Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 94 เจตจำนงนักสู้
เป็นแรกกระตุ้นที่ดีที่ตรพกูลหลินได้รับแรงกดดันจากตระกูลจู้ การที่
หลินหมิงได้ชี้หอกท้าทายจูเอี๋ยนคือสิ่งที่สมควรทำแล้ว เพื่อเป็นการทวง
ความยุติธรรมให้กับตระกูลหลิน
และเมื่อหัวหน้าตระกูลหลินได้ยินข่าวของหลินหมิง เขาก็ตัดสินใจที่
จะสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ในอีกหนึ่งเดือนต่อจากนี้
จงใช้ทรัพยากรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีเพื่อสนับสนุนหลินหมิง เราจะต้อง
ทำให้เขามีโอกาสที่จะเอาชนะจูเอี๋ยนเพิ่มขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่พวกเราจะ
ช่วยได้ ”
“นี่คือ… ” หลินหมิงมองไปที่ขวดดินเผาและกล่องหยกเล็กๆในมือ
ของหลินหวู่
“หัวหน้าตระกูลหลินใช้ยันสื่อสารเพื่อติดต่อไปยังตระกูลสาขา เขา
ต้องการสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสที่จะเอาชนะจูเอี๋ยน
ให้ได้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ”
หลินหมิงรับขวดดินเผาและกล่องหยกมา เขาเปิดขวดดินเผา มันมี
ยาโอสถที่ส่งกลิ่นหอมจางๆดูละเอียดอ่อนและอ่อนโยน ไม่ว่าใครได้เห็นก็
ต้องสัมผัสได้ในทันที่ว่ามันล้ำค่าเพียงใด
“ยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูง?”
มันถูกปรุงขึ้นมาจากวัตถุดิบต่างๆที่มีอายุไม่น้อยกว่า 300 ปี แทบจะ
เป็นไปไม่ได้ที่จะหาซื้อมัน!
ยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูงอาจไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งของนักสู้
โดยตรง แต่มันจะเพิ่มความสามารถในการดูดซับพลังปราณและเพิ่ม
ความเร็วในการฝึกฝน ยาประเภทนี้จะค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งให้อย่าง
ช้าๆโดยไม่ส่งผลข้างเคียงใดใด
มูลค่าของยาทั้งสิบเม็นในขวดนี้อาจมากกว่า20000เหรียญทองเสีย
อีก พูดได้อย่างเต็มปากว่าตระกูลหลินทุ่มเทในตัวหลินหมิงอย่างสุดหัวใจ
จริงๆ พวกเขาไม่คิดที่จะเสียดายทรักยากรของเขาอีกแล้ว
หลินหมิงมองที่ไปที่หลินหวู่ก่อนจะเปิดหล่องหยก ภายในนั้นปรากฏ
ศิลาที่ดูโปร่งใสดุจน้ำแข็ง มันคือหินพลังปราญขั้นที่2!
และในกล่องหยกใบนั้นยังมี หินเหล่านั้นถึง30ก้อน!
หินพลังปราญขั้นที่2 จำนวน30ก้อน มูลค่าของมันไม่ใช้น้อยเลย!
เมื่อได้เห็นขวดยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูงและกล่องหินพลัง
ประญขั่นที่สอง หลินหมิงเข้าใจเขาได้รับการยอมรับจากตระกูลหลักไป
โดยปริยาย ซึ่งก็หมายความว่าเขาจะกลายเป็นทายาทของตระกูลหลัก
หลินหวู่มองดูหลินหมินและกล่าวอย่างลำบากใจ “ศิษย์น้อง ข้ารู้ดีว่า
มันอาจจะสายไปที่มาสนับสนุนเจ้าเอาตอนนี้ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ให้การ
สนับสนุนเจ้าตั้งแต่แรก มันอาจจะดูไม่ยุติธรรมสำหรับเจ้า แต่ทรัพยากร
ของตระกูลเราก็มีจำกัด… มีเด็กรุ้นใหม่มากเกินไปในตระกูลของเรา ถ้า
ทุกคนได้รับทรัพยากรเท่าเทียมกัน อาจจะไม่มีใครแข็งแกร่งพอที่จะ
ปกป้องให้ตระกูลของเราอยู่มาจนถึงในทุกวันนี้ก็ได้ ”
หลินหมิงเข้าใจในสิ่งที่หลินหวู่พูด ครอบครัวของเขาก็เป็นเพียง
ตระกูลสาขาเล็กๆ มิใช่ทายาทหลัก ตระกูลหลักจะปฏิบัติกับคนตระกูล
สาขาเหมือนลูกจ้าง โดยการให้มาดูแลธุรกิจของพวกเขา
ถึงแม้จะถูกสอนว่า เพียงแค่ตระกูลหลักยอมให้เราใช้ชื่อตระกูล
‘หลิน’ อยู่ก็ถือเป็นบุญคุณแล้ว แต่ในความเป็นจริงเขากลับไม่ได้รู้สึก
เช่นนั้น แต่ทั้งนี้พ่อแม่ของเขาก็มีความฝันที่จะกลับไปเป็นคนตระกูลหลัก
สำหรับพ่อแม่ของเขาแล้ว ชื่อเสียงก็จะมาจากลูก หลินหมิงคือ
อัจฉริยะที่หาได้ยาก เขามีคุณสมบัติมาพอที่จะนำพาชื่อเสียงและ
เกียรติยศกลับมาให้ครอบครัวของเขา
หลินหมิงได้รับการยอมรับพร้อมกับยาผสานวิญญาณและหิน
พลังปราญ เขากล่าวกับหลินหวู่ “ฝากขอบใจท่านหัวหน้าตระกูลแทนข้า
ด้วย ”
“ศิษย์น้องถ่อมตนมากไปแล้ว พวกเขาขอให้เจ้ามีชัย” เมื่อเห็นหลินห
มิงยอมรับของขวัญหลินหวู่ก็ผ่อนคลายและปล่อยลมหายใจออกมาอย่าง
โล่งอก
อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงสิ้นปี ศิษย์ในสำนักเจ็ดแก่นแท้จะได้กลับไปฉลอง
ปีใหม่ที่บ้านของพวกเขา หลินหมิงเองก็ตัดสินใจที่จะให้โอกาสกลับไป
เยี่ยมพ่อแม่ พวกเขาสมควรที่จะเกษียณอายุออกมาพักผ่อนให้สบายใจได้
แล้ว
หลินหมิงอำลาหลินหวู่และมุ่งหน้าเข้าสู่น้ำตกเยือกแข็งอีกครั้ง
“ไงหนุ่มน้อยหลิน” ผู้ดูแลน้ำตกเยือกแข็งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร ”
การไปเจ้าไปถึงอันดับที่ 62 ได้ด้วยอายุเท่านี้จะต้องถูกบันถึงใน
ประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน! ”
หลินหมิงยิ้มรับคำชมและก็ไม่ได้ตอบอะไร สองสามวันมานี้เขาได้
รับคำชมมากเกินไปจนชินเสียแล้ว
“เจ้าต้องการไปยังระดับที่ยากขึ้นอีกหรือไม่?”
“แน่นอน ส่งข้าไประดับเก้า!”
ระดับความยากลำบากที่สูงที่สุดคือระดับที่สิบสอง ในตอนนี้ก็มีศิษย์
เพียงคนเดียวที่สามารถเข้าไปฝึกฝนในนั้นได้ เขาก็คือหลิงเซ็น
ด้วยระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนหลินหมิงได้ยกระดับในการฝึกที่
น้ำตกเยือกแข็งจากระดับเจ็ดไปสู่ระดับเก้า นี่ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ
อย่างยิ่ง แต่หากได้รู้ถึงอันดับของเขามันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
“ตกลง” ผู้ดูแลกล่าว และทำตามคำขอของหลินหมิง
หลินหมิงกลืนยาเม็ดผสานวิญญาณที่จะช่วยเร่งการฝึกฝนเข้าไป
ก่อนจะยกหอกทะรวงสายรุ้งออกมา และกระโจนลงไปในมิติน้ำตกเยือก
แข็ง
ทันทีที่เขาเข้ามาในมิติน้ำตกเยือกแข็ง ความหนาวสุดขั่วหัวใจราว
กลับเข็มเล็กๆที่ทิ่มแทงกระดูกก็ปรากฏขึ้นตามร่างกาย ระดับเก้านี้ยาก
ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
ทรัพยากรจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ ทั้งยาเม็ดผสานวิญญาณและหิน
ลมปราณไม่ใช้สิ่งที่สำคัญเท่าไรนัก ช่วงเวลาที่ได้ฝึกฝนในสถานที่เหล่านี้
ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญจริงๆ แต่ละวินาทีที่ได้ฝึกฝนในที่แห่งนี้มีค่ายิ่งนัก!
เขามีเวลาเพียงสองชั่วโมงในแต่ละวัน หลินหมิงยืนอยู่บนก้อนหิน
ก้อนใหญ่ใต้น้ำตก เขายังจับหอกทะลวงยาวรุ้งเอาไว้อย่างมั่นคงแม้จะอยู่
ในน้ำตกเยือกแข็งที่มีความยากระดับเก้า
แต่ภายใต้สภาวะที่ยากลำบากนี้มันก็ไม่ใช้เรื่องง่ายๆเลยที่จะยืนถือ
หอกขนาด820จินเอาไว้ใต้น้ำตกเช่นนี้!
หลินหมิงจำเป็นต้องดูดซับพลังปราญจากหินพลังปราญเพื่อ
สนับสนุนการฝึกฝนในสภาวะนี้ของเขา
“ว้าว? ความเร็วในการดูดซับพลังปราญจากหินพลังปราญเพิ่มขึ้นอีก
50%!” หลินหมิงถึงกับต้องสะดุ้ง แต่เขาก็เข้าใจทันทีว่านี่เป็นผลจากยา
เม็ดผสานวิญญาณ
ผลของยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูงที่เขากินเข้าไปช่างน่าตื่นตาตื่น
ใจและให้ประโยชน์ที่น่าเหลือเชื่อ!
การได้ใช้หินลมปราณขั้นที่สองและยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูง
เช่นนี้ ไม่รวยจริงๆก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ ลำพังตัวเขาคนเดียวคงไม่
สามารถที่จะหาทรัพยากรที่ล้ำค่าเช่นนี้มาได้!
เดิมทีเขาคิดว่าเขาจะกลั้นลมหายใจในสภาวะนี้ได้ซักครึ่งชั่วโมง แต่
ในตอนนี้เขาสามารถทำได้นานว่านั้นอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยการสนับสนุน
จากทรัพยากรทั้งสอง
แม้ว่าหลินหมิงจะรู้สึกถึงความเจ็มปวดแต่เขาก็ยังคงทนยืนฝึกฝน
เช่นนั้นต่อไป
มีข้อดีของการฝึกฝนในลักษณะนี้อยู่มากมาย ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่ม
ทักษะในการใช้หอกของเขา มันยังช่วยให้เขาสามารถที่จะควบคุมการ
ผสานกันของพลังปราญหน่วยเล็กๆได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย!
ร่างกายของเขาสามารถดูดซับพลังปราญได้อย่างอิสระและต่อเนื้อง
เพื่อต่อกรกับความหนาวเย็นที่จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรง เมื่อเหล่านักสู้ได้
ฝึกฝนการต่อสู้ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มาถึงจุดตีบตัน แต่ตราบใดที่ร่างกาย
ของพวกเขาเป็นอิสระในการดูดซับพลังปราญ เรื่องจุดตีบตันในการฝึกฝน
ก็จะไม่เกิดขึ้น
หลินหมิงหายใจออกมา นี่ก็เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว!
เพราะความหนาวเย็นที่สามารถสังหารผู้คนได้เช่นนี้ เหล่านักสู้ที่จะ
มาฝึกในที่แห่งนี้จะต้องให้พลังปราญเพื่อปกป้องร่างกายและอวัยวะ
ภายในของพวกเขา รวมถึงรักษาระบบเลือกให้ไหลเวียนได้ตามปกติ
ด้วยการยืนต่อสู้กับความหนาวเย็นที่ทิ่มแทงเข้ามาเป็นเวลานาน ทำ
ให้รู้สึกเหมือนว่าสติของเขากำลังหลุดลอยออกไปอย่างช้าๆ เสียงน้ำตกที่
ตกลงมากระทบผิวน้ำเริ่มเลือนหายไปจากหูของเขา เขารู้สึกได้ว่าเขา
กำลังอยู่ในพื้อฃนที่ที่เงียบสงบ และรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจได้อย่าง
ชัดเจนมันช้าราวกับว่ากำลังถูกแช่แข็ง
ในขณะที่หลินหมิงรู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขากำลังจะหลุดออกจาก
ร่าง แม้เขาไม่มีสิตพอที่จะสามารถควบคุมการไหลเวียนของพลังปราญได้
แต่มันก็ยังโคจรไปตามสัญชาตญาณของมัน ซึ่งการโคจรพลังปราญด้วย
สัญชาตญาณในครั้งนี้ สมบูรณ์กว่าที่หลินหมิงทำได้เสียอีก!
สภาวะเช่นนี้เป็นรูปแบบพื้นฐานของการเข้าสู่ ‘เจตจำนงนักสู้’