Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 527 หัวขโมย
ม่อชิงนั้นอายุ 23 ปี ในนิกายของนางนั้นมีสถานะเป็นผู้มีพรสวรรค์
ระดับนักบุญ มันเป็นอาจไปได้ที่ความสำเร็จในอนาคตของนางจะก้าว
ข้ามม่อกู่ไป นางนั้นมิได้ด้อยไปกว่ามู่เชียนหยี่เลย
ขณะที่นางได้ยินม่อกู่กล่าวว่าหลินหมิงอาจจะอายุน้อยกว่านาง ม่อ
ชิงก็ถึงกับพูดไม่ออก มันมิใช่สิ่งที่นางสามารถกล่าวได้ นางได้ก้าวข้าม
ผู้อื่นมามากมาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนางถึงกล่าวอย่างมั่นใจว่านางจะ
สามารถก้าวข้ามหลินหมิงได้ภายในไม่กี่ปี แต่บัดนี้นางได้รับรู้ว่าหลินหมิง
นั้นอายุน้อยกว่านาง มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับความจริงนี้
“ไปกันเถอะ บางทีเขาคงกำลังไปที่เมืองดาวเหนือ นักสู้ส่วนใหญ่ที่
ผ่านทางเมืองสุริยันคลั่งนั้นกำลังจะไปที่เมืองปีศาจสวรรค์ ข้าไม่อยากเชื่อ
ว่าข้าจะบอกเขาให้ระวังพวกหัวขโมย มันน่าขันเล็กน้อยเมื่อข้าย้อนกลับ
ไปคิดเกี่ยวกับมัน บางทีในเวลานั้น ถ้าข้าพยายามที่จะปล้น ข้าคงจะพ่าย
แพ้ด้วยมือของเขา…”
“ศิษย์พี่ แม้กระทั่งท่านยังคิดว่า ท่านมิใช่คู่มือของเขาอีกหรือ?” ม่อ
ชิงกล่าวและตกตะลึง
“มันยากที่จะกล่าว… มันดูเหมือนว่าอีกหลายปีหลังจากนี้จะมีผู้ทรง
พลังคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นในเมืองดาวเหนือ” ม่อกู่ถอนหายใจ
มนุษย์เหล่านั้นพยายามที่จะมายังที่ราบโลหิตสังหารต่างเป็นผู้มี
พรสวรรค์สูงสุดในหมู่รุ่นเยาว์
ส่วนรุ่นเก่านั้น พวกเขาส่วนใหญ่นั้นแข็งแกร่ง แต่บางส่วนได้ไปยังที่
ราบโลหิตสังหาร พวกเขายังคงกลัวคำสาปแปลกๆที่ปกคลุมที่แห่งนั้นอยู่
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังไร้ความหมายที่จะผจญภัยและหาประสบการณ์
ไปพร้อมกับรุ่นเยาว์
ส่วนพวกที่อ่อนแอในหมู่รุ่นเก่า พวกเขาไม่ค่อยไปยังที่ราบโลหิต
สังหารเช่นกัน ถ้าพวกเขายังอ่อนแอเมื่ออายุมากแล้ว มันก็คงไม่มี
ความหมายมากเท่าใดนักสำหรับความสำเร็จของพวกเขา ถ้าพวกเขาไป
ยังที่ราบโลหิตสังหาร พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิต พวกเขาย่อมเสียชีวิตโดยไม่มี
โอกาสที่จะเพิ่มพลังบ่มเพาะของพวกเขา สิ่งที่ได้รับมันไม่คุ้มกับสิ่งที่เสีย
ไป
มันอาจกล่าวได้ว่าที่ราบโลหิตสังหารนั้นคือทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ที่ได้
รวบรวมรุ่นเยาว์ที่มากพรสวรรค์ ที่นี่ ทุกคนคืออัจฉริยะ ถ้าคนผู้หนึ่ง
สามารถเอาชนะข้ามขั้นได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ทำได้เช่นกัน มิว่าพวกเขาจะ
แข็งแกร่งเพียงใด ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกคนอื่น แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในระดับ
เดียวกัน แม้ว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาจะอายุน้อยกว่าหรือระดับพลังต่ำกว่า
พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะถูกฆ่าได้
ภายในที่ราบโลหิตสังหารนั้น แม้กระทั่งมังกรทรราชก็ยังต้องระวัง มิ
เช่นนั้น ใครจะรู้ว่าพวกเขาได้ไปกระตุ้นศัตรูที่แข็งแกร่งหรือไม่
ขณะที่ม่อกู่กล่าวจบ เขาก็กลับไปยังบ้านที่อยู่ข้างหลังเขา ม่อชิงกัด
ฟันของนาง มองไปยังหลินหมิงเป็นครั้งสุดท้าย และจากนั้นก็เดินตามม่อ
กู่ไป
…………….
“เจ้าหนุ่ม เจ้าหนุ่ม นี่คือโอสถโลหิตเทวะ ข้าจะแลกมันกับเจ้าด้วย
ราคาเพียง 10 ผลึกโลหิตปีศาจระดับกลาง” ในใจกลางศาลาสุริยันคลั่ง
ปีศาจยักษ์ผู้ขายโอสถโลหิตเทวะใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความ
เสียใจขณะที่เขาเห็นความสามารถอันน่าตะลึงของหลินหมิง ไม่เพียงแค่
เขาพลาดโอกาสที่จะได้เป็นสหาย แต่เขายังกลายเป็นศัตรูกับเขาไปด้วย
เมืองสุริยันคลั่งนั้นมิใช่เมืองธรรมดา ที่นี่นั้น เมื่อนักสู้มีความแค้น มันก็
เป็นไปได้ที่พวกเขาจะจัดการกันตามทางเดินได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา
ดังนั้นปีศาจยักษ์จึงหวาดกลัว เพื่อที่จะไม่เป็นการขัดใจหลินหมิงไป
มากกว่านี้ เขาทำได้เพียงเสนอขายโอสถโลหิตเทวะด้วยการลดราคา
เท่านั้น ถ้าหากว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้ผลึกโลหิตปีศาจแล้วล่ะก็ เขาคงจะ
ให้โอสถโลหิตเทวะหลินหมิงไปแล้ว
ได้ยินพ่อค้ากล่าวเช่นนี้ หลินหมิงย่อมไม่ปฏิเสธเป็นธรรมดา “ข้าไม่มี
ผลึกโลหิตปีศาจระดับกลางเลย ข้ามีเพียงหินปราณแท้ระดับกลางกับผลึก
โลหิตปีศาจระดับต่ำเท่านั้น เจ้าสามารถตั้งราคาจากมันมาได้เลย”
พ่อค้าตกตะลึง เจ้าคนผู้นี้มาจากที่ใดกัน? เขามีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้
แต่เหตุใดเขาถึงไม่มีผลึกโลหิตปีศาจระดับกลางกัน? อัตราการแลกเปลี่ยน
ระหว่างผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำกับระดับกลางนั้นคือ 100 : 1 แม้ว่า
อัตรานี้ค่อนข้างจะสูง แต่มันเป็นเพราะว่าผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำนั้นไม่
ค่อยมีประโยชน์ต่อเหล่าอัจฉริยะ ดังนั้นคนทั่วไปย่อมไม่รับมัน
พ่อค้ากัดฟันและกล่าว “1000 ผลึกโลหิตระดับต่ำ ข้าลดราคาให้ได้
แค่นี้แหละ!”
ขณะที่เขาพูดจบ เขาก็มองอย่างไร้ทางช่วยไปยังหลินหมิง เขาหวัง
เพียงว่าหลินหมิงจะยอมมองข้ามเรื่องราวในอดีต ในอนาคต เขายังอยาก
ที่จะอยู่ในเมืองสุริยันคลั่งโดยไม่ต้องมองข้ามไหล่เขาอยู่ทุกวัน
หลินหมิงไม่รู้ว่าพ่อค้าคนนั้นมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม เขามิได้
วางแผนที่จะปฏิเสธที่จะซื้อโอสถโลหิตเทวะ “2000 ผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับต่ำ เจ้าสามารถนับมันได้”
หลินหมิงโยนแหวนมิติไป แหวนมิติวงนี้ เดิมทีเป็นของหกผู้อาวุโส
แห่งเผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัด
เมื่อพ่อค้าได้ยินว่า 2000 ผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำ เขาก็รู้สึกดีใจ
ในทันที มันดูเหมือนว่านักสู้เผ่ามนุษย์ผู้นี้ยังพอใจดีแก่เขาอยู่บ้าง แต่
หลังจากมองดูภายในแหวนมิติแล้ว เขาก็ถึงกับไร้คำพูด ผลึกโลหิตปีศาจ
ในแหวนมิตินี้สามารถเรียกได้ว่ามันคือขยะ พวกมันคือแร่ผลึกโลหิตปีศาจ
ที่ไม่มีผู้ใดต้องการ แร่ผลึกโลหิตปีศาจ 2000 ก้อนก็มิอาจเทียบได้กับผลึก
โลหิตระดับต่ำที่บริสุทธิ์ 1000 ก้อน
เจ้ามนุษย์ผู้นี้มาจากที่ใดกัน?
พ่อค้าถึงกับไร้คำพูด ผลึกโลหิตปีศาจพวกนี้นั้นถูกใช้โดยนักสู้ทั่วๆไป
เท่านั้น
ในสถานการณ์เช่นนี้ พ่อค้าสามารถทำได้เพียงก้มหัวลงและกัดฟัน
เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ส่งเสียงระบายความไม่พอใจของเขา มันเป็นเพราะ
กฏเหล็กของที่ราบโลหิตสังหาร…
…………………….
หลังจากหลินหมิงได้ออกมาจากเมืองสุริยันคลั่ง เขาได้ซื้อพาหนะมา
และรีบขี่มัน เขามิได้มีผลึกโลหิตปีศาจมากนัก เขาจึงต้องใช้หินลมปราณ
แท้แทนส่วนที่ขาดเพื่อที่จะซื้อนกปีกน้ำเงิน มันมิได้บินได้เร็วนัก แต่
หลินหมิงได้ใช้มันเพื่อที่เขาจะได้พักระหว่างเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเข้าไปที่ราบโลหิตสังหารลึกเพียงใด มันก็ยิ่ง
อันตรายขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่แค่นั้นแต่มันยังเต็มไปด้วยนักฆ่าและความตาย
หลินหมิงจึงจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสภาพพร้อมสู้เสมอ
ขณะที่หลินหมิงมุ่งหน้าเข้าไป เขาก็ได้พบกับกลุ่มนักสู้หลายกลุ่ม ใน
หมู่พวกเขามีมนุษย์ ปีศาจยักษ์ เผ่าเฟย์ และเผ่าอื่นๆ ขณะที่เขามองไปยัง
พวกมัน เขาสามารถเห็นได้ว่าพวกเขานั้นมีปราณแท้ที่บริสุทธิ์อย่าง
หนาแน่นและยังอายุน้อย
“บรรยากาศการบ่มเพาะของนักสู้ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์นั้นเฟื่องฟู
ยิ่งกว่าทวีปนภาไหลรินเสียอีก มีเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเผ่าพันธุ์อื่นๆถึงมี
พรสวรรค์มากมายนักเพราะว่ามันมีหลายเผ่าพันธุ์ พวกเขาได้ไปผจญภัย
และต่อสู้ทุกๆปี ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะมีผู้ทรงพลังถือกำเนิดขึ้น
ที่นี่” การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเสมอนั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสร้างอัจฉริยะอย่าง
แท้จริง ในอดีตกาล ผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดินั้นดูเหมือนว่าจะ
ปรากฏตัวขึ้นยามที่เกิดสงครามไปทั่วทั้งแผ่นดิน
ขณะที่หลินหมิงได้มาถึงเมืองดาวเหนือ เขาก็ได้เห็นผู้เยาว์ที่มาก
พรสวรรค์มากมายนัก มากพอจะทำให้เขาตกตะลึงและประหลาดใจ
โดยเฉพาะเผ่าเฟย์ พรสวรรค์โดยธรรมชาติของพวกเขานั้นมากเสียยิ่งกว่า
เผ่าปีศาจยักษ์ น่าเสียดายที่พวกเขามีจำนวนน้อย มิเช่นนั้น พวกเขา
อาจจะได้ครอบครองทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
ตลอดทาง หลินหมิงมองเห็นรุ่นเยาว์ของเผ่าเฟย์ที่เขาสงสัยว่ามี
พรสวรรค์ระดับนักบุญ
“เดิมที ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์นั้นมีอัจฉริยะจำนวนมาก และที่ราบ
โลหิตสังหารนั้นคือจุดศูนย์รวมของเหล่าอัจฉริยะ มันช่างน่าอัศจรรย์โดย
แท้!” แม้ว่าหลินหมิงจะถอนหายใจขณะกล่าวเช่นนี้ เขานั้นรู้สึกตื่นเต้น
และเร้าใจจริงๆ มันเป็นอุดมคติที่เขาอยู่ที่นี่ได้ใกล้ๆเหล่าคู่แข่งพวกนี้ที่
สามารถท้าแข่งกับเขาได้ มีเพียงการทำแบบนี้เท่านั้นที่จะสามารถทำให้
เขาเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจถึงปราณ
แท้ของนักสู้โดยการปิดประตูฝึกตน
เขาคิดถูกที่เขาได้มายังที่ราบโลหิตสังหาร!
………………
“พวกเราได้รอมาอย่างยาวนาน และบัดนี้เจ้าแกะอ้วนตัวน้อยก็ได้มา
ถึงเสียที” ห่างออกไปหลายลี้จากหลินหมิง มีเหล่านักสู้ได้มารวมตัวกันอยู่
ที่นั่น พวกเขาได้ประเมินหลินหมิงราวกับเป็นเหยื่อ
“เขามีพลังเพียงขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นเอง และพาหนะของเขาก็
ธรรมดาๆ เจ้าไม่คิดว่าเขายากจนเกินไปหรือเปล่า?”
“อืม… แม้ว่าพลังการบ่มเพาะเขาจะต่ำ แต่ปราณแท้ของเขานั้น
หนาแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ จะดี จะแย่ เขาย่อมเป็นผู้มีพรสวรรค์จาก
สำนักใหญ่ ดังนั้น เขาน่าจะมีสมบัติที่ดีพอสมควร สำหรับเจ้าหนูขั้นปราณ
ปลายฟ้าช่วงต้นที่ได้เดินเข้าไปยังที่ราบโลหิตสังหาร… เขาย่อมต้องมั่นใจ
ตัวเขาเองยิ่ง แต่พวกคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไปจะเป็นพวก
แรกที่ได้ตาย
เมื่ออัจฉริยะมากมายได้ยินเกี่ยวกับที่ราบโลหิตสังหาร พวกเขา
อาจจะรีบมุ่งหน้าไปที่นั่นเพราะความยิ่งทนงในตัวของพวกเขา แม้ว่าพลัง
การบ่มเพาะพวกเขาจะไม่น้อยเกินไป ในความประมาทของพวกเขา พวก
เขาย่อมต้องตกตายในป่าอันกว้างใหญ่โดยยังไม่ได้กระทั่งไปถึงประตูเมือง
มันเป็นแบบนี้เพราะว่ามีโจรจำนวนมากอยู่ในป่า
โจรเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นเผ่าอิมป์ ภายในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์นั้น
เผ่าอิมป์สามารถกล่าวได้ว่าพวกเขามีชื่อเสียงในด้านนี้มากนัก แม้ว่าปีศาจ
ยักษ์จะเป็นนักฆ่าที่โหดร้ายและกระหายเลือด จะดี จะแย่ พวกเขาก็ยังมี
ศีลธรรมอยู่ ในบางเรื่อง พวกเขาก็ยังมีขอบเขตที่พวกเขามิอาจก้าวข้าม
ไปได้อยู่
*อิมป์เป็นปีศาจที่มีความสูง 5-8 นิ้ว มีรูปร่างคล้ายพิกซี่ แต่หน้าตา
น่าเกลียดน่ากลัว
แต่พวกอิมป์นั้นโลภมาก น่ารังเกียจ อุบาทว์ และก่ออาชญากรรม
ด้วยความยินดี พวกเขาชอบที่จะรังแกพวกอ่อนแอและเกรงกลัวพวกที่
แข็งแกร่ง พวกเขามากด้วยตัณหาและพฤติกรรมของพวกเขานั้นผิดปกติ
และหยาบคาย นอกจากเผ่ามนุษย์หมาป่าแล้ว พวกเขาชอบไล่จับหญิง
สาวที่งดงามจากเผ่าอื่นๆ ถ้าหญิงสาวเหล่านั้นได้ตกใจเงื้อมมือของ
เผ่าอิมป์ พวกเขาย่อมต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอนาถก่อนจะถูกทรมาณ
จนตาย
“ฮี่ฮี่ ถ้าพวกเขาไม่มีสักคน เช่นนั้นแล้วเหล่าพี่น้องเราจะกินอะไร!”
อิมป์ที่อยู่ตรงหน้ากล่าวขณะที่เขาเลียริมฝีปาก
“ไปกัน ฆ่ามันซะ!”
พวกมันทุกคนออกพุ่งตัวออกไปอย่างสุดกำลัง แม้ว่าเหล่าอิมป์จะมี
พลังการบ่มเพาะที่มากกว่าหลินหมิง ที่นั่นยังมีมนุษย์อีกมากมายอยู่ข้าง
หลังเขา ขณะที่พวกมันโจมตีร่วมกัน มันราวกับว่าก้อนเมฆสีดำแห่ง
พลังงานปีศาจกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศ!
หลินหมิงเค่นเสียง เขาไม่แม้กระทั่งช้าลงขณะที่เขาได้เข้าทำลาย
ก้อนเมฆสีดำโดยตรง
‘ข้าเคยได้ยินมาว่าที่ราบโลหิตสังหารนั้นเต็มไปด้วยพวกฆาตกรและ
หัวขโมย ข้าได้มายังที่ราบโลหิตสังหารและนี่เป็นกลุ่มแรกที่ข้าได้เผชิญ
ถ้าข้าพิจารณาถึงพลังการบ่มเพาะที่ต่ำและความจริงที่ข้าได้อยู่เพียงลำพัง
เช่นนั้นข้าอาจจะถือว่าข้าค่อนข้างโชคดีจริงๆ’
หลินหมิงหัวเราะในใจ เขาไม่แม้กระทั่งเอาหอกออกมา เขาขยับนิ้ว
ทั้งสิบของเขาและผนึกกลืนโลหิตทั้งสิบก็ถูกยิงออกไป!
แสงสีแดงเลือดได้ตัดผ่านความว่างเปล่า และในครู่ต่อมา เลือดก็พุ่ง
ออกมาย้อมพื้นเป็นสีแดง อิมป์จำนวน 7 ถึง 8 คนได้ถูกตัดเป็นชิ้นๆโดย
ผนึกกลืนโลหิตของหลินหมิง! พวกอิมป์ที่เหลือยืนอยู่ที่นั่นอย่างตกตะลึง
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
หมอกโลหิตได้ระเบิดออกจากศพของเหล่าอิมป์ แปรเปลี่ยน
กลายเป็นผนึกกลืนโลหิตอันใหม่
“อืม? ผนึกกลืนโลหิตที่ควบแน่นจากอิมป์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว พวก
มันไม่ได้แย่ไปกว่าอันที่ถูกสร้างจากปีศาจยักษ์” หลินหมิงพึมพัมขณะที่
เขาชำเลืองมองสัญลักษณ์สีแดงเลือดที่กำลังเปล่งประกายอยู่ในอากาศ ดู
เหมือนว่ามนุษย์จะมีพลังแย่ที่สุด ดังนั้นผนึกกลืนโลหิตที่ถูกสร้างจาก
มนุษย์จึงอ่อนแอที่สุด
“เจ้าเห็นนั่นไหม!? เจ้าหนูชุดน้ำเงินนั่นเพียงแค่ยกฝ่ามือขึ้นและส่ง
อาวุธลับออกไป เขาก็สามารถฆ่าอิมป์ 7 ถึง 8 ตัวได้ในทันที และเหล่า
อิมป์พวกนั้นที่เขาฆ่ายังมีพลังการบ่มเพาะที่สูงกว่าเขาอีก!
“อืม เหล่าอิมป์พวกนี้ช่างมีตัวตนที่น่ารังเกียจ แต่ความแข็งแกร่ง
พวกมันค่อนข้างดี พวกมันหนีเก่งโดยเฉพาะ แต่ พวกมันถูกฆ่าในทันที
แล้วเจ้าหนุ่มผู้นั้นเป็นใครกัน? แม้กระทั่งผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญย่อมก็
ไม่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ตอนที่มีพลังอยู่ในขั้นปราณปลายฟ้า”
“น่าสนใจ ไม่ได้มีมนุษย์ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ในเมืองดาวเหนือมานาน
แล้ว น่าเสียดายที่คนผู้นี้มีพลังการบ่มเพาะที่ต่ำเกินไป หากเทียบกับ
ปีศาจยักษ์ ต้ากู่หรือโหมวเฮอ ความแตกต่างมันก็มากเกินไป เร็วๆนี้พวก
เขาทั้งสองยังคงครองจำนวนครั้งที่ชนะมากที่สุด ข้าไม่รู้ว่ามีปีกมาก
เพียงใดที่ปรากฏอยู่บนรอยสักปีศาจสวรรค์ของพวกเขา…”
ตั้งแต่เวลานั้นที่นักสู้ได้มาถึง 12 เมืองปีศาจสวรรค์ พวกเขาได้มีรอย
สักปีศาจสวรรค์จางๆอยู่ ขณะที่พวกเขาได้สะสมพลังงานจากนรก รอย
สักของพวกเขาก็เริ่มชัดเจนและดูราวกับมีชีวิต ยามที่พวกเขามีพลังงาน
จากนรกถึงจุดๆหนึ่ง รอยสักของพวกเขาจะงอกปีก มันสามารถงอกได้ 4
ปีก 6 ปีก… จนกระทั่งถึง 12 ปีก
และวิธีที่จะได้มาซึ่งพลังงานนรกนั้นคือการฆ่าผู้อื่นหรือเอาชนะพวก
มัน
ในสนามประลองของที่ราบโลหิตสังหารของเมืองดาวเหนือ มีความ
เป็นไปได้ที่จะตายมากกว่า 60% และไม่ว่าผู้ใดจะตายหรือพ่ายแพ้ 50 ถึง
70% ของพลังงานจากนรกทั้งหมดที่พวกเขามีจะถูกเพิ่มเข้าไปยังผู้ที่ชนะ
และส่วนที่เหลือของพวกเขาจะสลายไป มันเป็นกฏแปลกๆของ 12 เมือง
ปีศาจสวรรค์
“ต้ากู่… โหมวเฮอ…” นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่หลินหมิงได้ยินชื่อพวกนั้น
“พวกเขาทั้ง 2 น่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดในหมู่ปีศาจยักษ์ ข้าสงสัย
ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด ดูเหมือนว่าจะมีอิมป์ที่มีนามว่าชือเหยียน
อยู่อีก”