Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 528 เมืองดาวเหนือ
ก่อนที่จะมาถึงเมืองดาวเหนือ เมืองหลินหมิงได้จินตนาการว่ามันจะ
มีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่เขาได้สัมผัสกับความสง่างามของ
ตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจแล้ว หลินหมิงเชื่อว่าแม้ว่าเมืองดาวเหนือจะมี
กำแพงสูงหลายร้อยก้าวหรือยาวหลายพันลี้เหมือนเทือกเขาที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ซึ่งทอดยาวไปถึงขอบฟ้า เขาก็ยังไม่ประหลาดใจเป็นแน่
แต่ในขณะที่เขาเห็นเมืองดาวเหนือเป็นครั้งแรกเข้าจริงๆ หลินหมิงก
ลับตกตะลึง มันเป็นอาการตกตะลึงที่มาจากหัวใจของเขา เมืองดาวเหนือ
สร้างขึ้นบนหน้าผาที่สูงชันซึ่งสูงหกสิบถึงเจ็ดหมื่นก้าวในอากาศ!
หน้าผานี้ดูราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า ราวกับว่าพระเจ้า
ทรงใช้กระบี่สวรรค์ตัดโลก แยกส่วนที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูงเป็นหน้าผา
สู่ท้องฟ้าราวกับในมีดง้าวศักดิ์สิทธิ์!
เมืองดาวเหนือ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชันซึ่งดูเหมือนมีเสาค้ำสวรรค์
กำแพงเมืองมีความสูงหลายร้อยก้าว แต่มันไม่ได้กว้างมากเท่าที่หลินหมิง
จินตนาการไว้ กำแพงมีสีฝุ่นและเส้นลวดเหล็กหนาพันกันสูงขึ้นถึง
70,000 ก้าวในอากาศ พวกมันเป็นเหมือนไหมสีขาวที่เชื่อมต่อกับ
จักรวาล ทุกเส้นล้วนหนาเท่าขาของมนุษย์
หลินหมิงพบว่ามันยากที่จะจินตนาการได้ว่าลวดเหล็กขนาดใหญ่
เหล่านี้มาจากที่ใด หรือแม้แต่วิธีที่พวกเขาติดมันเข้ากับกำแพงเมือง ถ้า
แพงผนังทนต่อน้ำหนักของสายลวดที่หนักอึงเช่นนี้ได้ แล้วมันจะ
แข็งแกร่งถึงระดับที่น่าตกตะลึงถึงเพียงใดกัน?
หลังจากที่มองดูเส้นลวดเหล็กหนาเหล่านี้ หลินหมิงสังเกตเห็นว่า
ตั้งแต่ต้นจนจบนับพันก้าวนับหมื่น มันได้สลักไว้ด้วยอักขระที่สุกใส!
อักขระเหล่านี้รวมไปถึงภาษาของปีศาจยักษ์ ภาษาโบราณของแดน
เทวะและแม้แต่ภาษาของเผ่าวิจิตร… แม้ว่าจะมีจำนวนอักขระมากมาย
และผ่านกาลเวลามาหลายปีแล้ว แต่พวกมันยังคงอยู่ สดใสและชัดเจน
ดังเดิม
เพียงแค่สัมผัสพวกมันก็จะรู้สึกว่าพลังงานไหลผ่านออกมา สัมผัส
รับรู้ถูกปิดกั้นอย่างมาก ราวกับมีสายลมที่กวาดผ่านออกมาตลอดเวลา
หลินหมิงไม่อาจนึกภาพได้ว่า ผู้อาวุโสที่มีพลังเหนือธรรมชาติขนาด
ไหนที่สามารถเปิดท้องฟ้าและวางรากฐานสำหรับเมืองนี้!
เมืองปีศาจสวรรค์แห่งดาวเหนือ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจึงได้ชื่อนี้
ความสูง 60,000-70,000 ก้าวนี้เป็นความหมายอย่างแท้จริงสำหรับ
ชื่อ ‘ดาวเหนือ’!
เมื่อหลินหมิงเงยหน้าขึ้นมองเขาพบว่ามีนักสู้หลายคนปีนโซ่นับพัน
ขึ้นไปละขั้น พวกเขาเป็นเหมือนนักปีนเขาที่เดียวดาย มุ่งมั่นในเส้นทาง
การต่อสู้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าความล้มเหลวนั้นหมายความว่าพวกเขาจะ
ตกตายไปก็ตาม!
“เมืองดาวเหนือนั้นจำกัดการบิน… ”
หลินหมิงได้ค้นพบเกี่ยวกับกฎพิเศษเฉพาะของที่นี่แล้ว แม้ว่ามันจะ
ไม่ได้ยับยั้งปราณแท้ แต่ก็ช่วยป้องกันการบิน ไม่ต้องกล่าวถึงเขา แม้ว่าจะ
เป็นผู้ทรงพลังขึ้นทำลายชีวิตบางคนมาที่นี่ก็ตาม แต่พวกเขาอาจต้องปีน
ขึ้นไปทีละขั้นทีละขั้นเช่นกัน
โซ่หนาเหล่านี้เป็นทางเข้าเมือง นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าที่ต้องการปีน
หน้าผาสูงประมาณ 60,000-70,000 หมื่นก้าวโดยไม่สามารถบินได้ ก็จะ
เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งเช่นกัน
หลินหมิงเลือกโซ่และเริ่มค่อยๆไต่ขึ้น
โซ่หนาเหล่านี้เย็นและลื่น ถ้าการบ่มเพาะไม่สูงพอแล้ว พวกเขาก็จะ
ไม่สามารถเข้าไปในเมืองได้ ถ้าใครหล่นลงหน้าผาด้วยระดับความสูงนี้
แม้แต่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าก็คงจะเละเป็นเศษเนื้อ
หลินหมิงใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการปีนขึ้นไปในระยะทางหนึ่ง เขาหัน
กลับและมองลงไป จากห่างไกล มีที่ราบสีแดงกว้างใหญ่ไพศาลและไร้
สิ้นสุด เมฆลอยอยู่ใต้เท้าของเขา ขณะที่กลุ่มโซ่เหล่านี้พันสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าสี
ครามจมหายไปในเมฆ ราวกับมันถูกตัดขาด ภาพดังกล่าวยิ่งใหญ่มาก
พอที่จะทำให้ทุกคนตะลึง!
นักสู้ที่ปีนขึ้นไปที่เมืองดาวเหนือเป็นเหมือนมดตัวเล็กๆ ขณะที่พวก
เขาปีนขึ้นไปตามสายโซ่ อย่างไรก็ตาม หลินหมิงรู้ว่าขณะที่นักสู้เหล่านี้หัน
มามองย้อนกลับไป พวกเขาจะเห็นวิสัยทัศน์เช่นเดียวกับนกอินทรีที่ลอย
สูงบนท้องฟ้า นี่เปรียบได้ดั่งเส้นทางแห่งนักสู้ ยิ่งสูงเพียงใด พวกเขาก็ยิ่ง
ได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้นเท่านั้น
เมื่อมีผู้สามารถไปมาถึงด้านบนของหน้าผา มันจะมีสายลมที่พัด
อย่างรุนแรง สายลมที่รุนแรงดังกล่าว มากพอที่จะพัดผู้คนทั่วไปให้ปลิว
ไปได้
บนโขดหินสีเทาของหน้าผา กำแพงเมืองยังคงยืนสูงตะหง่านเป็น
เวลาเนินนาน
ประตูด้านหน้าสูง 500 ก้าวและทำจากโลหะสีเทาเข้ม ประตูรั้วมี
ขนาดใหญ่พอๆกับชามขนาดใหญ่ ในตอนนี้ ประตูเปิดได้เปิดอยู่ มันดู
เหมือนจะเป็นกระเพาะของสัตว์อสูรดุร้ายโลหะมหึมา ค่อยกลืนกินนักสู้
ทั้งหมดที่เข้ามา
คำว่า ‘เมืองดาวเหนือ’ ถูกเขียนไว้ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่บนแผ่น
โลหะเหนือประตู ตัวอักษรเป็นเหมือนงูมังกรบินอยู่ในอากาศ โดดเด่น
และดุร้าย
เมื่อหลินหมิงเดินเข้าไปในเมืองดาวเหนือ เขาก็จะได้เห็นอาคาร
ทั้งหมดที่สร้างขึ้นจากหินสีเทาเข้ม หินเหล่านี้ดูเก่าแก่อย่างยิ่ง พวกเขา
ไม่ได้รับการขัดหรือกัดกรอนไปมากเลย พวกมันยังรักษาภาพลักษณ์ ที่ให้
ความรู้สึกทรงพลังและเก่าแก่
ถนนกว้างพอสำหรับรถหลายคันผ่านไหล่ไปได้ ในตอนนี้ มีอัจฉริยะ
ที่กล้าหาญมากมายเดินตามท้องถนน มีแม้กระทั่งผู้มีพรสวรรค์ระดับ
นักบุญที่หาได้ยากอยู่ที่นี่ด้วย แม้ว่าจะมีไม่มากนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“ช่างเป็นแหล่งพลังงานต้นกำเนิดและพลังงานนรกที่มหาศาลอย่าง
ยิ่ง เมืองดาวเหนือยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”
หลินหมิงยกย่อง แต่การสรรเสริญของเขาอยู่ได้เพียงไม่นาน ทันใด
นั้น เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากซอยเล็กๆริมถนน และโลหิตพุ่ง
ขึ้นในอากาศ นักสู้ที่มีมือหักได้พยายามกระเสือกกระสนเอาตัวเองออก
จากซอย มีนักสู้สี่คนกระโดดตามหลังออกมาด้วยความร้อนรน!
ในมือของนักสู้ทั้งสี่ต่างใช้อาวุธที่ต่างกัน พุ่งกระบี่และง้าวออกไป มุ่ง
เป้าไปที่จุดสำคัญของนักสู้มือหัก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาวางแผนที่จะฆ่า
ฉากนี้เตือนหลินหมิงในทันทีว่าที่นี่คือเป็นที่ราบโลหิตสังหาร ที่นี่ มี
นักสู้จำนวนมากเดินบนเส้นทางแห่งการฆ่า เหล่านักสู้ที่เดินตามเส้นทางนี้
สามารถสะสมกลิ่นอายที่น่ากลัวจากการฆ่าคนอื่นๆ และแม้แต่ใช้สิ่งนี้เพื่อ
ช่วยเพิ่มความคืบหน้าในการบ่มเพาะของพวกเขา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่อง
แปลกเกินไปสำหรับคนประเภทนี้ที่จะฆ่าผู้อื่น
ในดินแดนนี้ ทุกคนสามารถเป็นศัตรูกันได้ ตราบเท่าที่สามารถ
สังหารผู้อื่น ไม่เพียงแค่มันจะช่วยเพิ่มการบ่มเพาะและความแข็งแกร่ง
ของพวกเขา แต่ก็ยังจะได้รับทรัพยากรจำนวนมากในแหวนมิติอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากใครอยากปล้น “พลังงานนรก” ของเมืองดาวเหนือ
เพื่อเติมเต็มรอยสักปีศาจสวรรค์พวกเขา ก็จำเป็นที่จะต้องไปยังใจกลาง
เมืองซึ่งมีพลังงานนรกหนาแน่นอยู่ ที่นั่น นักสู้ต่อสู้กันในเวทีพิเศษ
หลินหมิงไม่ต้องการที่จะยุ่งปัญหา เขาเดินตามถนนไปยังใจกลาง
เมือง และมาถึงในกลางเมืองอย่างรวดเร็วในที่ซึ่งมีพลังงานนรก
ที่นี่ มีเพียงอาคารเดียวเท่านั้นที่เป็นเวทีต่อสู้ใขนาดใหญ่ซึ่งทอดยาว
หลายสิบลี้ ตราบใดที่ก้าวเข้าสู่เวทีนี้ พวกเขาก็สามารถขโมย “พลังนรก”
ของผู้อื่นได้โดยการฆ่าและเติมเต็มรอยสักปีศาจสวรรค์ของตน
“หืม… นี่คือ…”
หลินหมิงไม่ได้ไปถึงเขตสนามรบ แต่จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าเหรียญโลหิต
สังหารที่เขาเอามาด้วยเกิดร้อนขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนไหลออกมาจาก
เหรียญโลหิตสังหาร แพร่กระจายและผสานเข้ากับเส้นชีพจรของเขา
วังวนขนาดเล็กของพลังงานนรก หมุนรอบๆเหรียญโลหิตสังหาร
หลินหมิงจิตใจสั่นสะท้านและได้เข้าใจในทันที นี่เป็นปฏิกิริยา
ธรรมชาติของเหรียญโลหิตสังหารหลังจากที่มันเข้าสู่แหล่งกำเนิดของ
พลังงานนรก เพลิงลุกไหม้ดูเหมือนจะโผล่ขึ้นมาบนแขนขวา ขณะที่
หลินหมิงมองดู เขาเห็นรอยสักจางๆของรอยสักปีศาจสวรรค์ค่อยก่อตัว
ขึ้นอย่างช้าๆ
ภาพนี้มีสองปีศาจเขาที่คมเขี้ยวแหลมคม และแม้ว่ามันจะพร่ามัว
แต่ก็สามารถเห็นได้ถึงหน้าตาที่น่าสะพรึงกลัวของมัน
นี่คือรอยสักปีศาจสวรรค์…