Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 953 หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ขั้นเทพสมุทรเป็นขั้นตอนแรกสู่เส้นทางแห่งการกลายเป็นเทพ
ตันเถียนของเจ้าจะเปิดกว้างขึ้นเพื่อสร้างมิติย่อย และสามารถกักเก็บ
ปราณแท้ได้เมื่อตันเถียนกลายเป็นทะเล ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ตรงกับคำว่า
‘ผันแปร’ นี่คือจุดที่เจ้าจะพัฒนาโลกภายในตันเถียนสู่มิติย่อย สุดท้าย ขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ก็คือการเป็นเทพอย่างแท้จริง โลกแห่งความเป็นจริง
นั้นจะมีวิวัฒนาขึ้นภายในตันเถียนของเจ้า และเจ้าจะสามารถค้ำจุน
ปราณแท้ที่ไร้สิ้นสุดได้ นอกจากนี้ โลกนั้นยังสามารถบรรจุผู้คน ป่าไม้
ทะเลสาบ ทะเล แม่น้ำ และแม้กระทั่งดวงดาว! เจ้าสามารถบรรจุหลาย
สิ่งลงไปในโลกนี้ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าจะเป็นเทพที่พวกเขาทั้งหมดเชื่อ
ฟัง ในตอนนั้นเจ้าจะกลายเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์! นั่นเป็นเหตุผลที่ขั้นนี้
มีชื่อว่าขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ มันคือการกลายเป็นเทพอย่างแท้จริง”
“ถ้าเจ้าสามารถเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้ นั่นก็ไม่ได้
หมายความว่าเจ้าจะกลายเป็นขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ได้เสมอไป แต่
หลังจากเข้าถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์แล้ว เจ้าจะไม่พบปัญหาคอขวดที่ไร้
สิ้นสุด และศักยภาพของเจ้าจะยิ่งใหญ่กว่ามาก”
หลินหมิงรู้สึกทึ่งกับคำอธิบายของเทพธิดาเฟิง ในความเป็นจริง เมื่อ
เขาได้รับมรดกความทรงจำของปีศาจโบราณมานั้น เขาได้ตระหนักถึง
เรื่อง ขั้นเทพสมุทร, ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์และขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์แล้ว
แต่ปีศาจโบราณรู้ว่าขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์สามารถบรรจุป่าไม้และ
ทะเลสาบลงไปภายในโลกของตนเองได้เท่านั้น สำหรับดวงดาวและแม้แต่
การพัฒนาการตันเถียนในโลกที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีคนนับไม่ถ้วนที่อาศัยอยู่ได้นั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงได้ยินเรื่องนี้
ตามคำอธิบายของเทพธิดาเฟิง โลกนี้อาจมีอาณาจักร ฟาร์ม
สงคราม การเสียสละ ชีวิต ความตาย ความสุข ความเศร้า อารมณ์
ความรู้สึกของเวลาผ่านไปนับไม่ถ้วน เรื่องราวและตำนานทั้งหมดจะถูก
รวมกัน มันจะเป็นเหมือนอาณาจักรในทวีปนภารินไหล มันอาจจะมีนักสู้
ที่บ่มเพาะโดยใช้พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
ถ่ายเทลงในโลกอันยิ่งใหญ่ของร่างกาย
หากนักสู้เหล่านั้นได้รับโชคดี พวกเขาจะสามารถบ่มเพาะไปถึงขั้น
เทพสมุทรได้! แน่นอนเมื่อเปรียบเทียบกับนักสู้ที่เติบโตขึ้นมาในจักรวาล
ไร้สิ้นสุดที่แท้จริงแล้ว ความยากลำบากของพวกเขาจะทวีคูณขึ้นหลาย
เท่า
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์จะกลายเป็นเทพเจ้าภายในโลกของพวกเขา ด้วย
ความเคารพของผู้คนนับไม่ถ้วน เมื่อพวกเขาต่อสู้ พวกเขาก็จะได้รับการ
สนับสนุนจากพลังงานต้นกำเนิดจากทั้งโลก แล้วมันจะมีประสิทธิภาพถึง
เพียงไร
มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการ!
นั่นคือขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
เทพธิดาเฟิงกล่าวว่า “เอาล่ะ หลินหมิงข้าได้แจ้งสถานการณ์ของเจ้า
แก่จุนเยว่แล้ว นางเป็นหนึ่งในคนของข้าและจะแนะนำเจ้าไปยังที่อยู่
อาศัยของเจ้าเอง นี่คือหยกยันต์สื่อสาร เจ้าสามารถใช้เพื่อติดต่อข้าได้
หากต้องการ ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าสู่โถงฟีนิกซ์ได้ในเร็วๆนี้”
เทพธิดาเฟิงโยนแหวนมิติไปยังมือของหลินหมิง หลินหมิงกวาด
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาผ่านแหวนมิติ และพบว่าไม่เพียงมีหยกยันต์สื่อสาร
แต่ยังมีหินศักดิ์สิทธิ์สีม่วงและแผ่นหยกจำนวนมากอีกด้วย ไม่ต้องสงสัย
เลยว่านี่คือหินตะวันม่วง และแผ่นหยกเหล่านั้นเป็นเคล็ดบ่มเพาะธาตุ
จำเพาะอัคคีและวิถีแห่งเพลิง
นี่เป็นการปฏิบัติพิเศษที่นางมีต่อหลินหมิงเท่านั้น ศิษย์สามัญไม่
สามารถแม้แต่จะขอร้องสิ่งเหล่านี้ได้
หลังจากเทพธิดาเฟิงออกไป ศิษย์หลายคนก็เดินผ่านมา คนที่นำพวก
เขามาเป็นผู้หญิง และข้างหลังก็มีชาย 3 คนและผู้หญิง 2 คน คนหนึ่งใน
กลุ่มนี้ดูแก่กว่าคนอื่นๆ ในขณะที่อีกสามคนดูเหมือนจะเป็นศิษย์ของโถง
อีกาทองคำ
“ศิษย์น้องหลิน, ข้าคือจุนเยว่ ท่านอาจารย์เทพธิดาเฟิงผู้ทรงเกียรติ
ได้ส่งยันต์สื่อสารมากบอกให้ข้ามาดูแลเจ้า” เมื่อจุนเยว่กล่าว นางก็มอง
หลินหมิงอย่างละเอียด ศิษย์ทั้ง 4 เองก็มองไปยังหลินหมิงด้วยสายตา
แปลกๆด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
บุคคลใดๆที่ถูกนำมาโดยเทพธิดาเฟิงด้วยตัวเองนั้น เขาจะต้องมี
คุณค่าอย่างมากในใจของนาง และอาจมีทรัพยากรที่มั่งคั่งอย่างน่า
เหลือเชื่อในอนาคต ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าแม้ว่าสถานะเทพธิดาเฟิงนั้นด้อย
กว่าปราชญ์จู้หยางภายในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหรือ
อิทธิพล แต่การถูกยอมรับจากนางก็ยังเป็นเพียงภาพความเพ้อฝันของ
ศิษย์ส่วนใหญ่เท่านั้น ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานถูกแบ่งออกเป็นแผนก แต่
ส่วนใหญ่ของศิษย์ไม่ได้มีคุณสมบัติในการเข้าสู่แผนกด้วยซ้ำ พวกเขา
อ่อนแอเกินไปหรือมีศักยภาพที่ด้อยเกินไป คนอื่นๆไม่ได้สังเกตเห็นพวก
เขา ดังนั้นการรวบรวมพวกเขาไว้ในแผนกก็จะไร้ประโยชน์ตั้งแต่เริ่มต้น
ด้วย
“ขอรับ ศิษย์พี่เยว่ ข้าหวังที่จะได้รับคำแนะนำจากท่าน”
“ศิษย์น้องหลินสุภาพเกินไป” จุนเยว่หัวเราะเบาๆ จากนั้นนางก็
แนะนำหลินหมิงให้แก่ศิษย์อื่นๆที่นี่ “นี่คือหลินหมิง พวกเจ้าสามารถจะ
เรียกเขาว่า ศิษย์น้องหลิน ได้ ทุกคนจะต้องดูแลเขาในอนาคต ท่าน
เทพธิดาเฟิงได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์แล้ว ศิษย์น้องหลิน
ก้าวขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง และเขาก็มีพรสวรรค์ชั้นยอดในรอบ
100,000 ปีของโลกที่ยิ่งใหญ่ที่นั่น และสามารถฆ่าผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรได้ทั้งที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5”
ขณะที่จุนเยว่กล่าว ศิษย์คนอื่นๆก็มีดวงตาที่เบิกกว้างขึ้น โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อได้ฟังว่าเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดในรอบ 100,000 ปี และ
ยังสามารถฆ่านักสู้ขั้นเทพสมุทรได้ด้วยเพียงการบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 5 เท่านั้น
แม้ว่านักสู้ของแดนเบื้องล่างจะด้อยกว่าอัจฉริยะของแดนเทวะ แต่ก็
ยังคงเป็นโลกที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตนับไม่ถ้วน ในจำนวนดังกล่าว การมี
ตัวตนของผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดในรอบ 100,000 ปีถือกำเนิดขึ้นมาได้นั้น
ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย! นักสู้ที่ขึ้นมายังแดนเทวะต่างเป็นอัจฉริยะชั้น
ยอดในยุคของพวกเขา พวกเขามีโอกาสและศักยภาพที่ดีตั้งเริ่มต้น และ
เมื่อพวกเขาเข้าสู่แดนเทวะ มันก็เหมือนกับมังกรที่แท้จริงทะยานสู่ทะเล
อันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยศักยภาพที่ยากจะควบคุม
เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังจุนเยว่ต่างได้รับการยอมรับจากเทพธิดาเฟิง
เช่นกัน และพวกเขาก็เป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์มาก แต่ละคนมีความ
ภาคภูมิใจและเป็นอัจฉริยะในยุคของตน และพวกเขาได้ผ่านการแข่งขันที่
รุนแรงและโหดร้ายมามากมาย พวกเขาเป็นคนทั่วไปในโลกของตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวาน จนในที่สุดก็ได้มีโอกาสเข้าสู่อันดับศิษย์อย่างเป็นทางการ
ได้ จากผู้คนนับล้านชีวิตบนโลกใบนี้ พวกเขาสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้ใน
ที่สุด
แม้ว่าพวกเขาจะพำนักชั่วคราวในโถงอีกาทองคำ แต่ก็ตัดสินใจไม่
มากก็น้อยว่าพวกเขาจะเข้าไปในโถงวิหคเพลิงในอนาคตให้ได้ พวกเขายัง
มีความหวังสูงในการเข้าสู่โถงฟีนิกซ์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มี
คุณสมบัติและไม่กล้าที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นผู้พรสวรรค์สูงสุดในรอบ
100,000 ปีของโลกอันยิ่งใหญ่ได้ สมญานามนี้เป็นของสัตว์ประหลาด
อัจฉริยะอย่างแท้จริง
ตอนนี้พวกเขาได้เห็นหลินหมิงอยู่ตรงหน้า นอกจากรูปลักษณ์ที่หล่อ
เหลาของเขาแล้ว และอารมณ์ที่ไม่อาจแตะต้องได้ เขาก็ไม่ได้ดูเหมือนมี
อะไรพิเศษเลย ในความเป็นจริง เขาก็ค่อนข้างดูธรรมดาด้วยซ้ำ มันยากที่
จะจินตนาการว่าเขาเป็นอัจฉริยะสูงสุด
ศิษย์ชายช่วยไม่ได้ที่จะขดริมฝีปากและกล่าวว่า “ผู้มีพรสวรรค์ชั้น
ยอดในรอบ 100,000 ปีในโลกที่ยิ่งใหญ่ สมญานามนี้ดูเหมือนจะกล่าว
เกินจริงไปหรือไม่?”
“ข้าไม่ได้บอกว่าข้าสงสัยเจ้า แต่มันก็ดูเหมือนว่ามากเกินไปสำหรับ
ข้า ตัวอย่างเช่น ถ้าข้าไปโลกมนุษย์และเห็นหมอดูมาสุ่มอ่านลายมือให้ข้า
และเขาบอกว่าข้าเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการจะสัมผัสชีวิตมนุษย์
จึงได้ลงมาที่นี่ ดังนั้นมันจะมิน่าตกตะลึงไปหน่อยหรือ?”
ชายคนนั้นยักไหล่ขณะพูด สีหน้าของจุนเยว่ดูน่าเกลียดลงเล็กน้อย
“เจ้ากำลังพยายามจะทำสิ่งใด? อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ก่อนอื่น เราจะพาศิษย์
น้องหลินไปยังที่พักและช่วยให้เขาทำความคุ้นเคยกับที่นี่ ไปกันเถอะ”
ขณะที่เหล่าศิษย์เหล่านี้กำลังคุยกัน หลินหมิงก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง
เขาเพียงแต่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น เขาเดาว่าเทพธิดาเฟิงได้ยินเรื่องของเขา
จากจิตวิญญาณตำหนัก และจิตวิญญาณตำหนักก็มีรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเขตแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วย เทพธิดาเฟิงอาจไม่
เข้าใจว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเป็นเช่นไร
ขณะที่พวกเขากำลังเดินอยู่ พวกศิษย์ของโถงอีกาทองคำหลายคนก็
ไม่ยอมแพ้ พวกเขาพยายามจะพูดคุยกับหลินหมิงและถามว่า “ศิษย์น้อง
หลิน ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้สังหารผู้ทรงขั้นเทพสมุทรไปจำนวนมาก มีกี่คน
ที่เจ้าสังหารไป?”
“อืม, ประมาณ 15 ถึง 20 คน” หลินหมิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เขาไม่ค่อยให้ความสนใจกับจำนวนที่เขาได้สังหารไปนัก
“มากมายถึงเพียงนั้น?”
ดวงตาของศิษย์หลายคนเบิกกว้างขึ้น “สวรรค์, 15 ถึง 20 คน!”
ถึงแม้ว่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของแดนเบื้องล่างจะไม่ได้รับการ
พิจารณาว่าเป็นผู้ทรงพลังมากนัก แต่พวกเขาก็ยังเป็นนักสู้ขั้นเทพสมุทร
การฆ่า 15-20 คนได้ค่อนข้างน่าตื่นตาตื่นใจ
“ศิษย์น้องหลิน ข้าคือหลินจวินจื่อ ดูเหมือนว่าเราทั้งสองคนมีแซ่
เดียวกัน เจ้านั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง จากบรรดาผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
15-20 คนที่ถูกเจ้าสังหาร ผู้ใดแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา? การบ่มเพาะ
ของเขาเป็นอย่างไร?”
ศิษย์หญิงคนหนึ่งถามขณะที่กระพริบตา นางดูคล้ายเด็กสาววัย 16-
17 ปี และน่ารักเหมือนกระต่ายตัวน้อย มารยาทของนางสุภาพมาก
หลินจวินจื่อต้องยอมรับว่าตนเองนั้นเป็นไปไม่ได้ที่นางจะฆ่าผู้ทรง
พลังขั้นเทพสมุทรหากนางอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 อย่างไรก็ตาม
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรในแดนเบื้องล่างมีความอ่อนแอ และมีนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 4-5 ที่สามารถพึ่งพาโชคแล้วทะลวงขึ้นมาขั้นเทพสมุทร
ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาเป็นที่น่าสังเวช ดังนั้นนางจึงมีร่องรอย
ของความหวังในการเอาชนะคนเหล่านั้นอยู่บ้าง
หลินหมิงตรงไปตรงมาโดยตอบว่า “คนที่แข็งแกร่งที่สุดที่ข้าฆ่ามีการ
บ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงต้น”
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่แข็งแกร่งที่สุดที่หลินหมิงหมายถึงเหยียงอวิ๋
นอย่างแน่นอน เหยียงอวิ๋นล้มเหลวในเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีของเขา และ
ในที่สุดก็พึ่งพาการเผาผลาญปราณโลหิตและทำลายเนตรบัญญัติโลหิต
ของเขาเพื่อให้ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขาทะยานสู่ขั้นเทพสมุทร
ช่วงต้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่การบ่มเพาะที่แท้จริงของเขาคือขั้นเทพ
สมุทรช่วงต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเหล่าศิษย์เหล่านี้ได้ยินเช่นนี้ พวกเขาคิด
แตกต่างออกไป
“ขั้นเทพสมุทรช่วงต้น นั่นมันน่าเบื่อเกินไป”
หลินจวินจื่อพึมพำกับตัวเอง, ตบหน้าอกของนางราวกับว่านางได้
ถอนหายใจโล่ง ถ้าเป็นเพียงขั้นเทพสมุทรช่วงต้นแล้ว เหล่าศิษย์ของโถง
อีกาทองคำก็สามารถทำได้ แม้กระทั่งศิษย์พี่จุนเยว่ของพวกเขาก็สามารถ
ทำได้สำเร็จ
ศิษย์อีกคนหนึ่งที่แซ่หลิวมีสีหน้าที่เข้าใจขณะที่บอกกับทุกคนด้วย
กระแสเสียงปราณแท้ว่า “ดูเหมือนว่า หลินหมิงจะฆ่าขั้นเทพสมุทรด้วย
เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 จริงๆ แต่ข้าได้ยินมาว่าผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรในแดนเบื้องล่างมักจะอ่อนแอ ดังนั้นหากต้องเผชิญหน้ากับผู้ทรง
พลังดังกล่าว ซึ่งเป็นไปได้ที่จะฆ่าพวกเขาได้ถึง 15 ถึง 20 คนในครั้งเดียว”
“อืม, ข้าก็เชื่อว่าข้าสามารถทำได้เช่นกัน แม้ว่าข้าจะไม่สามารถฆ่า
พวกเขาได้ แต่ก็ยังสามารถเอาชนะพวกเขาได้”
“ใช่แล้ว, และสมญานามดังกล่าวของผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งในรอบ
100,000 ปีก็อาจไม่เป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้าเขามีพรสวรรค์ที่หายากเป็น
พิเศษ ก็อาจจะมีบางคนที่อยากจะเอาชนะใจเขาแน่นอน พวกเขายังจะ
ชมเชยเขาและเลือกคำที่น่าพึงพอใจเช่นผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดในรอบ
100,000 ปี สมญานามเรื่องนี้กระจายไปทั่ว และทำให้ทุกคนสับสนว่า
เป็นจริงหรือไม่”
“ใช่แล้ว, คำกล่าวของพี่ชายหลิวมีเหตุมีผล”
ศิษย์หลายคนพูดคุยกัน และพบว่าจิตใจของพวกเขาสงบลง ผู้มี
พรสวรรค์เหล่านี้เป็นบุคคลที่ภาคภูมิและหยิ่งยโสมาก พวกเขาไม่ต้องการ
ยอมรับว่าพวกเขาด้อยกว่าคนอื่นๆ แน่นอน เมื่อหลินหมิงถูกนำตัวมาที่นี่
โดยเทพธิดาเฟิง มันจึงเป็นธรรมชาติที่จะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาเล็กน้อย
ตราบเท่าที่เขายังแข็งแกร่งกว่าพวกเขาเพียงเล็กน้อยนั้น พวกเขาก็
สามารถยอมรับได้
ขณะที่เหล่าศิษย์กำลังคุยกันอยู่ จุนเยว่ก็เพียงแต่ฟัง ไม่ได้สอดแทรก
ความคิดเห็นของนาง ในที่สุด เมื่อพวกเขาคุยกันถึง “ผลสุดท้าย” ในที่สุด
นางก็กล่าวออกมาว่า “ไม่มีขีดจำกัดในจักรวาล มันมักจะมีสวรรค์ที่สูงกว่า
และคนที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ อย่าคิดว่านักสู้ของแดนเบื้องล่างทุกคนต่างก็
ด้อยกว่านักสู้ของแดนเทวะ แม้ว่าแดนเทวะจะกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด แต่
แดนเบื้องล่างก็ยิ่งใหญ่เช่นกัน จำนวนนักสู้ในแดนเบื้องล่างอาจมากกว่า
ในแดนเทวะ!”
จุนเยว่ชำเลืองมองไปยังหลินหมิง นางรู้สึกได้เล็กน้อยว่าเขากำลัง
ยับยั้งออร่าภายในร่างกายตนเองอยู่ แม้ว่านางจะไม่สามารถคาดเดาอะไร
ได้จากเรื่องนี้ แต่นางก็เชื่อในการตัดสินของเทพธิดาเฟิงและรู้ว่านางย่อม
คิดไม่ผิด หลินหมิงย่อมพิสูจน์ได้ว่าเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น แต่
สำหรับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขานั้น มันก็จะเห็นได้ในอนาคต
“ศิษย์น้องหลิน เพราะเจ้าเพิ่งมาถึงแดนเทวะ, เจ้าจึงไม่น่าจะมีอาวุธ
ที่ดีในมือ เอาเป็นว่าข้าพาเจ้าไปยังหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเพื่อเลือก
มันเป็นอย่างไร?”
หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญไม่ใช่พื้นที่เก็บอาวุธทั่วไป การสามารถ
มาเลือกอาวุธที่นี่ได้ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ มันไม่ง่าย
อย่างที่เห็น