Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 10 : หาเงินมาตุนไว้หน่อยจะได้อุ่นใจ
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 10 : หาเงินมาตุนไว้หน่อยจะได้อุ่นใจ
ซีอินเดินมาได้สักพักจนเกือบถึงที่หมายแต่แล้วจู่ ๆ ก็
นึกขึ้นมาได้ว่าเธอไม่ได้ใส่พวกยารักษาต่างๆ ไปให้สามีด้วย
เลยเสียเวลามานั่งหามุมที่ลับตาคนตรงตรอกซอยข้าง ๆ เพื่อ
เอายาเม็ดพวกแก้ปวดยาแก้ไข้และยาแก้อักเสบ พร้อมทั้งยา
ทาภายนอกอย่างยาคลายกล้ามเนื้อออกมา ทั้งยังเขียนบอก
วิธีใช้โดยละเอียดใส่ลงไปให้ด้วยใส่กระเป๋าผ้าที่มีหูรูดใบเล็กๆ
ก่อนจะจับยัดใส่ลังไปอีกที
“คราวนี้น่าจะไม่ลืมอะไรแล้วนะ ของกิน ของใช้
จดหมายแล้วก็ยา” ทวนของอีกรอบก่อนจะยกลังไปที่ว่าการ
ไปรษณีย์ ไม่รู้ที่เธอสามารถแบกลังนี้ไหวได้เป็นเพราะเธอตัว
ใหญ่เลยแรงเยอะ หรือเพราะออกกำลังกายเลยแข็งแรงขึ้นกัน
แน่
ซีอินส่งของเรียบร้อยค่าส่งแพงเอาเรื่องอยู่ตั้งสองหยวน
เลย แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะส่งไปกล่องใหญ่เลยทีเดียว เมื่อจัดการ
ส่งของที่ว่าการไปรษณีย์เสร็จแล้ว เธอก็คิดว่าต้องหาเงินมาตุน
ไว้หน่อยจะได้อุ่นใจ ตอนนี้พึ่งจะ11.00น.เท่านั้นไปตลาดมืด
สักชั่วโมงสองชั่วโมงคงพอ
ซีอินหลบมุมอีกครั้งหาหมวกไหมพรมสีตุ่น ๆ เก่า ๆ
หน่อยออกมาใส่พร้อมพันผ้าพันคอหลาย ๆ ทบดึงขึ้นมาปิด
ช่วงปากและจมูกไว้ ก่อนจะเอาตะกร้าสานที่ทำจากหวาย
ออกมาคล้องแขน โดยวันนี้เธอจะเอาสบู่ก้อนไปขาย เพราะ
เธอดูของในมิติห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับมาแล้ว นอกจาก
ของกินของสด ยังมีของใช้ที่เป็นแบบยกโหลแบบแพ็คสำหรับ
ขายส่งอยู่ด้วย เธอเห็นมีสบู่ที่ถูกแพ็คด้วยแร็ปพลาสติกใสๆ
โดยไม่ได้บรรจุในกล่องกระดาษอยู่มากมายหลากหลายกลิ่น
ไม่รู้ว่าท่านเทพที่ให้ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เธอเขย่า
เซียมซีได้มารู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่าว่าเธอจะเอาของ
ออกมาขายถึงได้มีของที่เหมือนเตรียมพร้อมให้เธอเพื่อเอามา
ขายแบบนี้ ส่วนเนื้อสด ๆ นั้นเธอก็จะขายด้วยเหมือนกัน
เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าตลาดมืดซีอินก็เดินเข้าไปหน้า
ประตูทางเข้าแล้วเอ่ยบอกรหัสผ่านกับคนเฝ้าประตูทันที
“มืดแล้วอย่างไร หากยังมีพระจันทร์บนท้องฟ้า ก็
มองเห็นทางเดินแล้ว”
ซีอินเอ่ยบอกรหัสผ่านไปในใจก็คิดว่าคนที่คิดรหัสผ่าน
แบบนี้ช่างเป็นคนมีอารมณ์สุนทรีย์ซะจริง ๆ
เธอเดินสำรวจรอบหนึ่งและสังเกตคนที่มาเดินซื้อของ
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงดูแล้วน่าจะเป็นเหล่าแม่บ้าน มีทั้งที่
แต่งตัวธรรมดาและแต่งตัวดี ๆ มา
ของที่คนเอามาขายก็ราคาสูงกว่าข้างนอกพอสมควร ซี
อินมองเห็นผู้หญิงแต่งตัวท่าทางดูดีคนหนึ่งดูเหมือนกำลังถาม
หาสบู่กับคนขายที่ตั้งแผงอยู่ด้านข้างที่เธอยืนพอดี แต่เมื่อไม่มี
ของที่เธอต้องการจึงเดินไปอีกด้านด้วยสีหน้าผิดหวัง ซีอินจึง
เดินเข้าไปทักอีกฝ่ายเบา ๆ
“ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าคุณกำลังหาอะไรอยู่หรือเปล่า
คะ เผื่อว่าที่ฉันจะมีของที่คุณอยากได้” ซีอินเอ่ยถามอีกฝ่าย
ขึ้นมาเบา ๆ
“เอ่อ พอดีฉันอยากได้สบู่น่ะค่ะ คุณมีหรือเปล่า” เมื่อจู่
ๆ ก็มีคนเข้ามาทักจึงตกใจอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดว่าคงเป็นคนที่เอา
ของมาขายในตลาดมืดนี่ เธอจึงลองบอกของที่อยากได้ออกไป
“สบู่หรือคะที่ฉันมีค่ะ รอสักครู่ฉันจะเอาของให้คุณ
ดูก่อนนะคะ” จากนั้นซีอินก็ทำทีเป็นหยิบสบู่ออกมาจาก
ตะกร้าที่มีผ้าคลุมอยู่ ก่อนจะมีสบู่ก้อนสีขาวราวน้ำนมออกมา
ส่งให้ว่าที่ลูกค้าตรงหน้าได้ดู
“นี่เป็นสบู่น้ำนมข้าวค่ะส่วนก้อนนี้สีชมพูเป็นสบู่กลิ่น
กุหลาบ คุณลองดมดูก่อนว่าชอบรึเปล่า”
“โอ้!! หอมมากเลยค่ะ” หรูเหมยตาโตทันทีเธอไม่เคยใช้
สบู่ที่มีกลิ่นหอมขนาดนี้มาก่อนเลย ขนาดทางใต้ที่มีสินค้า
มากมายเธอก็ยังไม่เคยเห็นเช่นกัน
“นี่เป็นสบู่แบบใหม่ที่มีกลิ่นหอมมากเลยนะคะ ใช้ดีด้วย
ค่ะ ฉันลองแล้วกลิ่นติดผิวกายยาวนาน ทั้งยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่ม
ชื้นไม่แห้งฉันได้มาไม่เยอะมากเท่าไหร่เพราะเป็นของหายาก
ค่ะ ว่ายังไงคะคุณสนใจรึเปล่า”
“ฉันสนใจค่ะ คุณขายราคาเท่าไหร่” หรูเหมยไม่ลังเล
เลยด้วยซ้ำ สบู่นี่มันหอมมากทั้งสีก็น่าใช้ จึงรีบถามราคา
ออกไปทันที
“สบู่นี่มีกลิ่นหอมมากทั้งยังหายากด้วย ฉันขายก้อนละ
สองหยวน ราคานี้อย่าเห็นว่าแพงเกินไปเลยนะคะสบู่นี่เป็น
ของดีมากจริงๆ” ปกติสบู่ที่ขายในสหกรณ์ราคาหนึ่งหยวนห้า
เหมา และยังต้องมีคูปองอุตสาหกรรมอีก
ซึ่งปกติที่ทางการจะแจกคูปองอุตสาหกรรมให้เพียงคน
ละห้าใบต่อปีเท่านั้นอีกด้วย ซีอินขายสบู่ราคาก้อนละสอง
หยวนนับว่าไม่แพงแล้ว อีกทั้งเธอยังไม่ได้ลงทุนอะไรกำไรจึงได้
เต็ม ๆ
“ไม่แพงเกินไปค่ะ หากเทียบกันคุณภาพของสบู่ของคุณ
จ่ายสองหยวนโดยไม่ต้องใช้คูปองฉันคิดว่าไม่แพงเกินไป งั้น
ฉันเอาทั้งสองกลิ่นอย่างละห้าก้อนค่ะ”
“ได้เลยค่ะ” ซีอินส่งสบู่แล้วรับเงินมาเก็บไว้ ก่อนแยก
ย้ายกันลูกค้าคนนี้ยังสอบถามไว้อีกว่าเธอจะมาขายของ
เมื่อไหร่บ้าง ซีอินบอกไว้ว่าเธอจะมาเพียงอาทิตย์ละครั้งก่อน
จะเอ่ยแนะนำตัวกันเอาไว้ด้วย
จากนั้นซีอินก็เริ่มทำธุรกิจขายสบู่ของเธออย่างเมามัน
ซึ่งขายดีมาก โดยเธอจะเลือกพุ่งเป้าไปหาผู้หญิงสาวและเหล่า
แม่บ้านที่ดูรักสวยรักงาม ส่วนคนที่ดูเหมือนเน้นซื้ออาหารหรือ
ของกินมากกว่า เธอก็จะเข้าไปเสนอเนื้อหมูเป็นชิ้นและไก่ที่
เป็นตัว ๆ ซึ่งทำความสะอาดมาเรียบร้อยแล้วให้ ยังมีพวกชา
จีนและกาแฟซองที่ขายดีและขายได้ในราคาแพง
“นี่สหายพอดีฉันเห็นว่าคุณมีพวกชา กาแฟมีแต่ของดีๆ
ทั้งนั้นเลยแล้วพอจะมีนั้นไหม…พวกอาหารกระป๋องน่ะ” เสียง
กระซิบถามจากหญิงวัยกลางคนซึ่งดูท่าทางจะมีเงินมาเลย
ทีเดียว
“ก็พอมีอยู่ค่ะ แต่มีไม่มากเป็นของจากทางใต้ราคาจึง
สูง ฉันเลยไม่กล้าเอามาเยอะเพราะกลัวจะขายไม่ได้น่ะค่ะ” ที่
เธอตัดสินใจว่าจะเอาอาหารกระป๋องออกมาขายเพราะเธอดู
แล้วก็ดูอีก เธอพบว่าสลากภาษาบนกระป๋องและบนสินค้าต่าง
ๆ ในห้างมิติที่ได้รับมันเปลี่ยนไปเป็นภาษาจีนของโลกนี้
ทั้งหมดแล้ว น่าเสียดายที่เธอพึ่งมาเห็นตอนอยู่ในตลาดมืดนี้
เองเลยไม่ได้ส่งให้สามีเลยคงต้องเอาไว้รอบหน้าก่อนแล้วกัน
ค่อยส่งไปให้เยอะ ๆ หน่อย
“ไม่เป็นไร ๆ ขอแค่มีของก็พอแล้ว” เอ่ยตอบไปอย่าง
ยินดีเพราะตอนนี้ลูกชายเธอกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งใน
โรงงานเธอจึงต้องหาของให้ลูกชายเอาไปเป็นของขวัญให้แก่
ผู้จัดการที่โรงงานหลอมเหล็ก วันนี้เธอจึงมาเดินหาซื้อของที่
ตลาดมืดนี่
“ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะฉันของไปหยิบของมาให้คุณ
ดูก่อน” ซีอินบอกก่อนจะเดินหายไปทางตรอกซอยเพียงครู่
เดียวเธอก็กลับมา
“นี่คะ” ซีอินเอาผลไม้กระป๋องและปลากระป๋องออกมา
จากตะกร้าอย่างละสองกระป๋องเท่านั้น หากเอาออกมามากก็
จะดูเป็นของที่หาซื้อได้ง่ายจนเกินไป
“ของดีมากเลย ขายราคาเท่าไหร่บ้างล่ะ” เสียงตื่นเต้น
ดีใจทั้งตาโตขึ้นทันทีเมื่อเห็นของในตะกร้า
“ปลากระป๋องนี่กระป๋องละแปดหยวน ส่วนผลไม้
กระป๋องก็กระป๋องละสิบหยวนค่ะ อาหารกระป๋องพวกนี้ถ้ายัง
ไม่เปิดก็สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปี ๆ เลยนะคะ”
“ฉันรู้แล้ว ๆ ฉันเอาทั้งหมดนะคิดเงินเลยรวมค่าชากับ
กาแฟซองพวกนั้นด้วยเลย”
“ได้ค่ะ” ซีอินขายของให้ลูกค้าผู้หญิงคนนี้ไปได้เงินมา
65หยวนเลยทีเดียว ไม่คิดว่าลูกค้าคนนี้จะซื้อง่ายขนาดนี้คง
เพราะต้องการของจริงๆสินะ
ร่างอวบของซีอินยังคงวนเวียนขายของเป็นเวลาสอง
ชั่วโมง เมื่อเห็นว่ามาในเมืองอำเภอนานแล้วเธอจึงเดินออก
จากตลาดมืด เมื่อออกมาถนนด้านนอกแล้วจึงเอาหมวกและ
ผ้าพันคอยัดใส่ตะกร้าที่คล้องแขนไว้แต่ความจริงแล้วเธอเอา
เก็บใส่มิติต่างหาก
จากที่คำนวณในใจคร่าว ๆ วันนี้เธอน่าจะขายของได้
เงินมาเป็นหลักพันหยวน เดี๋ยวกลับบ้านไปค่อยนับอีกที
ตอนนี้เธอจะเข้าไปสหกรณ์เพื่อไปดูว่าจะมีของอะไรซื้อไปฝาก
ลูก ๆ ของเธอได้บ้าง
ซีอินวนดูของในสหกรณ์จนทั่วแล้ว ของไม่ได้มีอะไรมาก
นักนอกจากแป้งสาลี แป้งข้าวโพด ไข่ไก่เครื่องปรุงต่าง ๆ มี
เสื้อผ้าสีเรียบ ๆ อีกนิดหน่อย ซึ่งเธอมีของอยู่มากมายในมิติ
เธอจึงเลือกซื้อลูกอมตรากระต่ายขาวไปสามห่อ น้ำตาล
ทรายแดงถุงละสองชั่งทั้งหมดสองถุง และแป้งสาลีอีกสองถุง
เธอจะซื้อไปให้ที่บ้านหลินบ้านเดิมของเธอและบ้านพ่อแม่สามี
ด้วย ส่วนของบ้านเธอมีของในมิติอยู่แล้วไม่ต้องซื้อไปอีก
เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็มาจ่ายเงิน คนที่คิดเงินให้เธอ
เป็นผู้หญิงที่เธอถามทางไปที่ว่าการไปรษณีย์นั้นเอง
“สหายนั้นเอง เจอที่ว่าการไปรษณีย์แล้วใช่ไหมคะ”
เธอเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรเพราะจำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มาถาม
ทางเธอ
“เจอแล้วค่ะ ขอบคุณสหายมากนะคะไม่งั้นฉันคงต้อง
เดินหาอีกนานเลย” ซีอินตอบพร้อมยิ้มให้
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“จริงสิอย่างว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะสหาย นี่เป็น
ของตอบแทนน้ำใจที่ช่วยบอกทางให้ฉันนะคะ” เมื่อเห็นว่า
ตรงที่คิดเงินนั้นไม่มีใครอื่นนอกจากเธอและพนักงานหญิงคนนี้
ซีอินเลื่อนสบู่ก้อนเล็ก ๆ เป็นขนาดทดลองไปให้ หากจะให้
ก้อนใหญ่ขนาดปกติไปเพื่อเป็นของตอบแทนน้ำใจก็ดูจะมาก
เกินไป
“ก้อนเล็ก ๆ นี้คืออะไรหรอคะสหาย” ตานผิงรับของ
มาดูแล้วเอ่ยถาม เธอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยออกมาด้วย มัน
หอมมาก
“สบู่นะคะ”
“โอ้! ขอบคุณมากเลยคะแต่ว่าของแพงแบบนี้ให้ฉันจะดี
หรอคะ” ตานผิงตกใจมาก เธอไม่เคยเห็นสบู่อะไรจะหอม
ขนาดนี้มาก่อนเลย
“ดีสิคะ คุณรับไว้เถอะนี่เป็นสบู่ที่ฉันตัดแบ่งออกมาน่ะ
ค่ะ”
“งั้นฉันไม่เกรงใจนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ” ตานผิง
เห็นว่าก้อนมันเล็กมากจึงรับเอาไว้ หากเป็นก้อนใหญ่กว่านี้เธอ
คงไม่กล้ารับของที่แพงขนาดนี้จริง ๆ พูดคุยแนะนำตัวกันเพียง
ครู่ ซีอินก็เดินออกจากสหกรณ์ของรัฐเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้าน
…