Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 526 แสงสีแดงพุ่งทะยาน
เมื่อหญิงสาวที่สวมชุดสีดำได้ยินปีศาจยักษ์เรียกนาง คิ้วที่บอบบาง
ของนางก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่าง พลังนรกที่เบาบางระหว่างคิ้วของนาง
เกือบจะปะทุขึ้น แต่นางสะกดข่มมันไว้ได้
‘ข้าสงสัยจังเลยว่าม่อกู่นั่นไปยังใด… ‘ หลินหมิงได้เห็นหญิงสาวที่สวม
ชุดสีดำกลับไม่ได้เห็นม่อกู่ อยู่ใกล้ๆ
“สาวน้อยทำไมไม่มาเล่นกับข้าล่ะ?” อ๋าวหลี่ยั่วยุอีกครั้ง
ในตอนนี้ นักสู้เผ่ามนุษย์บางคนก็ถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ พวกเขา
ไม่ต้องการที่จะโดนอ๋าวหลี่หมายหัวไปด้วย
ดวงตาของหญิงสาวชุดสีดำสายประกายแสงอมหิตและทันใดนั้นนาง
ก็ดึงกระบี่ออกมาจากฝัก ไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวได้ แต่สามารถได้ยิน
เสียงกระบี่ขณะที่มันพุ่งผ่านอากาศ กระบี่แสงสาดประกายพุ่งไปยัง
หน้าผากของอ๋าวหลี่!
“หึ!”
อ๋าวหลี่เค้นเสียงเย็นชาและชกกระบี่ด้วยกำปั้นของเขา!
เกิดระเบิดดังขึ้น กระบี่แสงก็แตกออกด้วยกำปั่นนั้น!
อ๋าวหลี่กลับมาสามก้าวกำปั้นของเขาย้อมด้วยเลือดแดง
หญิงสาวชุดดำค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจภายใต้หน้ากากของนาง
ฝ่ายตรงข้ามของนางได้รับการโจมตีจากกระบี่ของนางด้วยเพียงกำปั้น
ของเขา แต่กลับถอยหลังไปเพียงสามก้าว กำปั้นของเขาได้รับบาดเจ็บ
แต่เขาแทบไม่ได้รับอันตราย ความแข็งแกร่งของยักษ์ปีศาจนี้ไม่น้อยกว่า
ของนางเลย
ตอนแรกนางเพียงอยากจะสอนบทเรียนในสารเลวผู้นี้ แต่นางไม่คิด
ว่าพลังของเขาจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หากพวกเขาต่อสู้กันจริง การ
ตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเวลาอันสั้นย่อมเป็นเรื่องยาก นางยังมีเรื่อง
สำคัญที่ต้องทำและไม่ต้องการเสียเวลาที่นี่ นางจึงหันกลับและก้าวออกไป
อย่างรวดเร็ว ร่างที่มีเสน่ห์ของนางจมเข้าไปในฝูงชนและหายไป
“บัดซบ!” อ๋าวหลี่สาปแช่ง แต่เขาไม่ได้ไล่ตามนาง จากการ
แลกเปลี่ยนครั้งหนึ่ง เขาสามารถบอกได้ว่าสาวน้อยผู้นี้มีพลังอย่างมาก
นางน่าจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดจากบางนิกาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้
อาวุธ แต่ความสามารถของเขากับอาวุธก็ไม่ได้ดีไปกว่าการใช้กำปั้นของ
เขานัก อีกอย่าง ไม่เพียงกำปั้นของเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็ถูกผลัก
ถอยหลังถึงสามก้าว
“โชคร้ายอะไรเช่นนี้ ต้องมาพบกับมนุษย์ผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงที่นี่”
อ๋าวหลี่รู้สึกสลด เขาเพิ่งโม้เต็มที่ว่ามีไม่อัจฉริยะมนุษย์คนใดที่สามารถ
เทียบกับเขาได้ ผลที่ได้ ทำให้เขารับความอับอายต่อหน้าทุกคนโดยเด็ก
สาวคนนั้น เด็กสาวคนนั้นสามารถเผชิญหน้ากับเขาได้ และนางก็ดูเหมือน
จะอายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น นางน่าจะอายุน้อยกว่าเขาอย่างมากอีกด้วย
ในขณะที่หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความอับอาย เขาก็
กวาดสายตาไปยังทุกคน ทุกคนต่างถอยหลังอย่างฉับพลัน หวังว่าตนเอง
จะไม่พบกับปัญหา
เมื่อนักสู้ของมนุษย์ที่ก้มหัวหรือถอยห่างออกไป จึงเผยให้เห็นร่างที่
ยืนอย่างสงบและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหลินหมิงปรากฏออกมา
อย่างเด่นชัด ดวงตาของอ๋าวหลี่จับจ้องไปยังเขาอย่างรวดเร็ว “หืม?
เด็กชายผู้นี้ดูเหมือนว่ามีพลังนรกอยู่ในร่างของเขา หรือว่าเขาจะมีเหรียญ
โลหิตสังหาร? ”
12 เมืองปีศาจสวรรค์มีจำนวนเหรียญโลหิตสังหารจำนวนจำกัด
เหรียญโลหิตสังหารถูกใช้โดยนักสู้เพื่อช่วยในการควบแน่นพลังงานนรก
และสร้างรอยสักปีศาจสวรรค์ขึ้นมา ถ้าไม่มีเหรียญโลหิตสังหาร พลังงาน
นรกที่พวกเขาได้รับจากการฆ่าคนอื่นจะค่อยๆสลายไป เพราะจะต้องใช้
ความพยายามมากในการควบแน่นรอยสักปีศาจสวรรค์
อ๋าวหลี่เคยอยู่ที่เมืองปีศาจสวรรค์มานานกว่าครึ่งปีแล้ว ดังนั้นเขาจึง
มีความรู้สึกไวต่อพลังงานที่แผ่ออกมาจากเหรียญโลหิตสังหาร เขามั่นใจ
50 ถึง 60% ว่าหลินหมิงมีเหรียญโลหิตสังหาร
แต่คำถามก็คือ เพียงแค่เด็กหนุ่มขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นสามารถ
ได้รับเหรียญโลหิตสังหารที่มีมูลค่านับสิบเท่าของผลึกโลหิตปีศาจระดับ
ปานกลางมาได้อย่างไร?
แม้ว่า อ๋าวหลี่จะมั่งคั่ง แต่เขาก็ยังไม่มั่งคั่งพอที่จะเพิกเฉยต่อสมบัติที่
มีค่ามากกว่าผลึกโลหิตปีศาจระดับกลางได้แน่ มันต้องรู้ด้วยว่าภายใน
เมืองดาวเหนือ โอสถปาฏิหาริย์ที่ใช้ช่วยชีวิตเช่นโอสถโลหิตเทวะก็มีมูลค่า
100 ผลึกโลหิตระดับกลาง
สำหรับเด็กหนุ่มในขั้นปราณปลายฟ้า กลับมีสมบัติอันมีค่าเช่นนี้…
มันไม่ใช่อ๋าวหลี่ หากจะไม่ขโมยไป
“เจ้าหนู! มาตรงนี้!” อ๋าวหลี่พูดขณะที่เลียริมฝีปาก เขามองไปยัง
หลินหมิงราวกับว่าเป็นเหยื่อที่แสนอร่อย
หลินหมิงขมวดคิ้ว เขาไม่ได้พูดอะไรและยืนอยู่เช่นเดิม และเขาเป็น
คนที่ถูกมองแต่เพียงผู้เดียวท่ามกลางคนอื่นๆที่นี่หรือ?
“บัดซบ! ท่านอ๋าวหลี่ กำลังเรียกเจ้า! เจ้าหูหนวกหรือไร?” ข้างอ๋าวห
ลี่ มีลูกน้องบางคนตะโกนออกมา สำหรับคนที่อยู่ในเมืองสุริยันคลั่ง ผู้ที่
เดินทางไปยังเมืองปีศาจแห่งสวรรค์ แห่งหนึ่งในบรรดา 12 เมืองและ
กลับมาอย่างปลอดภัยได้ย่อมเป็นปีศาจที่แข็งแกร่ง มันจะเป็นประโยชน์
และมีเกียรติที่จะเป็นสมุนของคนเช่นนั้น
“ฮ่าๆ เจ้าหนู เจ้าช่างโชคร้ายยิ่งนัก” เบื้องหลังหลินหมิง มีผู้ขาย
โอสถโลหิตเทวะกำลังมีความสุขกับความโชคร้ายของเขา เขารู้ดีว่า เมื่อ
อ๋าวหลี่เจาะจงผู้ใด ผู้นั้นจะไม่หลบหนีไปได้ง่ายๆ “มานี่ มาร่วมสนุกกัน
หน่อย”
ขณะที่พวกลูกน้องเห็นหลินหมิงยังไม่ไหวติง จังพวกเขาทุกคนก็เริ่ม
สบถ “บัดซบ มันคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ลองไปสอนบทเรียนให้มันดู
หน่อย!”
ขณะที่พวกเขากล่าวจบ ทั้งหมดรีบวิ่งไปยังหลินหมิง การบ่มเพาะ
ของหญิงสาวชุดดำสูงเกินไป พวกเขาไม่ได้อาจเป็นคู่ของนางได้ ดังนั้นจึง
เป็นธรรมดาที่จะไม่ไปเล่นงานนางในทันที แต่เมื่อเผชิญกับหลินหมิง ที่อยู่
เพียงขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น ซึ่งไม่ได้สูงกว่าพวกเขาและเขาก็เป็น
มนุษย์อีกต่างหาก นี่คือโอกาสของพวกเขาที่จะแสดงฝีมือต่อหน้าเจ้านาย
ของพวกเขา
เหล่าลูกสมุนโจมตีพร้อมกัน พวกเขาจงใจตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยง
จุดสำคัญและโจมตีแขนขาของเขาแทน ถ้าพวกเขาทำลายร่างกายขั้น
ปราณปลายฟ้า และทำให้แขนและขาของเขาพิการ เขาก็จะกลายเป็น
ขยะไปอย่างแท้จริง
ฟริ้วว!
แสงสีแดงฉานได้พุ่งออกไป หลินหมิงสะบัดนิ้วทั้งห้าของเขาและห้า
ผนึกดูดกลืนโลหิตได้พุ่งไปราวกับลูกธนู! แสงสีแดงฉานพุ่งไปในอากาศ
เติมท้องฟ้าด้วยจิตสังหารและร้ายกาจที่รุนแรงซึ่งตกลงมากดดันทุกคน
เอาไว้ นักสู้รอบๆ ต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
เมื่อผนึกดูดกลืนโลหิตบินทั้งห้าเสียบยังร่างของยักษ์ปีศาจทั้งห้า แสง
สีแดงฉานก็ได้ตัดแขนขวาของพวกเขาแต่ละคนไปอย่างง่ายดาย
“อ๊ากกกกก!”
ปีศาจยักษ์ทั้งห้าร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดขณะที่จับแขนขวา
แขนขวาของพวกเขากลิ้งไปตามพื้น โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่! เพียง
พริบตาเดียว หลินหมิงได้ตัดมือของพวกเขา โดยที่ไม่ได้ขยับเลยสักก้าว
“อะไรกัน!?”
“เด็กนั่นทำอะไรไป? แล้วแสงสีแดงคืออะไร? มันเป็นอาวุธลับหรือ? ”
“แล้วเขามาจากที่ใด!?”
ด้วยกระบวนท่าเดียว หลินหมิงได้ตัดแขนปีศาจยักษ์ทั้ง 5 อย่างไร้
ปราณี อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาสามารถตัดมือขวาของพวกเขาได้อย่าง
ง่ายดายเช่นนี้แล้ว เขาก็ย่อมสามารถตัดศีรษะได้อย่างง่ายดายเช่นกัน!
ในจัตุรัส นักสู้ทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเผ่าพันธุ์ ทั้งผู้ขายสินค้าและ
ลูกค้าคนอื่นๆ ทั้งหมดต่างกำลังตกตะลึงอย่างยิ่ง พวกเขากำลังรอดูว่า
หลินหมิงจะจบลงอย่างน่าสมเพชเพียงใด แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังกลับ
ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
ในความเป็นจริง หากพวกเขารู้ว่าอายุที่แท้จริงของหลินมิ่งนั้นเพียง
18 ปีแล้ว พวกเขาอาจจะตกตะลึงจนล้มกับพื้น
แสงสีแดงฉานพวกนั้นรวดเร็วเกินไป มันรวดเร็วจนถึงจุดที่พวกเขา
ไม่สามารถเห็นได้ว่ามันคือสิ่งใด พวกเขารู้สึกว่ามีพลังโลหิตที่หนาแน่น
และมีชีวิตชีวาในช่วงเวลาสั้นๆ และรู้สึกเสียวไปจนถึงสันหลัง
“เจ้าสารเลวน้อย!”
อ๋าวหลี่ หน้าตาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ
บัดซบ วันนี้มันวันอะไรของข้ากันแน่? มนุษย์ทั้งสองคนที่เขาเจอ
ต่างก็เป้็นสัตว์ประหลาดกันทั้งนั้น
อ่าวหลี่เองสามารถเอาชนะเหล่าสมุนห้าคนของเขาได้ในทันทีเช่นกัน
แต่เขาไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีไพ่อันใดซ่อนอยู่อีกหรือไม่ ด้วยการ
คาดการณ์ดังกล่าว โอกาสในการเอาชนะชายหนุ่มผู้นี้ราวกับการโยน
เหรียญเสี่ยงทายเท่านั้น
เจ้าสารน้อยนี้เป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช้วงต้นของมนุษย์จริงหรือ?
แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญของเผ่าวิจิตรก็ไม่สามารถเทียบกับเขาได้!
อ๋าวหลี่พึมพำในใจ ในช่วงครึ่งปีที่เมืองดาวเหนือ เขาไม่เคยเจอกับผู้
ทรงพลังของมนุษย์เลย แต่วันนี้กับได้มาเจอพวกเขาเหล่านั้น
เขาได้ขี่หลังเสือและไม่สามารถลงมาได้ ภายในเมืองสุริยันคลั่ง อ๋าวห
ลี่เป็นตัวตนที่โดดเด่น ถ้ารู้ว่าเขาถูกว่าถูกมนุษย์คนหนึ่งจัดการ และวิ่งหนี
หางจุกตูดไป เขาก็จะโดนหัวเราะโดยทุกคนในอนาคต ไม่มีทางที่เขาจะ
หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้
‘แม้ว่าข้าจะเสียหน้าให้กับเจ้าสารเลวนี้ ข้าก็จะยังคงพยายามให้ดี
ที่สุด ถ้าข้าทำให้มันประหลาดใจได้ จะทำให้โจมตีต่อไปได้อีก 3-5
กระบวนท่าเป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะถือว่าล่าถอยกละบไปได้
อย่างมีเกียรติอยู่
ในขณะที่อ๋าวหลี่ำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าหนู
ข้ายอมรับว่าข้าประเมินความสามารถของเจ้าผิดไป เจ้าก็มีความสามารถ
อยู่บ้าง ในเมื่อเจ้าทำร้ายคนของข้า ข้าจะให้โอกาสเจ้า ถ้าเจ้าสามารถรับ
การโจมตีของข้าได้ 3 กระบวนท่าแล้ว ข้าจะปล่อยเรื่องนี้ไป! ”
อ๋าวหลี่ได้ประกาศอย่างหน้าไม่อาย ในเวลานี้ เขาไม่ได้กล้าที่จะ
วางแผนเรื่องการขโมยเหรียญโลหิตสังหารของหลินหมิงอีกเลย สิ่งที่อยู่ใน
ใจของเขาคือจะทำอย่างไรให้ได้รับชัยชนะใน 3 กระบวนท่าและหลีกเลี่ยง
การสูญเสียชื่อเสียงที่ได้มาอย่างยากลำบากของตน
ใบหน้าหลินหมิงมีรอยยิ้มที่ยั่วยุ เขาจะปล่อยให้คนโง่ผู้นี้เล่นตามที่
ตนปรารถนา
ฉวิ้ง!
อ๋าวหลี่ดึงอาวุธของเขาออกมา นี่คือหอกระดับปฐพีขั้นกลางที่เขาซื้อ
มาจากศาลาสุริยันคลั่งด้วยราคาที่สูงอย่างยิ่ง เขาไม่ได้แม้แต่เอาอาวุธ
ออกมาเมื่อตอนเผชิญหน้ากับหยิงสาวชุดดำ แต่กับหลินหมิงเขาไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอามันออกมา
“เจ้าหนู เจ้าจะไม่ใช้อาวุธของเจ้า?” เมื่ออ๋าวหลี่เห็นว่าหลินหมิงไม่ได้
เคลื่อนไหวอันใด เขาก็รู้สึกอึดอัด “ถ้าเจ้าดูถูกข้าเกินไป เจ้าก็เท่ากับ
รนหาที่ตาย!”
“ปีศาจทรราชปฐพี!”
อ๋าวหลี่ตะโกนเสียงดังและพุ่งหอกออกไป ด้านหลังอ๋าวหลี่ มีรูปร่าง
เงาของราชาปีศาจปรากฏขึ้น ที่ด้านหลังของราชาปีศาจตนนี้มีปีกคู่ขนาด
ใหญ่
ในขณะที่ราชาปีศาจปรากฏขึ้น กลิ่นอายของอ๋าวหลี่ก็ปะทุขั้นทันที
เช่นกัน มันราวกับสวรรค์และปฐพีสั่นสะท้านโดยหอกของเขา
“มันเป็นรอยสักปีศาจสวรรค์ อ๋าวหลี่เอาจริงแล้วในตอนนี้”
“เขาควบแน่นรอยสักปีศาจสวรรค์ไว้ตอนอยู่ในเมืองดาวเหนือ มัน
สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของเคล็ดวิชาปีศาจได้ ข้าอิจฉาเขายิ่งนัก”
ทุกคนถอนหายใจ ในเวลานี้ หลินหมิงได้เริ่มโจมตี ปราศจากอาวุธใน
มือ เขาก้าวออกไปข้างหน้าอย่างฉับพลันและชกออกไป
เคล็ดวิชากายาหมัดสลายกระดูก!
ปราณแท้สั่นสะเทือนบวกกับผนึกดูดกลืนโลหิตนับสิบพุ่งออกไป
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยประกายแสงสีแดง และร่างเงาปีศาจปีกสวรรค์ถูกหั่น
เป็นชิ้นๆโดยใช้ ผนึกดูดกลืนโลหิต หลังจากนั้นปราณแท้สั่นสะเทือนก็
ปะทุออกมา ทำลายมันจนไม่เหลือซาก!
“อะไรกัน!?”
สีหน้าของอ๋าวหลี่เปลี่ยนไปในทันที เขาได้กระตุ้นปราณปีศาจภายใน
ร่างของเขาอย่างเต็มที่เพื่อหวังจะป้องกันการโจมตีของหลินหมิง อย่างไร
ก็ตามปราณปีศาจธรรมดาจะมาเทียบกับผนึกดูดกลืนโลหิตที่ทรงพลังได้
อย่างไร?
ปุ!
โล่ปราณปีศาจป้องกันตัวของอ๋าวหลี่ถูกฉีกเป้นชิ้นๆราวกับกระดาษ
บางๆ เขาสำลักโลหิตและลอยกระเด็นโดยไม่ได้สติตกลงบนพื้น
หลังจากที่ชนะด้วยกระบวนท่าเดียว ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบันของ
เขา มันมีเพียงรุ่นเยาว์ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับเขาได้ ไม่ต้อง
กล่าวถึงอ๋าวหลี่ที่ไม่ได้เป็นพรสวรรค์ชั้นยอดของคนรุ่นเยาว์ด้วยซ้ำ ม่อกู่ที่
เขาได้พบมาก่อนหน้านี้ก็ยังน่าสนใจมากกว่าอย่างยิ่ง
“เขาแข็งแกร่งยิ่งนัก อ่าวหลี่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขาเลยด้วยซ้ำ!
”
“ความแข็งแกร่งนี้อาจไม่สามารถกวาดล้างทุกคนในเมืองดาวเหนือ
ได้ แต่ควรจะสามารถควบคุมพื้นที่ขนาดเล็กได้! สหายผู้นี้อยู่เพียงขั้น
ปราณปลายฟ้าช่วงต้น แต่ดูเยาว์วัยอย่างยิ่ง ข้าไม่ทราบว่านิกายใดเลี้ยงดู
ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ขึ้นมาได้ มันยากที่จะจินตนาการได้ว่านักสู้ของมนุษย์
ขั้นปราณปลายฟ้าจะสามารถบ่มเพาะได้จนทรงพลังในระดับนี้…”
ในขณะที่เป็นนักสู้โดยรอบกำลังกล่าวถึงหลินหมิง สีหน้าของผู้ขาย
โอสถโลหิตเทวะกลายเป็นเขียวคล่ำ ในเมืองสุริยันคลั่ง แม้ว่าการ
ฆาตกรรมในท้องถนนจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็เกิดขึ้นได้ ถ้าชายหนุ่ม
ผู้นี้เอาชนะอ่าวหลี่ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกล่าวถึงคนเช่นเขาว่าจะตก
ตายไปอย่างง่ายดายเพียงใด มันไม่ยากที่จะจินตนาการถึงฉากที่จะเกิด
ขึ้นกับเขา ในขณะที่คิดกลับไปยังพฤติกรรมหยาบคายต่อหลินหมิงเมื่อครู่
ก่อน เขารู้สึกหนาวสั่นหลังขึ้นมา เขาหวาดกลัวอย่างมาก…
ห่างจากสี่เหลี่ยมจัตุรัสประมาณ 1000 ก้าว มีรุ่นเยาว์สวมชุดสีดำ
กำลังยิ้มจางๆอยู่ “ฮ่าฮ่า ไม่สามารถตัดสินหนังสือได้จากการมองเพียงปก
ของมันได้จริงๆด้วย ศิษย์น้องหญิง ชายหนุ่มผู้นี้ แข็งแกร่งกว่าเจ้าอย่าง
แน่นอน”
รุ่นเยาว์ที่สวมชุดสีดำและกล่าวอยู่นี้คือ ม่อกู่ ด้านข้างเขาเป็นหญิง
สาวชุดดำ ศิษย์น้องหญิงของเขา ม่อชิง
“เขาแข็งแกร่งกว่าข้าจริงๆ แต่ข้าเชื่อว่าข้าจะสามารถเอาชนะเขาได้
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า!” ม่อชิงกล่าวว่าไม่พอใจมากนัก
“จะก้าวข้ามเข้าหรือ? นั่นอาจจะไม่เป็นไปได้ เขาอาจจะอายุน้อยกว่า
เจ้าอีก” ม่อกู่เหลือบมองม่อชิงและยิ้ม