Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 9 : ไปรับไก่กับเตรียมของส่งให้สามี
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 9 : ไปรับไก่กับเตรียมของส่งให้สามี
ชีวิตหลินซีอินและลูก ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและสงบ
มากเพราะไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายบ้านเธออยู่แล้ว ตื่นมาเธอก็
ออกกำลังกาย ทำสวนหลังบ้านปลูกผักไว้กินทำอาหารอร่อยๆ
ให้เจ้าหัวผักกาดทั้งสองได้กิน บางครั้งก็ส่งอาหารไปให้
บ้านพ่อแม่สามีบ้างเพื่อแสดงความกตัญญูแต่ไม่ได้ให้บ่อยนัก
เรียกว่าต่างคนต่างอยู่กันมากกว่า
มีบ้างที่คุณแม่เซียวกับพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงแวะเข้ามาดูเจ้า
แฝดเพราะเมื่อก่อนตูตูกับไคไคจะไปอยู่ที่บ้านปู่กับย่าเป็น
ประจำ แต่เพราะตอนนี้ซีอินดูแลใส่ใจลูก ๆ อย่างดีจึงทำให้
เด็ก ๆ ติดเธอมาก จนไม่ได้ออกไปเล่นที่บ้านปู่กับย่าอีก จึงทำ
ให้คุณแม่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงที่ไม่ค่อยได้เจอตูตูกับไคไค
ในช่วงหลังมานี้รู้สึกคิดถึงอยู่บ้าง
ครั้งแรกที่คุณแม่เซียวมาเห็นเจ้าแฝดตัดผมสั้นแล้ว
ถึงกับตรงปรี่เข้ามาจับหมุนซ้ายหมุนขวาพร้อมกับพูดว่า
เหมือนมาก ๆ เหมือนเจ้าสามหรือก็คือสามีของเธอตอนเด็ก ๆ
มาก ทั้งยังยิ้มปลื้มปริ่มที่เห็นหลาน ๆ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
วันก่อนตอนคุณแม่เซียวมาเยี่ยมตูตูกับไคไค เด็กๆเล่า
ให้ย่าฟังว่าต่อไปจะมีไก่กุ๊ก ๆ มาอยู่ที่บ้านแล้ว ซีอินจึงบอกไป
ว่าเธอได้ไปลงชื่อขอไก่มาเลี้ยงแล้ว คุณแม่เซียวจึงให้พี่ใหญ่
เซียวฉิงโจวมาช่วยทำเล้าไก่ให้ เธอจึงแบ่งขนมจีบหมูกับวอวอ
โถวข้าวโพดเนื้อนุ่มฟูที่เธอทำเองให้เป็นการตอบแทนไป…
“ตูตู ไคไค วันนี้แม่จะไปรับไก่มาเลี้ยง พวกลูกรอที่บ้าน
นะจ๊ะแม่ไปเพียงครู่เดียวก็กลับแล้ว” เพราะเห็นว่าที่บ้าน
ปลอดภัยดีจึงให้ลูกรออยู่ที่บ้านได้ อีกอย่างเธอก็ไปไม่นานด้วย
“ไก่กุ๊ก ๆ” ตูตูเลียนแบบเสียงร้องของไก่ พร้อมทำท่า
ทางตลกโดยพยักหน้าหงึก ๆ เหมือนไก่จิกไปด้วย
“ใช่แล้วจ้ะไก่กุ๊ก ๆ”
“ตูตูจะยอแม่อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน” นิ้วสั้น ๆ ชี้ไปที่ม้านั่ง
ที่ทำจากไม้เนื้อดี เธอเจอว่ามันมีอยู่ในมิติที่เธอได้รับมา จึงเอา
ออกมาตั้งไว้ใต้ต้นไม้ข้างบ้านเอาไว้ให้เด็ก ๆ นั่งเล่นกัน
“ไคไคก็รอแม่ตรงนี้ด้วยคับ”
“ดีมากจ้ะ เอาล่ะเจ้าหัวผักกาดน้อยเด็กดี ระหว่างที่รอ
แม่มีนี่มาให้ด้วยเล่นกันไปก่อนนะ” ซีอินเอาสมุดภาพระบายสี
เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ และรูปต้นไม้พร้อมกล่องสีไม้ออกมาให้ลูก
ๆ ได้ระบายสีด้วยกัน ตูตูกับไคไคตื่นเต้นมากจนตาโตกระดี๊
กระด๊ามีความสุขมาก ไม่รู้หรอกว่าคืออะไรแต่คิดว่าต้องสนุก
แน่ ๆ เลย
“ขอบคุณคับแม่ ฮิ ฮิ”
“แม่ดีที่สุดเลยคับ ฮิ ฮิ”
“จ้า ๆ”
เมื่อบอกวิธีเล่นสมุดระบายสีให้เด็ก ๆ ที่โต๊ะม้านั่ง
เรียบร้อยแล้ว ซีอินก็รีบเร่งเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อ
ไปที่ฝ่ายผลิตตามเวลาที่เลขาธิการปิงบอกเอาไว้ เมื่อไปถึงเธอ
เจอชาวบ้านในหมู่บ้านที่มาลงทะเบียนรับไก่ไปเลี้ยงหลายสิบ
คนเลยทีเดียว
คนที่มาต่างมองมาที่ซีอินด้วยสายตาประหลาดใจและ
ไม่อยากเชื่อ แต่เพราะไม่มีใครอยากจะยุ่งกับเธอมากนักจึงไม่
มีใครเข้ามาพูดคุยด้วยได้แต่แอบมองเธออยู่ห่าง ๆ เท่านั้น
“ต่อไปจะขานชื่อของคนที่มาลงทะเบียนไว้ออกมารับ
ไก่นะ” เสียงดังฟังชัดของหัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนเอ่ยขึ้น ให้ได้
ยินกันถ้วนทั่ว
ด้านข้างยังมีเลขาธิการปิงและผู้ช่วยเลขาที่คอยทำ
หน้าที่จดบันทึกและแจกจ่ายไก่ตามจำนวนที่ต้องได้รับ ทุกคน
ออกไปรับไก่ทีละคน จนถึงซีอินเธอเอาตะกร้าสานก้นลึกใบ
ใหญ่ออกมาใส่ไก่กลับบ้านจะได้ไม่ต้องอุ้มไก่เดินไปมา ไก่ที่
ได้มาเป็นไก่สาวคาดว่าเลี้ยงอีกไม่กี่เดือนก็ได้กินไข่แล้ว
“เอาละแจกจ่ายเรียบร้อยแล้วก็เลี้ยงกันให้ดี ๆ จะได้มี
ไข่ไก่กินกันในบ้าน อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่แจกจ่ายผลผลิตแล้ว
เมื่อไม่มีอะไรก็แยกย้าย ๆ”
ชาวบ้านพากันเดินกลับบ้านใครบ้านมันเพราะต่างก็
ตื่นเต้นที่จะได้เอาไก่ไปเลี้ยง ส่วนเรื่องแจกจ่ายผลผลิตนั้นซีอิน
ไม่เคยได้เพราะเธอไม่เคยลงแปลงนาของฝ่ายผลิตเลยจึงไม่มี
แต้มคะแนน ถ้าอยากได้เธอก็ต้องจ่ายเงินหยวนแลกเปลี่ยน
ของกับฝ่ายผลิตเอาเอง ยังดีที่คุณแม่หลินแม่ของซีอินรู้จักลูก
สาวตัวเองดีจึงมักเอาอาหารและธัญพืชมาให้อยู่เสมอ
เฮ้ออ อยู่แบบนี้ไม่ได้แล้วสิแม้ไม่ได้ลำบากเรื่องของกิน
แล้ว แต่เงินติดบ้านมีเก็บอยู่แค่สองร้อยสามสิบหยวนเท่า
นั้นเอง ซึ่งเป็นเงินที่เธอเก็บจากที่สามีส่งมาให้เดือนละสิบห้า
หยวน และสำหรับเธอเงินจำนวนนี้ไม่สามารถทำให้อุ่นใจได้
เลย…
ตูตูกับไคไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูรั้ว
บ้านดังก๊อกแก็ก ๆ ก่อนจะรีบวิ่งด้วยขาสั้นป้อมพากันมาที่
ประตูรั้ว เมื่อเห็นแม่เดินเข้าบ้านพร้อมอุ้มตะกร้าที่มีไก่กุ๊ก ๆ
อยู่ข้างในเข้ามา
“แม่มาแล้ว”
“ไก่ก็มาแล้ว”
ซีอินยิ้มรับเด็ก ๆ ก่อนเดินไปที่เล้าไก่ที่เตรียมไว้แล้วนำ
ไก่ใส่เข้าไปในเล้า เธอเตรียมข้าวเปลือกและน้ำไว้สำหรับไก่
เรียบร้อยแล้ว เจ้าหัวผักกาดทั้งสองดูตื่นเต้นกันมากเลยทีเดียว
“เอาละจ้ะต่อไปตูตูกับไคไคต้องคอยช่วยแม่ให้อาหาร
ไก่ทุกวันด้วยน๊าา พอไก่ออกไข่แล้วก็ต้องการช่วยกันเก็บไข่
ด้วย”
“ได้คับ/ได้คับ” ตอบเสียงดังฟังชัด พวกเขาเต็มใจเสีย
ยิ่งกว่าอะไรเสียอีก มีไก่ในบ้านก็เท่ากับมีอาหารไม่ต้องกลัวอด
อีก
ซีอินปล่อยเด็กๆ นั่งย่องๆ จุ้มปุ๊กดูไก่กันต่อไป ส่วนเธอ
ก็เดินเข้าบ้านไปตอนนี้เธอต้องเริ่มเตรียมแพ็คของที่จะส่งให้
สามีแล้วล่ะ ใกล้หน้าหนาวแล้วด้วยไม่รู้ร่างกายสามีเธอตอนนี้
เป็นยังไงบ้าง เป็นห่วงจังแฮะ
ซีอินเตรียมอาหารแห้งที่กินง่าย ๆ อย่างหมูแผ่นปรุงรส
หวานเค็มถุงใหญ่ถุงละสามกิโลให้ห้าถุง เผื่อเขากินเยอะและ
อาจจะเอาไปแบ่งเพื่อน ๆ หรือหัวหน้างานได้ด้วย
ผักกาดดองเค็มใส่โหลพลาสติกปิดฝาแน่น พยายามหา
ของที่ไม่มีสลากภาษาหรือถ้าสิ่งไหนสามารถเปลี่ยนถ่ายมาใส่
โหลพลาสติกใส่ๆ ธรรมดาได้เธอก็จะเปลี่ยน ทั้งกาแฟซอง
โกโก้ซองและเน้นของกินที่เก็บได้นาน ๆ ส่งไปให้
ทั้งมีเสื้อผ้ากันหนาวเสื้อไหมพรมและผ้าพันคออุ่นๆ
หมวกของที่ทำจากไหมพรมนี้เป็นของที่เธอถักเองที่เอามาจาก
โลกเดิมด้วย ยังมีเสื้อคลุมตัวยาว ถุงเท้ายาว ถุงมือ กางเกง
ชั้นใน ของเหล่านี้มีในห้างมิติทั้งนั้น และเอาถุงน้ำร้อน ขวด
เก็บน้ำร้อนที่ไม่มีลวดลายอะไรเป็นสีทึบ ๆ เรียบ ๆ ขนาด
พกพาและมีรองเท้าหนังหุ้มข้ออย่างดีใส่ไปให้ ทั้งเธอยังลงมือ
เขียนจดหมายใส่ไปให้ด้วย
“ตูตู ไคไค” เสียงหวานอ่อนโยนเรียกหาลูก ๆ ดังไปถึง
หน้าบ้าน
“หื้มม แม่เยียก”
“อื้มมแม่เรียกไปกัน”
เด็ก ๆ ลุกขึ้นจากที่กำลังนั่งดูไก่อยู่ตรงเล้าแล้ววิ่งจู๊ดพา
กันเข้ามาในบ้าน ซีอินมองแล้วก็ได้แต่ยิ้มและคิดว่าตูตูกับไคไค
ดูร่าเริงและแข็งแรงขึ้นมากเลยทีเดียว
“แม่ / แม่”
“ตูตู ไคไคแม่จะส่งของให้พ่อของลูก ๆ แล้วก็จะเขียน
จดหมายไปด้วย ตูตูกับไคไคมีอะไรจะฝากถึงพ่อไหม” ซีอินก้ม
หน้าลงถามเด็ก ๆ ที่ตั้งใจฟังสิ่งที่แม่ถามอยู่
“ไคไคอยากเขียนจดหมายด้วยคับ”
“ตูตูด้วย…ตูตูก็หยักเขียนแต่ว่า…แต่ว่าตูตูเขียนไม่เป็น”
ตอนแรกก็ดูคึกคักกันดีอยู่หรอก แต่จู่ ๆ ก็เหมือนพึ่งนึก
ได้ว่าตัวเองเขียนหนังสือไม่เป็น ก็พากันทำหน้าเศร้าเป็นลูก
หมาน้อยกันเชียว
“งั้นเดี๋ยวแม่สอนคำง่าย ๆ ให้ตูตูกับไคไคดีไหม จะได้
เขียนจดหมายให้พ่อได้”
“เย่ เย่ ดีคับ/ดีคับ”
จากนั้นซีอินสอนลูกเขียนอักษรลากเส้นช้า ๆ ไปสอง
สามตัวอักษร โดยเป็นคำที่เด็ก ๆ บอกว่าอยากเขียนถึงพ่อของ
พวกเขา โดยเธอให้ใช้ดินสอเขียนลงบนกระดาษเขียนจดหมาย
ท่าทางจับดินสอแบบกำแท่งดินสอไว้ในมือนั้นก็น่ารักสุดจะ
บรรยาย มองแล้วทั้งมันเขี้ยวทั้งน่าเอ็นดู ไม่รู้ว่าเซียวฉิงเฟิ่งได้
อ่านจดหมายที่ลูก ๆ เขียนถึงแล้วจะรู้สึกยังไงบ้าง
“เอาละเมื่อเรียบร้อยแล้วแม่จะเอาของไปส่งให้พ่อใน
เมืองนะ เดี๋ยวแม่จะไปวานให้คุณย่ามาอยู่เป็นเพื่อนลูก ๆ สัก
พักก่อนตกลงไหม”
“ไปด้วยไม่ได้หยอแม่~” ตูตูแฝดคนพี่ถามหางเสียง
ทอดยาวแบบอ้อน ๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะยืนเรียงกันตรงหน้า
แล้วเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาให้แม่ว่าอยากไปด้วย
“แม่ต้องขนของไปกล่องใหญ่มากเลย เอาไว้คราวหน้าที่
ไม่ต้องขนของเยอะแบบนี้แม่จะพาไปด้วยกันดีไหม วันนี้แม่แค่
ไปส่งของให้พ่อกับซื้อของอีกนิดหน่อย ไปไม่นานเดี๋ยวเดียวก็
กลับแล้ว ตูตูกับไคไคอยู่ระบายสีภาพรอแม่อยู่บ้านก่อนนะ”
“ก็ได้คับ/ก็ได้คับ”
“ดีมากจ้ะเด็กดี ๆ” กล่าวชมพร้อมลูบหัวกลมๆทั้งสอง
หัวไปด้วยเบา ๆ
จากนั้นเธอก็เดินออกไปที่บ้านพ่อแม่สามี ก่อนจะเอ่ย
ปากขอให้คุณแม่เซียวมาอยู่ดูเจ้าสองแฝดที่บ้านให้ก่อนเพื่อเข้า
เมือง ตอนแรกที่ได้ยินว่าสะใภ้สามจะเข้าเมืองอีกแล้วคุณแม่
เซียวก็ลอบถอนหายใจอยากเหนื่อยใจ คิดว่าสะใภ้สามจะ
กลับไปทำตัวแย่ ๆเอาแต่ใช้เงินอย่างเดียวอีก แต่พอได้ฟัง
เหตุผลที่จะเข้าเมืองแล้วคุณแม่เซียวก็ถึงกับโล่งใจและแปลกใจ
ทั้งยังดีใจมาก เพราะลูกสะใภ้สามคนนี้ไม่เคยใส่ใจลูกชายสาม
โดยการส่งของให้มาก่อนเลย นับเป็นเรื่องที่ดีจึงไม่รอช้ารีบ
เดินที่ดูเจ้าแฝดที่บ้านสามทันที…
ซีอินเดินทางเข้าเขตเมืองอำเภอโดยนั่งไปกับรถ
แทรกเตอร์ของฝ่ายผลิต ใช่เวลาเดินทางเข้าไปหนึ่งชั่วโมง
เท่านั้น นับว่าไม่ไกลมาก หากมีจักรยานปั่นเร็ว ๆ ก็คง
ประมาณสามสิบถึงสี่สิบหน้านาทีได้
ซีอินมองดูบรรยากาศในเมืองอำเภอและผู้คนที่เดินกัน
ไปมามากมายอย่างตื่นเต้นไม่น้อย จักรยานมีให้เห็นบ้าง
ประปราย สหกรณ์สวัสดิการของรัฐในเมืองอำเภอนี้ใหญ่มาก
คิดน่าจะมีของขายเยอะ ข้าง ๆ กันมีร้านอาหารสวัสดิการของ
รัฐอยู่ด้วย ต้องใช้คูปองถึงจะเข้าไปกินได้ มีผู้คนเดินเข้าออก
อยู่ตลอดส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ก็คนที่ทำงาน
ในโรงงานที่มีเงินเดือนสูง ๆ เสียมากกว่าที่เข้าไปใช้บริการ
ซีอินอุ้มลังที่เธอแพ็คของไว้ด้วยความทุลักทุเลนิดหน่อย
ก่อนจะเข้าไปสอบถามคนที่เดินอยู่แถว ๆ หน้าสหกรณ์ของรัฐ
“ขอโทษนะคะสหายพอดีว่าฉันอยากจะสอบถามข้อมูล
คุณนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“สหายมีอะไรจะถามฉันหรือคะ”
“คือฉันอยากรู้ว่าที่ทำการไปรษณีย์อยู่ตรงไหนน่ะค่ะ”
เอ่ยถามเพราะซีอินคนเดิมนั้นทั้งที่เข้ามาในเมืองอำเภอออกจะ
บ่อยเพื่อหาซื้อของในสหกรณ์และจากที่ตลาดมืด แต่กลับไม่มี
ที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์อยู่ในหัวหรือความทรงจำเลย
“อ้อถ้าเป็นที่ทำการไปรษณีย์คุณเดินต่อไปทางขวามือนี่
อีกสองช่วงถนนก็จะเจอแล้วค่ะอยู่ตรงหัวมุมถนนพอดี หาไม่
ยากเพราะค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว”
“ขอบคุณสหายมากค่ะ” จากที่ฟังก็เหมือนจะหาไม่ยาก
เธอคนเดิมต้องเซ่อขนาดไหนถึงไม่มีความทรงจำของที่ว่าการ
ไปรษณีย์ว่าอยู่ตรงไหนกันนะ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการแล้วซีอินก็มุ่งหน้าไปส่งของ
ให้สามีที่ที่ว่าการไปรษณีย์ทันที…