Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 51 หน้าผาจัดอันดับ
ขณะที่หลินหมิงกำลังกลับไปที่พักของเขา เขาได้มองไปยังกอง
วัตถุดิบในห้องของเขาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น วัตถุดิบที่
ล้ำค่าและยังมีปริมาณขนาดนี้สามารถทำให้ผู้เชียวชาญจารึกระดับสูง
แทบทุกคนในอาณาจักรแห่งนี้ถึงกับเหงื่อตกได้เลยทีเดียว พวกเขาจะต้อง
ระวังในการใช้วัตถุดิบเหล่านี้เป็นอย่างมากและไม่ยอมให้มันเสียเปล่า
แม้แต่น้อยนิด สำหรับพวกเขาแล้วของเหล่านี้นั้นถือกว่าดีเกินไปสำหรับ
พวกเขาด้วยซ้ำ แต่หลินหมิงต้องการที่จะสร้างอักขระจารึกโอสถ ซึ่ง
ต้องการใช้วัตถุดิบทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบ แต่ด้วยทักษะที่เขามี
ในตอนนี้ หลินหมิงไม่มีทางทำสำเร็จได้เลย
“ถ้าข้าสามารถสร้าง ‘จิตฟื้นฟูพลัง’ ใส่ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง
และยาโอสถพญางูทองคำได้ และกินมันเข้าไป พลังของข้าคงจะเพิ่มขึ้น
อย่างมหาศาลเป็นแน่” ยาโอสถทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นยาชั้นเลิศในบรรดา
ยาทั้งหมด ด้วยพลังของมันผสมเข้ากับความพยายามของเขา เขาก็จะ
ก้าวขึ้นไปสู้การฝึกฝนระดับ3ได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเขาสามารถเสริมพลังยาได้สำเร็จ ทักษะของเขา
เองก็จะรุดหน้าขึ้นอีกเช่นกัน และเขาก็จะยิ่งเข้าใกล้กับการจารึกร่างกาย
ที่เพิ่มความเร็วและพลังต่อสู้ได้อีกมหาศาล
แม้ว่าหลินหมิงจะรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขเป็นอย่างมากก็ตาม เขา
ก็รู้ว่าการที่จะทำแบบนั้นได้ เพียงแค่มีเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำอย่าง
เดียวคงไม่พอ เขาจำเป็นต้องฝึกฝน เพื่อให้ร่างกายและวิญญาณเป็นหนึ่ง
เดียวกันเสียก่อน
เพื่อความประหยัดในการใช้วัตถุดิบ หลินหมิงได้ใช้วัตถุดิบเก่าๆที่เขา
มีและพลังปราณของเขาในการฝึกฝน ซึ่งไม่ต้องใช้วัตถุดิบใหม่ๆอะไร
ทั้งสิ้น
เพื่อที่จะฝึกทักษะอะไรแบบนั้น มันจำเป็นต้องฝึกแบบซ้ำไปซ้ำมา
และฝึกอย่างไม่ย่อท้อ ถ้าพันครั้งยังไม่พอ เขาก็จะฝึกหมื่นครั้ง ถ้าหมื่น
ครั้งยังไม่พออีก เขาก็จะฝึกแสนครั้ง
การฝึกซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ ส่งผลให้เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ราวกับว่า
เขาจะไม่ได้นอนมาแล้วกว่า3วัน3คืนเลยทีเดียว
เมื่อหลินหมิงฝึกไปได้ถึง2วัน ทำให้เขารู้สึกได้ว่าเลือดตาแทบ
กระเด็นออกมา เขาหยุดฝึกฝนเพื่อพักผ่อน ในขณะนี้เพียงแค่จะยกถ้วย
ชาขึ้นมาจิบยังแทบจะทำไม่ได้เลย
“ข้าใช้ ‘ครอบงำวิญญาณ’ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับใช้ยาเพื่อลด
อาการเหนื่อยล้าอีก แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าในขณะนี้มันถึงขีดสุดที่เขาจะต้อง
พักแล้ว การจารึกยาโอสถมันยากยิ่งกว่าการจารึกอุปกรณ์หลายเท่านัก”
“พรุ่งนี้ก็จะถึงวันที่ต้องเข้าเรียนในสำนักเจ็ดแก่นแท้แล้ว ดูเหมือนว่า
การจะฝึกจารึกยาโอสถให้สำเร็จภายในวันนี้คงเป็นไปไม่ได้สินะ ”
ถ้านับตั้งแต่สิ้นสุดวันสอบมา นี่ก็ผ่านมาได้3วันแล้ว พรุ่งนี้เขาจะต้อง
ไปรายงานตัวที่ห้องพสุธาแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้
นักสู้จากห้องพสุธาจะได้รับโอกาสให้ต่อสู้กับคนของในห้องสวรรค์
เมื่อเขาสามารถฝึกฝนขึ้นไปได้ถึงขั้นที่สี่ แต่บางคนที่ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุด
ของขั้นที่สามและมีความสามารถพิเศษก็สามารถท้าสู้กับคนจากห้อง
สวรรค์ได้เช่นกัน
ด้วยพลังของหลินหมิงในตอนนี้ เขายังขาดคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกับ
นิกายอยู่
ในเช้าวันต่อมา ศิษย์ในห้องพสุธาก็ได้มารวมตัวกันอยู่ที่ด้านหลังของ
เขา ชายผิวคล้ำตัวสูงมีผมสีแดงออกมายืนตรงหน้าของพวกเขาพร้อมกับ
ดาบที่สะพายไว้บนไหล่ เขามองไปรอบๆก่อนจะกล่าวว่า “นับตั้งแต่วันนี้
พวกเจ้าได้เป็นศิษย์สำนักเจ็ดแก่นแท้ ในห้องพสุธา อย่างเป็นทางการแล้ว
และข้าก็คืออาจารย์ของพวกเจ้า ข้าชื่อว่า ฮ่องซี หรือจะเรียกข้าว่า
อาจารย์ฮ่องก็ได้”
“ครั้งนี้มีไอโง่ที่ผ่านเข้ามาได้มากถึง53คน แต่ที่ยืนอยู่ที่นี่20คน จะ
ได้รับการรับรองให้ได้เข้าห้องพสุธา โดยไม่มีข้อกังขา พวกเจ้าทุกคน ล้วน
มีพรสวรรค์และความเป็นอัจฉริยะภาพอยู่เต็มเปี่ยม แต่ถ้าพวกเจ้าคิดว่า
สามารถเข้าห้องพสุธาได้แล้วจะได้เป็นที่สุดในรุ่นของพวกเจ้า เจ้าก็คิดผิด
แล้ว เฉพาะผู้ที่อยู่รอดเท่านั้นแหละที่จะได้สลักชื่อลงบนหน้า
ประวัติศาสตร์”
“จงจำเอาไว้ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่สำคัญที่สุด มีคนอีกมากมายที่
ต้องการเอาชนะพวกเจ้าเช่นกัน นั่นก็เพราะพวกเจ้านั้นแข็งแกร่ง ถ้าไม่มี
ความแข็งแกร่งแล้วพวกเจ้าก็ไม่มีอะไรดีหรอก ตามข้ามาสิ”
ชายผมแดงพูดจบก็นำกลุ่มของพวกเขาไปตามทางลึกของภูเขาแห่ง
หนึ่ง
อาณาเขตของสำนักเจ็ดแก่นแท้นั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก ภูเขาโจว
ทั้งลูกตั้งอยู่ในเขตของสำนักเจ็ดแก่น ที่ด้านหลังของภูเขาจะมีสิ่งก่อสร้าง
อยู่เล็กน้อย ระหว่างทางเต็มไปด้วยผืนหญ้าเขียวชอุ่ม หิน และต้นไม้ ทำ
ให้ดูเหมือนว่าสถานที่นี้มีชีวิตชีวาและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
หลังจากที่เดินกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งก้านธูป พวกเขาก็ได้มาถึง
หน้าผาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง หน้าผานี้สูงหลายสิบก้าว และพื้นผิวของมันก็
ถูกขัดจนเงาวับเหมือนดั่งกระจก บนนั้นได้มีชื่อสลักเอาไว้เต็มไปหมด
และชื่อที่อยู่บนสุดได้เขียนเอาไว้ว่า ‘หลิงเซ็น’
หลินหมิงรับรู้ได้ถึงสาเหตุการมีอยู่ของหน้าผาแห่งนี้ คำพูดของฮ่องซี
ได้พิสูจน์ความจริงบางอย่างที่เขาไม่แน่ใจ “พวกเจ้าเห็นผานี้สินะ แต่
ความจริงมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น ชื่อเหล่านั้นมันจะค่อยๆ
เปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันคืออันดับของศิษย์ในสำนักลิขิตฟ้า มันบันทึกชื่อของ
ศิษย์ทุกคนจากห้องพสุธาและห้องสวรรค์เอาไว้ทั้งสิ้น200คน”
มันเป็นเหมือนระบบเรียงรายชื่อ หลินหมิงมองไปยังชื่อที่อยู่ด้านล่าง
ของหลิงเซ็น เขามองหาแต่กลับไม่พบชื่อของฉินซิงเซวียน
ทำไมกลับไม่มีชื่อของฉินซิงเซวียนอยู่นะ หลินหมิงสงสัย บางทีฉินซิง
เซวียนอาจจะไม่ได้ถูกรวมอยู่ในกลุ่มนี้ก็เป็นได้
หลินหมิงมองต่อไป เขาก็ต้องเบิกตากว้าง เขาเห็นชื่อที่แสนจะ
คุ้นเคยเป็นอย่างดี จูเอี๋ยน!
‘ จูเอี๋ยน อันดับที่ 39 ’
หลินหมิงหายใจเข้าลึกๆ มันทำยังไงถึงไปอยู่ตรงจุดนั้นได้!!
เขามองลงมาอย่างใจเย็น และก็เห็นชื่อของตนเอง หลังจากชื่อของ
เขาก็เป็นชื่อของชายคนหนึ่ง หวังหยานเฟิง
ฮิ่งซี พูดขึ้นมา “ทางเดียวที่จะไปให้สูงขึ้นได้ก็คือ การสร้างหนทางให้
ตนเองขึ้นไป นั้นรวมถึงการเหยียบพวกพ้องเพื่อจะยกให้ตนเองขึ้นไปให้
สูงขึ้นด้วยเช่นกัน แต่พวกเจ้าเคยรู้หรือไม่ว่า ทำไมเราถึงเรียกพวกเจ้าบาง
คนว่าอัจฉริยะ?!”
ขณะที่ฮ่องซีกำลังพูดอยู่ ลูกศิษย์บางคนก็กำลังงงๆ มีคนหนึ่งถาม
ขึ้นมา “อาจารย์ฮ่อง เพราะพวกเขาสามารถยกระดับของพรสวรรค์ของ
ตนเองได้ใช่หรือไม่ขอรับ ”
“ยกระดับพรสวรรค์รึ ” ฮ่องซีหัวเราะแล้วหัวเราะอีก “ เจ้ารู้ไหมว่า
นักฝึกปีศาจจะฝึกพวกปีศาจที่ดุร้ายอย่างไร ปีศาจที่มีคุณสมบัติที่ดีพอจะ
ถูกเลือก พวกมันจะได้กินอาหารดีๆ และถูกจัดให้ได้อยู่ในกรงเดียวกัน
เพื่อต่อสู้ จากปีศาจหนึ่งร้อยตัว ในที่สุดก็จะเหลือเพียงตัวเดียว นั้นคือเจ้า
แห่งปีศาจ”
“พวกเจ้าเองก็เหมือนปีศาจพวกนั้น ในหนทางต่อไปนี้พวกเจ้า
จำต้องเหยียบย่ำพวกเดียวกัน เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุด ในอีกแง่หนึ่งพวกเจ้า
เองก็ไม่ต่างอะไรจากก้อนหินเพื่อให้นักสู้ที่แท้จริงเดินเหยียบขึ้นไป”
“ไม่มีคำว่าแข็งแกร่งที่สุด มีแค่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น พวกเจ้าจงเลือก
เอาเองว่าจะเหยียบศพเพื่อนพ้องเพื่อไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดหรือจะถูก
เหยียบย่ำเสียเอง”
คำพูดแต่ละคำของเขา เหมือนลูกเหล็กพุ่งเข้าไปที่ตัวของเหล่าศิษย์
มันทำให้จิตใจของพวกเขาตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่ไม่ใช่แค่การฝึกแล้ว แต่เป็น
การใช้เพื่อนพ้องเป็นบันไดให้ตนเองไปสู่จุดสูงสุดต่างหาก
“ผู้ที่เหลือคนสุดท้ายก็คือราชางั้นรึ..” หลินหมิงกำหมัดแน่น
“ดี ข้างในจะเป็นข้อปฏิบัติและกฎระเบียบของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ที่
พักของพวกเจ้าจะอยู่ตรงด้านหลังเขา ทุกอย่างเขียนไว้บนแผ่นหยก
หมดแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันได้ พรุ่งนี้เราจะเริ่มเรียนกัน”
ชายผมแดงแกว่งมือและทันใดนั้นก็มีแผ่นหยก20แผ่นตกสู่ลงสู่มือ
ของศิษย์แต่ละคน หลินหมิงเองก็ได้รับมาแผ่นหนึ่ง เขารีบใส่วิญญาณลง
ไปทันทีและก็ได้เห็นที่อยู่ซึ่งเป็นที่พักของเขา
“ตอนนี้ข้าต้องหาที่พักของข้าให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยหาวิธี จารึก
โอสถ เพื่อเสริมพลังให้กับยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง หากข้าจารึกยาโอสถ
ได้สำเร็จ มันคงทำให้ข้าไปถึงการฝึกฝนขั้นที่สามได้อย่างแน่นอน”
การกลายสภาพมีทั้งหมด 6 ขั้น พละกำลัง เลือดเนื้อ อวัยวะภายใน
กล้ามเนื้อ กระดูก และผสานชีพจร การจะไต่จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับ
หนึ่งจะต้องใช้เวลานานอย่างมาก ตอนนี้หลินหมิงพึ่งจะถึงขั้นที่สองเมื่อไม่
นานมานี้ เขารู้ว่าการจะเลื่อนขั้นไปสู่ขั้นที่สามในเวลาอันสั้นคงไม่ใช่เรื่อง
ง่ายๆ ถ้าหากตอนนี้เขามียาชั้นสูงอยู่ และด้วยพลังของการจารึกโอสถ สิ่ง
ที่ยากเย็นจนแทบเป็นไปไม่ได้ก็จะกลายเป็นเรื่องง่านขึ้นมา
“หลินหมิง”
ขณะที่หลินหมิงกำลังครุ่นคิดอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง
และต้องประหลาดใจเมื่อเจ้าของเสียงคือ หวังหยานเฟิง ในระหว่างการ
สอบนั้น หวังหยานเฟิงโกรธแค้นหลินหมิงเป็นอย่างมากที่บังอาจขโมย
อันดับหนึ่งไปจากมัน แล้วยังแย่งชิง ยาโอสถพญางูทองคำไปอีก ทั้งหมด
นี้เป็นเพราะไอ้หลินหมิงคนเดียว หลินหมิงเปรียบเสมือนดาบยอกอกที่ยัง
ปักอยู่กลางใจของมัน
“ยาสองอันนั้น เจ้ากินเข้าไปหรือยัง” หวังหยานเฟิงถามด้วยน้ำเสียง
เย็นชาพร้อมกับกัดฟันไปด้วย
“แล้วอาจจะยังไม่ได้กิน หรืออาจจะกินไปแล้วก็ได้” หลินหมิงตอบ
อย่างใจเย็น ถึงยาสองอันนั้นจะมิอาจประเมินค่าได้ แต่เขาก็ไม่ได้กลัวที่
จะถูกแย่งชิงไป ในอาณาจักรนี้สำนักเจ็ดแก่นแท้นั้นยึดมั่นในสัจจะยิ่งนัก
เมื่อได้ยกให้แก่ใครไปแล้ว ก็มิอาจจะแย่งชิงกลับมาได้
“ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ได้กินมัน ยาสองอันนั้นมันอันตรายสำหรับเจ้ามาก
เกินไป ร่างกายของเจ้าไม่มีทางรับมันไหวแน่ หลินหมิง มีพรสวรรค์เพียง
ระดับสาม เจ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจดีนี่ ด้วยระดับพรสวรรค์เพียงแค่นั้นของเจ้า
แม้จะกินยานั้นไป มันเสียเปล่า อย่างมากเจ้าก็ทำได้แค่ดูดซับพลังของมัน
ได้หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น เจ้าอย่าให้ยาล้ำค่าเช่นนั้นต้องกลายเป็นของไร้
ค่าเพราะเจ้าเลย ”
หลินหมิงทำสีหน้าบึ้งตึง “เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่”
“ข้าต้องการขอซื้อยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองจากเจ้า”
หลินหมิงยิ้มเยาะ เขาไม่คิดว่าหวังหยานเฟิงจะพูดอะไรตลกๆเช่นนี้
ออกมาได้ “เจ้าเพี้ยนไปแล้วหรืออย่างไร คิดว่าข้าจะยอมขายให้เจ้าอย่าง
นั้นรึ”
“อย่างพึ่งรีบปฏิเสธข้า ข้าขอร้องให้เจ้าฟังข้อเสนอของข้าเสียก่อน”