Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 91 การท้าทายด้วยหอก
ณ แท่นอาคมหมื่นอสูรสังหาร
จูเอี๋ยนชายตามองไปยังหลินหมิงด้วยสายตาเย็นชาปราศจากคำพูด
ใดใด
ความขัดแย้งของพวกเขาจะต้องจบลงในการต่อสู้ในซักวันหนึ่งอย่าง
แน่นอน แต่จูเอี๋ยนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันนั้นจะจะมาถึงในเร็วๆนี้
หลานอวิ๋นเยว่ได้แต่ยืนมองพวกเขาทั้งสองอย่างเงียบๆจากหลังต้นไผ่
นางมองการเผชิญหน้าระหว่างจูเอี๋ยนกับหลินหมิงด้วยความสับสน จะ
เกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้… ?
ใครต่อใครที่กำลังเฝ้าชมอยู่ต่างก็ตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น ในที่สุดผู้คุมก็
กล่าวขึ้นมาหลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ “ข้าขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าคือ
อันดับที่ 62 ตามกฎของสำนัก เมื่อศิษย์คนใดก้าวข้ามอันดับที่80ขึ้นไปได้
เขาผู้นั้นจะมีคุณสมบัติที่จะสามารถท้าทายศิษย์ในห้องสวรรค์ ผู้ชนะจะ
ได้อยู่ในห้องสวรรค์และผู้แพ้จะถูกขับไล่ออกจากห้องสวรรค์ไปอยู่ห้อง
พสุธา ”
สำนักเจ็ดแก่นแท้มีศิษย์ในห้องสวรรค์ได้เพียง72คน พวกเขาเหล่านี้
มีความสามารถในการต่อสู้ที่เก่งกาจ แต่ทั้งนี้ความสามารถของพวกเขาก็
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดอันดับของอาคมหมื่อนอสูรสังหารเพียงอย่างเดียว
แม้ว่าการจัดอันดับจากอาคมหมื่นอสูรสังหารจะสามารถตัดสินความ
แข็งแกร่งของนักสู้ได้ แต่ก็ไม่ใช้ทั้งหมด อย่างเช่นสำหรับเหล่านักฆ่า พวก
เขาอาจจะไม่มีความสามารถพอจะกวาดล้างศัตรูจำนวนมากในอาคม
หมื่นอสูรสังหารจนสามารถมีอันดับที่70ได้ แต่เขาสามารถเอาชนะผู้ที่อยู่
อันดับ70ได้ พวกเขาเน้นที่การต่อสู้จริงกับนักสู้มากกว่าการถูกรุมโดยสัตว์
อสูร
ดังนั้นสำนักเจ็ดแก่นแท้จึงระบุว่า เพียงแค่สามารถข้ามอันดับที่80มา
ได้ ก็เพียงพอที่จะท้าทายห้องสวรรค์ โดยทั่วไปแล้วบุคคลจากห้องสวรรค์
ที่ถูกท้าทายก็จะเป็นอันดับสุดท้ายที่อ่อนแอที่สุดของห้องสวรรค์
หลินหมิงมองไปยังการจัดอันดับบนแท่นหิน บนแท่นหินมีชื่อของ
เหล่าสาวกห้องสวรรค์อยู่ มันไม่ใช้เรื่องยากเลยที่จะหาคนที่อ่อนแอที่สุด
ในห้องสวรรค์ ในที่สุดเขาก็เจอชื่อของคนๆนั้น คนที่อ่อนแอที่สุดในห้อง
สวรรค์ นางคือสาวน้อยอายุ 17 ปี ชื่อว่า ไบหลงหลง อันดับ 75
ไบหลงหลงเองก็พึ่งจะได้เข้าห้องสวรรค์ได้ไม่นาน นางกังวลอย่าง
มากเมื่อเห็นหลินหมิงมองไปยังอันดับของเหล่าศิษย์ในห้องสวรรค์ หาก
เป็นเช่นนั้นไม่ว่าใครก็รู้ว่านางคงสู้เขาไม่ได้ เขาสามารถไปถึงอันดับที่62
ได้โดยใช้เวลาเพียง 4ก้านธูป แม้ว่าจะมีนางจะแยกร่างเป็นสองคนได้ ก็ไม่
มีโอกาศที่นางจะเอาชนะอัจฉริยะที่น่ากลัวเช่นนี้ได้เลย
นางไม่สามารถโยนผ้าขาวขอยอมแพ้โดยที่ยังไม่ได้ต่อสู้ได้ นาง
จะต้องต่อสู้กับเขาด้วยพลังทั้งหมดที่นางมี นางหวังให้เขาไม่ได้ไร้ความ
ปรานีเกินไป…
ในสายตาของใครหลายๆคน พวกเขาคาดว่าไบหลงหลงจะต้องเสีย
ตำแหล่งให้หลินหมิงอย่างแน่นอน นางช่างเป็นหญิงสาวที่โชคร้ายเสียจริง
“เจ้าตัดสินใจจะท้าทายผู้ใด?” ผู้คุมกล่าวถาม
“ข้ามีคำถาม การท้าทายศิษย์ในห้องสวรรค์มีข้อจำกัดเรื่องเวลาใน
การต่อสู้หรือไม่? ” หลินหมิงถามกลับ
“เวลาในการต่อสู้นั้นเจ้าสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง แต่ข้าแนะนำว่า
ควรจะเป็นใน1เดือนต่อจากนี้ หากอันดับของเจ้าถูกแซงจนต่ำกว่าอันดับ
ที่80ก่อนจะถึงวันที่เจ้าต่อสู้ การท้าทายเพื่อต่อสู้กับศิษย์จากห้องสวรรค์
จะถูกยกเลิก ”
“ข้าเข้าใจแล้ว… ขอบใจท่านผู้อาวุโส”
“เจ้าตัดสินใจได้หรือยัง? ข้าต้องการชื่อของบุคคลที่เจ้าต้องการท้า
ทายเพื่อรายงานไปยังผู้อาวุโสที่ดูแลห้องสวรรค์ ”
“แน่นอน ข้าตัดสินใจแล้ว เวลาคือในอีก1เดือนนับจากนี้ และผู้ที่ข้า
จะท้าทายก็คือ…” หลินหมิงยกหอกของเขาชี้ตรงไปยังชายหนุ่มคนหนึ่ง
“ข้าขอท้าทายจูเอี๋ยน!”
จูเอี๋ยน !?
ทุกคนที่ได้ยินชื่อนี้ต่างต้องชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไบหลงหลง นาง
ไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง
โดยรอบแท่นอาคมหมื่นอสูรสังหารถูกปกคลุมด้วยความเงียบ
ผู้ที่หลินหมิงต้องการท้าทายคือ… จูเอี๋ยน!?
ในตอนแรกใครต่อใครก็คิดว่าเขาพูดผิด แต่เมื่อได้เห็นปลายหอกที่ชี้
ไปยังจูเอี๋ยนอย่างชัดเจน จึงทำให้พวกเขาแน่ใจว่าไม่ได้ฟังผิดอย่าง
แน่นอน!
ท้าทายด้วยการใช้หอกชี้! ช่างเป็นการท้าทายที่เด่นชัดอะไรเช่นนี้!
เขาคือผู้ที่อยู่อันดับที่ 32!
จูเอี๋ยน!
หลินหมิงไม่เคยหยุดสร้างความน่าอัศจรรย์ในสายตาของเหล่าศิษย์
ทุกคน!
“หลินหมิงนี่นะ… เขาจะเอาจริงงั้นรึ… บ้าไปแล้วหรือไง!” มู่หลงชี
พึมพำ
ไบชิงหยุนก็ยังประหลาดใจ เขาไปเอาความกล้าหาญนั่นมาจากไหน!
เขาคิดว่าจะเหนือกว่าจูเอี๋ยนได้ในอีก1เดือนจริงๆหรือ!?
เป็นที่รู้กันดีว่าอันดับที่สูงขึ้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นได้ยากขึ้นด้วย จากอันดับ
162ไป132ไม่ใช้เรื่องยาก แต่ อันดับที่62จะไปสู้กับอันดับที่32ในหนึ่ง
เดือน มันยากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้!
นางใช้เวลาตลอดทั้งปีเพื่อที่จะไต่อันดับจากอันดับที่65มาอันดับที่26
ความก้าวหน้านี้เหมือนว่าจะเป็นการพัฒนาการที่ดี แต่แท้ที่จริงแล้ว
มันคือขีดจำกัด!
“น่าสนใจจริงๆ ” ต้ากู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนหลินหมิงจะมี
ความแค้นกับจูเอี๋ยนสินะ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ทำเช่นนี้ ”
“อืม ระหว่างพวกเขาคงมีความขัดแย้งที่น่ากลัว ข้าสัมผัสได้ถึงจิต
สังหารของจูเอี๋ยนที่ปรากฎออกมาชั่ววูบเมื่อหลินหมิงชี้หอกไปที่เขา การ
ชี้หอกไปยังจูเอี๋ยนก็คือการยั่วยุดีดีนี่เอง”หลิงเซ็นกล่าว แม้ว่าในขณะนั้น
จูเอี๋ยนจะพยายามลบจิตสังหารไปในทันที แต่ประสบการณ์อันสูงส่งใน
สนามรบของหลิงเซ็นก็ยังสามารถสัมผัสถึงมันได้
“จูเอี๋ยนเป็นคนที่ไร้ความปรานี แม้ว่าเขาจะมาจากตระกูลชั้นสูง แต่
เขาก็ทุ่มเทในการฝึกฝนอย่างสุดหัวใจ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งมากและไม่
เพียงแค่นั้น เขายังมีความทะเยอทะยาน ในอนาคตเขาคงจะเข้าร่วมกับ
กองทัพของอาณาจักรอย่างแน่นอน ข้าสนใจเขาอยู่มากทีเดียว ข้าล่ะ
อยากเห็นการต่อสู้ของเขากับหลินหมิงเสียจริง! “ต้ากู่เลียริมฝีปากด้วย
ความตื่นเต้น
ผลการต่อสู้ในอีกหนึ่งเดือนนับจากนี้จะเป็นอย่างไร? ไม่มีใครเลยที่
จะกล้าคาดเดา!
หากเป็นแต่ก่อน ใครต่อใครต่างก็ต้องคิดว่าหลินหมิงเป็นคนโง่เง่า
ทว่าที่ผ่านมาเขาได้สร้างปาฏิหาริย์มาแล้วหลายครั้ง ไม่มีใครกล้าที่จะดู
ถูกการตัดสินใจของเขา
…
หะ? อะไรนะ? หลินหมิงท้าทายจูเอี๋ยน? และยังยั่วยุด้วยการชี้หอก
ไปทางหน้าของจูเอี๋ยนอีก!? เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะเป็นปฏิปักษ์กับจู
เอี๋ยน? ” ณ วังตะวันออกมีเพียงข่าวว่าหลินหมิงได้ท้าทายจูเอี๋ยน
“เขาเรียกชื่อของจูเอี๋ยนอย่างชัดเจนและยังใช้หอกชี้หน้าจูเอี๋ยนอีก
งั้นรึ มันออกจะเป็นการยั่วยุกันจนเกินไปหน่อย ระหว่างพวกเขาทั้งสอง
คนจะต้องมีความขัดแย้งอะไรกันอย่างแน่นอน” มู่อี้กล่าว
“ถ้าพวกเขามีความขัดแย้งกันจริงๆ แล้วโอกาสที่หลินหมิงจะอยู่ข้าง
เราจะเพิ่มสูงขึ้นเพียงไร จูเอี๋ยนเป็นญาติขององค์ชายสิบ จูเอี๋ยนจะต้อง
เข้าร่วมกับองค์ชายสิบอย่างแน่นอน ข้าไม่รู้ถึงความขัดแย้งของพวกเขา
ความขัดแย้งของพวกเขาอยู่เหนือข้อมูลที่พวกเรามี… ”
เรื่องระหว่างหลินหมิงและหลานอวิ๋นเยว่ นอกจากหลิงเสี่ยวตงก็
ไม่ได้มีคนอื่นที่จะรู้เรื่องเหล่านี้ แม้แต่หน่วยสืบราชการลับที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลพื้นหลังวงศ์ตระกูลก็ยังไม่รู้เรื่องเหล่านี้
…
เป้ง! ถ้วยน้ำชาในมือขององค์ชายเมฆมายา สิบถูกบดจนแตกเป็น
เสี่ยงๆ เขาได้รับยันต์สื่อสารรายงานเรื่องนี้เช่นเดียวกับองค์รัชทายาท
การชี้หอกท้าทายจูเอี๋ยนของหลินหมิงเช่นนี้ไม่ใช้สัญญาณ์ที่ดีต่อผู้
เป็นองค์ชายสิบผู้เป็นญาติของจูเอี๋ยนเอาเสียเลย
“จูเอี๋ยน เจ้านี่มันตัวปัญหาจริงๆ!”
องค์ชายสิบคิ้วขมวด เขากับจูเอี๋ยนเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดห่างๆ
จากมารดาของพวกเขา
สิ่งใดที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้เขาได้ เขาก็จะไขว้ขว้ามัน
เอาไว้ จูเอี๋ยนเป็นคนที่มีความสามารถและองค์ชายสิบก็ต้องการจะมีจู
เอี๋ยนอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ถึงแม้จูเอี๋ยนจะไม่ได้เป็นคนที่เชื่อถือและ
ไว้ใจได้อย่างสุดหัวใจ เพราะเขามีความทะเยอทะยานเกินไป
“นี่คือคำสั่ง ข้าต้องการพบจูเอี๋ยนในคืนนี้!” องค์ชายสิบต้องการที่จะ
สอบถามเกี่ยวกับความบาดหมางระหว่างจูเอี๋ยนและหลินหมิง เพื่อที่จะ
เปลี่ยนสถานะของหลินหมิงจากศัตรูให้เป็นมิตรของพวกเขา