Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 13 : หากพี่สะใภ้ใหญ่มีความกล้าสักหน่อย
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 13 : หากพี่สะใภ้ใหญ่มีความกล้าสักหน่อย
หลังจากที่คุณแม่หลินกลับไปแล้ว ซีอินก็พาเด็ก ๆ มา
ช่วยกันรดน้ำแปลงผักที่หลังบ้านกัน ตอนนี้ผักเริ่มงอกแตกใบ
อ่อนออกมาจากดินแล้ว อีกไม่นานก็โตจนเก็บกินได้เธอเลือก
ปลูกผักกาดขาว หัวไชเท้าและผักกวางตุ้ง เจ้าสองแฝดที่ไม่เคย
ปลูกผักมาก่อนพากันนั่งยอง ๆ เป็นก้อนกลม ๆ กันอยู่ข้าง
แปลงผักพากันชี้นิ้วดูต้นผักที่อยู่ในแปลงดินกันไปมา
“ผักที่เราปลูกต้องอร่อยแน่ ๆ เลย” ไคไคจ้องผักใน
แปลงด้วยแววตาตื่นเต้น
“ตูตูหยักจินอันนี้” นิ้วสั้น ๆ ที่เริ่มอวบอ้วนขึ้นชี้ไปที่
ยอดผักต้นที่ตัวเองคิดว่าต้องอร่อยแน่ ๆ
“อื้ม รอมันโตแล้วมาเก็บกินกัน” หน้ากลม ๆ ของไคไค
พยักหน้าเห็นด้วย
ซีอินปล่อยให้ตูตู ไคไค คุยเล่นกันไป ส่วนเธอก็นั่งถอน
ต้นหญ้าและพรวนดินอยู่ข้าง ๆ คอยแอบฟังเด็ก ๆ คุยเล่นกัน
ไปด้วยและคิดเรื่องครอบครัวไปด้วย
ตอนนี้เป็นปี1976 หากว่าเหตุการณ์ในโลกนี้มีความ
คล้ายคลึงกับโลกเดิม แสดงว่าอีกไม่นานจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงขึ้นในช่วงปีหน้านี้ เธอก็อยากให้ลูก ๆ ของเธอมี
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ส่วนครอบครัวฝั่งแม่เธอมีพี่ชายสองคน พี่คนโตโชคดีได้
ทำงานในโรงงานทอผ้าทั้งตอนนี้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้า
แล้วด้วย พี่ชายคนรองของเธอไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ แต่มี
ความขยันเข้ากับคนได้ง่าย พี่รองของเธอนี่แหละที่พาเธอแอบ
เข้าตลาดมืดตั้งแต่เด็ก ๆ เพื่อไปดูว่าในนั้นมีอะไรขายอยู่บ้าง
ต่อไปในอนาคตพี่ชายคนรองน่าจะเหมาะทำการค้า คงต้องรอ
ดูช่วงการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ส่วนทางบ้านสามีนั้นคุณพ่อเซียวคุณแม่เซียวมีลูกชายสี่
คน มีพี่ใหญ่เซียวฉิงโจว พี่รองฉิงไห่ สามีเธอเซียวฉิงเฟิ่งเป็น
ลูกคนที่สามและน้องสี่เซียวฉิงทู่ นอนจากสามีเธอที่ไปเป็น
ทหารแล้วคนอื่นๆ ก็ทำงานในแปลงนาของฝ่ายผลิตอย่างเดียว
ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงก็เป็นคนอ่อนโยน ยกเว้นก็แต่
พี่สะใภ้รองลู่ฉิงคนเดียวที่ดูจะไม่เข้าพวก ไม่รู้เวรกรรมอะไร
ของพี่รองเซียวที่มาได้ภรรยาแบบนี้
คิดไปแล้วก็ขำ ตัวเธอเองเมื่อก่อนนั้นก็ไม่ได้นิสียดีไป
กว่าพี่สะใภ้รองนักหรอก แย่ยิ่งกว่าเสียอีกด้วยซ้ำมั้ง…แต่
ตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงแย่ ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว…
“แม่ค้าบบบ” เสียงเรียกที่ฟังดูตื่นเต้นนั้นดังขึ้นจาก
ด้านข้าง
“ว่าไงจ๊ะไคไค”
“งูคับ งู ๆ” เมื่อได้ยินคำว่างูจากไคไคซีอินรีบหัน
กลับไปมองเด็ก ๆ ด้วยความตกใจทันที ใจแทบตกลงไปอยู่ที่
ตาตุ่ม
“แม่งู ๆ” ตูตูก็พูดเรียกแม่ให้ดูด้วย ทั้งยังใช้นิ้วชี้กับ
นิ้วโป้งคีบสัตว์ตัวน้อยยาว ๆ สีออกน้ำตาลเข้มตัวอ้วนขึ้นมา
จากดิน
“เฮ้ออตูตูไคไคแม่ใจหายหมดนั้นไม่ใช่งูนะ ส่วนตูตูลูก
ปล่อยมันลงก่อนเร็ว นั้นคือไส้เดือนมันอยู่ในดิน มันจะช่วยเรา
พรวนดินทำให้ดินร่วนซุยดี ผักเราก็จะได้สวย ๆ และโตเร็ว ๆ
ไง” เสียงนุ่มนวลอธิบายให้เด็ก ๆ ฟังช้า ๆ
“โฮ้วว! ไช้เดือน” ตาโต ๆ เบิกกว้างของตูตูจ้องมองเจ้า
ตัวที่เขาใช้นิ้วคีบไว้ก่อนทำปากจู๋ใส่ แล้วปล่อยมันลงดิน
เหมือนเดิม
“แม่บอกว่าไส้เดือนต่างหาก” แล้วไคไคก็แย้งพี่ชาย
“พูดถูกแย้วไม่ใช่หยอ” ตูตูทำท่าคิดจนคิ้วย่น ทั้งยังยู่
ปากน้อย ๆ ใส่น้องชายไปด้วย
“…” ไคไคไม่ได้ตอบอะไรออกไปอีกได้แต่มองพี่ชาย
พร้อมทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ใส่ แบบที่เคยเห็นมาจากพ่อ พ่อทำ
หน้าแบบนี้แล้วหล่อมาก ไคไคเลยอยากทำบ้าง
ซีอินอดที่จะอมยิ้มไม่ได้จริงๆเมื่อได้ฟังประโยคแบบนี้
เวลาเจ้าหัวผักกาดน้อยเถียงกันไปมาเรื่องการออกเสียงไม่ชัด
มันน่ารักมากจริงๆ คนหนึ่งก็ร่าเริงสดใสพลังเหลือล้น อีกคน
ฉลาดและดูเจ้าเล่ห์อยู่นิดหน่อยชอบทำหน้านิ่ง ๆ ไม่รู้ไป
เลียนแบบหน้านิ่งแบบใครมา อืมม…หรือไคไคจะเลียนแบบ
ท่าทางพ่อของเขามากันนะ เพราะจำได้ว่าสามีเธอก็ชอบทำ
หน้านิ่ง ๆ แบบนี้เหมือนกันเลย…
เช้าวันต่อมากิจวัตรของซีอินและเด็ก ๆ ยังคง
เหมือนเดิม ออกกำลังกาย รดน้ำผักหลังบ้าน ให้อาหารไก่
ทำอาหารกินกัน อ่านหนังสือและหัดเขียนตัวอักษร
“ตูตู ไคไค อยากออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ข้างนอกบ้าน
กันไหม” ซีอินเอ่ยถามลูก ๆ ขึ้นมาขณะกำลังสอนลากเส้น
ตัวอักษรอยู่
“ไม่อยากไปคับ” เสียงใส ๆ นั้นตอบออกมาทันทีแบบ
ไม่เสียเวลาคิดเลย
“ตูตูด้วย ตูตูก็ไม่หยักไป” ปากตอบแม่มือก็ยังพยายาม
ลากเส้นอักษรไปด้วยไม่หยุด
“ทำไมละจ้ะ”
“อยู่กับแม่ดีมาก มีของเล่นด้วย” ไคไคเงยหน้ามาตอบ
แม่พร้อมยิ้มแป้นจนแก้มตุ่ย การได้หัดเขียนตัวอักษรแบบนี้
เขาชอบมาก มันสนุกดี
“มีของจินด้วยนะ” ตูตูพูดสมทบพร้อมพยักหน้าหงึก
หงักไปมาอย่างเห็นด้วย
“ใช่ ๆ อร่อยด้วย”
“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง ที่แท้อยู่กับแม่แล้วก็ได้เล่นสนุก
ทั้งยังอิ่มท้องด้วยใช่ไหม หื้มม…เจ้าหัวผักกาดตัวอ้วน ๆ” ซีอิน
แกล้งทำมือขย้ำพุงลูก ๆ ที่เริ่มป่องขึ้นมานิดหน่อยแล้วไปมา
เบา ๆ จนเด็ก ๆ กรี๊ดกร๊าดหัวเราะกันลั่น
“เอาล่ะงั้นวันนี้เดี๋ยวแม่ทำขนมเค้กไข่นึ่งให้กิน ตูตูกับ
ไคไคจะไปช่วยแม่ไหม” ถึงในมิติมีของกินพร้อมมากมายแต่
การพาเด็ก ๆ ทำอาหารด้วยกันจะช่วยให้เด็กมีกิจกรรมให้ทำ
หลากหลายมากขึ้น
“ไปคับ/ไปคับ”
ซีอินพาเจ้าหัวผักกาดน้อยไปล้างไม่ล้างมือเสร็จก็ไป
เตรียมของและอุปกรณ์ในการทำขนมทันที ไข่ น้ำมันพืช เกลือ
น้ำตาลทราย กลิ่นวานิลลา แป้ง น้ำเปล่า ผงฟู เมื่อเอาของทุก
อย่างตีผสมกันตามขั้นตอนจนได้ที่แล้วก็เตรียมเทใส่พิมพ์
ตอนเทใส่พิมพ์นั้นตูตูกับไคไคทำด้วยโดยค่อย ๆ ใช้ช้อน
เล็ก ๆ ตักแป้งมาหยอดลงพิมพ์ทีละน้อย ๆ จากนั้นเมื่อเสร็จ
แล้วก็เอาขึ้นตั้งในหม้อนึ่งทันทีใช้เวลาไม่นานประมาณ15นาที
ก็เริ่มส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้านแล้ว
“ฟืดด หอม” ตูตู
“ฟืดด หิว” ไคไค
“รอให้เย็นสักหน่อยก่อนน้า เดี๋ยวแม่ชงนมให้กินกับ
ขนมด้วย” ดีที่เด็ก ๆ ชอบกินนมกันมาก ไม่นานร่างกายที่
ได้รับสารอาหารมากขึ้นก็จะทำให้แข็งแรง
“คับ/คับ”
“น้องสะใภ้สาม ตูตู ไคไค อยู่บ้านกันรึเปล่า”
เด็กๆ เริ่มกินขนมไปได้สักพักซีอินก็ได้ยินเสียงคนเรียก
อยู่หน้าบ้านเธอจึงเดินออกมาดู
“พี่สะใภ้ใหญ่ เข้ามาก่อนสิคะ” ซีอินเห็นเป็นพี่สะใภ้
ใหญ่นั้นเองที่มา พร้อมทั้งยังหิ้วถังมาด้วย
“พี่สะใภ้เอาปลามาให้น่ะพอดีที่บ้านจับกันมาได้เยอะ
มาก ๆ เลย” ซูหงเอาปลามาแบ่งให้ซีอิน เพราะสามีเธอจับมา
ได้หลายตัว ส่วนหนึ่งก็เพื่อตอบแทนที่วันก่อนซีอินแบ่งของกิน
มาให้ที่บ้าน อีกทั้งซูหงได้ฟังเรื่องการดูแลตัวเองเพื่อรอการตั้ง
ท้องและเรื่องที่ซีอินจะไปเป็นเพื่อนตอนไปหาหมอที่
โรงพยาบาลในเมืองอำเภอแล้ว เธอจึงรู้สึกขอบคุณน้องสะใภ้
สามมากเหลือเกิน ตัวเธอไม่ใช่ไม่อยากไปโรงพยาบาลในเมือง
แต่เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ไหนจะไม่เคยเข้าเมืองอำเภออีก
จนผ่านมาหลายปีก็นึกถอดใจเรื่องมีลูกไปแล้ว แต่พอได้ยิน
เรื่องที่น้องสะใภ้สามฝากบอกกับแม่สามีมาเธอก็เริ่มจะมี
ความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่สะใภ้ใหญ่ ได้มาเยอะเลยหรือ
คะ” ซีอินชะโงกหน้าไปมองดูในถังซึ่งมีปลาตัวใหญ่อยู่ถึงห้าตัว
เลยทีเดียว
“ได้มาเยอะมากเลยจ้ะ เสียดายที่ปลามันคาวเก็บไว้
นานก็ไม่ได้ด้วย”
“อื้ม ฉันพอมีวิธีทำอาหารจากปลาไม่ให้คาว แล้วถ้ามี
เยอะมากพี่สะใภ้ใหญ่เอามาทำเป็นปลาแดดเดียวเก็บไว้กินได้
นาน ๆ ก็ได้นะคะ”
“จริงหรือ”ซูหงเมื่อได้ฟังก็ดีใจมาก เพราะใกล้หนาวมาก
ขึ้นแล้วหากมีเสบียงเพิ่มก็ยิ่งดีเลย
“จริงสิคะงั้นเดี๋ยวฉันเอาปลาที่พี่สะใภ้เอามาให้ถังนี้ทำ
ให้ดูเลยแล้วกันนะคะ พี่สะใภ้ใหญ่จะได้กลับไปทำที่บ้านเองได้
เลย” ซีอินพูดก่อนเดินเข้าครัวไป
“ได้จ้ะ” เมื่อเข้ามาในครัวถึงได้เห็นเจ้าสองแฝดนั่งกิน
ขนมกันอยู่เคี้ยวตุ้ย ๆ เต็มแก้มดูท่าจะอร่อยน่าดู ตัวก็อวบ
อ้วนน่าฟัดมากขึ้นอีกด้วย ซูหงได้แต่มองทั้งเอ็นดูทั้งอิจฉา
น้องสะใภ้สามมาก เธอเองก็อยากมีลูกน่ารัก ๆ แบบนี่บ้างจะ
เป็นลูกชายหรือลูกสาวก็ได้ทั้งนั้น
“ป้าสะใภ้ใหญ่/ป้าสะใภ้ใหญ่”
“ตูตู ไคไค วันนี้ป้าสะใภ้ขอใช้ครัวบ้านตูตูกับไคไค
หน่อยนะจ้ะ”
“ได้เยยคับ/ได้คับ”
จากนั้นสะใภ้ใหญ่และสะใภ้สามของบ้านเซียวก็ช่วยกัน
ทำความสะอาดปลาเพื่อทำน้ำแกงปลาโดยไม่มีกลิ่นคาวและ
แล่ปลาทำเป็นปลาแดดเดียว ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรไม่
นานก็เสร็จ ตอนจะกลับซีอินยังแบ่งขนมเค้กไข่นึ่งไปให้ที่บ้าน
ใหญ่เซียวอีกด้วย
“พี่สะใภ้ใหญ่คุณแม่บอกเรื่องนั้นแล้วใช่ไหมคะ” เรื่อง
นั้นที่ว่าก็เข้าใจกันได้ว่าคือเรื่องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล
นั้นเอง
“บอกแล้วล่ะจ้ะ ขอบใจน้องสะใภ้สามมากนะ แต่เดี๋ยว
ขอพี่รวบรวมเงินอีกสักหน่อยก่อน พี่กลัวว่าจะมีค่ายาไหนจะ
เรื่องอาหารบำรุงอีก ไว้พร้อมแล้วพี่จะมารบกวนให้น้องสะใภ้
สามไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนนะ” ซูหงเอ่ยกับซีอินอย่างจริงใจ
เธออยากไปมากแต่เงินเก็บของเธอกับสามีตอนนี้มีไม่กี่หยวน
เท่านั้นเอง คงต้องรออีกสักหน่อยอาจจะต้องรอการแจกจ่าย
ผลผลิตประจำปีก่อน
“ได้เลยค่ะ” ซีอินตอบรับก่อนจะเดินออกมาส่งคนที่
หน้าบ้านและปิดประตูรั่ว พร้อมกับคิดว่าหากพี่สะใภ้ใหญ่มี
ความกล้าสักหน่อยก็สามารถหาเงินได้ไม่ยากเลย…