Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 954 จงใจสร้างอุปสรรค
“หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ! ดี, ไปกันเลย!” เมื่อหอสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญถูกกล่าวถึง ศิษย์คนอื่นๆก็กลายเป็นอิจฉา ภายในหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ มันไม่มีสมบัตินอกเหนือจากสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญ นอกจากนี้ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญมีความแตกต่างกันมากขึ้น
ตามระดับ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดมีค่าแตกต่างไปจาก
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญทั่วไปอย่างมาก หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญไม่
เพียงมีแต่เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นสูงอยู่ด้วย แน่นอนว่าใครบางคนจะได้รับทั้งหมดนี้ก็
ขึ้นอยู่กับความสามารถของตนเอง
เมื่อหลินหมิงได้ยินเรื่องหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ เขาก็ถูกล่อลวง
ด้วย เขาไม่ได้ถืออาวุธที่ถูกใจนับตั้งแต่หอกแห่งดาวหางม่วงแล้ว หลินห
มิงได้เปลี่ยนอาวุธหลายครั้ง แต่เนื่องจากลักษณะที่แตกต่างกัน มันจึงไม่
เหมาะกับเขามากนัก
หอกขาวระดับสวรรค์ชั้นต่ำที่เขาได้รับจากอเวจีปีศาจอมตะโดยต๋
วนมู่ฉินก็ได้แลกกับผู้ปกครองคนหนึ่ง มันไม่ได้มีแต่ชื่อหอก คุณภาพของ
มันค่อนข้างธรรมดาและเขาใช้มันโดยไม่มีทางเลือกเท่านั้น
สำหรับอาวุธระดับสวรรค์อันที่สองก็เป็นหอกสีแดงที่เขาได้รับจาก
เมืองฟีนิกซ์โบราณ ซึ่งเป็นอาวุธบริการทั่วไปสำหรับการเป็นผู้ท้าชิงด่าน
ทดสอบที่นั่น นอกจากนี้มันยังมีคุณสมบัติธาตุจำเพาะอัคคีและทนทาน
อีกด้วย
อันที่สามคือง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ แต่
มันไม่ใช่หอก นอกจากนี้ยังไม่มีประโยชน์มากในการสนับสนุนวิถีและกฎ
ของเขา อีกทั้งยังไม่ยืดหยุ่น มันย่อมไม่เหมาะกับรูปแบบการต่อสู้ของ
หลินหมิง
อันที่สี่เป็นหอกสีม่วงเป็นอาวุธที่มีธาตุจำเพาะสายฟ้า – มันอยู่ใน
แหวนม่วงพยัคฆ์ของเจียงจื่อจี๋ เขายังใช้มันเป็นครั้งคราวเท่านั้น
ตอนนี้ หลินหมิงได้ยินจุนเยว่กล่าวว่าเขาสามารถเลือกอาวุธที่หอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ เขาก็ย่อมสนใจเรื่องนี้อย่างมาก “เช่นนั้นข้า
ต้องรบกวนศิษย์พี่เพื่อแนะนำข้าด้วย”
จุนเยว่กล่าวว่า “ศิษย์น้องหลิน, ในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนั้น
ประเภทของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่เจ้าสามารถเลือก และไม่ว่าเจ้าจะ
ทำอย่างไร ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเอง ถ้าเจ้าไม่
สามารถได้รับสักชิ้น เจ้าจะเสียโอกาสนี้ เจ้าต้องจำเรื่องนี้และให้แน่ใจว่า
เจ้าเข้าใจในโอกาสที่เจ้าจะได้รับมา”
“โอ้?” หลินหมิงตกใจ เขาคิดว่าสามารถที่จะเลือกอาวุธใดๆจากหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ซะอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีความลึกลับ
บางอย่างอยู่เบื้องหลัง
จุนเยว่กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเราที่จะแลกเปลี่ยนทรัพยากร
เพียงพอในการเข้าสู่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ หากเจ้าไม่สามารถได้รับ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง แต่หากได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้น
ต่ำมันก็เป็นผลลัพธ์ดีมากถึง 95% ของศิษย์ของโถงอีกาทองคำแล้ว และ
แม้แต่ศิษย์ของโถงวิหคเพลิงก็ยังไม่อาจได้รับมัน
แม้แต่สิ่งประดิษฐ์ที่ธรรมดาที่สุดก็มีคุณค่าอย่างมาก แม้แต่ในแดนเท
วะ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญก็ไม่หาง่ายเหมือนกะหล่ำปลี ภายในทวีป
นภารินไหลทั้งหมด มันมีเพียงประมาณ 10 หรือมากกว่าของสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญ และแม้กระทั่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมีเพียง 1 หรือ 2 ชิ้น
เพื่อรักษาเสถียรภาพโชคชะตาอาณาจักรเท่านั้น สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ของทวีปนภารินไหลได้ผ่านกาลเวลามาเมื่อ 100,000 ปีก่อน และ
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครสามารถสร้างอันใหม่ขึ้นได้
กลุ่มของจุนเยว่ตรงไปยังหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
…….
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานสร้างขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ซึ่งมีตำหนัก
โถง วิหารและอาคารอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วไป มันครอบคลุมพื้นที่อย่างน่า
ตกตะลึง เพื่อที่จะผ่านพื้นที่ต่างๆของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ผู้หนึ่ง
จำเป็นต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายหรือบินไปเป็นระยะเวลานาน
หลินหมิงและคนอื่นๆได้ส่งผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเอา ระหว่างทาง เขาเห็นเมืองขนาดมหึมาที่มี
กำแพงเมืองสูงกว่าพันฟุต แผ่กระจายไปไกลถึงขอบฟ้า ในแง่ของความ
ยาวและความกว้างนั้น เมืองนี้อยู่ยาวหลายพันไมล์ ไม่มีเมืองใดในทวีป
นภารินไหลที่สามารถเปรียบเทียบได้
เช่นเมืองขนาดใหญ่เช่นนี้สามารถบรรจุคนได้ร้อยล้านคน!
อย่างไรก็ตาม ในเมืองของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน มันมีพื้นที่ด่าน
ทดสอบหล่อหลอมและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น
ภูเขา และป่า สัตว์อสูรดุร้ายได้รับการเลี้ยงดู หรือรูปแบบค่ายกลที่
ยิ่งใหญ่ที่ใช้สำหรับการฝึกฝนและการทดสอบ แต่มีเพียงไม่กี่ล้านคนอาศัย
อยู่ในเมืองเหล่านี้จริงๆ พวกเขาทั้งหมดมีพื้นที่มาก และทุกตระกูลมี
ตำหนักของตัวเองในการใช้ชีวิตอยู่
หลินหมิงได้กวาดสัมผัสรับรู้ผ่านทางตระกูลเหล่านี้ และพบว่าเกือบ
ทุกคนที่นี่เป็นนักสู้เกือบทั้งหมด เด็กอายุ 12-13 ปีก็อยู่ในกายผันแปรขั้น
ที่สองหรือสามแล้ว และคนที่อายุ 18-19 ปีอยู่ในขั้นปราณต้นฟ้า นั่น
หมายความว่าจำนวนผู้มีพรสวรรค์มีมากมาย
อาหารที่คนเหล่านี้กินดีเกินกว่าที่นักสู้จากแดนเบื้องล่างจะสามารถ
เปรียบเทียบได้ มีเนื้อสัตว์อสูรดุร้าย ผลไม้และผักวิญญาณทุกชนิด พวก
เขากระทั่งได้แช่ในห้องอาบน้ำสมุนไพรในวัยหนุ่มสาว ช่วยให้รากฐาน
ของพวกเขาจะแข็งแกร่งอย่างมาก
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจในการสรรเสริญ นักสู้ของแดนเท
วะบ่มเพาะตั้งแต่ยังเยาว์นัก พวกเขากินโอสถจิตวิญญาณและอาหารจิต
วิญญาณตั้งแต่แรกเกิด และสิ่งที่พวกเขาอาบน้ำอยู่ก็เป็นสมุนไพร พวก
เขาอาศัยอยู่ในตำหนักและมีอาภรณ์ที่หรูหรา เมื่อออกเดินทาง พวกเขา
จะนั่งเรือจิตวิญญาณและไปเยี่ยมคนอื่นๆโดยการส่งผ่านค่ายกล
เคลื่อนย้ายก็ได้ หากพวกเขาต้องการฝึกฝน พวกเขาก็สามารถเยี่ยมชม
สถานที่ฝึกฝนใดๆที่อยู่ใกล้บ้านได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างในมรดกอีกด้วย แม้ว่าจะไม่ใช่มรดก
ชั้นสูงของแดนเทวะ แต่ก็ยังดีกว่าผู้ที่อยู่ในแดนเบื้องล่าง นอกจากนี้
ความสามารถทางสายเลือดของพวกเขาก็ยังมีมากเกินกว่าที่ผู้คนจากแดน
เบื้องล่าง นี่คือเหตุผลที่พวกเขาสามารถสร้างเมืองแห่งนักสู้ซึ่งเป็นเมืองที่
ทุกคนฝึกฝนการต่อสู้!
ด้วยเมืองขนาดมหึมาดังกล่าวซึ่งได้รับการพัฒนาโดยมหานิกายเพื่อ
ทำหน้าที่เป็นรากฐานของพวกเขา แล้วมันจะไม่ทำให้จำนวนอัจฉริยะ
เพิ่มขึ้นและพัฒนาขึ้นได้อย่างไร?
จุนเยว่เหลือบมองหลินหมิงและเห็นความสนใจในสายตาของเขา
นางยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นเมืองปุถุชน มันมีเมืองที่คล้ายๆกันเช่นหลายร้อย
แห่งในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน และทุกเมืองมีผู้คนหลายล้านคน เมื่อ
รวมเข้าด้วยกัน นั่นคือผู้คนนับร้อยล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปุถุชน สำหรับ
พวกเราแล้ว เราก็มาจากเมืองปุถุชนเหล่านี้ เราได้แสดงให้เห็นถึงทักษะ
ของเราที่เหนือกว่าหลายร้อยล้านคนเหล่านั้น และในที่สุดก็กลายเป็น
ศิษย์ของโถงอีกาทองคำ มิต้องกล่าวถึงโถงอีกาทองคำ แม้แต่ห้องโถงนก
ไฟที่ต่ำสุดก็มีการแข่งขันที่รุนแรง รุ่นเยาว์ทุกคนหวังว่าวันหนึ่งจะ
กลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ทะยานสู่
ท้องฟ้าด้วยการก้าวกระโดดเพียงครั้งเดียว”
เมื่อจุนเยว่กล่าว หลินจวินจื่อก็เขินอาย นางพูดเหมือนอายมาก
“ท่านกำลังพูดถึงใคร ข้านั้นยังห่างไกลจากการเปรียบเทียบกับศิษย์พี่จุน”
“ฮ่าฮ่า ศิษย์น้องสาวหลิน ศักยภาพของเจ้าดีมาก ท่านเทพธิดาเฟิงผู้
ทรงเกียรติจะช่วยให้เจ้าได้รับประโยชน์อย่างมาก ตอนนี้ เราเลิกคุยกัน
เถอะ เรามาถึงหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญแล้ว”
แม้ว่าจุนเยว่จะกล่าวเช่นนี้ หลินหมิงก็ยังมองทิวทัศน์ต่อไป แต่เหนือ
เมฆด้านบน มันมีหอขนาดใหญ่ซึ่งลอยอยู่ท่ามกลางเมฆราวกับว่ามันเป็น
ภาพลวงตา บนหอใหญ่มีป้ายทองคำขนาดยักษ์ที่มี 5 คำที่เขียนด้วย
จังหวะที่ไหลลื่น
‘หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ’
“มาเถอะ ไปกันได้แล้ว”
จุนเยว่พาทุกคนไปยังประตูของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญด้วย
ความรู้สึกคุ้นเคย มันเป็นสี่เหลี่ยมกว้าง ปูด้วยหินสีแดงราวกับว่ามันเป็น
ของหยกเพลิง หยกเพลิงเหล่านี้ใสและมีประกายระยิบระยับด้วยแสงสี
แดงจางๆ ราวกับว่ามีการลุกโชนของเปลเพลิงอยู่ภายใน พวกมันแผ่พลัง
เพลิงต้นกำเนิดที่อุดมออกมา และพลังเพลิงต้นกำเนิดจำนวนมากรวมตัว
กันในอากาศ สร้างเป็นเส้นสายแผนภาพเต๋าขึ้น ถึงแม้ว่านี่เป็นเพียง
รูปแบบขั้นพื้นฐานของแผนภาพเต๋าสวรรค์เบื้องบน แต่การที่พวกมัน
สามารถก่อตัวขึ้นได้จากเพียงพลังงานอันอุดมนั้น มันก็เป็นหลักฐานว่า
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดมีคุณภาพสูงอย่างยิ่ง!
ในขณะนี้ หน่วยผู้คุ้มกันขี่สิงโตเพลิงมาตรงหยุดที่ด้านหน้าจุนเยว่
และกลุ่มของนาง หน่วยผู้คุ้มกันนี้มีการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทร และ
หัวหน้าอยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย
หลินหมิงรู้สึกถึงพลังงานมาจากคนเหล่านี้ ส่วนใหญ่ได้ข้ามขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 7 มาทั้งนั้น และหัวหน้ามีแนวโน้มว่าหัวหน้านั้นอาจ
ทะลวงมาจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ออร่าที่ปล่อยออกมาน่ากลัวอย่าง
มาก
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8, ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย หลินหมิงต้อง
ยอมรับว่าเขาไม่ใช่คู่มือ
หัวหน้าผู้คุ้มกันเห็นจุนเยว่ เขาก็ลงจากสิงโตเพลิง เขาหัวเราะอย่าง
ยิ้มแย้มแจ่มใสและกล่าวว่า “เป็นศิษย์น้องจุนจากโถงอีกาทองคำนี่เอง
เจ้าตัดสินใจแวะมายังหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญหรือ?”
จุนเยว่คิ้วขมวด “ข้ามาในครั้งนี้เพื่อแนะนำศิษย์น้องหลินให้เลือก
อาวุธ ข้าหวังว่าผู้อาวุโสซ่งจะไม่ทำให้สิ่งใดลำบากสำหรับข้า”
“ฮ่าๆ แน่นอนข้าจะไม่ทำสิ่งใดลำบากสำหรับเจ้า หอสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญเดิมทีก็เพื่อศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานจะได้เพื่อเลือก
อาวุธหรือเครื่องมือวิเศษสำหรับการใช้งานของตัวเอง ทำไมข้าถึงคิดจะ
ขัดขวางศิษย์น้องจุนด้วยเล่า? ตามหลักเกณฑ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญ ผู้ที่เข้ามาสามารถเขาไปเลือกสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนั้นสามารถ
เลือกได้เพียงชิ้นเดียว และสิ่งที่พวกเขาเลือกจะขึ้นอยู่กับความสามารถ
ของตนเอง หากพวกเขาไม่สามารถรับมาสักชิ้นแล้ว นั่นเป็นเพียงโชคร้าย
ของตัวเอง โอ้ ใช่แล้ว ผู้ที่เข้าสู่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญจะต้องจ่าย
3,000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานหรือหินตะวันม่วงที่มีค่าเท่ากัน”
หัวหน้าผู้คุ้มกันเลียริมฝีปากของเขาขณะที่เขามองไปยังจุนเยว่และหลินห
มิงด้วยสายตาที่โลภมาก
“อะไรกัน? 3000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวาน!? การเข้าสู่หอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ มีค่าใช้จ่ายเพียง 1,000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่
กังวานเท่านั้นเอง! เหตุใดท่านจึงเรียกเก็บเงินเราถึง 3 เท่าของราคาปกติ
เล่า?”
สิ่งที่เรียกว่าตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานเป็นระบบแต้มสำหรับศิษย์
ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานที่กำหนดตามศักยภาพที่มี ตัวอย่างเช่น เมื่อฆ่า
ศัตรูในสงครามของนิกาย ค้นพบวัสดุสวรรค์ หรือส่งแผ่นหยกบ่มเพาะ
ของนิกายอื่นมานิกายตนเอง สิ่งเหล่านี้ก็จะได้รับตราประทับฟีนิกซ์กู่
กังวานมาตามผลงานของพวกเขา แม้กระทั่งบางคนในระดับของปราชญ์
จู้หยางที่สามารถสร้างทักษะการต่อสู้ของตัวเองได้ก็ยังส่งมันให้นิกายเป็น
มรดกและได้รับตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานจำนวนที่สอดคล้องกันมา
ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานเป็นรูปแบบของสกุลเงินที่ใช้ในตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวาน มันสามารถใช้ในการซื้อผลประโยชน์จำนวนในนิกาย การ
เข้าหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญก็เป็นอีกข้อดีของนิกาย
“โอ้? เป็นเช่นนั้นหรือ? แย่จริง ดูเหมือนว่าราคามันได้เพิ่มขึ้นเมื่อ
เร็วๆนี้เอง” หัวหน้าผู้คุ้มกันยิ้ม เห็นชัดว่ามีความหมายที่เยาะเย้ยอยู่
เบื้องหลัง
สีหน้าของจุนเยว่มืดมนลง กฎของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญไม่ได้
เปลี่ยนไปเป็นเวลา 10,000 ปีแล้ว ถ้ามีการเปลี่ยนแหลงที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าว
ข่าวคงแพร่กระจายไปทั่วทั้งตำหนักแล้ว แต่นี่ไม่มีข่าวอะไรเลย เห็นได้ชัด
ว่าหัวหน้าผู้คุ้มกันได้สร้างอุปสรรคให้กับพวกเขาโดยเจตนา แต่ก็ไม่มี
อะไรที่นางสามารถทำได้ นางมีเพียงการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงต้น
นางไม่อาจเป็นคู่มือของเขาได้ ในฐานะศิษย์พี่อาวุโสผู้ที่บริหารแผนกของ
เทพธิดาเฟิงในโถงอีกาทองคำแล้ว นางจึงได้นำศิษย์น้องมาเลือกอาวุธ แต่
พวกเขาไม่ได้ผ่านเข้าไปในประตูกลับมีปัญหามาขัดขวางเสียแล้ว นางจะ
ยังหลงเหลือชื่อเสียงอยู่ได้อย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้?
“ซ่งไป่เฟิง ข้าจะจำเรื่องนี้ไว้!” จุนเย่วกัดฟันและค้นหาในแหวนมิติ
ของนาง เตรียมที่จะจ่ายตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวาน มันจะดีถ้าให้หลินห
มิงได้เลือกอาวุธก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่น
ในเวลานี้ กระแสเสียงปราณแท้ของหลินหมิงสะท้อนอยู่ในหูของนาง
“ศิษย์พี่ มันเกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่? พวกเขาเป็นเพียงผู้คุ้มกันของหอสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญ แต่กลับกระทำโดยพลการเช่นนี้? ไม่มีผู้ใดที่สามารถจัดการ
พวกเขาได้เลยหรือ?”
ในขณะที่หลินหมิงเห็นจุนเยว่กำลังยอมจำนน เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะ
ถามนางออกไป นี่เป็นการอุกอาจมากเกินไป ในสถานที่ที่ใหญ่โตเช่น
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ผู้คุ้มกันเพียงขั้นเทพสมุทรมาหยิ่งยโสถึงเพียงนี้ได้
อย่างไร?
จุนเยว่ส่ายหัว “พวกเขาเป็นคนของปราชญ์จู้หยาง ไม่เพียงแต่เป็นผู้
คุ้มกันของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ แต่หอโอสถและหอตำราต่างก็เป็น
ผู้ใต้บังคับบัญชาของปราชญ์จู้หยางภายในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ทั้งหมด
นอกจากเจ้าตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานและผู้อาวุโสตำหนัก แล้ว ปราชญ์จู้ห
ยางสามารถเรียกได้ว่าทรงอำนาจอย่างยิ่ง เจ้าคาดหวังว่าผู้อาวุโสตำหนัก
และเจ้าตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้
หรือ? คนเหล่านี้ที่อยู่ภายใต้อาณัติของปราชญ์จู้หยางที่สามารถสุ่มสร้าง
กฎมาเพื่อขัดขวางเรา เพราะเราเป็นผู้ติดตามเทพธิดาเฟิง และไม่มีอะไร
ที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าคิดว่าเราสามารถบ่นกับปราชญ์จู้ห
ยางได้หรืออย่างไร?”
“ผู้คุ้มกันเหล่านี้รู้เรื่องนี้ดี เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงตั้งใจจะสร้าง
ปัญหาให้เรา แน่นอน ปราชญ์จู้หยางมีความสุขที่ได้เห็นสถานการณ์
เหล่านี้เกิดขึ้นด้วย”