจ ทางเข้าหลักนั้นอยู่ห่างออกไปสิบลี้ ทางเข้าหลักของตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจนั้นมีม่านพลังระดับสูงอยู่ ถ้าข้าต้องการจะเข้าไปข้า
คงต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเลยทีเดียว
แม้ว่าจะมีวิธีการผ่านกำแพงที่ทางเข้า แต่พลังการบ่มเพาะของ
หลินหมิงนั้นต่ำเกินไป การที่จะเข้าไปนั้นจึงเป็นเรื่องยาก
หลินหมิงเดินเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางความทรงจำของเขาอย่าง
ระมัดระวัง ถ้าเขาแอบตามเหล่าผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตและถูกพวกเขา
จับได้ เช่นนั้นมันก็คงแล้วแต่ชะตากรรมของเขาจะกำหนดแล้วล่ะ
“หืม? ม่านพลังถูกเปิดแล้วโดยพวกเขา”
ขณะที่หลินมินมองไปที่ม่านพลัง เขาเห็นรูที่มีขนาดเทียบเท่ากับ
ขนาดของสุนัขตัวหนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก นั่น
หมายความว่าพวกผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตได้เข้าไปยังตำหนักจักรพรรดิ
เทพปีศาจแล้ว และอาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตำหนัก
จักรพรรดิ
ดังนั้นประโยชน์ที่เขาได้รับมันย่อมลดลงเป็นอย่างมาก
หลินหมิงขบฟันแน่นและตัดสินใจที่จะแอบลอบเข้าไป
ม่านพลังนั้นสามารถฟื้นตัวได้เองอย่างช้าๆ รูที่เคยกว้างพอสำหรับ
คนๆหนึ่งแต่ในตอนนี้มีกลับมีขนาดเพียง 2 ตารางก้าวเท่านั้น หลินหมิงจึง
ก้มลงคลานบนพื้นพร้อมเข้าไปในรูซึ่งขนาดแทบไม่พอดีกับตัวเขา