Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 485 เปิดเผย
หลังจากที่แอบผ่านม่านพลังเข้ามา หลินหมิงมองไปรอบๆรูและเห็น
มันค่อยๆจางหายไป ด้วยอัตราเช่นนี้ มนุษย์จะไม่สามารถผ่านเข้ามาได้
อีก 15 นาที นั้นหมายความว่ามันไม่มีเส้นทางหนีอีกแล้ว สิ่งที่เขาทำได้
ทั้งหมดก็คือมุ่งไปข้างหน้าและออกไปโดยใช้รูปแบบค่ายกลที่อยู่ภายใน
ตำหนักจักรพรรดิ
นี่เป็นหนึ่งในข้อมูลที่มีค่าภายในความทรงจำของจักรพรรดิปีศาจ
ด้วยสิ่งนี้เขาอาจได้รับสมบัติบางอย่างและจากไปได้ มิเช่นนั้นรูปแบบค่าย
กลก็จะไม่ช่วยอันใดได้มากนัก
หลินหมิงถอนหายใจยาว และเดินเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิเทพ
ปีศาจอย่างช้าๆ
วิหารหลักของตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจมีพื้นที่กว้างใหญ่หลาย
ร้อยลี้ มีเขาสูงเสียดฟ้าและด้านในก็กว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง วิหารหลัก
ขนาดใหญ่นี้แทบจะมีขนาดไม่ต่างจากอาณาจักรเล็กๆแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
ประตูของวิหารหลักสูงถึง 200 ก้าว ด้านของประตู 2 บานนี้คือรูป
สลักปีศาจที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสูงนับร้อยก้าว รูปสลักเหล่านี้สร้างมาจากหินสี
โลหิต และมีปีกคู่ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง สีหน้าดุร้ายและโหดเหี้ยมอย่าง
ยิ่ง
ขณะที่หลินหมิงผ่านทางเข้าหลักไป เขาก็มองเห็นห้องโถงขนาด
มหึมาที่สูงเป็น 1000 ก้าว มีเสาขนาดใหญ่หลายสิบต้นที่สูงเสียดฟ้า
หายไปในด้านบนที่มืดมิด
ในโถงหลักนี้มีอุโมงค์ 10 เส้นทาง แต่ละเส้นทางนำไปยังสถานที่
แตกต่างภายในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ หลินหมิงเลือกเส้นทางตาม
ความทรงจำที่มี เดินไปยังเส้นทางแรกที่อยู่ซ้ายสุด เส้นทางนี้สูง 40-50
ก้าว และพื้นดินปกคลุมไปด้วยอักษรรูน ด้านข้างทั้งสองฝั่งมีผนึกผลึก
ถึงแม้อุโมงค์จะไร้แสงอาทิตย์ มันยังมีแสงซึ่งมาจากสักที่ทำให้มองเห็นทุก
สิ่ง
มันมีอาคมมากมายทั้งบนพื้นดินและผนัง หากต้องการทะลวงผนังก็
ย่อมไม่ง่ายไปกว่าการทะลวงรูปแบบค่ายกลอันแข็งแกร่งของตำหนัก
จักรพรรดิเลย
มีทางเดินยาวยื่นออกมา ครั้งแล้วครั้งเล่า หลินหมิงสามารถที่จะเห็น
ปะตูหินด้านข้าง ทุกประตูหินมีภาพนูนต่ำต่างๆ มันอาจเป็นเพราะว่ามี
อาคมครอบคลุมพวกมันอยู่ แม้จะผ่านไปถึงหมื่นปีแล้ว มันก็ยังไม่มีฝุ่นสัก
เม็ดเกาะ ภาพนูนต่ำสีทองเหล่านี้ประดับประดาด้วยแสงสว่างสดใส
ขณะที่หลินหมิงพยายามสงบจิตใจ เขาก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยของ
ปราณแท้ที่หลงเหลืออยู่ มันคือความผันผวนของปราณแท้ที่หลงเหลืออยู่
จากการต่อสู้ที่รุนแรง
“ความผันผวนของปราณแท้นี้จะต้องมาจากขั้นทำลายชีวิตที่สู้กับหุ่น
เชิดที่นี่ จากข้อมูลตรงนี้ ดูเหมือนจะเพิ่งเกิดการต่อสู้ไปเมื่อชั่วโมงก่อนนี้
เอง ถึงแม้จะเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับไม่มีรอยขีดขวน
ที่นี่เลยแม้แต่น้อย บางทีเหล่าคนชราพวกนี้อาจจะแยกชิ้นส่วนของมัน
และเอาไปเพื่อที่จะได้ศึกษามันเมื่อพวกเขากลับไป…”
หลินหมิงสามารถที่จะแยกแยะว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อชั่วโมงก่อน หุ่น
เชิดโบราณเหล่านี้เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับการค้นคว้า หากพวกเขาสามารถที่
จะสร้างของเลียนแบบมันขึ้นมาได้ มันก็จะทำให้นิกายของพวกเขา
แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก การจะเก็บชิ้นส่วนมันไปศึกษาจึงมิใช่เรื่องแปลก
ในตอนนี้เองหลินหมิงได้ยินเสียงระเบิดเบาบางมาจากที่ห่างไกล เขา
เกรงว่าเสียงนี้น่าจะมาจากผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่ได้ต่อสู้กับหุ่น
เชิดพิทักษ์อีกครั้ง
การตามไปด้านหลังคนเหล่านี้ห่างๆก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือปลอดภัยเลย
หากพบกับหุ่นเชิดที่หลงเหลืออยู่ เช่นนั้นเขาอาจจะได้รับอันตราย ไม่
เพียงแค่นั้น เขายังจะมิได้รับสมบัติอันใดอีกด้วย หากตามหลังพวกเขาไป
เช่นนี้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ถอนหายใจเล็กน้อย แต่เขามิได้มีวิธีที่
ดีกว่านี้แล้ว
เขาทำได้เพียงหวังแค่ว่าเหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตเหล่านี้จะแยก
ทางกันไป หากเขาโชคดี เขาก็อาจจะได้รับสมบัติที่ไม่มีผู้ใดเห็น
หากเขาตามไปติดๆ ไม่เพียงแค่จะไม่ได้รับสมบัติอันใด แต่ยังอาจจะ
นำหายนะอย่างใหญ่หลวงมาสู่ตัว
อย่างไรก็ตามเป็นเพราะผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เมื่อตอนที่
เขาได้เข้ามาในโลกใบนี้ เขายังมีเคล็ดวิชาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ เป็น
เพราะเหล่าผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ถูกกฏแห่งการยับยั้งเอาไว้
มาก จึงมิอาจที่จะมองเห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของหลินหมิง แต่เมื่ออยู่ต่อ
หน้าเหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต หลินหมิงก็ไม่โง่พอที่จะเชื่อว่ามันจะไม่
ถูกมองออก
หากมีผู้เชี่ยวชาญจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่นี่ซึ่งมี
สายเลือดเดียวกับเหล่ยมู่ไป่ มันก็มีโอกาสอย่างยิ่งที่เขาจะถูกฆ่าในทันที
ถึงแม้มู่เฟิงเซียนและมหาวิหารเซนจะได้ทำข้อตกลงร่วมมือกัน แตา
ว่าเจ้านิกายไป๋เหมยจะปกป้องเขาหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง
“จากเสียงที่ได้ยิน พวกเขาน่าจะอยู่ห่างไปไม่เกินหมื่นก้าว แต่เพื่อ
ความปลอดภัย ข้าควรที่จะรออีกสักหน่อย เผื่อมีบางอย่างที่ไม่คาดคิด”
เผชิญหน้าเหล่าผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิต หลินหมิงนั้นระวังตัวเป็น
อย่างมาก ไม่ว่าคนใดก็ล้วนแทบจะอยู่มามากกว่าพันปี ไม่ว่าจะเป็นระดับ
การบ่มเพาะหรือประสบการณ์ มันก็มิใช่สิ่งที่หลินหมิงสามารถเทียบได้
การดิ้นรนเพื่อหาสมบัติกับคนเหล่านี้นั้นสามารถที่จะทำให้คนผู้นึง
สิ้นหวังได้เลย
หลังจากที่หลินหมิงรออยู่ห่างมานานกว่าหนึ่งชั่วธูป เขาก็รู้สึกแปลก
ในใจราวกับมีบางสิ่งผิดปกติ อีกไม่กี่ลมหายใจต่อมา สีหน้าของเขาก็
เปลี่ยนไปในทันที เขาหันกลับไป ต้องการที่จะวิ่งหนี แต่ก้าวไปได้เพียง
ก้าวเดียวเท่านั้น เขาก็แข็งค้างในทันที สีหน้ากลายเป็นมืดมนขึ้นเรื่อยๆ
เขาได้ถูกพบตัวแล้ว!
ขณะที่เขาได้ยินถึงเสียงระเบิดไปเมื่อครู่ก่อน เขาก็ได้คิดว่าตนเอง
น่าจะอยู่ห่างกับพวกเขาไปถึงหมื่นก้าว ด้วยระยะห่างเช่นนั้น หลินหมิ
งไม่อยากที่จะเชื่อได้ว่าเหล่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตจะสามารถสัมผัสถึง
เขาได้ทั้งที่อยู่ภายใต้กฏการยับยั้งของโลกใบนี้แล้วแท้ๆ แต่ความจริงแล้ว
พวกเขารับรู้ได้ นี่เป็นสิ่งที่นึกไม่ถึงอย่างแท้จริง เมื่อรู้ว่าถูกพบและ
ต้องการจะหนี เสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นมาในจิตของเขา
“หากเจ้าไม่ต้องการที่จะตาย เช่นนั้นก็ออกมาซะ!”
โชคร้ายยิ่ง!
หลินหมิงรู้สึกว่าการเข้ามาในโลกที่ล่มสลายนี้ของเขาสามารถที่จะ
อธิบายได้ว่าโชคร้ายระดับท้าทายสวรรค์เลยทีเดียว!
จากตอนที่โลกล่มสลายใบนี้ได้เปิดออก หลินหมิงก็ได้เข้ามา 2 ครั้ง
ไม่เพียงแค่จะไม่พบเจอกับโชคแม้เพียงเล็กน้อย แต่กลับพบปัญหา
มากมายเข้ามาแทน
เขาได้สังหารผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่ลอบทำร้ายเขา และเมื่อ
เรื่องนี้ถูกค้นพบโดยคนของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ มันก็ได้เกิดการ
ต่อสู้ดุเดือดขึ้น จากนั้น ก็ได้เกิดการทรยศขึ้นภายในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงได้ไม่รู้ว่าเป้าหมายของมู่ชือหั่วคือสิ่งใด แต่ที่แน่ๆ ถึงกลับยอม
ทำทุกอย่างเพื่อสังหารเขา
หลินหมิงได้ถูกต้อนจนมุมและเสี่ยงดูดซับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ
จักรพรรดิปีศาจ และเกือบที่จะเอาชีวิตไม่รอด และสิ่งที่สิ้นหวังที่สุดคือ
แม้เขาจะได้รับข้อมูลมา โอกาสที่เขาจะได้รับรากมังกรนิพพานก็มีอยู่
เพียงเล็กน้อยเช่นเดิม
เขาได้เสี่ยงตายและในที่สุดก็สามารถลอบเข้ามาภายในตำหนัก
จักรพรรดิเทพปีศาจ แต่เพียงเข้ามาได้ไม่นาน ก็โดนเหล่าผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตใช้วิธีการบางอย่างค้นพบตัวเขาได้เสียแล้ว
หลินหมิงต้องการที่จะร้องให้จนไม่เหลือน้ำตาให้ไหลอีก ไม่มีสิ่งใดดี
เลยตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามายังโลกที่ล่มสลายแห่งนี้
หลินหมิงรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ด้วยพลังกดดันบางอย่าง สีหน้า
ของเขาได้กลายเป็นน่าเกลียดอย่างยิ่ง!
เขาไม่อาจที่จะหนีไปได้!
หากนี่เป็นผู้อาวุโสของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ที่มี
ความสัมพันธ์กับเหล่ยมู่ไป่ล่ะก็…
หลินหมิงไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงฉากเหล่านั้นเลย ในตอนนี้
กระแสเสียงปราณแท้ส่งเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง
“ข้าจะให้เวลาเจ้า 30 วินาที ออกมาซะ… หรือไม่ก็รอความ…ตาย!
ความอดทนของชายชราผู้นี้มีขีดจำกัด!”
หลินหมิงถอนหายใจเล็กน้อย เขาทำได้เพียงแค่ข่มใจและก้าวออกมา
ในกรณีนี้ เขาไม่มีสิ่งใดที่จะต่อต้านได้ เขาทำได้เพียงหวังว่านิกายมหาเซน
จะปกป้องเขาไว้ใต้ปีก และมันก็คุ้มค่าที่จะจ่ายค่าคุ้มครองบางอย่างให้กับ
พวกเขา
ระยะหมื่นก้าวนั้นเป็นก้าวเดินที่มากอย่างยิ่ง ขณะที่หลินหมิงเข้ามา
ในโถง เขาสามารถที่จะได้ยินเสียงทุกฝีก้าวและแม้กระทั่งเสียงสะท้อน
จากย่างก้าวของตนเอง
เขาต้องการที่จะเข้าใจว่าเหตุใดจึงได้ถูกพบตัว มันไม่มีทางที่ขั้น
ทำลายชีวิตจะสามารถขยายจิตสัมผัสออกไปได้ไกลถึงที่เขาอยู่ มันน่าจะ
เป็นอาคมบางอย่างที่พวกเขาทิ้งเอาไว้มากกว่า และเมื่อได้เดินผ่านมัน
เขาจึงได้ถูกค้นพบ
ขณะที่หลินหมิงตระหนักได้ถึงสิ่งนี้ สีหน้าของเขาก็ได้ดีขึ้นเล็กน้อย
แต่เขาก็ไม่นึกเลยว่าผู้อาวุโสเหล่านั้นจะระวังตัวกันเป็นอย่างยิ่ง
หลังจาก 30 ลมหายใจผ่านไป หลินหมิงได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนจะ
สามารถตอบโต้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่คิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะได้ผล
เมื่อเขาไปถึงสุดทางเดิน เขาก็เลี้ยวที่หัวมุมและเดินไปยังที่โล่งกว้าง
ถึงแม้หลินหมิงจะมีความทรงจำของจักรพรรดิปีศาจอยู่แล้วก็ตามที และรู้
ว่ามันมีขนาดใหญ่เพียงใด แต่เมื่อเขาได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็ยังคงตก
ตะลึงอยู่ดี
โถงที่สูงหลายพันก้าวและกว้างนับพันก้าวเช่นกัน มันสามารถที่จะ
บรรจุภูเขาขนาดเล็กไว้ในนี้ได้เลย
บนพื้นมีรูปสลักหินอัคคีสีดำแวว รูปสลักเหล่านี้สูง 10 ก้าว สลักเป็น
ปีศาจยักษ์ในอัตราส่วนจริง
รูปสลักเหล่านี้เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกเขาถืออาวุธ
หลากหลายแบบ มีกระทั่งหอก ง้าว ดาบหนัก โล่ ทุกตนมีหน้าตาน่า
เกลียด
มันมีปีศาจบางตนที่ขี่อยู่บนหลังของสุนัขสงคราม ขณะที่หลินหมิงม
องไปยังใบหน้าของสัตว์อสูรเหล่านั้น จิตใจของเขาก็สะท้าน สุนัขเหล่านี้
คล้ายกับสุนัขโลกันต์ที่เขาพบในทะเลจิตวิญญาณหลังจากที่ได้ดูดซับเศษ
เสี้ยวจิตวิญญาณของจักรพรรดิปีศาจ
ด้วยกว่าหมื่นรูปสลักรวมกันอยู่ที่นี่ ย่อมปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่า
เกรงขามและทำให้ทุกคนที่พบเห็นตกตะลึง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้มีกะจิตกะใจที่จะมาตกตะลึงกับสิ่ง
เหล่านี้ เมื่อพวกมันทั้งหมดนี้เทียบกับห้องโถงนี้แล้วก็ราวกับยุงในท้องฟ้า
เท่านั้น เพียงสร้างแรงกดดันต่อหลินหมิงเล็กน้อยเท่านั้นเอง
มู่เฟิงเซียนและมู่อี้หวงเองก็อยู่ในหมู่ของนักสู้เหล่านี้ หลินหมิง
สามารถที่จะเห็นได้ถึงสีหน้าของพวกเขาที่เปลี่ยนไปในทันที พวกเขาไม่
คิดว่า ผู้บุกรุกที่เขาพบจะเป็นหลินหมิง
สำหรับหนานอวิ๋นหวังและคนที่เหลือ พวกเขาเกิดความแปลกใจเมื่อ
พบเห็นหลินหมิง พวกเขาย่อมไม่คาดคิดว่าจะพบนักสู้รุ่นเยาว์ที่ไม่แม้แต่
จะมีระดับการบ่มเพาะขั้นปราณปลายฟ้าด้วยซ้ำสามารถที่จะเข้ามาในที่
แห่งนี้ได้
สำหรับฝั่งของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ขณะที่ซ่วนอวี่เชี่ยเห็น
หลินหมิง นางยิ้มอย่างอ่อนโยนเล็กน้อย สำหรับซ่วนหวู๋จี๋เมื่อมองเห็น
หลินหมิง สีหน้าของเขาก็สลดลงอย่างยิ่ง
“เจ้ามีนามว่าอย่างไร!” น้ำเสียงซ่วนหวู๋จี๋เคร่งขรึม และแฝงไปด้วย
จิตสังหาร เขาเคยเห็นรูปเหมือนหลินหมิงมาก่อน แต่ภาพที่ได้รับมาเกิด
จากความเห็นของหลายคนจึงมีหลายจุดที่ไม่คล้ายหลินหมิงตัวจริงดังนั้น
ซ่วนหวู๋จี๋จึงถามให้แน่ใจ
หลินหมิงใจสั่นสะท้าน เขาระวังการตอบสนองของทุกคนที่นี่ จึงรู้ได้
ว่าซ่วนหวู๋จี๋แสดงออกเช่นนี้จึงน่าจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับเหล่ยมู่ไป่
หลินหมิงพยายามสะกดความตื่นตระหนกและกล่าวอย่างราบเรียบ
“รุ่นเยาว์มีแซ่หลิง หลิงเซ็น”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวชื่อหลิงเซ็นออกมาอย่างราบเรียบ ซ่วนหวู๋จี๋จึง
เค้นเสียง “หลิงเซ็นหรือ? ฮ่าฮ่า ชายชราผู้นี้ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่
แต่ด้วยรุ่นเยาว์ที่อยู่เพียงขั้นปราณต้นฟ้าสามารถที่จะมาที่นี่ได้อย่าง
ปลอดภัย มันมีไม่ถึงหยิบมือด้วยซ้ำในทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนทางใต้
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ และนิกายมหาวิหารเซนรวมกัน! หลินหมิง! ถึงแม้
ชายชราผู้นี้จะไม่เคยเห็นรูปเหมือนของเจ้า ข้าก็ยังสามารถเดาได้เลยว่า
ต้องเป็นเจ้า! เมื่อคิดว่าข้าได้ค้นหาเจ้าแทบทุกที่แต่กับมาเจอที่นี่! ข้าก็
ประหยัดแรงไปเยอะเลย! ชายชราผู้นี้จะกลั่นจิตวิญญาณของเจ้า และทำ
ให้เจ้าต้องร้องขอความตาย!”