Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 81 ความแข็งแกร่งของ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 81 ความแข็งแกร่งของ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’
จูเอี๋ยนจิบซุปรังนกไปพลางๆระหว่างรอฟังข่าวดีจากซางฉาง แม้
เวลาจะผ่านไปนานกว่าที่ควรแล้วก็ตาม แต่ซางฉางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะ
กลับมา
ขณะนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาได้” จูเอี๋ยนกล่าว
ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นคนรับใช้คนหนึ่งของจูเอี๋ยน
เขาเดินเข้ามาก้มหน้าและกระซิบถ้อยคำบางอย่างข้างๆหูของจูเอี๋ยน
เมื่อจูเอี๋ยนได้ยิน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เพล้ง!!
ชามสีทองราคาแพงในมือของเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ “เจ้าว่ายังไง
นะ!?”
หลานอวิ๋นเยว่ผวาสุดขีด แต่ดูเหมือนคนรับใช้จะชินกับการกระทำ
ของจูเอี๋ยนแล้ว เขาถอยหลังไปก้าวนึงและพูดต่อ “นายน้อย ซางฉางพ่าย
แพ้ให้กับหลินหมิงใน3กระบวนท่า เขาได้รับบาทเจ็บสาหัสและหมดสติ
อยู่ในขณะนี้”
เหตุการณ์นี้ทำให้จูเอี๋ยนโมโหอย่างกับจะเป็นบ้า แต่หลานอวิ๋นเยว่
กำลังรู้สึกแปลกใจ หลินหมิงชนะอย่างนั้นหรือ ทั้งยังชนะด้วย3กระบวน
ท่า และยังทำให้จูเอี๋ยนบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไปอีก!
เป็นไปได้ยังไง นางคิดว่าหลินหมิงจะเสียท่าเสียอีก
จูเอี๋ยนในตอนนี้ดูน่ากลัวอย่างมาก เขาประเมินหลินหมิงไว้สูงก็จริง
แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเอาชนะคนที่อยู่อันดับ100ต้นๆอย่างซางฉางได้
ก่อนหน้านี้ จูเอี๋ยนทำเหมือนว่าหลินหมิงเป็นเพียงขอบเล่นชิ้นหนึ่ง
เขาสามารถที่จะกลั้นแกล้ง หรือจะกดขี้ข่มเหงมันอย่างไรก็ได้ เพราะพลัง
ที่เหนือกว่าหลายขั้นของเขา ทำให้หลินหมิงไม่เคยอยู่ในสายตา เขาไม่คิด
มาก่อนเลยว่าหลินหมิงจะกลายเป็นภัยคุกคามของเขาได้ถึงขนาดนี้ ถึง
เขาจะวางอุปสรรคขวางกั้นมันไว้ซักแค่ไหน มันก็ยังผ่านไปได้ตลอด นี่มัน
บ้าชัดๆ
หลินหมิงมีพัฒนาการที่รวดเร็วเกินไป เมื่อสี่เดือนก่อน มันยังเป็น
เศษสวะที่มีการฝึกฝนขั้นแรกอยู่เลย แต่ในช่วงเวลาสั้นๆมันก็กลายเป็น
อันดับหนึ่งในการสอบเข้าซะอย่างงั้น
แม้เรื่องอันดับหนึ่งของหลินหมิงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจเท่าไร แต่เขา
ไม่คิดมาก่อนว่าหลินหมิงสามารถเอาชนะซางฉางได้
มันช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริง!
การจะพัฒนาให้ได้เร็วเช่นนั้น มันกินโอสถล้ำค่าอะไรเข้าไป?!
หรือว่ามันจะมี เจตจำจงแห่งนักสู้ มันทำสมาธิแล้วเข้าไปฝึกฝนใน
สภาวะพิเศษอย่างนั้นหรือ?!
เมื่อคิดเช่นนั้น จูเอี๋ยนกำหมัดแน่น จนได้ยินเสียงกระดูก ส่วนลึกใน
ใจของเขาบอกว่า ซักวันหลินหมิงอาจจะกลายคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าตัวของ
มันเอง
“ข้าต้องฆ่ามันก่อนที่มันจะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้ แต่ว่า…หากมันยัง
อยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้ แม้จะเป็นอำนาจของท่านน้า ก็ทำอะไรศิษย์ใน
สำนักแห่งนี้ไม่ได้ ข้าจะทำอย่างไรดี”
…
ด้านหลังภูเขาของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ดวงจันทร์กำลังส่องแสงสว่าง
เจิดจร้า
ภายใต้แสงจันทร์นั้น หลินหมิงกำลังนั่งอยู่บนแท่นหิน เขาถือหอกไว้
ในมือ แขนของเขาขนานไปกับด้ามของหอก และศอกของเขาก็กดลงไป
ยังปลายหอก นี่เป็นหนึ่งในท่าของ ‘ศิลปะการต่อสู้ด้วยหอก’ – ‘สะพาน
เหล็กกั้นแม่น้ำ’
ถึงอย่างนั้นด้ามของมันที่ยื่นออกไปข้างหน้าก็ไม่ได้ตรงซักเท่าไร
หลินหมิงวางหอกไว้บนหิน และแบกทั้งหมดนั่นไว้บนไหล่
ถึงมันจะดูเหมือนว่าจะหนักเพียง 100 จิน แต่จริงๆแล้วมันหนักกว่า
นั้นเป็น 10 เท่า ด้วยน้ำหนักของแท่นหินและหอกรวมกัน อาจจะหนักถึง
4000 จินเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับหลินหมิงที่มีการฝึกฝนขั้นที่สาม นี่ก็ถือ
เป็นขีดจำกัดของเขาพอดี
ขณะที่หลินหมิง ถือหอกไว้ที่มือขวา แขนข้างซ้ายของเขาก็ถือหิน
ลมปราณเอาไว้ เขาหลับตาและโคจรพลังปราณเพื่อดูดซับพลังปราณจาก
หินลมปราณให้เข้าสู่ร่างกายของเขา
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ หินลมปราณก็เปรียบได้กับน้ำ และร่างกาย
ของเขาก็เปรียบได้กับเขื่อน เราสามารถดูดซับพลังปราณเอาไว้ได้จนกว่า
เขื่อนจะเต็ม โดยไม่มีผลต่อการฝึก แต่ถ้าหากในระหว่าการงฝึก เกิดได้รับ
บาดเจ็บสาหัส ก็มีความเป็นไปได้ที่เขื่อนจะรั่ว และสูญเสียผลจากการฝึก
ไป
ถ้ามีการฝึกฝนในขั้นที่สองก็สามารถเก็บพลังปราณได้ประมาณแอ่ง
น้ำเล็ก ถ้าเป็นขั้นที่สามก็เป็นบ่อน้ำ ขั้นที่สี่และห้าก็เป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่
สำหรับขั้นที่หก ขั้นผสานชีพชรก็เทียบได้กับแม่น้ำ และหากเป็นขั้นปราณ
ฟ้า ก็เปรียบได้กับท้องทะเลมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล
ในเวลาสองวันนี้ หลินหมิงใช้หินหลังปราณไปถึง 3 ก้อน ขณะที่
หลินหมิงฝึกวิชาอัตราการดูดซับพลังปราณจากหินลมปราณก็เร็วขึ้น
เรื่อยๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสำนักเจ็ดแก่นแท้ก็อาจจะมีหินลมปราณไม่พอ
สำหรับเขา
“แม้ว่าข้าจะได้เข้าร่วมกับห้องสวรรค์ และได้เป็นอันดับต้นๆในการ
จัดอันดับ หินลมปราณที่ได้รับมาก็คงจะยังไม่พออยู่ดี”
ตามกฏของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ศิษย์ใหม่จะได้หินลมปราณเยอะขึ้น
ตามอันดับที่สอบเข้าสำนักได้ในครั้งแรก และในครั้งต่อๆไปก็จะขึ้นอยู่กับ
อันดับของพวกเขา ถ้าเป็นอันดับ 150ขึ้นไป ก็จะได้รับเพียงก้อนเดียวใน
แต่ละเดือน อันดับที่120-150 ได้รับ 2 ก้อนต่อเดือน อันดับ 100-120
ได้รับ 3 ก้อน อันดับ 72-100 ได้รับ4 ก้อน เพราะงั้นอันดับของหลิงเซ็น
และต้ากู่ คงจะได้เป็นสิบๆก้อนในแต่ละเดือน แต่มันก็อาจจะยังไม่พอ
สำหรับพวกเขาอยู่ดี
ว่ากันว่าระยะห่างระหว่างอาณาจักรลิขิตฟ้ากับหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
นั้นไกลถึง 100,000 ลี้ ต่อให้ใช้ม้าเร็ววิ่งทั้งวันทั้งคือก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่ง
ไปกว่าจะไปถึง
ถ้าคิดจะเดินเท้าละก็ อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็เป็นได้
หลินหมิงส่ายหัว เขายังไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องไกลตัวแบบนั้น เขา
ต้องจดจ่ออยู่กับปัจจุบันเสียก่อน การจัดอันดับด้วยอาคมหมื่นอสูรสังหาร
ในครั้งต่อไป หลินหมิงคิดจะเข้าร่วมอยู่แล้ว และเขาก็หวังเอาไว้สูงด้วย
เขาต้องการรางวัลทรัพยากรต่างๆมากยิ่งกว่าที่ได้รับอยู่ในขณะนี้
นี่ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่สามวันเท่านั้น การจะเพิ่มพลังให้สูงขึ้น
อย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาแค่นี้คงจะเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจาก….จะใช้ยา
เม็ดไขกระดูกมังกรทอง
ถ้าหลินหมิงไม่ได้คิดจะใช้อาคมรักษาวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังของยา
เม็ดไขกระดูกมังกรทอง เขาก็คงจะกินมันลงไปแล้ว แต่ถ้าใช้อาคมรักษา
วิญญาณก็จะสามารถเพิ่มพลังของมันได้อีกหลายเท่า แต่ตอนที่เขากิน ยา
โอสถพญางูทองคำ เขารู้สึกได้ว่าเขายังไม่สามารถที่จะดูดซับพลังทั้งหมด
ได้อย่างเต็มที่ ส่วนที่เกินกว่าการดูดซับของเขาก็จะเสียไปเปล่าๆ ไม่คุ้ม
กับกับผลลัพธ์ที่ได้ซักเท่าไร ดังนั้นเขาจึงคิดจะใช้เวลาที่เหลือฝึก ‘ลื่นไหล
ดุจแพรไหม’
ปึงง!
ถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว หินหนัก100จินถูกปล่อยให้ตกลงบนพื้น
เกิดฝุ่นฝุ้งกระจัดกระจายไปทั่ว หลินหมิงหยิบหอกและเล็งไปที่หินนั่น
พร้อมกับพุ่งออกไป
ปึง! เกิดเสียงดังสนั่น หินก้อนนั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทว่าสาเหตุมิใช่
เพราะแรงปะทะจากหอก แต่เป็นพลังปราณที่สันสะท้านอยู่ภายในก้อน
หินต่างหาก เศษหินแตกกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง