Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 11 : พัสดุของพลทหารเซียวกล่องใหญ่มากจริงๆ
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 11 : พัสดุของพลทหารเซียวกล่องใหญ่มากจริงๆ
ตอนขากลับซีอินไม่ได้นั่งรถแทรกเตอร์ของฝ่ายผลิต
กลับ ซีอินมองหามุมลับตาคนอีกครั้งก่อนจะเอาจักรยาน
ออกมาปั่นกลับบ้าน เมื่อปั่นมาถึงใกล้ทางเข้าหมู่บ้านเธอหลบ
เข้าหลังต้นไม้ข้างทางแล้วเก็บจักรยานเข้ามิติ จากนั้นก็เอา
ตะกร้าออกมาหิ้ว ก่อนจะค่อย ๆ เดินเท้าเข้าหมู่บ้านไป
พบเจอชาวบ้านที่มานั่งพูดคุยเล่นนินทากันเองอยู่ที่หน้า
ศาลาหมู่บ้าน เพราะวันนี้เป็นวันหยุดลงแปลงนาของฝ่ายผลิต
มีผู้หญิงในหมู่บ้านทั้งยังมีเหล่ายุวปัญญาชนหญิงอีกหลายคนที่
ถูกส่งมาเป็นแรงงานในชนบทนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ด้วย บางคน
เมื่อเห็นซีอินเดินหิ้วตะกร้ามาก็พากันมองอย่างอยากรู้อยาก
เห็นแล้วแอบซุบซิบนินทากัน แต่ซีอินไม่สนใจตราบใดที่คน
พวกนั้นไม่ได้เข้ามาพูดจาหาเรื่องก่อน เธอรีบกลับไปหาลูก ๆ
และนับเงินที่ขายของได้วันนี้ดีกว่า….
เมื่อเปิดรั้วบ้านเข้าไปก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของตูตู
ไคไคดังอยู่ ทำให้มุมปากของซีอินยกยิ้มขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เธอเห็นเจ้าหัวผักกาดน้อยของเธอกำลังคุยกับย่าตัวเองอย่าง
ออกรสออกชาติเลยทีเดียว
“แม่กลับมาแย้ววววว” เป็นตูตูที่เห็นแม่แล้วพูดเสียงดัง
ขึ้นมาก่อน
“แม่ค้าบบบบ” ไคไคเองเมื่อเห็นแม่มาแล้วก็เรียกหา
เหมือนกัน
“ว่าไงแม่ไม่อยู่ตูตูกับไคไคดื้อกันรึเปล่า” ซีอินพาร่าง
อวบ ๆ ของตนเองเดินเข้าบ้านมาช้า ๆ พร้อมเอ่ยถามไปด้วย
“ไม่ดื้อคับ…ตูตูคิดตึ๋งแม่ที่ฉุด”
“ไคไคก็คิดตึ๋ง”
เจ้าหัวผักกาดน้อยขี้ประจบวิ่งมาก่อนจะกอดขาแม่ไว้
คนละข้าง พร้อมเงยหน้าขึ้นมองแม่แล้วรีบบอกคิดถึงกันใหญ่
แม้จะพูดไม่ชัดแต่ก็ฟังเข้าใจได้
“จ้า ๆ แม่ก็คิดถึงตูตูกับไคไคเหมือนกัน” บอกคิดถึงกัน
เสร็จก็พากันเดินไปวางของที่โต๊ะนั่งเล่นข้างบ้านที่มีคุณแม่
เซียวนั่งมองอยู่เห็นแม่ลูกดูรักกันดีก็รู้สึกดีใจ
“สะใภ้สามซื้อของอะไรมามากมาย”
“ของจำเป็นทั้งนั้นค่ะคุณแม่” ซีอินหยิบลูกอมตรา
กระต่ายขาว แป้งสาลี น้ำตาลทรายแดงออกมาอย่างละหนึ่ง
ถุง ทั้งยังแอบเอาแอปเปิลลูกโตออกมาจากมิติสามลูก ก่อน
เลื่อนของไปตรงหน้าแม่สามี
“นี้ของบ้านใหญ่ค่ะคุณแม่ เอาไว้ให้หลาน ๆ กินกันและ
ก็จะได้บำรุงร่างกายพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยค่ะ”
“ไม่เป็นไรเธอเก็บเอาไว้ให้ตูตูกับไคไคกินเถอะ เงินนี้ก็
ของพ่อเจ้าแฝดทั้งนั้นใช่ไหมที่ซื้อมา” มือเหี่ยวย่นอย่าง
คนทำงานหนักของคุณแม่เซียวดันของกลับไปทางลูกสะใภ้
สาม
“ไม่ใช่หรอกค่ะนี้เป็นเงินส่วนตัวของฉันเอง ไม่เกี่ยวกับ
ที่พ่อเจ้าแฝดส่งมาหรอก คุณแม่รับไปเถอะค่ะฉันไม่ได้ให้แต่
บ้านใหญ่เซียวหรอกค่ะ ฉันยังเตรียมอีกชุดไว้ให้บ้านเดิมของ
ฉันด้วย”
“เอาเถอะในเมื่อเป็นเงินของเธอที่ซื้อของมาแสดงความ
กตัญญูฉันก็คงพูดอะไรไม่ได้อีก ว่าแต่ต้องบำรุงสะใภ้ใหญ่
ทำไมรึ” คุณแม่เซียวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจนัก ไม่ใช่ว่าต้อง
บำรุงหลาน ๆ ที่บ้านหรอกหรือ
“พี่สะใภ้ใหญ่ต้องบำรุงร่างกายเพื่อให้พร้อมสำหรับการ
มีลูกอีกครั้งยังไงล่ะคะ พอดีวันนี้ที่ฉันเข้าไปในเมืองอำเภอไป
ได้ยินคนเขาพูดคุยกันค่ะ ว่าผู้หญิงที่เคยแท้งแล้วร่างกายไม่
แข็งแรงจะมีลูกอีกได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เพียงแต่
ต้องดูแลตัวเองดี ๆ กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ไม่นานก็ตั้งท้อง
ได้อีกครั้งแน่ ๆ ค่ะ”
“จริงๆ หรอ ถ้าเป็นยังงั้นจริงก็วิเศษไปเลยเจ้าใหญ่กับ
สะใภ้ใหญ่จะได้สมหวังสักที”
“แต่คงต้องใช้เวลานะคะคุณแม่ ร่างกายพี่สะใภ้ใหญ่
ขาดการดูแลมาหลายปี ถ้าจะให้ดีควรให้พี่สะใภ้ใหญ่ไป
โรงพยาบาลในเมืองอำเภอตรวจดูสักครั้งนะคะ”
“เรื่องนั้น เธอก็รู้ว่าบ้านเซียวไม่เคยมีใครเข้าไปในเมือง
อำเภอ ไม่มีใครกล้าไปหรอก”
“คุณแม่อย่าลืมสิคะ ว่าฉันไปเมืองอำเภอออกจะบ่อย
เอาไว้หากพี่สะใภ้ใหญ่ต้องการไปจริง ๆ ฉันจะไปเป็นเพื่อนเอง
ค่ะ” เพราะผู้คนในหมู่บ้านที่อายุรุ่น ๆ คุณแม่เซียวส่วนมากจะ
อยู่แต่ในพื้นที่หมู่บ้านไม่ค่อยออกไปเมืองอำเภอ ส่วนใหญ่จะ
รับรู้เรื่องราวภายนอกผ่านการประชุมของฝ่ายผลิต หรือไม่ก็
จากโทรโข่งที่ประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านเพียงเท่านั้น แต่
ก็มีบางคนที่ทำงานในโรงงานในเมืองอำเภอหรือเด็ก ๆ ที่ได้
เรียนหนังสือก็จะคุ้นชินกับการเดินทางมากกว่า
“อืม ถ้าอย่างนั้นฉันจะลองถามสะใภ้ใหญ่ดูก่อนก็แล้ว
กัน”
จากนั้นคุณแม่เซียวก็ขอกลับบ้านก่อน เพราะต้องไป
ดูแลเตรียมข้าวเย็นที่บ้านด้วย ซีอินเห็นดังนั้นจึงต้อนลูก ๆ ให้
เดินเข้าบ้าน จากนั้นเธอก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดให้สบายตัว เธอ
ออกมาก็หาข้าวให้เด็ก ๆ ได้กิน เป็นต้มจืดหมูใส่ผักกาดขาว
กับไข่ตุ๋นทรงเครื่อง หลังมื้ออาหารแสนอร่อยของเด็ก ๆ ซีอินก็
ยกถุงลูกอมกระต่ายขาวขึ้นมาให้พวกเขาได้เห็นกัน
“โฮ้ววว แม่นั้นอะไรคับ”
“ตูตูว่าดูน่าอร่อยนะ”
“นี่คือลูกอมตรากระต่ายขาวจ้ะ อยากกินไหมๆ” ซีอิน
เขย่าถุงลูกอมในมือแกว่งตรงหน้าเด็ก ๆ ไปมา
“อยากคับ/อยากคับ”
“ตกลงจ้ะแม่จะให้กินนะ เพราะวันนี้ตูตูกับไคไคเป็น
เด็กดีแม่ให้คนละสองเม็ด กินมากไม่ได้เดี๋ยวฟันจะผุเอา”
“คับ/คับ”
ซีอินเอาลูกอมให้เด็ก ๆ กิน ซึ่งดูจากท่าทางของตูตูที่
หลับตาพริ้มยกมือขึ้นมากุมแก้มน้อยทั้งสองข้าง ส่วนไคไคก็
พยักหน้าไปมาปากน้อยดูดลูกอมไม่ยอมหยุด ดูท่าจะอร่อย
จริง ๆ นั่นแหละ
เมื่อละสายตาจากลูก ๆ ซีอินก็เอาเงินที่ขายของได้วันนี้
ออกมานั่งนับโดยไม่ต้องกลัวคนมาเห็นเพราะตอนนี้เธอปิดรั้ว
บ้านเรียบร้อยอย่างดีแล้ว หักเงินที่เอาไปซื้อของแล้วยังมีเงินที่
เหลือจากที่ขายของอยู่หนึ่งพันแปดร้อยเก้าสิบหยวน รวมกับ
เงินเก็บในบ้านที่มีก่อนนี้อีกสองร้อยสามสิบหยวน เท่ากับ
ตอนนี้เธอมีเงินอยู่สองพันหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนนับว่าเยอะมาก
ๆ เป็นเศรษฐีนีตัวน้อย ๆ ได้เลยนะเนี่ย…
ณ.ค่ายทหารของกองทัพประจำทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือ
“มีภารกิจลับมาและดูเหมือนหน่วยของเราจะได้รับ
เลือกให้เข้าร่วมทุกคนเลยนะ” เหิงซานชายหนุ่มที่มีบุคลิกร่า
เริงขี้เล่นพูดขึ้นมาหลังกลับมาถึงห้องพักพลทหารของพวกเขา
“นั้นสิครั้งนี้เห็นว่าอันตรายมาก หัวหน้าถึงกับเรียก
หน่วยเราไปแจ้งไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้เตรียมตัวให้ดี ๆ ทั้งที่ยัง
เหลือเวลากว่าจะเริ่มภารกิจอีกเป็นเดือน ๆ” เล่ยฉีพูดขึ้นมา
อีกคนอย่างวิเคราะห์สถานการณ์
“ฉันน่ะตัวคนเดียวครอบครัวก็ไม่มี ไม่เหมือนพวกนาย
ที่มีครอบครัวอยู่ข้างหลังไหนจะลูก ๆ ไหนจะภรรยา” เหิง
ซานยังคงรำพึงรำพันต่อไม่หยุด
“เหิงซานฉันยังไม่มีภรรยานะ ฉันมีแต่คู่หมั้นคนที่มีลูกมี
ภรรยาน่ะคือพี่ใหญ่เซียวฉิงเฟิ่งของเราต่างหากเล่า เอาเถอะ
หวังว่าครั้งนี้เราก็จะปลอดภัยกันกลับมาทุกคนนะ ใช่ไหมฉิง
เฟิ่ง…จำได้ว่านายมีลูกชายฝาแฝดด้วยนี่กำลังซนเลย” เล่ย
ฉีพูดจบก็หันมาถามเซียวฉิงเฟิ่งที่นั่งเอนตัวหลับตาอยู่บนเตียง
“อืม ซนมากแต่ก็น่ารักมาก” เมื่อถูกถามฉิงเฟิ่งจึงลืม
ตาขึ้นมาตอบเสียงนิ่ง ๆ ทั้งยังเหม่อคิดไปถึงเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ
ดูมอมแมม แต่ทั้งฉลาดและน่ารักมากในสายตาคนเป็นพ่อ
อย่างเขา ครั้งก่อนที่เขากลับบ้านไปเด็ก ๆ เริ่มรู้ความแล้วแถม
ยังชอบมาเดินวนเวียนป้วนเปี้ยนรอบ ๆ ตัวเขาทั้งวันอีกด้วย
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เล่ยฉีจึงเดิน
ออกไปเปิดประตูว่ามีใครมา
“พลทหารเซียวมีพัสดุมาส่งให้คุณกล่องใหญ่มาก ไปรับ
ที่กองอำนวยการด้วยล่ะ พอดีฉันไปรับของที่บ้านส่งมาแล้วคน
ของกองอำนวยการฝากให้ฉันมาบอก”
“ได้ขอบคุณมากที่มาบอก งั้นเดี๋ยวฉันไปรับของก่อน”
เซียวฉิงเฟิ่งเอ่ยขอบคุณพลทหารที่แวะมาบอก ก่อนหันไปบอก
เพื่อน ๆ ของเขาที่อยู่ในห้อง ตอนนี้เป็นนอกเวลาฝึกจึง
สามารถปลีกตัวไปรับของที่กองอำนวยการได้ ส่วนคนที่มา
บอกก็เดินกลับห้องตัวเองไปแล้ว
ใช้เวลาเดินไม่นานร่างสูงโปร่งของเซียวฉิงเฟิ่งก็เดิน
มาถึงกองอำนวยการ
“นี่ค่ะพัสดุของพลทหารเซียว เขียนชื่อตรงนี้แล้วก็รับ
ของไปได้เลยค่ะ กล่องใหญ่มากเลยนะคะดูเหมือนจะส่งมา
จากบ้านคุณน่ะค่ะ” เสียงพูดเหมือนต้องการชวนคุยของ
เจ้าหน้าที่หญิงในกองอำนวยการดังขึ้นไม่หยุด
“ขอบคุณครับ เป็นภรรยาของผมที่ส่งมาให้” เมื่อเห็น
ชื่อคนส่งก็ตอบกลับไปทันทีโดยไม่ได้มองเลยว่าคนที่ได้รับ
คำตอบทำหน้ายังไง จะตกใจแค่ไหนพร้อมคิดในใจว่า
‘นี่พลทหารเซียวมีภรรยาแล้วหรอ!!! ตลอดมาเขาเป็นที่
สนใจของเจ้าหน้าที่หญิงในหน่วยงานและกองทัพหลายคน แต่
เขาก็นิ่งเฉยไม่เคยสนใจใครเลยสักนิด ที่แท้ก็เพราะเขามี
ภรรยาอยู่ที่บ้านแล้วนี่เอง ภรรยาเขาคงต้องเป็นคนสวยมาก
แน่ ๆ พลทหารเซียวถึงไม่เคยสนใจหรือหวั่นไหวกับผู้หญิงคน
อื่นเลย’
ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม แต่กลับดูหุ่นเพรียวไม่
หนาเทอะทะอุ้มลังขนาดใหญ่ไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินตรงกลับที่
พัก เมื่อเข้ามาถึงห้องพักที่มีเพื่อนทั้งสองคนของเขาอยู่ก็ได้รับ
เสียงทักขึ้นทันที
“โห!! กล่องใหญ่มากจริง ๆ ที่บ้านนายส่งอะไรมา
มากมายน่ะ ฉันเป็นเพื่อนนายมาตั้งนานไม่เคยเห็นนายได้พัสดุ
จากที่บ้านเลย” เหิงซานพูดขึ้นเพราะเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
จริง ๆ
“เป็นภรรยาฉันส่งมาน่ะ”
เซียวฉิงเฟิ่งเอ่ยตอบเพื่อนสายตาอ่านชื่อคนส่งที่แปะอยู่
ด้านบนของกล่อง ไม่รู้ภรรยาคนนี้ของเขาส่งอะไรมา แม้
ภายนอกจะแสดงออกอย่างนิ่งเฉยแต่ที่จริงข้างในของเซียวฉิง
เฟิ่งนั้นตกใจมาก ทั้งแปลกใจจนเริ่มระแวงว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
กล่องกันแน่ แต่แล้วเมื่อเปิดกล่องดูก็ถึงกับทำให้เขาอึ้งหนัก
เข้าไปอีก เพราะของที่ภรรยาส่งมาในลังนั้นมันเยอะมากจริง ๆ
ทั้งยังมีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้นอีกด้วย
เมื่อเห็นอาการยืนนิ่งอึ้งของฉิงเฟิ่งหลังจากเปิดกล่อง
พัสดุ เหิงซานกับเล่ยฉีจึงต้องเดินเข้ามามุงดูของในลังที่ส่งมา
ด้วยว่ามีอะไรกัน
“โอ้โห!! นี่มันอยู่ได้เป็นเดือน ๆ เลยมั้ง ภรรยานายช่าง
ใส่ใจดีจริง ๆ ดูสิมีทั้งของกินของใช้เสื้อผ้าก็ส่งมาให้ด้วย” เหิง
ซานพูดขึ้นหลังจากมองดูด้วยสายตาแล้วเห็นว่ามีอะไรบ้าง มี
ภรรยาที่ใส่ใจส่งของมาให้ถึงในค่ายแบบนี้มันดีมากจริง ๆ หรือ
เขาจะลองหาภรรยาสักคนดีนะ เหิงซานเริ่มคิดอะไรไปเรื่อย
เปื่อยแล้ว
“อืม เยอะมาก” ฉิงเฟิ่งตอบด้วยสายตาเหม่อลอยจ้อง
มองของที่ได้รับในอกรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมา มือหยาบกร้านเพราะ
ฝึกหนักและจับอาวุธตลอดหยิบเอาถุงหมูแผ่นปรุงรสหวาน
เค็มขึ้นมาก่อนจะลองแกะชิมดู มันอร่อยมากรสชาติกลม
กล่อมกินกับข้าวหรือจะกินเล่นก็ได้สามารถพกติดตัวได้ด้วย
เหมาะเป็นเสบียง ก่อนยื่นถุงหมูแผ่นนั้นไปให้เพื่อนทั้งสองคน
ที่ส่งสายตามาให้ว่าอยากลองชิมดูบ้าง
จากนั้นเขาจะหยิบของขึ้นมาดูเรื่อย ๆ ทั้งมีเสื้อผ้ากัน
หนาว เสื้อไหมพรม ผ้าพันคออุ่น ๆ ถุงเท้า รองเท้า ถุงน้ำร้อน
ชา กาแฟก็มี มีแม้กระทั่งกางเกงชั้นในหลากสีหลายตัว
“โอ้วว! จิ๊ จิ๊ มีกางเกงในให้ด้วย” เหิงซานชี้นิ้วไปที่มือ
ของเซียวฉิงเฟิ่งที่กำลังถือกางเกงในอยู่ในมือพร้อมเอ่ยล้อ ๆ
ทำตาโตใส่
“พี่สะใภ้ช่างใส่ใจพี่ใหญ่เซียวของเราดีจริง ๆ” แม้แต่
เล่ยฉีเองก็ยังอดเอ่ยล้อพร้อมส่งยิ้มล้อเลียนไม่ได้จริง ๆ ก่อน
จะหันไปยักคิ้วกระทุ้งศอกกับเหิงซาน นาน ๆ ทีจะได้เห็น
สหายหน้านิ่งอย่างเซียวฉิงเฟิ่งเสียอาการจนหน้าแดงสักที ก็
ต้องเอ่ยปากหยอกล้อสักหน่อยสิ
“พวกนานหยุดได้แล้ว” เซียวฉิงเฟิ่งไม่ถือสาที่สหาย
สนิททั้งสองคนล้อเขา แต่ก็อดหน้าร้อนไม่ได้จริง ๆ ที่ภรรยา
ถึงกับส่งกางเกงชั้นในมาให้ด้วยแบบนี้ ก่อนจะซุกกางเกงขั้น
ในลงไปในกล่องเก็บไว้ก่อน แล้วหันไปมองดูของอย่างอื่นต่อ
มือหนาหยาบกร้านหยิบถุงผ้าที่มีหูรูดใบเล็ก ๆ ออกมา
เปิดดู เห็นข้างในมีกระปุกเล็กๆอยู่หลายกระปุก เมื่อเปิดดูก็
เห็นเป็นยาเม็ดพร้อมมีกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือที่ดู
เป็นระเบียบบอกไว้ว่าคือยาอะไรบ้างและบอกวิธีกินยังไงใช้
ยังไง และยังมียานวดคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย
เมื่อได้มองดูกระดาษแผ่นน้อยในมือเขาไม่ได้พูดอะไร
ออกมาแต่แววตากลับสั่นไหวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อน
เขาจะเห็นซองจดหมายที่เขียนชื่อของเขาเอาไว้อยู่ในลัง จึง
หยิบขึ้นมาเปิดอ่านพร้อมหย่อนกายลงนั่งที่เตียงตัวเองเงียบๆ
ถึงคุณสามีค่ะ
ฉันหลินซีอินภรรยาของคุณเองค่ะ ฉันส่งของกินที่
สามารถเก็บไว้ได้นาน ๆ ไปให้เผื่อว่าอาหารที่ค่ายทหารอาจมี
ไม่มากนัก คุณก็กินหมูแผ่นปรุงรสหรือผักดองที่ฉันส่งไปให้นะ
คะ โดยเฉพาะหมูแผ่นปรุงรสนั้นคุณจะเอาไปแบ่งให้เพื่อน
ทหารหรือหัวหน้าคุณก็ได้ค่ะฉันส่งไปเยอะมาก แล้วก็ฉันเห็น
ว่าเริ่มเข้าฤดูหนาวแล้วเลยส่งเสื้อผ้าชุดกันหนาวไปให้ด้วย เสื้อ
ไหมพรม หมวกกับผ้าพันคอนั้นฉันถักเองค่ะหวังว่าคุณจะชอบ
ส่วนตูตูกับไคไคสบายดีค่ะฉันตัดผมให้ลูก ๆ แล้ว พวกเขาบอก
ว่าอยากมีผมเหมือนกับพ่อเพราะว่าเหมือนพ่อแล้วหล่อมาก…
แล้วเด็ก ๆ ก็หล่อมากจริง ๆ ค่ะ
อีกไม่นานก็จะปีใหม่แล้วฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะ
กลับบ้านมาช่วงปีใหม่ได้ อ้อ นอกจากจดหมายของฉันแล้วยัง
มีจดหมายที่ตูตูกับไคไคหัดเขียนเองถึงคุณด้วย เอ่อ…ฉัน
แนะนำให้คุณวางจดหมายของเด็ก ๆ เรียงต่อกันแล้วค่อยอ่าน
นะคะ ทำแบบนั้นถึงจะอ่านเข้าใจ สามีคุณดูแลตัวเองดี ๆ
ด้วยนะคะอย่าทำเรื่องเสี่ยงอันตรายต้องคิดถึงฉันกับลูก ๆ ไว้
ให้มาก ๆ แล้วก็กินอาหารให้อิ่มสวมเสื้อผ้าให้อุ่น ๆ ฉันกับลูก
ๆ รอคุณกลับบ้านอยู่นะคะ…แล้วไว้ฉันจะส่งของกินไปให้คุณ
อีกค่ะ…
จากหลินซีอิน ภรรยาของคุณ…
สายตาคมกริบไล่อ่านจดหมายทุกบรรทัดทุกตัวอักษร
ด้วยมุมปากยกยิ้มน้อย ๆ แววตามีความสุขอย่างไม่รู้ตัว ก่อน
จะพับเก็บจดหมายของภรรยาแล้วหยิบเอากระดาษอีกสอง
แผ่นขึ้นมาคลี่ออก เข้าใจว่านี้ก็คือจดหมายที่ลูก ๆ เขียนถึงเขา
เห็นเป็นตัวอักษรเต็มหน้ากระดาษโย้เย้ยึกยือไปมาทั้งสองแผ่น
เขาเอากระดาษมาวางต่อเรียงกันบนเตียงนอน แผ่น
แรกเขียนว่า ‘คิดถึง’ ด้านล่างลงชื่อไว้ว่าจากไคไค
ส่วนแผ่นที่สองเขียนคำว่า ‘พ่อ’ ด้านล่างลงชื่อไว้ว่าจาก
ตูตู เมื่อเรียงต่อกันตามที่ภรรยาเขาแนะนำจึงอ่านได้คำว่า
‘คิดถึงพ่อ’
“หึ หึ หึ หึ” เซียวฉิงเฟิ่งอ่านจดหมายจากลูก ๆ ที่เขียน
มาหาคนละคำจนเต็มหน้ากระดาษด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนจะ
ยิ้มแล้วหัวเราะเบาในลำคออย่างรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ เขามี
ความสุขมาก และคิดถึงคนที่บ้านมาก ๆ จนอยากจะกลับไป
เสียเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
แม้การแต่งงานกับหลินซีอินตั้งแต่แรกนั้นไม่ใช่ความ
เต็มใจของเขาและเป็นเพราะแผนการของอีกฝ่าย แต่เมื่อมีลูก
ด้วยกันแล้วหากภรรยาเขาไม่ได้ทำผิดจนเกินรับได้ เขาก็ไม่คิด
จะทิ้งเธอหรือหย่าจากกัน เพราะอย่างไรหลินซีอินก็คือแม่ของ
ลูก ๆ เขา แต่จากจดหมายที่เธอเขียนถึงเขานั้น ไม่รู้คิดไปเอง
หรือเปล่าเขารู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป ทั้งยังบอกเล่าถึงลูก ๆ ด้วย
ความอ่อนโยนมากขึ้นและยังเขียนถึงเขาด้วยถ้อยคำที่ดู
นุ่มนวลอ่อนโยนมาก หากเธอดีขึ้นและเป็นแบบนี้ไปตลอดคง
จะดีมากจริง ๆ
“ฉิงเฟิ่งนายเป็นอะไรน่ะ โอ้ว!!ตัวหนังสือยึกยือนี้คือ
อะไรน่ะ” เหิงซานทักขึ้นแม้ไม่อยากเสียมารยาทมองจดหมาย
ของเพื่อน แต่เพราะตัวอักษรตัวใหญ่เบ้อเร่อแม้ไม่ตั้งใจมองก็
ยังเห็นได้ชัดเลย
“หึ หึ จดหมายจากลูกชายฝาแฝดของฉันน่ะ” ฉิงเฟิ่ง
ตอบเพื่อนของเขา แต่สายตายังไม่ยอมละไปจากตัวอักษร
ยึกยือของลูก ๆ เลย
“สุดยอดเลยลูกนายพึ่งสี่ขวบเองนี่ เขียนจดหมายหา
นายได้แล้ว ถึงจะแค่อักษรไม่กี่ตัวก็เถอะอิจฉานายจริง ๆ
เลย”
“อืม ฉันยินดีให้พวกนายอิจฉาได้เต็มที่ ก็ใครใช้ให้พวก
นายยังไม่ยอมมีลูกมีภรรยากันเล่า” ฉิงเฟิ่งตอบกลับไปอย่าง
คนมีความสุขมาก
คำพูดหยอกล้อแบบนี้จากเซียวฉิงเฟิ่งไม่เคยมีมาก่อน
เลย จนเหิงซานและเล่ยฉีพากันตกใจและไม่รู้จะตอบโต้กลับ
ยังไง เซียวฉิงเฟิ่งไม่สนใจเพื่อนทหารของเขาอีก มือหนาค่อยๆ
บรรจงพับจดหมายทั้งสามฉบับของลูก ๆ และภรรยาเก็บใส่
ซองไว้อย่างเดิมแล้วเอาไปสอดวางไว้ใต้หมอนของตัวเองบนที่
นอน เวลาคิดถึงเขาจะได้เอาออกมาอ่านได้อีก….