Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 95 ผลของจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
หลินหมิงไม่เคยรู้มาก่อน นี้คือรูปแบบพื้นฐานของการเข้าสู้สภาวะ
‘เจตจำนงนักสู้’ อย่างนั้นหรือ?!
จากครั้งก่อนที่เข้าบังเอิญได้เข้าสู้สภาวะนี้ทำให้เขาสามารถฝึกฝนขั้น
แรกของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นหนลิงหมิงก็ไม่มี
โอกาศได้เข้าสู้สภาวะนี้อีก ในครั้งนี้มันอาจจะเป็นเพราะการสนันสนุนข
องยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูงกับหินลมปราณขั้นที่2และสถานที่ฝึกฝน
ที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้ จึงทำให้เขาได้มีโอกาสเข้าสู้สภาวะแบบนี้อีกครั้ง
แม้ว่าเจตจำนงนักสู้ของหลินหมิงจะไม่ได้สมบูรณ์แบบและมันก็ไม่ได้
ไปถึงขั้น ‘เห็นแจ้งไร้จิต’ ตามที่ตำนานได้กล่าวเอาไว้ แต่มันก็ยังให้
ประโยชน์กับเขาไม่น้อย ภายใต้สภาวะนี้การฝึกฝนของเขาจะก้าวหน้าไป
อย่างรวดเร็ว
จิตใจของหลินหมิงนั้นเข้มแข็งและมุ่งมั่นมากกว่านักสู้ทั่วๆไปอย่าง
ไม่น่าเชื่อ หากเขายักมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าใน
อนาคตเขาจะสามารถเข้าออกสภาวะเช่นนี้ได้ดังใจปรารถนา…
หลินหมิงอยู่ในสภาวะเช่นนี้ในน้ำตกเยือกแข็งจนครบกำหนดเวลา
สองชั่วโมง นี่เป็นเวลาที่เขาจะต้องกลับมาสู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา!
เสวี่ยตง เห็นว่าหลินหมิงไม่ได้ออกมาตามเวลาที่กำหนด เขาจึงต้อง
เขาไปตามหลินหมิงตามหน้าที่ เมื่อเขาเข้ามาแล้ว เขาก็พบกับหลินหมิงที่
กำลังนั่งอยู่อย่างสงบ ใต้น้ำตกที่โหมกระหน่ำ ลมหายใจของเขาแทบจะ
หมดสิ้นเหมือนคนที่ตยไปแล้ว
ทันทีที่เสวี่ยตงเห็นหลินหมิง ด้วยประสบการที่ฝึกฝนในสำนักเจ็ด
แก่นแท้มาอย่างยาวนาน เขารู้ว่าหลินหมิงจะต้องก้าวไปอยู่ในขั้นที่สูงมาก
อย่างแน่นอน และการพัฒนาการของเขาก็จะก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว!
” มีบางอย่างผิดปกติ… ทำไมลมหายใจของเขาแผ่วเบาเช่นนี้… ” ด้วย
สายตาที่คบกริบของจื่อตง สามารถสังเกตุได้ถึงพลังปราญที่เล็ดลอด
ออกมาจากร่างกายของหลินหมิง หากปราศจากมันแล้วล่ะก็ คงจะ
หมายความว่าหลินหมิงเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณที่แข็งตายไปแล้ว”
“นี่มัน… เจตจำนงนักสู้?” เสวี่ยตงจำบันทึกเกี่ยวกับเจตจำนงนักสู้ได้
หากใครสามารถเข้าสู้สภาวะเช่นนี้ได้ การฝึกฝนของพวกเขาจะก้าวหน้า
อย่างน่าเหลือเชื่อในวันนั้น!
หลิงเซ็นเองก็เข้าใจถึงหลักการของเจตจำนงนักสู้ เขาเป็นพวกที่มีจิต
วิญญาณเข้มแข็งกว่าคนปกติ
สิ่งที่เสวี่ยตงเห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาไม่แปลกใจเกี่ยวกับพัฒนาการ
ที่ก้าวกระโดดของหลินหมิงเลย หลินหมิงมีความมุ่งมั้นที่จะต่อสู้ เป็นที่รู้
กันดีว่าผู้ที่จะเข้าสู้สภาวะ’เจตจำนงนักสู้’ จะต้องมีจิตวิญญาณและหัวใจ
ที่เข้มแข็ง แต่ก็ใช้ว่าผู้ที่มีจิตวิญญาณและหัวใจที่เข้มแข็งทุกคนจะ
สามารถเข้าสู้สภาวะนี้ได้
“จะพูดง่ายๆก็คือ นอกจากจะต้องมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งแล้วยังต้อง
มีโชคอีกด้วยถึงจะมีโอกาสเช่นนี้! ”
ขณะนี้เหล่าศิษย์คนอื่นได้เดินทางมาถึงด้านหน้าของอาคมมิติน้ำตก
เยือกแข็งแล้ว “ท่านผู้อาวุโส ช่วยเปิดมิติอาคมน้ำตกเยือกแข็งให้พวกเรา
เข้าไปด้วย ข้าต้องการฝึกฝนในระดับควายากที่ระดับเจ็ด พัฒนาการของ
ข้าเป็นไปตามที่คาดหวังในเร็วๆนี้ข้าจะท้าทายในระดับที่สูงขึ้น ”
“…” แม้ว่าเสวี่ยตงจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องเราฝึกฝนในสถานที่แห่งนี้
และทำหน้าที่ต้องรับเหล่าศิษย์ที่จะมาฝึกฝน แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้เขา
จะไม่เต็มใจเท่าไร “อาคมยังไม่พร้อม… ”
“อะไรนะ?” ซันฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เวลาที่จะได้ฝึกฝนในสถานที่เห็น
นี้นั้นมีกว่ายิ่งนัก เพียงแค่เสียไปหนึ่งถึงสองนาทีก็จะเป็นความสูญเสียที่
ยิ่งใหญ่ งานของจื่อตงคือย้ำให้ศิษย์ออกมาตรงเวลา
“ท่านผู้อาวุโส ท่านกำลังทำให้พวกเราเสียเวลาที่มีค่าในการฝึกฝน
ไป? ใครอยู่ภายในนั้น?” ซันฉิงถามด้วยความไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าเสวี่ย
ตงกำลังถ่วงเวลาให้ใครบางคนได้ฝึกอยู่ในนั้นต่อ แต่ถึงกระนั้นเสวี่ยตงก็
เป็นผู้คุมของที่นี่ หากทำให้เขาโกรธเคืองคงจะมีปัญหาตามมาในอนาคต
“ผู้ที่กำลังฝึกฝน… ก็คือหลินหมิง” เสวี่ยตงกล่าว
“หลิ… หลินหมิง?!” เมื่อได้ยินชื่อนั้นซันฉิงถึงกับเบิกตากว้างและ
กลืนน้ำลายดังเฮือก เพราะหลินหมิงได้กลายเป็ฯคนมีชื่อเสียงไปทั่วใน
อาณาจักรแห่งนี้ เขาเป็นมนุษย์ผู้เอาชนะลิขิตสวรรค์ได้ ชื่อของเขาไม่ว่า
ใครในอาณาจักรนี้ก็ต้องรู้จัก เขามีชื่อเสียงมากว่าหลิงเซ็นและต้ากู่เสียอีก!
และหากเขาสามารถเอาชนะจูเอี๋ยนได้แล้วละก็ คงไม่มีศิษย์คนใดกล้าไป
ขัดใจเขาอย่างแน่นอน
ซันฉิงรีบซ่อนความไม่พอใจที่เคยมีก่อนหน้านี้ “อ่อ เป็นหลินหมิงที่มี
ชื่อเสียงคนนั้นอย่างนั้นเองหรอกรึ ฮ่าฮ่า… แล้วเขาจะออกมาเมื่อไหร?”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้โกรธเคืองอะไร แต่เขาก็ยังแอบเสียดายเวลาในการ
ฝึกฝนของพวกเขาอยู่
เสวี่ยตงกล่าว “ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ เท่าที่ข้าดูหลินหมิงได้ค้นพบ
เส้นทางในการฝึกฝนที่พิเศษ เขาจึงยังไม่สามารถที่จะออกมาได้ในตอนนี้
ข้าต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เมื่อเขากลับออกมาข้าจะขอให้เขา
ชดเชยเวลาของเจ้าให้เอง”
เสวี่ยตงไม่ได้พูดถึงเรื่องของ ‘เจตจำนงนักสู้’ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะ
ตัดสินใจว่าควรจะเผยแพร่ออกไปหรือไม่
เมื่อได้ยินเช่นนั้นซันฉิงก็ได้แต่พยักหน้าตกลง แน่นอนว่าไม่ว่าใครก็
คงไม่พอใจที่ถูกเลื่อนเวลาเช่นนี้ แต่เนื้องจากผู้ที่ทำเช่นนั้นคือหลินหมิง
เขาจึงได้แต่ทำใจยอมรับ เขาคิดอะไรชั่วครู่และกล่าว “ในครั้งนี้ทีหลินหมิ
งยืมเวลาของข้าไป ถ้าหากเขาจำชื่อของข้าได้ก็จะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม
มาก ”
ซันฉิงเองก็อยากจะประจบหลินหมิง การให้หลินหมิงยืมเวลาไป
หากให้หลินหมิงได้รู้จักเขาก็จะเป็นเกียรติไม่น้อย
“ฮ่าๆ แน่นอน” เสวี่ยตงกล่าว เขาเข้าใจความคิดของซันฉิง
ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ในวันนี้หลินหมิงได้ฝึกฝนในสภาวะ
‘เจตจำนงนักสู้’ในน้ำตกเยือกแข็งนานถึง4ชั่วโมง!
เมื่อเขารู้สึกตัวขึ้น เขาก็ต้องประหลาดใจ เขาฝึกฝนมานานค่ไหน
แล้ว?
ในขณะที่เขาเดินออกมาจากน้ำตกเยือกแข็ง ดวงอาทิตย์อยู่ทางทิศ
ตะวันตกแล้ว นี่เป็นช่วงบ่ายแล้วสินะ? อย่างน้อยเข้าก็ต้องฝึกฝนอยู่ในนั้น
ไม่น้อยกว่า3-4ชั้วโมง!
“ในที่สุดเขาก็ออกมา…” เสวี่ยตงรีบวิ่งไปทักทายหลินหมิง “ข้าเห็น
เจ้ากำลังฝึกฝนอยู่ในขั้นตอนที่สำคัญ จึงไม่ได้เข้าไปรบกวน ข้าคาดว่าเจ้า
คงใช้เวลาในนั้นราวๆ3ชั่วโมงครั้ง ”
“สามชั่วโมงครึ่ง? แล้วข้าไปล่วงเกินเวลาของใครหรือป่าว?”
“ใช่แล้ว เจ้าจะต้องใช้คือเวลาให้กับเขา”
“ข้าต้องขอขอบใจท่านผู้ดูแลที่ช่วยเหลือ” หลินหมิงไม่คิดว่าเขาจะมี
โอกาสที่ดีเช่นนี้ ความแข็งแกร่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าผู้ใดแข็งแกร่งผู้นั้น
ก็จะมีสิทธชี้ขาด หากใครอ่อนแอแล้วล่ะก็คงทำได้แต่ฝืนใจยอมรับชะตา
กรรม
“ฮ่าๆ ก็แค่เรื่องเล็กน้อย ว่าแต่ศิษย์น้องหลิน ในช่วงเวลานั้น เจ้า…
กำลังฝึกฝนอะไรแปลกๆ ลมหายใจของเจ้าแทบจะหยุดลงไปแล้ว ”
“อืม…? เป็นอย่างนั้นรึ ข้าไม่ได้มีความรู้สึกใดใดเลย” หลินหมิงไม่ได้
สนใจสิ่งอื่นนอกจากการฝึกฝนของตนเองเลยในช่วงเวลานั้น
เสวี่ยตงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าว “ศิษย์น้องหลิน ถ้าข้าคาดการณ์
ไม่ผิด นั่นคือ ‘เจตจำจงแห่งนักสู้’ อย่างนั้นสินะ?”
“เจตจำนงนักสู้?” หลินหมิงตะลึงเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้
ยินชื่อของสภาวะนั้น
“ใช่แล้ว ข้าคิดว่าเป็นเช่นนั้น ข้าเองก็ไม่ได้รู้เรื่องเหล่านั้นมากเท่าไร
มีเพียงนักสู้ที่มีจิตวิญญาณแกร่งกล้าเท่านั้นที่จะได้สัมผัสและทำความ
เข้าใจมัน ศิษย์น้องหลินมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งมุ่งมั่น เช่นเดียวกันกับ
ศิษย์น้องหลิง เขาเข้าใจ‘เจตจำนวนแห่งการต่อสู้’เป็นอย่างดี ส่งผลให้เขา
แข็งแกร่งและทรงพลังอย่างมาก! ”
“อืม..? หลิงเซ็นสามารถที่จะเข้าใจมันได้แล้วอย่างนั้นสินะ” ไม่น่า
แปลกใจเลยที่ผู้ที่มีการฝึกฝนเพียงขั้นที่สี่อย่างหลิงเซ็นจะได้เป็นอันดับ
หนึ่งของสำนกเจ็ดแก่นแท้มาเป็นเวลานาน แม้แต่ผู้ที่ฝึกฝนไปจนถึงขั้นที่
ห้าแล้วอย่างซางกวนยู่ก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะเขาได้!
เดิมทีหลินหมิงรู้เพียงแค่ว่าจิตใจที่เข้มแข็งจะส่งผลดีต่อการฝึกฝน
แต่ในตอนนี้เขาได้รู้อะไรมากขึ้น จิตใจที่เข้มแข็งจะสามารถช่วยให้เข้าใจ
‘เจตจำนงนักสู้’ได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อพัฒนาการในการฝึกฝนของเขา
อย่างมาก!