Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 90 องค์ชายสิบ
มู่อี้ส่ายหัว หยางหลินนั้นยังไม่มีความสามารถพอที่จะขึ้นเป็น
จักรพรรดิ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ที่มีความเมตตาและจะสามารถปกครอง
ชาวเมืองได้อย่างยุติธรรม แต่เขาก็คงจะไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้อง
บ้านเมืองจากศัตรูภายนอกอาณาจักรได้ หรือแม้แต่การกบฏที่อาจจะ
เกิดขึ้นนี้ เขาก็คงไม่มีความสามารถพอที่จะรับมือกับมัน
หยางหลินกล่าว ” ในตอนนี้ สำนักเจ็ดแก่นแท้กำลังมีการจัดอันดับ
กันอยู่ ข้าส่งซีฉานและกลุ่มของเขาไปสืบหานักสู้ยอดฝีมือ ทั้งหมดนี่ก็
เพราะข้าเองก็อยากจะชนะองค์ชายสิบ น้องชายของข้า แต่… ข้าก็แทบ
จะไม่มีความหวังใดใดเลย น้องชายข้านั่นออกรบมานับครั้งไม่ถ้วน เขา
เปี่ยมล้นไปด้วยทักษะและประสบการณ์ตลอดระยะเวลาหลายปี เขา
สามารถจับตัวขุนนางของอาณาจักรอื่นมาเป็นเชลยได้ด้วยความสามารถ
อันสูงส่งของเขา และเขายังได้รับความมั่งคั่งอย่างล้นเหลือ ทั้งหญิงงาม
และตำราเคล็ดบ่มเพาะ โดยเฉพาะตำราเคล็ดบ่มเพาะระดับสูงที่ดึงดูด
เหล่านักสู้ให้ต้องอิจฉาของเขา ข้าไม่มีข้อเสนออะไรที่น่าสนใจกว่า
ข้อเสนอขององค์ชายสิบ ที่จะเสนอให้กับนักสู้ยอดฝีมือเหล่านั้นเลย”
เป็นธรรมดาที่ หากองค์ชายต้องการชนะใจของนักสู้ยอดฝีมือ ก็ต้อง
มีสิ่งตอบแทนที่ล้ำค่ามอบให้กับนักสู้เหล่านั้น ดังนั้นความมั่งคั่งขององค์
ชายก็เป็นสิ่งสำคัญ หากมันไม่มากพอแล้วล่ะก็ ใครล่ะจะมากยอมสู้รบ
เสี่ยงชีวิตเพื่อพวกเขา?
“โอ้ว? มีนักสู้ยอดฝีมือที่ท่านสนใจด้วยรึ? เขาเป็นใครกันล่ะ? ” แม้มู่
อี้จะพอรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่เขาก็แกล้งถาม
“หลินหมิง เขาอายุเพียง 15 ปี แต่เขาคือ100อันดับแรกแห่งสำนัก
เจ็ดแก่นแท้ ”
“หลินหมิงรึ?” มู่อี้ยิ้ม “องค์ชายโปรดมั่นใจ หลินหมิงไม่มีทางที่จะถูก
องค์ชายสิบหว่านล้อมด้วยเคล็ดบ่มเพาะหรือยาโอสถเหล่านั่นได้หรอก ”
“โอ้? ทำไมท่านปรมาจารย์จึงกล่าวเช่นนั้น? ”
“หนุ่มน้อยหลินหมิงกับข้านั้นเป็นมิตรสหายกัน เขามีภูมิหลังที่ลึกลับ
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีปรมาจารย์ที่เก่งกาจอยู่เบื้องหลัง ที่เขาเข้ามาใน
สำนักเจ็ดแก่นแท้นั่นก็เป็นการหาประสบการณ์เล็กๆน้อยๆของเขาเท่านั่น
แม้ว่าองค์ชายสิบจะนำเคล็ดบ่มเพาะล้ำเลิศหรือยาโอสถล้ำค่าเพียงใดมา
เสนอให้เขา สิ่งเหล่านั้นก็ไม่มีท่านอยู่ในสายตาของเขาอย่างแน่นอน…
หากองค์ชายยังจำเรื่องเมื่อเดือนก่อนได้ ที่ข้าให้ท่านช่วยเพื่อนของข้าคน
หนึ่ง ท่านยังจำได้หรือไม่? ในตอนนั้นเป็นช่วยฤดูใบไม้ร่วงและยังเป็นวัน
เดียวที่สำนักเจ็ดแก่นแท้เปิดรับสมัครศิษย์เข้าร่วมสำนัก และวันนั้นเขาก็
ถูกล้อมและเกือบจะถูกจับส่งเข้าคุก…”
“อะไรนะ… ท่านปรมาจารย์…ท่านกำลังจะบอกว่าชายที่ท่านให้ข้า
ช่วยไว้ในคราวนั้นคือหลินหมิงงั้นรึ?” หยางหลินคิดอย่างรวดเร็ว เขา
เข้าใจในสิ่งที่มู่อี้กำลังต้องการจะสื่อ
“ฮ่าๆ ใช่แล้ว เด็กหนุ่มที่เจ้าเคยช่วยเอาไว้ในตอนนั้นก็คือหลินหมิง
แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยได้ติดต่ออะไรกับเขามากนัก แต่ข้ามั่นใจว่าเด็กหนุ่ม
หลินหมิงเป็นคนดี มีความยุติธรรม แน่นอนว่าเขาก็คงต้องการที่จะตบ
แทนองค์ชายเช่นกัน อย่างน้อยหากท่านไม่สามารถที่จะทำให้เขามาเข้า
ร่วมกับท่านได้ เขาก็จะไม่ไปเข้าร่วมกับองค์ชายสิบเพื่อเป็นศัตรูกับท่าน
อย่างแน่นอน ”
“นี่มัน เป็นเรื่องเหลือเชื่อเสียจริงๆ…”
องค์ชายสามเงยหน้ามองฟ้าอย่างมีความหวัง ถึงแม้ว่าพระอาการ
ขององค์จักรพรรดิจะเลวร้ายขึ้นทุกวัน แต่ด้วยยาโอสถระดับสูง ก็
สามารถเยื้อชีวิตของเขาได้อีกไม่ต่ำกว่า5ปี หรืออาจจะมากถึง6-7ปีก็
เป็นได้ ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้ก็มากพอให้หลินหมิงได้เติบโตจนแข็งแกร่ง
แม้ว่าจะมีนักสู้ที่อยู่ในขั้นผสานชีพจรในอาณาจักรนี้อยู่ไม่น้อย แต่
พวกเขาก็จะเป็นคนของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ซึ่งอยู่ใต้บัญชาของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ ที่จะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องสงครามชิงบัลลังก์
คนที่เหล่าองค์ชายพอจะชวนมาเข้ารวมสงครามชิงบัลลังค์ได้จึงมี
น้อย ยิ่งไปกว่านั่นศึกชิงบัลลังก์ถือเป็นสงครามที่เสี่ยงอย่างยิ่ง หากพวก
เขาเลือกข้าผิด ก็หมายถึงจุดจบของชีวิตของพวกเขาเอง!
สำหรับหยานหลิง เขาสนใจนักสู้ยอดฝีมือจกสำนักเจ็ดแก่นแท้ หลิง
เซ็นเองก็มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่สี่แล้ว อีกไม่นานเขาก็คงจะเข้า
สู่ขั้นผสานชีพจร!
เขาคงใช้เวลาอีกไม่กี่ปีอย่างแน่นอน !
หลินหมิงเองก็เดินมาในเส้นทางเดียวกับหลิงเซ็น!
หลินหมิงมีความสามารถที่หายาก แม้จะในสำนักเจ็ดแก่นแท้ก็ต้อง
ใช้เวลาเป็นสิบปีถึงจะได้พบผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้ หากเขาตัดสินใจที่
จะเข้าร่วมกับขั่วอำนาจใดซักแห่ง มันจะต้องส่งผลต่อขั่วอำนาจอื่นๆอย่าง
แน่นอน
ดังนั้นสำหรับการได้หลินหมิงมาร่วมด้วย จึงมีความสำคัญอย่างมาก!
ในเวลานี้เปลวไฟสีแดงปรากฏขึ้นด้านหน้าของหยางหลิน
ยันต์สื่อสารเร่งด่วน!
“ฝ่าบาท… ท่านองค์ชายสาม ผลการจัดอันดับออกมาแล้ว หลินหมิง
ได้อันดับที่ 62!”
“อะไรนะ!?” หยางหลินลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันเมื่อได้ยินอันดับของ
หลินหมิง!!!
ในฐานะที่องค์ชาย เขาเข้าใจความหมายของการได้อันดับที่ 62 ใน
การทดสอบครั้งที่สองของเด็กหนุ่มอายุเพียง15ปีเป็นอย่างดี! แม้แต่หลิง
เซ็นก็ยังทำเช่นนี้ไม่ได้!
หลิงเซ็นนับได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่น่าเหลือเชื่อมากพออยู่แล้ว ด้วยการ
ฝึกฝนขั้นที่สี่ของเขาในตอนนี้ อีกไม่นานเขาก็จะต้องไปถึงขั้นผสานชีพจร
ได้อย่างแน่นอน ซึ่งการที่เขามีพัฒนาการที่รวดเร็วขนาดนั่น มันก็แทบจะ
เหนือกว่าทุกคนในอาณาจักรแห่งนี้แล้ว!
องค์ชายสามรู้ดีกว่า คนรอบครอบอย่างซีฉานไม่มีทางตรวจสอบ
อันดับของหลินหมิงผิดอย่างแน่นอน พวกเขาจะต้องยืนยันและมั่นใจใน
ความถูกต้องเสียก่อนที่จะส่งข่าวม้เช่นนี้
“มันเป็นไปได้อย่างไร?” เสียงจากยันต์สื่อสารส่งตรงถึงจิตขององค์
ชายสาม ดังนั่นมู่อี้จึงไม่ได้ยินอะไร
หยางหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆและกล่าวกับมู่อี้ว่า “ท่านปรมาจารย์
หลินหมิงได้อันกับที่62”
“อะไรนะ? 62? ” แม้แต่มู่อี้ก็ยังตกใจ แต่เมื่อพิจารณาถึงปรมาจารย์ผู้
เก่งกาจที่อยู่เบื่องหลังของหลินหมิงแล้ว มันก็ไม่ได้น่าแปลกใจซักเท่าไร
หากมีปรมาจารย์ที่เก่งกาจและเป็นสาวกของนิกายที่ยิ่งใหญ่ระดับนั้นคอย
สั่งสอนอยู่ แม้ว่าหลินหมิงจะได้อันดับที่62ตั้งแต่ครั้งแรก มันก็ยังเป็นเรื่อง
ที่เป็นไปได้!
มู่อี้เชื่อว่าการที่หลินหมิงถูกเลือกมาเป็นศิษย์โดยปรมาจารย์ที่
เก่งกาจผู้นั้น หลินหมิงจะต้องมีอะไรที่พอเศษกว่าเด็กทั่วๆไปซักอย่างสอง
อย่าง แม้ว่าหลินหมิงจะเอาชนะหลิงเซ็นได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มันก็
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับเขา
…
ในขณะที่หยางหลินได้รับการติดต่อสื่อสารจากสายสืบของเขา
ทางด้านองค์ชายสิบเองก็ได้รับการติดต่อจากลูกน้องของเขาเช่นกัน แต่
สำหรับองค์ชายสิบ เดิมทีเขาไม่ได้สนใจในตัวหลินหมิงมากเท่าไรนัก
เพราะเขามีนักสู้ยอดฝีมือเก่งๆคนอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งมันก็มากเพียง
พอที่จะทำให้แย่งชิงบัลลังก์มาได้ ในสายตาของเขา สิ่งเหล่านี้มันก็เป็นแค่
ผลจากยาโอสถทั้งสองอย่างนั้นเท่านั้น หากไร้ซึ่งโอสถล้ำค่าทั้งสอง ลำพัง
เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ระดับสามจะไปสู้ใครได้!
แต่ตอนนี้หลังจากที่ได้ยินข่าวจากยันต์สือสาร สีหน้าขององค์ชายสิบ
ก็เปลี่ยนไปทันที!
เพียงแค่เข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้มาหนึ่งเดือน มีการฝึกฝนเพียงขั้นที่
สาม แต่หลินหมิงกลับได้อันดับที่ 62!
สิ่งเหล่านี้เหลือกว่าหลิงเซ็นโดยสมบูรณ์!
หลายร้อยปีที่ผ่านมาของสำนักเจ็ดแก่นแท้ก็ไม่เคยมีใครที่ทำเช่นนี้
ได้!
สำหรับใครซักคนหนึ่งที่จะเข้าร่วมกับห้องสวรรค์ของสำนักเจ็ดแก่น
แท้ พวกเขาต้องมีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่สาม และมีอันดับที่70
กว่าๆเป็นอย่างน้อย แต่หลินหมิงกลับพุ่งทยานพรวดเดียวจากอันดับที่
126มาถึงอันดับที่ 62 ในเวลาเพียง1เดือน! นี่มันอัจฉริยะปีศาจชั่วร้าย
ชัดๆ!
ด้วยพัฒนาการที่ล้ำเลิศเช่นนี้ มันเป็นไปได้ที่หลินหมิงจะแซงหลิงเซ็น
ในอนาคต เขาจะต้องมีอิทธิพลและอำนาจอย่างมากในอนาคต และสิ่ง
เหล่านั้นจะดึงดูดนักสู้ยอดฝีมือคนอื่นให้เขาร่วมกับเขา ทั้งหมดนี้ทำให้
เจ้าชายสิบตะลึง!
อย่าลืมว่า หลินหมิงยังอายุเพียง 15 ปีและมีการฝึกฝนในขั้นที่สาม
ชั่งต้นเท่านั้น เขายังสามารถที่จะพัฒนาไปได้อีกอย่างไม่สิ้นสุด!
ฮ่าๆ สวรรค์ทรงโปรด! ไม่มีใครทำเช่นนั้นได้ในรอบหลายร้อยปีมานี้
เขาจะต้องเป็นคนที่จะมาสั่นครอนทุกขั่วอำนาจในอาณาจักรลิขิตฟ้าอย่าง
แน่นอน ไปหว่านล้อมให้เจ้าหนุ่มนั่นมาเข้าร่วมกับเราซะ!
“ฝ่าบาท… ข้าน้อยน้อบรับคำสั้ง”
“จัดเตรียมเงิน 50,000 เหรียญทอง เพชรพลอยที่ล้ำค่าที่สุดอีก2หีบ
หญิงสาวงามบริสุทธิ์อายุต่ำกว่า 16 ปี 12 นาง คนรับใช้100คน และที่ดิน
ใน หุบเขาชุนหยวนอีก 500 ไร่! ”
คนที่ได้ยินคำสั่งนี้ต่างเป็นต้องตกใจ นี่คือข้อเสนอสำหรับเด็กหนุ่ม
อายุ15ปีคนหนึ่งจริงๆหรือ?!
สำหรับองค์ชายสิบ เขายังมีอีกหนึ่งข้อเสนอที่เก็บไว้เผื่อว่าข้อเสนอ
แรกที่กล่าวมานั้นจะยังชนะใจหลินหมิงไม่ได้ มันคือเคล็ดบ่มเพาะระดับ
มนุษย์ ที่เขาได้ปล้นมาจากครอบครัวขุนนางชนชั้นสูงเมื่อนานมาแล้ว
“หยางหลิน… เจ้าจะต้องพ่ายแพ้ต่อข้า ข้อเสนอของเจ้าไม่มีทางที่จะ
เทียบได้กับเพียงหนึ่งในสิบส่วนของข้อเสนอจากข้า เจ้าจะต้องถูกข้า
กดดันอย่างหนักที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้! “