Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 918 กำจัดเหล่ารุ่นเยาว์
หลินหมิงได้เข้าสู่ความโกรธอย่างรุนแรง คนของตระกูลหลินถูกจับ
เป็นตัวประกัน ทำให้เสื่อมเสียทั้งผู้หญิงและเด็ก และพวกเขาก็ยังหั่นนิ้ว
หลานอวิ๋นเยว่และรุ่นเยาว์ของตระกูลหลินด้วย
ทั้งหมดที่พวกเขาสมควรได้รับไม่มีอะไรนอกจากความตาย!
ขณะที่ซือถูเหยาซีเห็นจิตสังหารที่หนาแน่นของหลินหมิงท้วมท้นไป
ทั่วโลก ความสะพรึงกลัวก็เพิ่มขึ้นภายในใจของนางอย่างมาก เหยียงอวิ๋น
ได้ให้ภารกิจในการจับกุมหรือฆ่าหลินหมิงให้กับนางและซือถูปั๋วหนาน
หลังจากที่นางได้เห็นว่ารูปแบบค่ายกลและวิธีการที่ยอดเยี่ยมของเหยี
ยงอวิ๋นแล้ว นางจึงคิดว่าหลินหมิงจะถึงวาระสุดท้ายทันทีที่เขาก้าวเข้ามา
ที่นี่ เพื่อที่จะสืบทอดโชคชะตาของหลินหมิงหลังจากที่ฆ่าเขา นางจึงได้
รวบรวมบรรดารุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์มากของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
มามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่พวกเขาจะสามารถได้รับประโยชน์
ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่เพิ่งรีบวิ่งมาที่นี่ก็คือรุ่นเยาว์ของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ทุกคนมีความสัมพันธ์กับอนาคตของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
อาชูร่า
เมื่อซือถูเหยาซีเห็นพวกเขาเดินมาติดกับดักของเทพเจ้าแห่งความ
ตายนี้ นางจึงเริ่มตื่นตระหนก นางอยากจะเตือนคนเหล่านี้ให้หนีไป แต่
เมื่อทำเช่นนั้นนางคิดไปถึงผู้อาวุโสซุน เพราะผู้อาวุโสซุนไม่ได้เป็นส่วน
หนึ่งของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า นางไม่ต้องการให้เขารอดออกไปจาก
ที่นี่ ถ้าชีวิตของสหายผู้นี้ซื้อเวลาให้กับพวกเขาได้ บางทีพวกนางก็อาจจะ
ได้รับการช่วยชีวิต
เมื่อซือถูเหยาซีคิดได้เช่นนี้ นางกำลังจะใช้การส่งกระแสเสียงปราณ
แท้เพื่อสั่งให้รุ่นเยาว์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าให้หลบหนีไปอย่าง
รวดเร็ว แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
การควบคามค่ายกลตรึงนภาปีศาจโลหิตของหลินหมิงไกลเกินกว่า
จินตนาการของซือถูเหยาซี เพียงพริบตา ค่ายกลตรึงนภาปีศาจโลหิตก็ได้
ขยายออกไปอีกหลายร้อยฟุต มันครอบคลุมทุกคนไว้ภายในได้อย่าง
รวดเร็ว
หลินหมิงเอื้อมมือออกไปและคว้าตัวหลานอวิ๋นเยว่เข้าไปไว้ในแหวน
ม่วงพยัคฆ์ จากนั้นเขาก็มองไปยังทุกคนที่เหลือ ลั่นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วย
จิตสังหารอันหนาแน่น
“พวกเจ้าทุกคนได้ก้าวขึ้นมาบนเส้นทางแห่งความตายเรียบร้อย
แล้ว!”
“หลินหลานเจี้ยน, เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร!? เจ้าคิดว่าเพียงการบ่มเพาะ
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 4 จะทำให้เจ้าสามารถทำตามที่ต้องการได้ทุก
อย่างเช่นนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตนเองสามารถเรียกเมฆและฝนได้หาก
ต้องการ!?” ผู้อาวุโสซุนตกใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะรีบขมขู่ ในฐานะที่เป็นเหยื่อ
ล่อหลินหมิงที่นี่ เหยียงอวิ๋นจึงได้ให้บางอย่างเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้
“สิงโตสวรรค์คำรน ออกมา!” ในพริบตา, ผู้อาวุโสซุนหยิบกระเป๋า
หนังออกมาจากแขนเสื้อของเขาและโยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้า นี่เป็นถุง
สัตว์อสูร มันเป็นเครื่องมือวิเศษคล้ายกับหม้อวิญญาณ แต่ในขณะที่หม้อ
วิญญาณสามารถเก็บได้เพียงพืช แต่ถุงนี้สามารถบรรจุสัตว์อสูรได้
สัตว์อสูรที่ถูกอัญเชิญขึ้นมามีสีแดงเข้มและดูเหมือนสิงโตทั่วไป
ยกเว้นว่ามันเป็นสิงโตที่ใหญ่กว่าปกติหลายเท่า
ในขณะที่สิงโตสวรรค์คำรนสีแดงเข้มปรากฏตัวขึ้น พื้นที่เกือบ
ครึ่งหนึ่งของห้องโถงด้านหน้าจึงถูกมันครอบครองในทันที ซือถูเหยาซี
รู้สึกดีใจเมื่อเห็นสัตว์อสูรตัวนี้ “สิงโตสวรรค์คำรน! ฮ่าๆ, ผู้อาวุโสซุนได้รับ
สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มาด้วย! ข้าจะเข้าร่วมกับท่านและทำลายเจ้าสารเลวนี่
ซะ!”
สิงโตสวรรค์คำรนนั้นเทียบเท่าขั้นเทพสมุทรช่วงกลางสูงสุด
นอกจากนี้ ร่างกายของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ก็ทนทานมาก ความยิ่งใหญ่ของ
การต่อสู้ที่แท้จริงของสิงโตสวรรค์คำรนไม่ได้ด้อยกว่าซือถูฮ่าวเทียนเลย มี
ทั้งสิงโตสวรรค์คำรนและสองผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร แม้ว่าพวกเขาจะไม่
สามารถเอาชนะหลินหมิงได้ แต่ก็ยังสามารถบังคับให้เสมอได้ ถ้าพวกเขา
สามารถทำเช่นนั้นได้ พวกเขาก็จะสามารถถ่วงเวลาไว้รอจนเหยียงอวิ๋นมา
และเมื่อถึงเวลานั้น ช่วงเวลาแห่งความตายของหลินหมิงก็จะมาถึง!
ในที่สุดซือถูเหยาซีก็เห็นความหวังเล็กน้อยของการมีชีวิตรอดผ่านภัย
พิบัตินี้ไป ตราบเท่าที่พวกเขาทั้งหมดสามารถยืนหยัดได้จนกว่าเหยี
ยงอวิ๋นจะมาถึงแล้ว พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายชนะ!
“โฮก!!”
สิงโตสวรรค์คำรนคำรามออกมา เปลวเพลิงสีแดงและควันก็พุ่งขึ้น
อย่างฉับพลันทั่วร่าง ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวทะลักออกไปภายนอก ทำให้
ทุกคนที่อยู่ใกล้ต้องถอยออกไปอย่างรวดเร็ว นี่คือแรงกดดันที่เกิดจาก
สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง
“ทลายฟ้าสวรรค์!” ด้วยคำสั่งเสียงดังจากผู้อาวุโสซุน สิงโตสวรรค์
คำรนก็ได้ตะปบกรงเล็บขนาดใหญ่ไปยังหัวของหลินหมิง!
สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่น่าสะพรึงกลัว และพวก
มันไม่จำเป็นต้องบ่มเพาะก็สามารถใช้พลังงานได้เลย พวกมันเทียบเท่ากับ
นักสู้ที่มีการบ่มเพาะคู่ กรงเล็บนี้แข็งแกร่งพอที่จะเขย่าท้องฟ้าและ
แผ่นดินได้ แม้แต่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังจะถูกตัดขาดจากการโจมตีครั้งนี้!
“สิงโตสวรรค์คำรน? หึ ตำนานกล่าวว่าสิงโตสวรรค์คำรนเป็นลูกของ
มังกรที่แท้จริง แต่สัตว์อสูรนี้ที่ขาดแคลนสายเลือดกลับกล้าที่จะเรียก
ตัวเองว่าสิงโตสวรรค์คำรน ตายไปซะ”
หลินหมิงเย้ยหยัน 8 ประตูเร้นลับภายในและปราณเทพทรราชคลั่ง
ปะทุขึ้น เขาคว้าง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติและฟาดออกไป บนง้าวนี้พลังของ
เพลิงและสายฟ้าบิดเข้าด้วยกัน และแม้แต่จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรก
กำเนิดก็ยังหลอมรวมเข้าไปด้วย!
เมื่อจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดปรากฏ มิติอนุภาคแรก
กำเนิดโดยรอบของหลินหมิงก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่สิงโตสวรรค์คำรน
พุ่งเข้ามา ครึ่งหนึ่งของพลังงานจากกรงเล็บของมันก็ได้สลายไปแล้ว และ
ในเวลานี้ ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติของหลินหมิงฟาดออกไปไปยังมัน!
เคล้งงง!
ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติและกรงเล็บของสิงโตสวรรค์คำรนปะทะกัน
แม้ว่าสิงโตสวรรค์คำรนจะมีร่างเป็นเนื้อ แต่กรงเล็บของมันมีความคมยิ่ง
กว่าสมบัติระดับสวรรค์ เมื่อกรงเล็บของมันปะทะกับง้าวโลหิตแห่งภัย
พิบัติ มันก็เกิดเป็นเสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ คมขอบง้าวก็สาดประกายด้วยแสงสีเงินเทา
จิตสังหารได้เพิ่มขึ้นในง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ พลังและความคมของมันจึง
เพิ่มขึ้นในทันที!
นี่คือความรุ่งโรจน์ของจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิด
ปัง!
กรงเล็บของสิงโตสวรรค์คำรนถูกบดขยี้แตกเป็นเสี่ยงๆโดยง้าวโลหิต
แห่งภัยพิบัติ ฝนโลหิตตกลงไปทั่วพื้นดิน!
“โฮกกกกก!”
สิงโตสวรรค์คำรนกู่ร้องด้วยความเจ็บปวด ความแข็งแกร่งของมันก็
เทียบเท่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงกลางเท่านั้น แล้วมันจะสามารถเป็น
คู่มือของหลินหมิงได้อย่างไร?
ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติกวาดขึ้นและฟาดเข้าที่ร่างสิงโตสวรรค์คำรน
มันกระเด็นออกไปพร้อมกับร้องโหยหวน
“อะไรกัน!?” ดวงตาของซือถูเหยาซีและดวงตาของผู้อาวุโสซุนเบิก
กว้างขึ้นด้วยความหวาดกลัว แม้พวกเขาจะไม่คิดว่าสิงโตสวรรค์คำรนจะ
สามารถเอาชนะหลินหมิงได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดเลยอย่างแน่นอนว่า
สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงกลางจะถูกส่ง
กระเด็นกลับไปอย่างง่ายดายเช่นนี้! พลังอันใดกันที่หลินหมิงใช้ในการทำ
เช่นนี้? พลังของเขาอยู่ใกล้เคียงกับตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์แล้วหรือ?
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการบ่มเพาะของเขาได้เพิ่มขึ้นถึงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 4 เท่านั้น แต่กลับได้รับพลังที่ใกล้เคียงตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์
แล้ว!?!?”
ผู้อาวุโสซุนหวาดกลัวไปครู่หนึ่ง แต่ในเวลานี้ หลินหมิงก็ได้พุ่งเข้ามา
หาเขาแล้ว!
“ชีวิตเจ้าเป็นของข้า!”
ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติพุ่งออกไปเหมือนมังกรโลหิต เผชิญหน้ากับง้าว
นี้ ผู้อาวุโสซุนก็รู้สึกราวกับปราณแท้ทั่วร่างถูกยับยั้งไว้ภายในร่างกาย ทำ
ให้เขาไม่สามารถขยับได้เลย เขาไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ได้!
“ม่ายยย!”
ที่ขอบเหวแห่งความตาย ผู้อาวุโสซุนปะทุพลังขึ้นด้วยศักยภาพ
ทั้งหมดของเขา เขาดึงกระบี่ยาว 3 ฟุตจากแหวนมิติและพ่นปราณโลหิต
ลงไป จนในที่สุดเขาก็สามารถจัดการกับการยับยั้งของกฎและพลังงาน
ภายในมิติอนุภาคแรกกำเนิด ทำให้เขาสามารถโคจรพลังงานในตันเถียน
ได้
กระบี่กลายเป็นสีแดงโลหิต สายลมแรงที่รุนแรงพัดผ่านอากาศ,
ปราณแท้กู่ร้อง – สังหารเทพ!
ด้วยเสียงคำรามดัง ผู้อาวุโสซุนฟันกระบี่ไปยังหลินหมิง ด้วยปราณ
โลหิตของเขาร่วมกับสังหารเทพ การโจมตีนี้มีทั้งการโจมตีทางวัตถุรวมถึง
ความสามารถในการทำลายล้างจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ด้วย!
นี่คือทักษะสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของผู้อาวุโสซุน มันทำให้ต้องใช้
ปราณโลหิตไปจำนวนมากเช่นเดียวกับอายุขัยอีกหลายร้อยปี ยิ่งไปกว่า
นั้น ถึงแม้ว่าเขาจะฆ่าคู่ต่อสู้ของเขาได้ แต่เขาก็ยังต้องทนทุกข์ทรมานและ
ยังเป็นอันตรายต่อการบ่มเพาะของเขาเป็นเวลานานด้วย แต่ตอนนี้ มันไม่
มีทางเลือกอีกแล้ว เขาต้องใช้การโจมตีนี้ออกไป มิเช่นนั้นเขาจะต้องตาย
ลงที่นี่!
“จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิด!”
หลินหมิงแทบจะไม่สนใจการโจมตีนี้ ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติกู่ร้อง,
การโจมตีเดียวที่จะทำลายทักษะทั้งหมดกวาดออกไป!
ปังงงง!
จิตวิญญาณต่อสู้ที่หนักอึ้งปะทุขึ้น ด้วยเสียง ‘เพล้งง’, กระบี่สมบัติ
ระดับสวรรค์ชั้นกลางก็ได้ถูกทำลายโดยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของ
หลินหมิง!
หลังจากที่ง้าวทำลายกระบี่ไปแล้ว มันก็เปลี่ยนทิศทางไปเล็กน้อย
และความแข็งแกร่งของมันก็ยังเหลือ 40-50% ปะทะเข้าที่ร่างฝั่งขวาของ
ผู้อาวุโสซุน
เป็นเวลาชั่วครู่ มันเหมือนกับค้อนขนาดใหญ่ทุบลงบนแตงโม ร่างฝั่ง
ขวาของผู้อาวุโสซุนกระจายออกเป็นเศษเนื้อ เนื้อ โลหิต อวัยวะและ
กระดูกปนกันไปหมด!
“อ๊ากกกกก!”
ผู้อาวุโสซุนกรีดร้องอย่างน่าสยดสยอง เมื่อร่างของเขาถูกส่งกระเด็น
ออกไป การโจมตีของหลินหมิงทำให้เขาเหลือเพียงครึ่งชีวิต ถ้าเป็นเพียง
แขนหรือขาถูกฉีกขาดแล้ว เขาก็ยังคงสามารถฟื้นฟูมันได้ด้วยวัสดุสวรรค์
แต่ด้วยครึ่งร่างฝั่งขวาที่ถูกบด และแม้กระทั่งปอดด้านขวาก็ยังหายไป มัน
จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีโอสถใดทำให้มันงอกใหม่ได้
ผู้อาวุโสซุนล้มลงกระแทกพื้นด้วยเสียงกระหึ่ม เขามีสภาพเหมือน
สุนัขที่นอนตายบนพื้นและมีโลหิตไหลออกมาจากริมฝีปาก
“หนี! หนีเร็วเข้า!”
รุ่นเยาว์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าทุกคนแตกตื่นจนถึงจุดที่บน
ใบหน้าไม่เหลือร่องรอยของเลือดฝาด ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่ได้เผา
ผลาญปราณโลหิตของตัวเอง และเสี่ยงชีวิตในการโจมตีเต็มที่ แต่กับถูก
หลินหมิงบดขยี้ราวกับว่าเขาเป็นเพียงแมลง!
เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวนี้ ผู้ใดจะกล้าไปสู้กับเขา!?
แต่ค่ายกลตรึงนภาปีศาจโลหิตนี้ได้ปิดกั้นพื้นที่ไว้ทั้งหมด แม้ว่าพวก
เขาต้องการที่จะหลบหนี แต่พวกเขาจะหนีไปได้อย่างไร?
ร่างของหลินหมิงเลือนหายไปทันที หลังจากที่แสดงความเร็วสุดขีด
ของเขาแล้ว คนเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถมองเห็นเงาที่จางหายไปได้ด้วยซ้ำ
ในพริบตา หลินหมิงก็ได้ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ดูอายุ
ราวๆ 20 ปี
ปัง!
หมัดของเขาชกออกไป
เคล็ดวิชากายา หมัดสลายกระดูก!
ชายหนุ่มสั่นสะท้านและโลหิตไหลออกมาจากทั่วร่าง ร่างกายของ
เขาทรุดลงกับพื้นเหมือนกองซากเนื้อ เขาตายคาที่ในทันที!
“หลินหมิง เจ้าสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า!” เส้นผมของซือถูเหยาซีสยายขึ้น
ราวกับปีศาจ นางโกรธมากจนดวงตาแทบจะถลนออกจากเบ้า แต่ตอนนี้
นางไร้พลัง นางจะไปทำร้ายหลินหมิงได้อย่างไร?
“เจ้า? หลังจากที่ข้าจัดการทุกคนที่นี่เสร็จสิ้นแล้ว มันก็จะถึงคราว
ของเจ้า จากนั้น ข้าจะไปกวาดล้างอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าซะ!”
น้ำเสียงของหลินหมิงนั้นหนาวเย็นไปถึงกระดูก การกระทำของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ข้ามเส้นขีดจำกัดความอดทนของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อย่างน้อยที่สุดที่เขาต้องทำก็คือ ฆ่าทุกคนในกลุ่มรุ่นเยาว์ที่นี่
เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดหวังที่จะได้รับประโยชน์จากการตายของ
เขาและกล้าที่จะมายังที่นี่แล้ว หลินหมิงจะไม่ยอมให้คนเหล่านี้มีชีวิตอยู่
ต่อไปอย่างแน่นอน
“หลังจากที่ข้าตาย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแม้กระทั่งข้าจะกลายเป็นผี
แล้วก็ตาม!” ซือถูเหยาซีตะโกนออกมาด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด
“หึ เจ้าต้องการจะกลายเป็นผี?เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่
สามารถดูดวิญญาณและกลั่นมันได้เช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงเค้นเสียงเย็น
ชา ผีในที่นี้คือวิญญาณ ถ้าเขาดึงวิญญาณของนางออกมา แม้กระทั่งการ
ลบเครื่องหมายวิญญาณแล้ว นางจะยังกลายเป็นผีอยู่ได้อย่างไร?
ซือถูเหยาซีได้ขู่ว่าจะดูดวิญญาณของผู้อื่นและกลั่นมัน แต่วันนี้ได้
มาถึงคราวของนางบ้าง!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของนางจึงเปลี่ยนเป็นสลดลงความหวาดกลัว
ทั้งร่างของนางสั่นสะท้าน!