Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 14 : การค้า
นับจากวันที่ซีอินเข้าไปขายของในตลาดมืดนี่ก็ผ่านมา
จนครบหนึ่งอาทิตย์แล้ว เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะเข้าไปขายของ
เพียงอาทิตย์ละครั้งเท่านั้นและวันนี้เธอก็ตั้งใจจะเข้าเมือง
อำเภออีกครั้ง ส่วนเด็ก ๆ คงต้องฝากแม่สามีอีกเหมือนเคย
“เธอจะเข้าเมืองอำเภออีกแล้วรึ” คุณแม่เซียวเอ่ยถาม
ขึ้นมา
“ค่ะคุณแม่ แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้จะไปซื้อของอะไรมากมาย
หรอกค่ะ แล้วก็เมื่อวันก่อนคุณแม่ของฉันมาบอกข่าวว่าพี่ชาย
คนโตได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าในโรงงานทอผ้าแล้วน่ะค่ะ
เลยคิดว่าจะแวะไปหาพี่ชายคนโตด้วยเลย”
เพราะทำงานโรงงานอยู่ในเมืองอำเภอพี่ชายคนโตของซี
อินคนนี้ จึงพักอยู่ในโรงงานจะได้กลับบ้านในหมู่บ้านเพียง
อาทิตย์ละครั้งคือในช่วงวันหยุดเท่านั้น
ตอนนี้คนบ้านเซียวกำลังกินข้าวเช้าก่อนลงแปลงนา
เมื่อได้ฟังว่าพี่ชายคนโตของสะใภ้สามได้เลื่อนตำแหน่งแล้วก็
รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สะใภ้รองเมื่อได้ฟังก็เกิดความอิจฉาอยู่
มากมายสักหน่อย แต่เพราะถูกสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ แอบหยิก
แขนของเธอเพื่อเป็นการปรามไว้อยู่ จึงไม่กล้าปากเสียใส่สะใภ้
สามอีก
“เอาเถอะวันนี้ฉันไม่ได้ลงแปลงนา เธอก็ให้ตูตูกับไคไค
มาที่บ้านนี้แล้วกัน เพราะฉันยังต้องดูชิงเหมี่ยวกับต้าเป่าด้วย
เพราะคนอื่น ๆ ลงแปลงนากันหมด” คุณแม่เซียวเมื่อได้ฟัง
เหตุผลก็ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นอีก
“คุณแม่ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนเพื่อดูแลเด็กๆ ก็ได้นะคะ
เพราะยังไงชิงเหมี่ยวกับต้าเป่าก็ลูกของฉัน อีกอย่างถ้ามีเจ้า
แฝดมาอีกสองคนคุณแม่อาจจะดูแลไม่ไหวนะคะมีแต่เด็ก ๆ
ทั้งนั้น” สะใภ้รองไม่อยากไปลงงานที่แปลงนา จึงรีบเอ่ยปาก
ขึ้นเมื่อเห็นช่องทางที่จะสามารถอยู่บ้านสบาย ๆ ได้
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่าไงแม่ผมจะเลี้ยงดูหลาน ๆ
เองแล้วมันไม่ได้หรือยังไง หรือเพราะคุณขี้เกียจลงแปลงนากัน
แน่ ถึงได้อ้างว่าจะดูแลลูกกับหลานเองแบบนี้” เซียวฉิงไห่พูด
อย่างรู้ทันความคิดของภรรยาตนเองดี
“คุณก็…ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย คุณแม่ก็อายุมาก
แล้วจะตามดูเด็ก ๆ ที่ซนอย่างกับลิงพวกนั้นทันได้ยังไงตั้ง
หลายคน” สะใภ้รองลู่ฉิงเอ่ยแย้งเมื่อถูกสามีรู้เท่าทันความคิด
“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกันฉันไม่ได้โง่จนดูเจตนาของเธอไม่
ออกสะใภ้รอง ไปทำงานกับคนอื่น ๆ ซะ หลานแค่ไม่กี่คนฉัน
ดูแลเองได้อยู่แล้ว เพราะฉันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้น” คุณแม่เซียว
พูดอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ดีที่สะใภ้สามคิดได้และทำตัวดีขึ้น
แล้ว จะเหลือก็แต่สะใภ้รองนี่แหละช่างเป็นคนนิสัยน่ารำคาญ
ชวนให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ หงุดหงิดใจเสียจริงๆ
เมื่อได้ขอสรุปแล้วจึงไม่มีใครแย้งอีก จากนั้นซีอินจึงพา
ตูตูกับไคไคเดินมาที่บ้านปู่กับย่าพร้อมกำชับให้เป็นเด็กดี ตอน
แรกเจ้าหัวผักกาดร้องขอตามไปด้วย แต่เพราะเธอต้องไปที่
ตลาดมืดเลยไม่อยากพาเด็ก ๆ ไปด้วยน่ะสิ
“แม่จะบอกความลับให้นะรู้กันแค่เราสามคนเท่านั้น”
ซีอินพูดเสียงเบา ๆ กับเด็ก ๆ จนเป็นเสียงกระซิบ
“คับ/คับ” เจ้าเด็กสองคนนี่พอบอกว่ามีความลับจะ
บอกก็ตาโตตั้งใจฟังเลยทีเดียว
“แม่ต้องไปทำงานหาเงินน่ะเราจะได้มีเงินเยอะ ๆ ไงจ๊ะ
แต่เรื่องนี้ตูตูกับไคไคอย่าเอาไปบอกใครนะ แม่ต้องไปลองทำ
ดูก่อนว่าทำได้หรือเปล่า ตกลงไหม”
“ตกลงคับไม่บอกใคร” ไคไครับคำอย่างหนักแน่นมากดู
น่าเชื่อถือได้สุด ๆ
“ตกลงคับไม่บอก ๆ” ตูตูเองก็ทำหน้าตาขึงขังทั้งดูตลก
และน่ารักมาก
“ตอนกลับแม่จะซื้อลูกอมกระต่ายขาวมาฝากนะ”
“ตูตูจะยอคับ”
“จะรอลูกอมจากแม่”
“จ้า ๆ มาให้หอมก่อน ฟอดด ฟอดด” ก็นึกว่าจะรอแม่
ที่แท้รอลูกอมจากแม่นี่เอง ซีอินคิดพร้อมหัวเราะเบาๆ แล้วก้ม
ลงหอมแก้มนุ่มนิ่มที่มีกลิ่นหอม ๆ ของครีมทาผิวและแป้งเด็ก
ติดอยู่คนละฟอด
เมื่อฝากเด็ก ๆ เรียบร้อยแล้วซีอินก็เดินเท้าออกจาก
หมู่บ้านวันนี้ไม่มีเกวียนหรือรถแทรกเตอร์ของฝ่ายผลิตวิ่งออก
นอกหมู่บ้านเหมือนคราวก่อนหากต้องการเข้าเมืองอำเภอก็
ต้องเดินเอาเท่านั้น
จนเมื่อพ้นเขตหมู่บ้านมาได้แล้วซีอินจึงเอาจักรยาน
ออกมาปั่นไปจนถึงเมืองอำเภอ ก่อนจะหามุมลับตาคนเพื่อ
เก็บจักรยานเข้าไป เธอคิดว่าจะไปขายของในตลาดมืดก่อน
แล้วค่อยไปหาพี่ชายที่โรงงานทอผ้า และเช่นเดิมซีอินเอา
หมวกกับผ้ามาพันคอพันหน้าไว้อย่างมิดชิดเช่นเดิม
เมื่อมาถึงทางเข้าตลาดมืดก็บอกรหัสผ่านเหมือนเดิม
“รหัสผ่านใหม่เริ่มใช้อาทิตย์หน้า” ผู้ชายที่ยืนคุมหน้า
ทางเข้าตลาดเอ่ยบอกเธอก่อนจะเอ่ยพูดรหัสผ่านใหม่ให้ได้ยิน
เบา ๆ เพื่อให้คนที่ฟังอยู่ได้จดจำ
ซีอินได้ฟังก็พยักหน้ารับรู้พร้อมทั้งคิดว่าคนที่คิด
รหัสผ่านก็ช่างคิดเหลือเกิน ท่าทางจะขี้ร้อนน่าดูเพราะคราวนี้
รหัสผ่านเกี่ยวกับพระอาทิตย์นั้นเอง‘สาดน้ำใส่พระอาทิตย์ไม่
ถึง ฝนก็ตกใส่พระอาทิตย์ไม่ถึง ทำได้แค่ทนร้อนต่อไป’
ตอนนี้ใกล้หน้าหนาวแล้วของที่ผู้คนต่างต้องการ
นอกจากอาหารแล้วยังมีผ้าห่มซึ่งเป็นสิ่งที่คนกำลังมองหาอยู่
ขณะที่ซีอินกำลังเริ่มมองหาลูกค้านั้นก็ได้ยินเสียงทักจาก
ด้านหลังเสียก่อน
“สหายที่ขายสบู่ครั้งก่อนใช่ไหมคะ ฉันจำคุณได้” หรู
เหมยเดินเข้ามาทัก ครั้งก่อนที่เธอซื้อสบู่ไปทั้งหมดสิบก้อน
และเอาไปให้แม่สามีลองใช้ดูแล้วก็ถูกใจมาก ส่วนเธอลองใช้
แล้วสามีเธอก็บอกว่าตัวเธอหอมมากเลยจนเธออยากได้สบู่
พวกนั้นมาตุนไว้อีก
ซีอินหันไปมองพบว่าเป็นลูกค้าผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง ที่
ซื้อสบู่เธอไปเป็นคนแรกในตอนนั้น
“สวัสดีค่ะ” ซีอินทักตอบกลับไป
“สวัสดีค่ะวันนี้คุณยังมีสบู่มาอีกไหมคะ ครั้งก่อนฉันเอา
ไปแจกคนที่บ้านแม่สามีฉันชอบมากเลยค่ะ”
“ยังมีอยู่ค่ะคราวนี้ได้กลิ่นใหม่ ๆ มาอีกด้วยนะคะ เดี๋ยว
ฉันลองเอาให้คุณดูก่อน” ซีอินทำทีหยิบของออกจากตะกร้าที่
มีผ้าคลุมอยู่
“มีกลิ่นใหม่ด้วยดีจังเลยคะ สบู่ของคุณใช้ดีมากเลยจริง
ๆ”
“นี่ค่ะ เป็นกลิ่นใหม่นอกจากสองกลิ่นแรกที่คุณเคยเอา
ไป นี่เป็นสบู่ผสมน้ำผึ้งทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ส่วนนี้เป็นสบู่มะขาม
ทำให้ผิวกระจ่างใสค่ะหายากมากเลยนะคะ”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ ฉันเอาทั้งหมดรวมถึงสองกลิ่นก่อน
หน้านั้นด้วยเอาอย่างละสิบก้อนนะคะ” หรูเหมยตัดสินใจซื้อ
ได้ในทันทีแบบไม่ต้องคิดมากเลย
“ได้ค่ะ แล้วคุณยังมีของที่อยากได้อีกรึเปล่าคะ บอกฉัน
ได้เลยเผื่อที่ฉันมี พอดีครั้งนี้ได้ของมาจากเมืองทางใต้เยอะ
พอสมควรเลยน่ะค่ะ”
“ความจริงวันนี้นอกจากตั้งใจมาเรื่องสบู่แล้ว ฉันก็ตั้งใจ
จะมาหาดูนาฬิกาข้อมือด้วยน่ะค่ะ เจอคนเอามาขายแล้วล่ะ
ค่ะแต่ไม่ถูกใจเลยไม่ได้ซื้อ เรื่องราคาฉันไม่ได้เกี่ยงนะคะแต่ก็
อยากได้แบบที่ถูกใจด้วย” เธอมองหานาฬิกาให้สามี ก่อนนี้
เจอคนเอามาให้ดูแล้วแต่นาฬิกานั้นเก่ามากเกินไปเหมือนผ่าน
การใช้งานมานานมากแล้ว ทั้งยังขายแพงอีกด้วยเธอเลยไม่ได้
ซื้อไว้
“งั้นหรือคะ หากเป็นนาฬิกาที่ฉันพอจะมีอยู่นะคะ คุณ
จะลองดูก่อนก็ได้หากไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร” ซีอินลองเสนอดู
เพราะดูท่าทีแล้วลูกค้าคนนี้ซื้อของง่ายไม่เกี่ยงราคาเลย
“ได้สิคะให้ฉันลองดูก่อน”
“งั้นคุณรอสักครู่นะคะ” จากนั้นซีอินก็เดินไปอีกด้าน
เธอหยิบเอานาฬิกาข้อมือทั้งชายหญิงออกมาทั้งหมดสิบห้า
เรือน มีแต่สวย ๆ ทั้งนั้นเธอคิดว่าต้องขายได้แน่ ๆ ก่อนจะ
เดินกลับมาที่เดิม
“นี่ค่ะคุณลองดูก่อน” ซีอินส่งกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ ที่
ข้างในมีนาฬิกาอยู่ให้อีกฝ่ายได้ลองเลือกดู หรูเหมยรับกระเป๋า
ผ้าที่มีเชือกหูรูดมาถือไว้ก่อนจะเปิดดูข้างในแล้วก็ต้องอ้าปาก
ค้างเลยทีเดียว
“มะ มันสวยมาก ๆ เลยค่ะ มีทั้งแบบเรือนใหญ่และ
เรือนเล็กเลย” เธอไม่อาจปกปิดน้ำเสียงตื่นเต้นได้
“เรือนใหญ่นั้นของผู้ชาย ส่วนเรือนเล็กของผู้หญิงค่ะ”
“คุณขายราคายังไงบ้างคะ” หรูเหมยรีบถามออกมา
ทันที เธออยากได้มากจริง ๆ
“ฉันขายราคาเท่ากันค่ะเรือนละหนึ่งร้อยแปดสิบ
หยวน”
“งั้นฉันเอาของผู้ชายสองเรือนนี้แล้วก็ผู้หญิงสองเรือนนี้
นะคะ” เธอจะซื้อไปให้สามีและให้พ่อแม่สามีด้วยคนละเรือน
ส่วนอีกเรือนเธอจะใส่เอง
“ได้ค่ะฉันจะเตรียมของให้มีสบู่สี่สิบก้อนราคาแปดสิบ
หยวน นาฬิกาอีกสี่เรือนราคาเจ็ดร้อยยี่สิบหยวน รวมทั้งหมด
แปดร้อยหยวนนะคะ”
“คุณคำนวณเลขเร็วมาก ๆ เลยค่ะ นี่ค่ะ” หรูเหมยส่ง
เงินให้ซีอินไม่มีความสั่นไหวหรือสะทกสะท้านกับเงินที่จ่าย
ออกไปเลยแม้แต่น้อย ซีอินคิดว่าลูกค้าคนนี้คงเป็นคนที่มี
ฐานะมากหรือไม่ก็คงมีตำแหน่งงานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแน่ ๆ
จากนั้นซีอินก็เริ่มขายของอีกครั้ง เธอขายผ้าห่มที่เป็น
ผ้านาโนเนื้อนิ่มที่แม้จะบางแต่กลับให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่าง
ดี โดยขายผืนละยี่สิบหยวน ส่วนผ้าห่มนวมผืนใหญ่เธอชายผืน
ละสามสิบหยวน
วันนี้ซีอินขายเพียงสบู่ ผ้าห่ม และนาฬิกาเท่านั้นไม่ได้
เอาเนื้อออกมาขายเลย ไม่น่าเชื่อว่านาฬิกาจะสามารถขายได้
หมดทั้งสิบห้าเรือน ในเมืองอำเภอนี้คนมีเงินเยอะต่างจาก
หมู่บ้านในชนบทมากจริง ๆ
ใช่เวลาสามชั่วโมงซีอินก็เดินออกจากตลาดมืดแล้ว
ก่อนจะมุ่งหน้าไปหาพี่ชายคนโตที่โรงงานทอผ้า เธอบอก
เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูว่าต้องการพบหลินซีเหมิง ตอนแรกคน
เฝ้าประตูก็ทำท่ารำคาญอิดออดไม่ยอมไปตามให้ง่าย ๆ แต่ซี
อินรู้ดีว่าไม่ว่าที่ไหนยุคไหนหรือโลกไหน ๆ ย่อมต้องมีของ
แลกเปลี่ยนถึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอจึงส่งแอปเปิลลูกโตไป
ไหนเขาหนึ่งลูก เพียงเท่านั้นไม่นานเธอก็ได้เจอพี่ชายคนโตก็วิ่ง
ออกมาหาเธอที่หน้าโรงงานทันที
“ซีอินมาได้ไงกัน ไปที่บ้านพักก่อนเถอะนี้ก็ได้เวลาพัก
กลางวันพอดี”
“ก็ได้ค่ะ”
“แม่บอกว่าพี่ใหญ่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว” ซีอินถามเมื่อ
เดินตามพี่ชายไปบ้านพัก
“ใช่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง พอเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นก็ได้
ห้องพักส่วนตัวในโรงงานมา พี่เลยพาพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอมา
อยู่ด้วยกันที่นี่แล้วด้วย พอถึงช่วงวันหยุดก็ค่อยกลับไป
บ้านน่ะ”
“ดีแล้วล่ะค่ะที่ให้พี่สะใภ้ใหญ่มาอยู่ด้วย ยิ่งพี่ชายของ
ฉันหล่อเหลาหน้าที่การงานดีขนาดนี่ ต้องมีผู้หญิงมาคอยจ้อง
มองพี่ใหญ่แน่ ๆ เลย” เธอพูดไม่เกินจริงนักเพราะบ้านเธอ
หน้าตาดีกันทั้งบ้านจริง ๆ ติดที่เธอคนเดียวที่อ้วนอยู่
“วางใจได้พี่ใหญ่ของเธอไม่ใช่คนเหลวไหลแบบนั้น
แน่นอน อีกอย่างเธอก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้ผิดกฎหมายและร้ายแรง
แค่ไหน แล้วนี่เธอมาในเมืองอำเภอแสดงว่าไปที่นั่นอีกแล้วใช่
ไหม”
“ฉันก็มีของที่ต้องซื้อบ้างสิคะ”
“เอาเถอะอย่าไปบ่อยนักล่ะ ยังไงน้องเขยก็เป็นทหาร
หากเกิดเรื่องขึ้นกับเธอจะมีผลกระทบต่อเขาเอาได้”
“ฉันรู้แล้วค่ะ”
หลินซีเหมิงมองดูน้องสาวที่ตอบรับคำเขาอย่างว่าง่าย
หากเป็นเมื่อก่อนคงเถียงเขาชนิดที่ฟังแทบไม่ทันไปแล้ว
เพราะน้องสาวคนนี้ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ ที่แม่บอกว่า
น้องสาวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นคงจะจริง อีกทั้งยังดูผอมลงนิด
หน่อยแล้วด้วย เป็นแบบนี้ก็ดีมากเลยจริง ๆ
ซีอินอยู่พูดคุยกับพี่ชายคนโตและพี่สะใภ้ใหญ่พร้อมเอา
ของฝากออกมาให้ถุงใหญ่ ทั้งยังเอาชา กาแฟซอง อาหาร
กระป๋องรวมถึงผลไม้น่ากินออกมาให้ ทั้งยังแนะนำให้พี่ชาย
แบ่งของไปให้ผู้จัดการใหญ่ของโรงงานด้วย เพราะพี่ชายเธอ
พึ่งได้เลื่อนตำแหน่งก็ควรสร้างสัมพันธ์อันดีกับคนที่ตำแหน่ง
สูงกว่าไว้บ้าง
ซึ่งหลินซีเหมิงเองก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่เพราะ
ของดี ๆ นั้นหายากมากเหลือเกิน แต่เมื่อได้เห็นของที่น้องสาว
เอามาให้ก็ต้องตกใจมาก ซีอินจึงบอกว่าได้มาจากคนรู้จักที่
สามารถหาของพวกนี้ได้และราคาไม่แพง แต่เขาที่เป็นพี่ชาย
จะรับของจากน้องสาวเฉย ๆ ได้ยังไงจึงต้องการจ่ายเงินให้ แต่
ซีอินยืนยันว่าเอามาให้ไม่ต้องการเงินจากเขา จากนั้นก็รีบขอ
ตัวกลับก่อนเพราะต้องไปซื้อของให้ลูก ๆ ด้วย
ขากลับยังต้องแวะสหกรณ์เพื่อซื้อลูกอมกระต่ายขาวไป
ฝากเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสอง เมื่อมาถึงเธอก็เดินเข้าไปหยิบ
ของที่ต้องการ เพราะไม่มีของอย่างอื่นที่ต้องการซื้ออีกแล้วจึง
เดินไปคิดเงินทันที
“สหายซีอินคุณมาแล้ว ฉันรอคุณอยู่ทุกวันเลยนะคะ”
เป็นตานผิงที่ทักขึ้นมาซีอินจึงหันไปมอง
“สหายตานผิงนั้นเอง เลิกงานแล้วหรือคะ” เมื่อเห็นว่า
อีกฝ่ายถือกระเป๋ากำลังจะเดินออกจากสหกรณ์ก็คิดว่าคงเลิก
งานแล้ว
“ค่ะฉันพึ่งเลิกงานถ้ายังไงเราไปคุยกันด้านนอกก่อนได้
ไหมคะ”
“ได้สิคะ” ซีอินจ่ายเงินซื้อของเรียบร้อยก็เดินออกมา
ด้านนอกสหกรณ์ ทั้งสองหลบมุมคุยกันตรงที่คนไม่พลุกพล่าน
นัก
“คือว่าขอโทษที่ฉันรบกวนสหายซีอินนะคะ แต่ว่าสบู่ที่
ได้มาคราวก่อนนั้นใช้ดีมากจริง ๆ ทั้งกลิ่นก็หอมมาก มีแต่คน
ทักว่าได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เวลาที่ฉันเดินผ่านด้วยนะคะ สหายซี
อินพอจะมีอีกไหมคะ คุณจะว่าอะไรหรือเปล่าหากฉันจะขอซื้อ
หลาย ๆ ก้อนสักหน่อยนะคะ” ตานผิงเอ่ยถามอย่างไม่ค่อย
มั่นใจนักว่าซีอินจะมีสบู่แบบนี้อีกหรือเปล่า
“ฉันยังมีอีกนิดหน่อยค่ะ สหายตานผิงจะเอาไปหลาย
ก้อนนี่เอาไปฝากคนรู้จักหรือคะ” ซีอินลองถามหยั่งเชิงดูก่อน
ไม่แน่ว่าเธออาจจะได้การค้าเพิ่มมาก็ได้
“ไม่ปิดบังฉันคิดว่าจะเอามาตัดเป็นก้อนประมาณที่
สหายให้ฉันมาแล้วเอาไปแบ่งขายดูน่ะค่ะ”
ซีอินได้ฟังก็คิดว่าตานผิงดูค้าขายเป็น เลยคิดจะลองให้
เอาสบู่ของเธอไปขายดู
“ถ้าอย่างนั้นสหายตานผิงก็เอาไปขายเป็นก้อนใหญ่ ๆ
เลยก็ได้ค่ะ ฉันมีของอยู่แต่ถ้าหากคุณต้องการเอาไปตัด
แบ่งเป็นขนาดทดลองให้ลูกค้าก่อนนั่นก็แล้วแต่คุณจะสะดวก
ทำได้เลยค่ะ สบู่ฉันเป็นของดีหายากเพราะมีกลิ่นหอม ฉันส่ง
ให้คุณที่ราคาหนึ่งหยวนห้าเหมา ส่วนคุณฉันแนะนำขายที่
ราคาสองหยวนได้ค่ะส่วนต่างก็เป็นของคุณตกลงไหมคะ”
“ได้ค่ะ ฉันสนใจมาก ฉันมีพี่สาวทำงานอยู่ในโรงงานปั่น
ฝ้ายมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นต้องขายได้แน่ ๆ ค่ะ”
“ดีค่ะตอนนี้สบู่ฉันมีสี่กลิ่น น้ำนมข้าว กุหลาบ น้ำผึ้ง
และมะขามสหายตานผิงจะรับทั้งสี่แบบเลยรึเปล่าคะ”
“อย่างนั้นฉันเอาอย่างละสิบก้อนก่อนนะคะ”
จากนั้นซีอินนำสบู่ทั้งหมดสี่สิบก้อนมาให้ และตานผิง
เองก็จ่ายเงินให้ทันทีเพราะเธอพกเงินติดตัวไว้จำนวนหนึ่งมา
ตลอดเพราะคิดว่าหากได้เจอสหายซีอินแล้วจะได้มีเงินซื้อของ
ได้ทันทีและเธอก็มั่นใจมากว่าต้องขายได้แน่นอน เพราะแค่
ตอนนี้ก็มีคนมาถามหาเธออยู่ตลอดแล้ว ดังนั้นการค้านี่จึง
เริ่มต้นขึ้น ซีอินบอกตานผิงไว้ว่าเธอจะเข้ามาเมืองอำเภออีก
ครั้งคืออีกเจ็ดวันข้างหน้า…
เมื่อแยกย้ายกันแล้วซีอินก็เดินทางกลับหมู่บ้านทันที
โดยใช้วิธิเดิมคือปั่นจักรยานมาแล้วเก็บเข้ามิติเมื่อใกล้ถึง
ทางเข้าหมู่บ้าน และเมื่อเจ้าหัวผักกาดน้อยได้เห็นว่าแม่มารับ
ที่บ้านปู่กับย่าแล้ว ก็รีบวิ่งจู๊ดมาหาอย่างรวดเร็วแล้วเกาะขา
เธอไว้คนละข้าง
“แม่ค้าบบ”
“แม่มาแย้วว”
“จ้า ๆ ตูตูไคไคซนกันรึเปล่า หื้ม” ซีอินย่อตัวลง
เล็กน้อยเพื่อลูบหลังลูบไหล่ของเด็ก
“ไคไคไม่ซนคับ”
“ตูตูซนนิดหนึ่งคับ”
“ดีมากจ๊ะงั้นเดี๋ยวเรากลับบ้านกันนะ”
“คับ/คับ”
จากนั้นซีอินหยิบเอาลูกอมตรากระต่ายขาวที่ซื้อมาให้
แม่สามีไปหนึ่งถุง เพื่อเอาไว้ให้ชิงเหมี่ยวและต้าเป่ากิน ก่อน
จะบอกให้เด็กๆ บอกลาคุณย่าเพื่อจะได้กลับบ้านกัน เธอจะ
กลับไปนับเงินเพราะวันนี้ขายได้เงินเยอะมากเลยทีเดียว….