Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 645 สนามพลังปิด
เมื่อพวกเขาคิดว่าได้ออกจากเขตต้องห้ามระยะ 1000 ลี้ หลินหมิง
เคยบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่สิ่งที่เป็นอยู่เขาไม่รู้จักจะอธิบายเช่นกัน
ในเวลานั้น นักสู้หลายคนได้เย้ยหยันเขา ไม่สนใจต่อความคิดของเขา
แต่ตอนนี้ ไม่มีใครกล้าที่จะดูคำกล่าวของหลินหมิงด้วยความน่าขบขันอีก
ต่อไป
เหล่านักสู้หลายคนที่แนะนำให้กลับมาและกำลังมองหาโชคดีต่างก็
อยู่ในภาวะเสียใจแล้วอย่างสุดซึ้ง ความหวาดกลัวอันยิ่งใหญ่ของอเวจี
ปีศาจอมตะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายเป็นเวลานับพันๆ ปีแล้ว ทุก
คนที่เข้ามาจะต้องตาย และแม้แต่นกก็ไม่สามารถข้ามไปได้ สิ่งเหล่านี้จะ
ไปผิดพลาดได้อย่างไร?
มีทั้งสมญานามอาชูร่าและเจ้าหอคอย ที่ไม่เชื่อข่าวลือนี้และพยายาม
เข้ามายังเขตต้องห้าม 1,000 ลี้เพื่อหาโชคดีตนเอง แต่พวกเขาล้วนตก
ตายในที่นี่ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม!
พวกเขาคิดว่าข่าวลือเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่เกินจริง แต่ตอนนี้มันดู
ราวกับว่าพวกมันเป็นจริงทั้งหมด!
เผชิญหน้ากับอเวจีปีศาจอมตะที่แสนน่าหวาดกลัว พวกเขาตัดสินใจ
ที่จะกลับมาและพยายามจะขุดเอากระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีบางส่วน
ขึ้นมา… พวกเขาคงหนื่อยเกินกว่าที่จะมีชีวิตอยู่แล้วเป็นแน่ในการ
ตัดสินใจเช่นนี้!
“น้องชายหลิน พวกเราสับสน เจ้าต้องคิดถึงหนทาง…”
ผู้ปกครองที่ได้แนะนำให้กลับมาเสียงของเขาในตอนนี้ฟังดูราวกับ
กำลังร้องไห้ เขามองอย่างช่วยไม่ได้ไปยังหลินหมิง หลินหมิงตอนนี้
กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายในออกจากที่นี่ ถึงแม้ความหวังจากหลินหมิงก็
ไม่มานัก แต่ก็ยังคงมีความหวังที่เลือนรางอยู่
เสียงของศิลาทมิฬยังสั่น ด้วยเสียงขมขื่นของเขาขณะที่เขากล่าวว่า
“น้องชายหลิน เจ้ามีเมตตาและใจกว้าง โปรดละเว้นในความสับสนและ
เข้าใจผิดนี้ด้วย ก่อนหน้านี้ เจ้ากล่าวว่าเรายังไม่ได้ออกมาเขตต้องห้าม
1000 ลี้? เรายังคงมีความหวังที่จะได้ออกจากที่นี่ใช่หรือไม่?”
ในฐานะลูกหลานของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ศิลาทมิฬเป็นคนที่หยิ่งยโส
แต่ในตอนนี้ เขากลับขอโทษอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน; นี่เป็นสัญญาณว่า
วิธีการเละไม่เป็นท่า
หลินหมิงมองไปยังศิลาทมิฬ โดยปกติแล้ว เขาไม่ได้มีเวลาในการ
สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคิดหาทางว่าจะออก
จากอเวจีปีศาจอมตะได้อย่างไร ในตอนนี้สถานการณ์กลายเป็นแย่ลง
อย่างยิ่ง
เขาส่ายหัวและกล่าวว่า “ตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออก”
การได้ยินหลินหมิงกล่าวเช่นนี้นักสู้ทั้งหมดรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขา
จมอยู่ในความสิ้นหวัง ใช่แล้ว หลินหมิงไม่ใช่อมตะ แม้ว่าเขารู้สึกว่ามี
บางอย่างผิดปกติ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถนำพวกเขาออก
จากนรกนี้ได้ มันเป็นความจริงที่เขาเป็นสมญานามอาชูร่า แต่ตั้งแต่สมัย
โบราณกระทั่งสมญานามอาชูร่าก็ยังตกตายในเขตต้องห้าม 1000 ลี้นี้ ใน
แง่ของความแข็งแกร่งหลินหมิงอาจจะอ่อนแอกว่าต๋วนมู่ฉินและ
ผู้ปกครองเมฆปีศาจ
“พวกเราจะทำอย่างไรดี? สิ่งใดบ้างที่พวกเราสามารถทำได้?” นักสู้
เริ่มจมความทุกข์ใจ
ในเวลานี้ หลานฉินถามอย่างฉับพลันว่า “ผู้กล้าหลิน พวกเราหลง
ทางเช่นนั้นหรือ? ดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นรูปลักษณ์บางอย่างของภาพ
มายา โดยเจตนาให้เรามุ่งสู่ศูนย์กลางของอเวจีปีศาจอมตะใช่หรือไม่?”
หลินหมิงส่ายหัว “ไม่… การนำทางของดวงดาวนั้นถูกต้อง แต่ปัญหา
อยู่ใต้เท้าของเรา ถ้าจะให้ข้าเดา ข้าจะบอกว่าทุกๆ 100 ลี้เราเดิน เราจะ
เข้าสู่ใจกลางอเวจีปีศาจอมตะทุกๆ 100 ลี้ ถ้าเราจะเดินไปทางอเวจีปีศาจ
อมตะเป็นระยะทาง 100 ลี้เราก็จะเข้าใกล้มันมากกว่าเดิมถึง 200 ลี้!”
“ก่อนหน้านี้เราเดินทาง 150 ลี้ไปยังอเวจีปีศาจอมตะและเดินห่าง
ออกจากอเวจีปีศาจอมตะ 150 ลี้ นี่คือทั้งหมด 450 ลี้ คำนึงจาก
ระยะทางนั้น เราควรจะอยู่ที่ไหนสักแห่งประมาณ 550 ลี้ห่างจากอเวจี
ปีศาจอมตะ”
ในขณะที่หลินหมิงกล่าว ทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเย็นคลานขึ้น
กระดูกสันหลังของพวกเขา
“550 ลี้!
แต่เดี๋ยวนี้ มองไปยังตำแหน่งของอเวจีปีศาจอมตะมันดูเหมือนว่าจะ
ไม่ไกลนัก ถ้าพวกเขาเดินห่างออกไปอีกไม่กี่ร้อยลี้ พวกเขาก็จะตกลงไป
ในอเวจีปีศาจอมตะ! พวกเขาจะไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เลย!
แม้กระทั่งต๋วนมู่ฉินที่มักจะดูสดชื่นและสง่างามก็หน้าซีดเช่นกันใน
ขณะนี้ “น้องชายหลิน เรามีโอกาสเดินทางออกจากที่นี่หรือไม่?”
สีหน้าหลินหมิงเขร่งขรึม เขาก้มศีรษะและคิดชั่วครู่หนึ่ง สั่นหัวและ
กล่าวว่า “ข้าไม่รู้ เราอาจจะสามารถออกไป หรือเราอาจจะติดอยู่ที่นี่
ตลอดไปก็เป็นได้”
คำกล่าวของหลินหมิงดูเหมือนจะหมดหวังอย่างแท้จริง แต่เมื่อทุก
คนรับฟังประโยคหนึ่ง มันราวกับว่าพวกเขาได้ยินเสียงระฆังแห่งสวรรค์
เพราะหลินหมิงกล่าวคำว่า ‘เราอาจจะออกไปได้’
ในเวลานี้ ไม่ว่าความหวังของพวกเขาจะน้อยเพียงใด แต่ก็ยังดีกว่าไม่
มีความหวังอะไร สำหรับพวกเขา หลินหมิงกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย
“ผู้กล้าหลิน อย่าเพิ่งไปไหนกันเลย เราจะออกไปเมื่อเราคิดว่าเรารู้
กำลังจะไปที่ใดจะดีกว่า”
นักสู้ผู้หนึ่งกล่าวออกมาอย่างเร่งรีบ
นักสู้คนอื่นๆก็เริ่มทำตาม “ใช่ อ่า จะไม่มีผู้ใดกวนสมาธิของผู้กล้า
หลินในขณะที่เขาคิดหาวิธีแก้ปัญหา!”
ช่วยกันระวัง; อย่าปล่อยให้มีวิญญาณชั่วร้ายที่นี่ส่งผลกระทบต่อผู้
กล้าหลินได้!”
ในขณะนี้ บรรดานักสู้เหล่านี้พยายามเป็นวีรบุรุษและกล้าหาญที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้พยายามที่จะยกระดับคุณค่าของตัวเองในสายตาของ
หลินหมิง พวกเขาทั้งหมดกลัวว่าตนอาจจะถูกทอดทิ้งเพราะพวกเขาไปดู
ถูกหลินหมิงเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ความจริงก็คือพวกเขาคิดหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก หลินหมิงได้
ตัดสินใจที่จะข้ามแม่น้ำนี้ไปบนเรือลำเดียวกันกับพวกเขา ด้วยพวกเขาอยู่
ด้วยจะมีอันตรายต่อเขาน้อยลง อย่างน้อยที่สุด ถ้าวิญญาณชั่วร้ายที่น่า
กลัวโผล่ขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง พวกเขาอาจทำหน้าที่เป็นโล่ได้ ถ้าเขาไป
ตามลำพังแล้ว โอกาสที่จะออกจากที่นี่ย่อมน้อยลงมาก
หลินหมิงก้มศีรษะอีกครั้ง ครุ่นคิดเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็
กล่าวช้าๆอีกครั้งว่า “ถึงแม้ว่าเราจะยืนนิ่งอยู่ก็ตาม แต่เราก็ยังคงค่อยๆ
เข้ามาใกล้อเวจีปีศาจอมตะ”
“อะไรกัน!?” สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที การเดินออกไป
เหมือนกับการเดินไปสู่ อเวจีปีศาจอมตะ และไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเรื่อง
นี้อีกต่อไป แต่… ขนาดยืนนิ่งๆพวกเขาก็ยังเข้ามาไปหามันอย่างช้าๆ?
c]h;พวกเขายังคงมีโอกาสรอดชีวิตได้อย่างไรกัน?
พวกเขาตกอยู่ในความสิ้นหวัง สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขามีความสุขใน
ขณะนี้คือสีหน้าที่สงบใบบนหน้าของหลินหมิง “อย่าตื่นตระหนก เรามา
กลับไปยังเส้นทางเดิมครั้งก่อนของเรากันเถอะ”
“ฮะ? เรายังคงสามารถกลับไปยังที่ซึ่งเรามาได้?”
เหล่านักสู้กลายเป็นมีความสุขมากที่ได้ยินเรื่องนี้
หลินหมิงกล่าวว่า “อย่างมากเราสามารถกลับไปได้เล็กน้อย ข้าวาง
เครื่องหมายไว้ตลอดทาง”
เครื่องหมาย?
ใช่แล้ว! เครื่องหมายนั่น!
ทุกๆ 500 ก้าวที่พวกเขาเดิน หลินหมิงจะวางเครื่องหมายลงบนพื้น
เสมอ ในขณะที่หลายนักสู้การต่อสู้ได้เย้ยหยันว่าหลินหมิงกำลังพยายาม
หลอกลวงพวกเขาให้ดูเหมือนลึกลับ แต่เดี๋ยวนี้ มันดูราวกับว่าสายตาของ
หลินหมิงกว้างไกลมากและคาดว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภาพลักษณ์ของหลินหมิงในจิตใจของพวกเขา
กลายเป็นล้ำลึกมากขึ้น ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น และมีความมั่นใจในตัวเขามาก
ขึ้นเรื่อยๆ
หลินหมิงนำกลุ่มเหล่านี้ไปกลับไปจุดเดิม ตามความผันผวนของ
พลังงานที่หลงเหลืออยู่เครื่องหมายของเขา อย่างแปลกประหลาด แทนที่
จะเดินเป็นเส้นตรง พวกเขาต้องเดินเป็นเส้นโค้งขนาดใหญ่ ในที่สุดพวก
เขาก็มาถึงเครื่องหมายที่เขาวางไว้ 500 ก้าว
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลินหมิงเห็นเครื่องหมายนี้ เขาทั้งมีความสุข
และกังวลในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เขามีความสุขก็คือ เขาสามารถกลับไปยัง
ตำแหน่งเดิมได้โดยทำตามเครื่องหมายเหล่านี้ สิ่งที่ทำให้เขากังวลคือ
เครื่องหมายนี้ถูกวางไว้เพียงแค่หนึ่งชั่วธูปที่ผ่านมา และในทางตรรกะก็
ควรจะสามารถคงอยู่ไปได้อีกนานหลายเดือนก่อนที่จะสลายไป และใน
ปัจจุบันนี้ เครื่องหมายได้เริ่มจางหายไป ครึ่งหนึ่งของพลังงานได้หายไป
แล้ว!
นี่คืออะไร?
หลินหมิงคิ้วขมวด ขณะที่เขาเดินไปหาเครื่องหมายถัดไป กลุ่มนี้ยัง
ต้องเดินเป็นเส้นโค้งขนาดใหญ่เช่นเดิม มันผ่านเข้าใกล้ที่ซึ่งพวกเขาคิดว่า
พวกเขาเดินผ่านมาแล้วด้วยซ้ำ แต่คราวนี้ไม่มีใครกล้ากล่าวเรื่องไร้สาระ
อันใดอีก เมื่อใดที่หลินหมิงเดิน พวกเขาเดินตาม
หลังจากช่วงเวลาแห่งความพยายาม หลินหมิงพบเครื่องหมายที่ 2
ซึ่งเขาทิ้งไว้ แน่นอนว่าพลังงานจากเครื่องหมายนี้เกือบจะหมดสิ้นไปแล้ว!
แต่ในการพยายามรับรู้ถึงความผันผวนของพลังงานของเครื่องหมาย
อันที่ 3 สามเขาพบว่ามันหายไปอย่างสิ้นเชิง!
หน้าผากของหลินหมิงเริ่มหยดเหงื่อเย็น สถานการณ์แย่กว่าที่เขาคิด
มาก!
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ลบพลังงานภายในเครื่องหมาย เป็นเช่นนี้ เขาจะไม่
มีความคิดหาวิธีที่จะะออกจากสถานที่แห่งนี้ได้เลย!
เป็นอย่างไรบ้าง?
ต๋วนมู่ฉินสังเกตเห็นว่าหลินหมิงกำลังเริ่มหยดเหงื่อ และความรู้สึกไม่
สบายใจเริ่มพุ่งพล่านขึ้นในใจ
หลินหมิงถอนหายใจเบาๆ เขาส่ายหัวและกล่าวว่า “มีปัญหากับ
เครื่องหมายที่ข้าทิ้งไว้ ในเขตต้องห้ามระยะ 1000 ลี้นี้ มีบางสิ่งที่ไม่ทราบ
แน่ชัดว่าได้ลบที่เหลือทิ้งทั้งหมดแล้ว”
“อะไรกัน?”
หัวใจของเหล่านักสู้รู้สึกว่าจมความรู้สึกถึงความสิ้นหวังจากห้วงลึก
ในจิตใจของตน ถ้าเครื่องหมายเหล่านี้ล้มเหลว มันหมายความว่าพวกเขา
จะถูกขังอยู่ที่นี่ตลอดไปหรือไม่?
อเวจีปีศาจอมตะจะเปิดออกเพียงครึ่งปีเท่านั้น หลังจากผ่านไปครึ่งปี
ทุกช่องทางมายังสถานที่แห่งนี้จะถูกปิดลงอีกครั้ง หลังจากนั้นจะเปิดออก
ในอีกสิบปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม หากนักสู้เหล่านี้ไม่ได้ออกไปในอีกหกเดือนข้างหน้า ก็
ไม่เคยมีใครรอดไปในถึง 10 ปีเลยหลังจากอยู่ที่นี่ และไม่มีข้อยกเว้น!
ถ้าพวกเขาถูกขังอยู่ที่นี่ ก็เหมือนกับตายไปอย่างแน่นอน!
หลินหมิงยังคงเงียบ แต่เขาก็กล่าวคุยกับมารเจิดจรัสในจิตใจเสมอ
“มารเจิดจรัส เกิดสิ่งใดขึ้นจึงสามารถลบเครื่องหมายข้าที่ทิ้งไว้ได้?
มัเป็นวิญญาณชั่วร้ายหรือไม่?”
มารเจิดจรัสกล่าวว่า “ไม่ใช่วิญญาณชั่วร้าย… ถึงแม้ว่าข้าจะคิดออก
ว่าจะออกจากพื้นที่นี้อย่างไร แต่ข้าสามารถคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นใน
เขตต้องห้ามต้องห้าม 1000 ลี้นี้”
“โอ้?
“เขตต้องห้าม 1000 ลี้นี้รู้จักกันในอีกชื่อว่า ดินแดนที่ไร้ทางหวนกลับ
สาเหตุของเรื่องนี้น่าจะเป็นเพราะมีพลังงานที่ทรงพลังบางอย่างอยู่ภายใน
อเวจีปีศาจอมตะ ซึ่งได้กลายเป็นสนามกำลังเฉพาะที่มีผลต่อ
สภาพแวดล้อม และรัศมีของสนามพลังนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 1000 ลี้เท่านั้น
เมื่อมีคนเข้ามาแล้ว มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะออกไป
เครื่องหมายที่เจ้าวางไว้ก็ถูกลบออกด้วยพลังของสนามนี้ด้วย”
“หืม… ” หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ขณะที่เราเดินไปรอบๆ ข้ารู้สึก
ถึงความแตกต่างบางอย่างในพลังของมิติรอบๆที่นี่ มิติรอบอเวจีปีศาจ
อมตะต้องถูกปิดลงโดยสนามพลังนี้ แต่มิติปิดมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก… ข้า
จึงไม่ได้ตระหนักถึงมันและเดินตรงเข้ามา ด้วยความเข้าใจในวิถีแห่งมิติ
และเวลาในปัจจุบันของ ข้ากลับไม่สามารถค้นพบมันได้ทันที…”
“มิติถูกปิดโดยสนามพลัง…” หลังจากหลินหมิงกล่าว มารเจิดจรัสก็ดู
เหมือนจะจำอะไรได้บ้าง “ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้ายังคงสัญจรอยู่ในแดนเทวะ
ข้าได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับดวงดาวบางแห่งในอวกาศที่ห่างไกลซึ่งระเบิด
ขึ้น ทำให้มวลทั้งหมดของพวกมันพังทลายลงและเกิดเป็นดวงดาวขนาด
เล็กพิเศษขึ้น รอบๆดวงดาวนี้มีสนามพลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมัน
สามารถบิดเบื้อนมิติและบังคับให้เกิดมิติปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ ข้าเกรงว่า
แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดในแดนเทวะที่สามารถมองลงมาจากจุดสูงสุดของนัก
สู้อาจจะพบว่าตัวเองต้องติดอยู่ในมิติปิดกั้นสมบูรณ์นี้ตลอดไปเมื่อพวก
เขาเข้าไป”
“หืม? จิตใจของหลินหมิงสะท้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้ยิน
เกี่ยวกับดวงดาวดังกล่าว แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ยังไม่สามารถออกมาได้?
จุดสูงสุดของนักสู้คือเป้าหมายในชีวิตของหลินหมิง ถ้าแม้กระทั่งผู้
ทรงพลังที่ยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่จุดสูงสุดก็ยังไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้าดวงดาวเช่นนี้
เช่นนั้นพลังของมันน่าหวาดกลัวเพียงไรก็ย่อมสามารถจินตนาการได้
มารเจิดจรัสกล่าวต่อว่า “แน่นอน นี่เป็นเพียงเรื่องราวที่ข้าได้ยินมา…
อย่างไรก็ตาม เจ้าสามารถมั่นใจได้ว่าสนามพลังของอเวจีปีศาจอมตะเป็น
เรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดวงดาวเช่นนี้แน่ มิเช่นนั้น เมื่อครั้งที่จักรพรรดิ
ปีศาจมาที่นี่ เขาจะสามารถออกไปได้อย่างไร”
หลินหมิงยังคงเงียบงันจากภายนอก ถึงแม้ว่าความเข้าใจของเขา
เกี่ยวกับวิถีแห่งมิติจะน่าทึ่ง แต่เมื่อต้องเผชิญกับสนามพลังงานขนาดใหญ่
ที่นี่ซึ่งสามารถบิดเบือนพื้นที่ขนาดใหญ่กลายเป็นเขตปิดกั้น แม้ว่าเขาเอง
ก็ยังจะรู้สึกลำบากอย่างยิ่งในการจะแก้ปัญหานี้ และตอนนี้ เขาไม่
สามารถแม้แต่จะใช้เครื่องหมายที่ตนวางไว้ได้
ในตอนนี้ เขาสามารถทำทุกอย่างได้ทีละขั้นตอนเท่านั้น
หลินหมิงลุกขึ้นยืนและกล่าวกับนักสู้คนอื่นๆวว่า “ตามข้ามา”
สำหรับเหล่านักสู้ คำกล่าวของหลินมิงเป็นคำสั่งที่ไม่มีข้อผิดพลาด
ทุกคนกล้าที่จะละเลยเขาได้อย่างไร? พวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อตาม
ให้ทัน เพราะเกรงว่าตนจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง