Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 529 หอคอยแยกนภาแห่งดาวเหนือ
“หืม?
ช่วงเวลาที่รอยสักปีศาจสวรรค์ปรากฏขึ้นบนแขนของหลินหมิง เขา
พบว่าตรงด้านหน้าของเขามีอิมป์ที่ถือกริชโค้งมองมาที่เขา ดวงตาสาด
ประกาย ข้างๆเขาก็มีอิมป์อีกหลายตัว
*อิมป์เป็นปีศาจที่มีความสูง 5-8 นิ้ว มีรูปร่างคล้ายพิกซี่ แต่หน้าตา
น่าเกลียดน่ากลัว
อิมป์ที่ถือกริชโค้งหัวเราะและยิ้ม “โอ้ ผู้มาใหม่และเขาเป็นมนุษย์ ข้า
ค่อนข้างชอบมนุษย์ การบ่มเพาะของตนอยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้า… คิคิ
เขาอายุราวๆ 20 ปีเท่านั้น เขาต้องน่าอร่อยมากแน่”
ขณะที่อิมป์ที่ถือกริชโค้งกล่าว อิมป์ตัวอื่นๆที่ล้อมรอบเขาก็หัวเราะ
และผิวปากให้หลินหมิง
เมื่อมีการเปิดใช้เหรียญโลหิตสังหาร จะผสานเข้าด้วยกันชั่วคราวกับ
นักสู้เพื่อช่วยสร้างรอยสักปีศาจสวรรค์
ถ้ามีคนถูกสังหารนอกสังเวียนต่อสู้ พวกเขาก็จะไม่สามารถถูกขโมย
พลังงานนรกไปได้ ดังนั้น จึงไม่มีผู้ใดโจมตีหลินหมิงมั่วๆ
หลินหมิงเหลือบมองไปยังอิมป์ที่ถือกริชโค้ง อิมป์ตัวนี้เตี้ยมา อิมป์
ส่วนใหญ่มีความสูงประมาณ 6 ก้าว แต่ตัวนี้สูงเพียง 5 ก้าวครึ่ง ใบหน้า
ของเขาเต็มไปด้วยสีดำคล่ำ ปกคลุมไปด้วยผมยาว มันทำให้ทุกคนที่มองดู
เขารู้สึกน่ากลัว
หลินหมิงไม่ได้สนใจพวกเขาและเดินตรงไปยังสังเวียนต่อสู้
ผู้ยืนอยู่ที่ทางเข้าของสังเวียนต่อสู้เป็นผู้คุม 7-8 คน พวกเขายืน
ตรงหน้าหลินหมิงและปิดกั้นทางเอาไว้ “การจะผ่านเข้าไป หอคอยแยก
นภา ต้องจ่ายเป็นผลึกโลหิตปีศาจระดับกลาง”
หอคอยแยกนภาหรือ?
ชื่อของสังเวียนต่อสู้นี้ค่อนข้างองอาจ แต่สิ่งที่น่าหนักใจจริงๆคือ
ราคาในการผ่านเข้าไปที่แพงอย่างยิ่ง จะต้องรู้ด้วยว่า โอสถโลหิตเทวะที่
ขายอยู่เมืองสุริยันคลั่ง ยังมีมูลค่าถึง 100 ผลึกโลหิตปีศาจ ระดับกลาง
แต่กลับเพียงพอสำหรับการเข้าไปยังสังเวียนต่อสู้ 100 ครั้งเท่านั้น นี่เป็น
การผลาญทรัพยากรอย่างแท้จริง
แม้ว่าผู้ที่มายังเมืองดาวเหนือมักจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์จากนิกายของ
พวกเขา แต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดหากต้องการเข้าและออกจาก
สังเวียนต่อสู้
“ผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำได้หรือไม่?” หลินหมิงถาม
ผู้คุมกันมองไปยังหลินหมิงด้วยความเย้ยหยันและกล่าวอย่างเย็นชา
ว่า “ระดับต่ำต้อง 200!”
ผลึกโลหิตปีศาจระดับกลางมีมูลค่าประมาณ 100 ผลึกโลหิตปีศาจ
ระดับต่ำ แต่ผู้คุมผู้นี้ได้เปิดปากเสียงดังและกล่าวว่า 200 และไม่แยแสอีก
ด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำเท่าใดนัก
หลินหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วหยิบเอาผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำ
ออกมาจากแหวนมิติ เขายังไม่ได้รับผลึกโลหิตปีศาจมาจากเผ่าทุ่งหญ้าขจี
เงียบสงัดมากนัก และเจ้าภาพของพวกมันยังไม่สูงอีด้วย หลังจากที่เขาฆ่า
ผู้อาวุโสสูงสุดไปหกคน เขาได้รับผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำหลายพันก้อน
สำหรับนักสู้ของทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม มันเป็นความมั่งคั่งอย่างมาก อย่างไร
ก็ตาม เมื่อเขามาถึงที่ราบโลหิตสังหาร มันก็กำลังจะหมดไป โดยการใช้
จ่ายเพียงไม่กี่ครั้ง ความแตกต่างระหว่างนักสู้จากดินแดนหนึ่งไปยัง
ดินแดนหนึ่งมีมากเกินไป
หลินหมิงเอาผลึกโลหิตปีศาจระดับต่ำ 300 ก้อนออกมาและให้มัน
กับผู้คุม
ผู้คุมผู้นี้รับเอาผลึกโลหิตปีศาต่ำ 300 ก้อน แล้วจึงให้หลินหมิงผ่าน
เข้าสู่สังเวียนต่อสู้
“เจ้าปล่อยให้คนขอทานเช่นนั้นผ่านไปได้หรือ?” ผู้คุมอีกคนถาม
“ฮ่าฮ่า เพราะมันอยากจะไปตาย เช่นนั้นก็ให้มันไปเถอะ คนเหล่านี้
มักคิดว่า หอคอยแยกนภา เป็นสถานที่สบายๆที่พวกเขาสามารถไปผจญ
ภัยได้ พวกมันไม่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงปุ๋ยที่ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใดเมื่อ
ได้เข้าไปยังที่แห่งนั้น” ผู้คุมตอบด้วยความเย้ยหยัน
……… ..
ขณะที่หลินหมิงเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของสังเวียนต่อสู้ เขาก็สูด
ลมหายใจเข้าลึกๆ เขาสามารถเห็นกำแพงสูงที่ล้อมรอบบริเวณดังกล่าวได้
ในที่สุดเขาก็รู้ว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า หอคอยแยกนภาแห่งดาว
เหนือ สังเวียนต่อสู้แห่งนี้สูงนับพันก้าว มันสร้างขึ้นบนยอดเขาสูง
60,000-70,000 ก้าวอีกทีนึง นอกจากเจดีย์กลางที่มีความสูงหลายพัน
ก้าวแล้ว มันก็ไม่เสียหายเลยที่จะถูกเรียกว่า หอคอยแยกนภา
หอคอยแยกนภาใหญ่ที่ฐานล่างและเล็กที่ด้านบน มันมีรูปร่างเหมือน
กรวย ชั้นที่สูงขึ้นไปถูกซ่อนไว้ในหมอกสีแดง หมอกนี้ถูกควบแน่นจาก
พลังงานนรกจำนวนมาก เนื่องจากชั้นที่สูงกว่าถูกปกปิดจากพลังนรกจึง
ไม่สามารถมองเห็นได้ว่า หอคอยแยกนภาแท้จริงแล้วนั้นสูงถึงเพียงใด
หลินหมิงเดินเข้าไปในหอคอยแยกนภาชั้นแรก เขาค้นพบว่า
โครงสร้างภายในของสังเวียนต่อสู้นี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่เขาคิด
ขณะที่เดินเล่นไปเขาก็เห็นว่ามีบาร์ ร้านอาหารขนาดเล็ก ภัตรตาคารหรือ
และแม้แต่หอนางโลม
หลินหมิงเดินเข้าไปไม่นานก็ได้มีหญิงโสเภณีคนหนึ่งแต่งตัวเก๋ๆขยิบ
ตาขยิบตาให้เขา มีโสเภณีหลายคนที่เป็นมนุษย์และเฟย์ บางคนก็เป็นแม้
ทั่งนักต่อสู้ นักสู้เหล่านี้ค่อนข้างยากจนและมีการบ่มเพาะที่ต่ำเกินไป ใน
ชีวิตของพวกเขา คงจะไม่อาจประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในเส้นทางของ
นักสู้ อย่างไรก็ตาม หากพวกเขามีส่วนร่วมในการค้าบริการทางเพศ พวก
เขาก็ยังสามารถได้รับผลึกโลหิตปีศาจมาใช้บ้าง
มันไม่เป็นไรที่โสเภณีของมนุษย์และเฟย์ยั่วยวนเขา แต่เมื่อหลินหมิง
เห็นว่ามีปีศาจยักษ์และอิมป์ขยิบตาให้เขาด้วยนั้น เขาก็แทบจะทรุด ท้อง
ใส้ของเขาเกิดการปั่นป่วน โชคดีที่เขามีรากฐานทางจิตวิทยาที่มั่นคง
ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะอาเจียนออกมาแล้วก็เป็นได้
โสเภณีปีศาจยักษ์มีความสูงกว่าหลินหมิงอย่างน้อยหนึ่งช่วงตัวและ
หน้าอกของพวกเขาก็เหมือนกับลูกบอลยางขนาดยักษ์ 2 ลูกที่แขวนอยู่
บนอก ผิวสีฟ้าของพวกเขาถูกตกแต่งด้วยแป้งหนา มันค่อนข้างน่า
สะอิดสะเอียน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอิมป์ พวกเขาสั้นใบหน้าของพวกเขา
เต็มไปด้วยรอยย่นและผิวดำคล่ำ ไม่ต่างจากยายแก่ปีศาจที่น่ากลัว
ถ้าหลินหมิงได้เห็นโสเภณีประเภทนี้มาก่อน เขาก็ยังคงสามารถที่จะ
ยอมรับได้อย่างไม่เต็มใจ อย่างไรก็ตาม มันมีปีศาจยักษ์และอิมป์มากมาย
ที่นี่ และมาตรฐานความงามของพวกเขาอาจแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม… เมื่อหลินหมิงเห็นด้วยตาของตัวเองว่านักสู้ชายเผ่า
เฟย์ดึงโสเภณีปีศาจยักษ์เข้าไปในห้อง เขาก็ถึงกับพูดไม่ออกเลย
“นักสู้ชายเผ่าเฟย์… รสนิยมของพวกเขาเป็น… ” หลินหมิงพึมพำและ
หายใจถี่ เขาจินตนาการว่าชีวิตภายในเมืองดาวเหนือเป็นเรื่องยากเกินไป
คู่รักที่เผ่าพันธุ์ตนเป็นปรปักษ์กัน มันบิดเบือนหัวใจก็ผู้คน ทำให้ต้อง
ระบายความรู้สึกเหล่านี้ สำหรับบางคน อาจทำให้พวกเขาทำสิ่งผิดปกติ
เช่นนี้
“หอคอยแยกนภามีขนาดใหญ่อย่างยิ่ง มันมีพื้นที่หลายลี้และมีสิ่ง
อำนวยความสะดวกทุกประเภทอยู่ภายใน เมื่อข้าจ่ายค่าเข้าแล้ว ข้าก็จะ
สามารถอยู่ที่นี่ได้ตราบเท่าที่ข้าต้องการ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เหตุใดจึงมี
เพียงไม่กี่คนที่อยู่ข้างนอก”
หลินหมิงมาถึงบริเวณสังเวียนชั้น 1 ของหอคอยแยกนภา เขา
ผลักดันเปิดประตู และเสียงแห่งความวุ่นวายก็ได้ไหลผ่านมายังเขา
หลินหมิงเคยเห็นเวทีต่อสู้มามาก สังเวียนนี้อยู่ตรงกลางและรอบ
ล้อมด้วยอัฒจันทร์ ผู้ชมที่นั่งบนอัฒจันทร์สามารถแสดงความคิดเห็นใน
การต่อสู้หรือแม้แต่เชียร์ แต่ที่นี่ แนวคิดเรื่องการต่อสู้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นี่เป็นพื้นที่สังหารอย่างแท้จริง บรรยากาศที่นี่บ้าคลั่งและเดือด
พล่าน สังเวียนเต็มไปด้วยที่นั่งนับหมื่น อย่างไรก็ตาม มีคนเพียงไม่กี่คนที่
กำลังนั่งอยู่ ส่วนใหญ่ล้วนยืนตะโกน หัวเราะ หรือแม้กระทั่งโบกมืออาวุธ
ในมือไปมา
มีผุู้คนมากมายจากหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งปีศาจยักษ์ มนุษย์ เฟย์…
นักสู้ปีศาจยักษ์เดิมทีนั้นโหดร้ายและป่าเถื่อน สภาพแวดล้อมเช่นนี้
จึงเหมาะกับพวกเขาอย่างยิ่ง พวกเขาร้องเสียงดังราวกับสัตว์ป่า
ในพื้นที่อื่นๆ มีหญิงสาวเผ่าเฟย์ ความงามของพวกนางก็เพียง
พอที่จะทำให้เกิดการล่มสลายของอาณาจักร พวกนางเป็นดั่งนางฟ้าที่
ก้าวออกจากหนังสือ แต่แม้เสื้อของพวกนางจะถูกถอด เผยให้เห็นผิวงาม
และร่างกายที่มีรูปร่างสมส่วน พวกนางถือแก้วไวน์สีแดงสดใสอยู่ในมือ
และดูเหมือนว่ามุมปากของพวกนางเต็มไปด้วยโลหิต มันสวยงามอย่างน่า
แปลกประหลาด
หลินหมิงได้เห็นนักสู้ปีศาจยักษ์คนหนึ่งกดผู้หญิงเผ่าเฟย์ลง และปู้
ยี่ปู้ยำนางอย่างไร้ความปราณี แต่ผู้หญิงเผ่าเฟย์ดูราวกับว่านางกำลังสนุก
กับมัน นางครางออกมาเพียงอย่างเดียว
บนเวทีไม่ได้มีแค่นักสู้ แต่ยังมีทาสที่งดงามจำนวนมาก พวกเขาถือ
เครื่องดื่มและสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น มันไม่เพียงพอที่จะปิดก้นให้มิดชิดได้
ด้วยซ้ำ พวกเขาส่งเหล้าองุ่นและน้ำตามอัฒจันทร์ขณะที่พวกเขาต้องทน
ต่อการลวนลามจากเหล่านักสู้
บรรยากาศเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และความต้องการทางเพศ
ผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นเส้นประสาทตึงเครียดของนักสู้นักสู้
เหล่านี้ขึ้นไปอีก
เคล้ง เคล้ง เคล้ง!
ในกลางเวที นักสู้ปีศาจยักษ์เหวี่ยงขวานโจมตีนักสู้มนุษย์อย่างบ้า
คลั่ง มนุษย์ผู้นี้สูง 9 ก้าวและแขนของเขาหนาและกล้ามเป็นมัดๆ แต่เมื่อ
เทียบกับปีศาจยักษ์ เขาก็ค่อนข้างตัวเล็กและพละกำลังก็ด้อยกว่า เขาถูก
ปีศาจยักษ์โจมตีจนถอยไปหลายครั้งและกำลังตกอยู่ในอันตราย
“ฆ่า! ฆ่าเขาซะ!”
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ความรู้สึกบ้าคลั่งดุเดือดเลือดพล่านที่เต็มอยู่ในอากาศ ด้วยพลังงาน
นรกซึ่งอยู่ที่นี่ เป็นกระตุ้นแอลกอฮอล์และตัณหา มันก็ง่ายที่ผู้คนจะ
สูญเสียเหตุผลของพวกเขาและตกอยู่ในความบ้าคลั่ง
“ตาย! ตาย! ฮ่าฮ่า!” ปีศาจยักษ์ได้คำราม เขาเตะมนุษย์ลงบนพื้น
แล้วใช้ขวานสับ
อ๊ากกก!
กระดูกสันหลังถูกตัดขาดและหัวใจของเขาถูกผ่าจากด้านหลัง นักสู้
ของมนุษย์ร้องออกมาอย่างน่าสังเวชและตกตายไปในที่สุด!
“ดี!”
“เป็นต่อสู้ที่ดี!”
“จาน่า ท่านช่างแข็งแกร่ง และกล้าหาญอย่างยิ่ง!” หญิงปีศาจยักษ์
กรีดร้องด้วยความคลั่งไคล้ จากสีหน้าของนาง ราวกับว่านางกกำลังจะวิ่ง
ขึ้นไปบนเวทีและปู้ยี่ปู้ยำจาน่าด้วยตัวเอง
*扎纳=จาน่า
จาน่ามีร่างกายที่ใหญ่โต เมื่อตอนที่เขาฆ่านักสู้ของมนุษย์ได้ พลังงาน
ที่มืดมิดหลั่งไหลออกมาจากซากศพของมนุษย์ บางส่วนเหือดหายไป แต่
ส่วนใหญ่ของมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจาน่า
หลังจากดูดซับพลังนรกนี้ จาน่ารู้สึกเหมือนกับว่าสูบบุหรี่เข้าไป
จำนวนมาก ร่างกายของเขารู้สึกดีอย่างยิ่งและไม่ได้ที่จะหอนออกมาดั่ง
หมาป่า
“ฮ่าฮ่า! ยอดเยี่ยม! ผู้ใดอยากจะขึ้นมาไปรายต่อไป!?” จาน่าตะโกน
ใส่ฝูงชนที่กำลังยืนโห่ร้องกันอยู่
สหายของนักสู้คนที่เสียชีวิตได้โกรธจนถึงจุดที่สายตาของเขา
เกือบจะถลนออกมา เขาต้องการที่จะวิ่งบนเวทีและฉีกจาน่าเป็นชิ้นๆ แต่
เขาต้องสงบใจลงและไม่ขึ้นไป เขารู้อย่างชัดเจนว่าตนย่อมไม่ใช่คู่มืออย่าง
แน่นอน ถ้าเขาขึ้นไป ชะตากรรมของเขาจะเหมือนกับสหายของเขาอย่าง
แน่นอน
“เจ้าพวกมนุษย์หมาป่าและมนุษย์ ล้วนขี้ขลาดทั้งหมด! ไม่มีพวกเจ้า
คนใดกล้าที่จะขึ้นเลยหรือ? รีบขึ้นมา เพื่อที่ข้าจะได้ลิ้มรสโลหิตแสนอร่อย
ของพวกเจ้า! สำหรับขยะเช่นพวกเจ้า ตกตายด้วยน้ำมือของข้าก็เป็น
เกียรติอย่างยิ่งแก่เจ้าแล้ว! ฮ่าฮ่า!”
จาน่าหัวเราะโหดร้าย ขณะที่เขาหัวเราะ ก็มีปีศาจยักษ์ตนอื่นๆร่วม
ด้วยด้วย พวกเขาสนุกกับการเยาะเย้ย มนุษย์หมาป่าและมนุษย์ด้วยกัน
ในเมืองดาวเหนือ ผู้ที่มีพลังและมีอำนาจเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติที่จะ
ได้รับความเคารพจากผู้อื่น มิเช่นนั้นชะตากรรมของพวกเขาก็ต้อง
กลายเป็นผู้ถูกเหยียบย่ำและฆ่าโดยผู้อื่น
แต่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือมนุษย์หมาป่า พวกเขาก็เหมือนกันตรงที่ขี้
ขลาด
“บัดซบ เขาหยิ่งยโสเกินไปแล้ว!” นักสู้มนุษย์ต้องการจะขึ้นไป แต่เขา
ก็หยุดเอาไว้โดยสหาย “อย่าเพิ่งใจร้อน เขาชนะมา 5 ครั้งต่อกันแล้ว
ภายในชั้นแรกหอคอยแยกนภา ความแข็งแกร่งของเขาเป็นอันดับต้นๆ
เขาเพิ่งฆ่านักสู้มนุษย์ไป 3 คนและนักสู้หมาป่าอีก 2 คน ทั้งหมดตกตาย
ภายใต้ขวานของเขา พวกเราเองไม่แข็งแกร่งไปมากกว่าเหล่าคนที่เพิ่งขึ้น
ไปบนเวทีเลย ถ้าเราขึ้นไป ก็เป็นเพียงแค่การส่งตัวเองขึ้นไปตายเท่านั้น”
“บัดซบ! นักสู้มนุษย์ผู้นั้นสาปแช่ง แต่ในที่สุด เขาก็สามารถสะกดข่ม
ตัวเองลงได้
หลินหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆนักสู้มนุษย์ผู้นี้ ได้ยินการสนทนาของพวกเขา
อย่างชัดเจน
“จาน่าผู้นั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆในชั้นแรกของหอคอย
แยกนภา “เช่นนั้น ยิ่งข้าขึ้นไปในหอคอยแยกนภาที่สูงขึ้นไปเท่าใด ก็จะยิ่ง
เจอกับเหล่านักสู้ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น…” หลินหมิงพึมพำ “ข้าจะต้อง
ผ่านชั้นแรกนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด ข้าต้องไปยังระดับที่สูงขึ้นเพื่อที่ข้าจะ
สามารถประเมินความแข็งแรงของข้าได้ถูกต้อง”