Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 50 วัตถุดิบจำนวนมหาศาล
หวังหวนจี่รู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้ต้องไม่ได้ใช้ทักษะธรรมดาๆที่ร่ำเรียน
ได้ทั่วไปตามสำนักต่างๆในอาณาจักรลิขิตฟ้าเป็นแน่ มันเป็นอะไรที่ลึกล้ำ
กว่านั้นหลายเท่านัก
“อาจารย์ของเขาคงไม่ใช่คนในอาณาจักรลิขิตฟ้าซินะ” ชายวัย
กลางคนพูดขึ้น
“แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น วิชาของเขาล้ำหน้ากว่าพวกเราเสียอีก ”
แสงหลากสีแผ่ออกมากลางอากาศ และจางหายไป เหลือไว้เพียงแสง
บางๆเป็นเงาเท่านั้น หวังยู้ฮาน หายใจเข้าลึกๆอย่างตื่นเต้น พลังวิญญาณ
ของเขา ช่างงดงามและแปรเปลี่ยนไปได้อย่างประณีตยิ่งนัก
ในการวาดอักขระนั้นส่วนที่ยากที่สุดก็คือ การกะพลังงาน ในส่วนนี้
จำเป็นต้องมีคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากพลาดแม้แต่
เพียงนิดเดียว ทั้งหมดก็อาจล้มเหลวได้ แต่เด็กคนนี้สามารถกะพลัง
วิญญาณได้อย่างแม่นยำ เขาวาดอักขระได้เหมือนกับ ศิลปินที่กำลังวาด
นกและดอกไม้ได้ย่างลื่นไหล ราวกับว่ารูปนกนั้นจะสามารถบินออกมาได้
จริงๆ
ตอนแรก หวังยู้ฮาน วิตกว่าตนจะถูกเด็กคนนี้ก้าวข้ามไปหรือไม่ นาง
หวังว่าเด็กคนนี้จะไม่ผ่านการสอบ แต่ในขณะนี้ จิตใจของนางกลับเต็มไป
ด้วยการยอมรับและความตื่นเต้นไปกับความสามารถของเขา นางหวัง
เพียงแค่ว่าให้ หลินหมิงแสดงการวาดอักขระอาคมต่อไปอีกให้นานที่สุด
ตอนนี้จิตใจของนางไม่รู้สึกเสียใจอีกต่อไปแล้ว
ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับ การที่นักดนตรีได้ฟังเสียงแห่งสวรรค์และ
ธรรมชาติ หรือ ศิลปินที่ได้ยลโฉมของภาพวาดที่ดีที่สุดจากศิลปินที่เก่ง
ที่สุด ความรู้สึกนี้ถือเป็นสุดยอดแห่งอารมณ์เลยทีเดียว
เมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของเด็กหนุ่มที่อุทิศตนให้กับผลงานถึง
เพียงนี้ หวังยู้ฮานก็ได้รู้ว่า ทำไมทักษะของนางถึงไม่พัฒนาขึ้นเท่าไรนัก
คงเป็นเพราะนางจดจ่อแต่การแข่งกับ ฉินซิงเซวียน จนเกิดความกลัวว่า
จะต้องพ่ายแพ้ ให้กับคนที่อายุน้อยกว่า
แต่เมื่อได้เห็นการแสดงของหลินหมิงแล้ว นางก็ได้บรรลุถึงจิตใจของ
นางในทันที ดินแดนแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ คงจะมีคน
ระดับเดียวกับนางรออยู่อีกเป็นมากมาย มันไม่สำคัญแล้วว่านางจะชนะ
หรือแพ้ให้กับฉินซิงเซวียน
ตอนนี้นางไม่ได้ไล่ตามเงาของฉินซิงเซวียนอีกต่อไปแล้ว แต่เหนือไป
กว่านั้น ตอนนี้จุดหมายของนางไม่ใช่การเป็นที่หนึ่ง แต่เป็นการทำให้
เต็มที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งหมดที่มีต่างหาก
หนึ่งนาทีกับอีกหนึ่งวินาที ต่อหน้าของหลินหมิง จำนวนอักขระได้
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกมันกำลังซ้อนทับกัน ด้วยแสงสว่างและ
ความมืด ราวกับว่ามันมีชีวิต หลินหมิงคุ้นเคยกับ ‘อาคมล้มล้าง’ อยู่แล้ว
และวาดมันออกมาได้อย่างช่ำชอง ด้วยการฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดของขั้นที่
สอง ทำให้หลินหมิงมีพลังปราณมาก พอที่จะทำการทั้งหมดนี้ได้ เขาไม่
จำเป็นต้องทรมานเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน
ในวันนี้ การวาดอักขระของหลินหมิงนั้น ผ่านไปได้ด้วยดี เขาได้จด
จ่ออยู่กับการวาดอักขระเพียงอย่างเดียว และลืมเกี่ยวกับการทดสอบไป
จนหมดสิ้น ในที่สุดเขาก็วาดอักขระหลากสีจนเสร็จสิ้น และในพริบตา
ต่อมาหลินหมิงก็ได้รวมมันเข้าด้วยกัน มันควบแน่นกันกลายเป็นตาราง
เพลิงขนาดหนึ่งนิ้ว
ครั้งนี้ หลินหมิงไม่ได้วางอักขระนี้ลงบนแผ่นจารึก แต่วางลงไปบน
ดาบยาวเล่มนั้นแทน และอักขระก็ได้ผสานเข้าไปในดาบยาว และสลัก
อักษรไว้ว่า ‘ ชิ ชิ ’
เสร็จแล้ว!!
เมื่อได้เห็นดาบในมือของหลินหมิงแล้วจิตใจของหวังหวนจี่ก็เต็มไป
ด้วยความปีติยินดีและยกย่องเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขารู้สึกได้เลยถึง
พลังไฟอันโชตช่วงในดาบเล่มนั้น หลินหมิงได้ถ่ายเทพลังวิญญาณของเขา
ลงไปด้วย
หวังหวนจี่รู้สึกได้เลยว่ามันเป็นอักขระที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง แต่คน
วาดมันขึ้นมากลับเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งมีการฝึกฝนถึงขั้นที่สอง
เท่านั้น แล้วอักขระที่เขาวาดขึ้นเหล่านี้จะเสริมพลังอาวุธได้ซักแค่ไหนกัน
พลังที่เสริมเข้าไปในดาบไม่ใช่การทำให้ดาบนั้นคมขึ้น แต่หมายถึง
การไหลเวียนของพลังปราณต่างหาก ถ้าหากอักขระอยู่ในแผ่นจารึก ก็ไม่
มีใครรู้ได้ว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าหากอยู่ในอาวุธแล้วละก็ นักจารึก
สามารถใส่พลังวิญญาณของตนเองลงไปเพื่อตรวจสอบได้ว่ามันมีพลัง
เพียงใด ทำให้สามารถบอกได้เลยว่าดาบเล่มนั้นทรงพลังขึ้นกี่เปอรเซนต์
หวังหวนจี่ยกดาบขึ้นมาและรวบรวมพลังปราณใส่เข้าไปในดาบ เขา
หลับตาเพื่อให้ประสาทสัมผัสทำหน้าที่ของมัน และลืมตาขึ้นมาในพริบตา
ต่อมา ถึงแม้เขาจะคาดการณ์เอาไว้แล้วแต่เขาก็ยังต้องรู้สึกตกใจอยู่ดี
อักขระเหล่านั้นสามารถเพิ่มพลังให้ดาบได้ถึง 32% นี่มันระดับ
ผู้เชี่ยวชาญชั้นสูง!!
“เพิ่มพลังได้ 32% ” หวังหวนยี่อุทานออกมา
“บ้าน่า!!” ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างพร้อมกับจับดาบนั้น
โดยทั่วไปแล้วนักจารึกจะสามารถทำได้ประมาณ 20% ซึ่งนั้นก็ถือว่ายาก
มากแล้ว แต่เด็กนี้ทำได้ถึง 32% .นี่มันมากเกินไปแล้ว
ชายวัยกลางคนคนนี้ทำงานเป็นคนคุมสอบมานาน เมื่อพูดถึงการวัด
ระดับพลัง เขาสามารถวัดได้เร็วกว่าหวังหวนจี่เสียอีก ทั้งยังมีความ
แม่นยำมากกว่าอีกด้วย “ 32.5% !!!”
ชายคนนั้นวางดาบลงบนโต๊ะ เขามาจากที่แห่งใดกันแน่ เขามีเพื่อน
หรือไม่ หรือเขาอาจจะมาจากสำนักโบราณซักแห่ง ? แล้วเขามาทำอะไร
ในอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้ ?
“ยินดีด้วย หลินหมิง เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว ” หวังหวนจี่กล่าว
ขึ้นมา
“ขอรับ ท่านประธาน”
“อืมม เจ้าตั้งใจที่จะเข้าร่วมสมาคมจารึกจริงๆอย่างนั้นรึ ” หวังหวน
จี่ถามเพื่อความแน่ใจ ในมุมมองของเขา ศิษย์จากสำนักโบราณไม่มีทางที่
จะอยากเข้าร่วมสมาคมของเขาหรอก เขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะตอบตกลง
ด้วยซ้ำ “แน่นอน ข้าต้องการเข้าร่วม ”
“ หะ!! ” หวังหวนจี่สะดุ้ง “เจ้าจะเข้าร่วมกับเราจริงๆรึ ”
“แน่นอน ที่ข้ามาทดสอบก็เพราะเหตุนี้อยู่แล้ว ”
“นี่มัน..” หวังหวนจี่รู้สึกแปลก เขาไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงที่
หลินหมิงอยากจะเข้าร่วมสมาคมจารึกเอาเสียเลย
“อย่าห่วงเลย ที่ข้าเข้าร่วมก็เพราะต้องการแต้มบริจาคเพื่อไปแลก
ซื้อวัตถุดิบหายาก ”
ซื้อวัตถุดิบเนี่ยนะ ถ้าอยากได้วัตถุดิบหายาก เจ้าก็ต้องมีแต้มบริจาค
เขาจะเอาวัตถุดิบหายากไปทำอะไร หรือนำไปให้อาจารย์ของเขา
แต่อาจารย์ของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องมา
หาวัตถุดิบในสถานที่เล็กๆเช่นนี้ด้วย
หวังหวนจี่ คิดอยู่เป็นเวลานาน และลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบไป
“ถ้าเจ้ายอมขายดาบเล่มนี้ให้กับสมาคมจารึก ข้าจะให้แต้มบริจาคเจ้า
3000 แต้ม เพื่อนำไปซื้อวัตถุดิบที่เจ้าต้องการ”
หลินหมิงรู้สึกแปลกใจและดีใจไปพร้อมๆกัน เดิมทีเขาคิดว่าเขา
จะต้องไปทำภารกิจอีกมากมายเพื่อแลกแต้มพวกนั้น เขาไม่คิดว่าเขาจะ
โชคดีถึงขนาดนี้ หวังหวนจี่ขอเสนอซื้อดาบของเขาด้วยแต้มบริจาค 3000
แต้ม ตอนที่เขาได้ดูในใบรายชื่อวัตถุดิบนั้น 3000 แต้ม นี่มันไม่ใช่น้อยๆ
เลย มันมากพอจะซื้อวัตถุดิบทั้งหมดที่เขาต้องการได้ทั้งยังเหลือไว้สำหรับ
ซื้อวัตถุดินในครั้งต่อไปอีก
“หวังหวนจี่คงจะต้องการซื้อไปเพื่อศึกษามันอย่างแน่นอน แต่มันก็
เป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญก็คงยากที่จะ
ตรวจสอบมันได้ทั้งหมด แต่หากเขาเก็บมันเอาไว้ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์
เท่าไร เพราะเดิมทีเขาก็ไม่ได้ใช้ดาบเป็นอาวุธอยู่แล้ว” เมื่อคิดได้เช่นนี้
แล้ว หลินหมิงก็กล่าวว่า “ขอบใจครับ ท่านประธาน ข้ากำลังต้องการ
แต้มบริจาคอยู่พอดี”
“ไม่จำเป็นต้องสุภาพนักก็ได้ ถ้าอาจารย์ของเจ้ามาที่อาณาจักรแห่ง
นี้เมื่อไร ก็อย่าลืมเชิญท่านมาที่นี้ด้วยล่ะ เราจะให้ท่านผู้นั้นเป็นแขกคน
สำคัญของสมาคมจารึก ” หวังหวนจี่ต้องการจะศึกษาเกี่ยวกับดาบนี้ เขา
ต้องการที่จะเข้าใจถึงพลังอันลึกลับและเบื้องหลังของหลินหมิง
“เลือดปีศาจระดับสี่ 1 จิน 1100 เหรียญทอง และ 150 แต้ม
บริจาค”
“เมล็ดดอกไม้เมฆนภา 12 เมล็ด 600 เหรียญทอง และ 80 แต้ม
บริจาค”
“เลือดมังกร 1 จิน 600 เหรียญทอง และ 60 แต้มบริจาค”
…
คนขายที่ขายของหล่านี้ อายุ40-50 ปี เป็นหญิงวัยกลางคน นางได้
เขียนราคาไว้หลังชื่อวัตถุดิบแต่ละอย่าง และทุกๆครั้งนางหันกลับไปมอง
หลินหมิง เด็กหนุ่มคนนี้ต้องการวัตถุดิบพวกนั้นจริงหรือ เขาคิดจะเอา
พวกมันไปใช้ทำอะไรกันแน่
หลินหมิงได้จดรายการวัตถุดิบเป็นหลายสิบอย่าง ซึ่งรวมถึงวัตถุดิบ
ล้ำค่าและหายากไว้แล้วด้วย เช่น เลือดปีศาจระดับสี่ ที่หลอดเล็กๆก็เทียบ
ได้กับสมบัติหายาก ซึ่งถ้าซื้อ ที่ตลาดทั่วไป ก็จะมีราคาถึง 3000เหรียณ
ทอง แต่ที่นี่เพียง1100 เหรียญทองเท่านั้น
เมื่อเทียบกับครึ่งปีที่แล้ว หลินหมิงคงไม่กล้าคิดถึงราคาของวัตถุพวก
นี้ เขาไม่มีทางที่จะหาเงินจำนวนขนาดนี้มาได้อย่างแน่นอน
ในตอนนี้ราคาของวัตถุดิบทั้งหมดก็คือ 10000 เหรียญทองและแต้ม
บริจาคอีก 2100 แต้ม ขณะที่หลินเสี่ยวตงได้เห็นจำนวนเงินที่ต้องจ่าย
ทำให้เขาได้ยินแต่เสียงลูกคิดดีดไปมาอยู่ตลอดเวลา เสียงนั้นมันทำให้เขา
รู้สึกแปลกๆพิกล ในที่สุดเขาก็ได้เห็นกับตาว่าการใช้เงินของเขามันเหมือน
การเททิ้งดีดีนี่เอง
“ทั้งหมด 10,000 เหรียญทอง กับ 2100 แต้มบริจาค ยืนยันการซื้อ
หรือไม่” หญิงวัยกลางคนได้วางลูกคิดลงและถามหลินหมิง ต่อให้เป็น
ผู้เชี่ยวชาญการจารึกระดับสูงก็ยังแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะซื้อวัตถุดิบ
มากมายถึงเพียงนี้ เด็กนี้มีเงินขนาดนั้นเลยหรือ
“ตกลง”