Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 15 : น้ำหนักที่เริ่มเปลี่ยนแปลงกับพาพี่สะใภ้ใหญ่
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 15 : น้ำหนักที่เริ่มเปลี่ยนแปลงกับพาพี่สะใภ้ใหญ่
ไปหาเงินและไปหาหมอ
เวลาผ่านมาได้ร่วมเดือนผลจากการออกกำลังกายอย่าง
สม่ำเสมอและควบคุมอาหารการกิน ตอนนี้น้ำหนักของซีอิน
เริ่มลดลงมาเยอะเลยทีเดียวเหลือ64กิโลแล้ว เธอคิดว่าเป็น
สัญญาณที่ดีมากเลยทีเดียว วันนี้ซีอินเริ่มสวมเสื้อผ้าตัวเล็กลง
มาได้บ้างแล้ว และขณะกำลังอยู่ในครัวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียง
กระซิบกระซาบของเจ้าเด็กหัวผักกาดน้อยทั้งสองมาจากข้าง
หลัง
“แม่ฉวยนะ” ตูตูเอาแก้มน้อย ๆ แปะกับขอบประตู
แอบดูแม่แล้วพูดกับน้องชาย
“อื้มม ฉวยมากเลย” ไคไคที่ทำท่าทางเดียวกันกับ
พี่ชายอยู่อีกฝั่งของขอบประตูก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน
“พ่อน่าจะชอบ” หัวน้อย ๆ ของตูตูพยักหน้าขึ้นลง
เหมือนถูกใจมาก
“พ่อต้องชอบแม่อยู่แล้ว” ไคไคละสายตาจากแม่มาที่ตู
ตูแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงตื่นเต้น
“ตูตูก็ชอบ”
“ไคไคก็ชอบเหมือนกัน”
เด็ก ๆ ทั้งสองทำเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ที่ทำเป็น
พยักหน้ามองมาอย่างถูกใจดูแล้วน่ามันเขี้ยวมาก เห็นแล้วก็
อยากเข้าไปบีบพุงป่อง ๆ นั้นจริง ๆ ซีอินที่ได้ยินคำพูดของลูก
ๆ ก็ได้แต่ขำเธอคงต้องสอนเด็ก ๆ แล้วว่าการกระซิบกันนั้น
ต้องลดระดับเสียงลงมาอีกเยอะ ๆ เลยไม่งั้นก็ไม่เรียกว่า
กระซิบหรอก
และไม่ใช่แค่เธอที่ได้ยินแต่ยังมีพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงที่แวะมา
เล่นกับเจ้าแฝดก็ได้ยินเช่นกัน
“คิก คิก เจ้าแฝดนี้น่ารักกันจริง ๆ เลย น้องสะใภ้สาม
ต้องมีความสุขมากแน่ ๆ ที่มีลูก ๆ น่ารักขนาดนี้”
“พี่สะใภ้ใหญ่ก็มีได้ค่ะ อีกไม่กี่เดือนก็เข้าหน้าหนาวแล้ว
และไม่ได้ลงแปลงนาของฝ่ายผลิตแล้วนี่คะ ช่วงเวลานั้นพี่ก็
บำรุงตัวเองสักหน่อย พอพ้นหน้าหนาวไปไม่แน่อาจจะมีข่าวดี
ก็ได้นะคะ” ซีอินพูดขึ้นเพราะใครๆ ก็รู้กันดีว่าช่วงหน้าหนาวที่
ไม่มีงานอะไรให้ทำนั้น กิจกรรมสามีภรรยาจึงแทบจะเป็นเรื่อง
หลัก ๆ ที่พวกเขาทำกัน พอพ้นหน้าหนาวก็มักจะมีแต่คนท้อง
ขึ้นมาเต็มไปหมด
ซูหงได้ฟังก็ยิ้มอ่อน ๆ พร้อมหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“อีกไม่นานก็แจกจ่ายผลผลิตแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่อยากหา
เงินเพิ่มเร็ว ๆ ไหมคะ จะได้ไปหาหมอเร็วขึ้น” ซีอินลองถามดู
เพราะเธอดูพี่สะใภ้คนนี้มาสักระยะบวกกับความทรงคำเดิมที่
มี พบว่าเป็นคนใช้ได้และไว้ใจได้เลยทีเดียว
“หื้ม มีวิธีหรือ”
“ก็หาของไปขายที่ตลาดมืดยังไงล่ะคะ”
“ขะ ขายของที่ตลาดมืดหรือ ก็น่าสนใจแต่จะไม่เป็น
อะไรหรือน้องสะใภ้สาม” ความจริงเธอเคยคิดว่าอยากจะไป
ขายของในตลาดมืดมาก่อน แต่ยังไม่มีความกล้ามากพอและ
ไม่กล้าเอ่ยปากกับสามีเรื่องนี้ ทั้งยังไม่เคยไปสถานที่แห่งนั้น
เลยสักครั้ง
“ปกติฉันก็ไปซื้อของที่นั่นอยู่บ้างนะคะ เห็นคนเขาเอา
ของพวกผักป่า เห็ดป่าไปขายกันด้วย ขายดีนะคะเหมือนว่า
คนในเมืองอำเภอหาของป่าแบบที่เรากินกันยากน่ะค่ะ หรือพี่
จะทำขนมไปขายก็ได้อย่างเค้กไข่นึ่งนี่ก็น่าจะขายได้ พี่สะใภ้
ใหญ่ก็พอทำขนมชนิดนี้ได้อยู่แล้วนี่ค่ะ แต่ยังไงฉันจะช่วยดู
และแนะนำสูตรขนมให้อีกแรงด้วยค่ะ รับรองว่าต้องอร่อย
แน่นอนลองดูก็ไม่เสียหายนะคะ” เมื่อได้เห็นแววตาที่ตื่นเต้น
และดูสนใจของพี่สะใภ้ใหญ่ ซีอินก็ยิ่งพูดถึงสิ่งที่เห็นในตลาด
มืดให้อีกฝ่ายฟังทันที
“แต่พี่กลัวว่าคนที่บ้านเซียวจะรู้”
“เราก็ไม่ต้องบอกสิคะ ลองไปทำดูก่อนไม่เสียหายอะไร
หากขายไม่ได้เราก็ไม่ต้องทำอีกตอนนี้ก็รู้กันแค่สองคนเท่านั้น
ฉันเห็นพี่สะใภ้ใหญ่บอกว่ายังขาดเงินอีกแค่ไม่กี่หยวนเท่านั้น
เราแค่หาเงินไปหาหมอที่โรงพยาบาลเท่านั้นก็ไม่น่าจะเป็น
อะไรนะคะ”
“นั้นสิ งั้นพี่สะใภ้ใหญ่จะลองดู”
แม้จะเป็นคนขี้กลัวสักหน่อยเพราะไม่เคยได้ลอง
ตัดสินใจอะไรเอง แต่ถ้ามีแรงผลักดันพี่สะใภ้ใหญ่ก็เป็นคนที่
กล้าคิดกล้าทำคนหนึ่งเลย หากประเทศเปิดการค้าเสรีใน
อนาคต แล้วพี่สะใภ้ใหญ่คนนี้ชอบค้าขายละก็ น่าจะรุ่งเลย
ทีเดียวจะว่าไปอีกไม่กี่เดือนก็เป็นปี1977แล้วนี่นะ
ดังนั้นวันต่อมาซูหงจึงไปเก็บผักป่าและเห็ดป่ามาไว้แล้ว
เอามาบางส่วนไปฝากไว้ที่บ้านซีอินก่อน ทั้งยังมาทำขนมเค้ก
ไข่นึ่งที่บ้านซีอินด้วย
เพราะตกลงกันว่าจะลองเข้าไปตลาดมืดวันพรุ่งนี้ ซึ่ง
เวลากระชั้นชิดมากทำให้ซูหงหาของมาทำขนมไม่ทันเพราะ
ต้องใช้ทั้งแป้ง น้ำตาล และไข่ จึงต้องใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ของซี
อินทำขนมไปขายก่อนแล้วค่อยจ่ายค่าวัตถุดิบต่าง ๆ ให้
ภายหลัง…
ทางด้านซูหงเองเมื่อเตรียมของเสร็จแล้วก็เดินกลับบ้าน
ใหญ่เซียว และก็ได้เอ่ยบอกสามีว่าจะไปโรงพยาบาลในวัน
พรุ่งนี้แล้ว โดยน้องสะใภ้สามจะไปเป็นเพื่อน
ตอนแรกเซียวฉิงโจวจะไปเป็นเพื่อนเอง แต่ซูหงก็บอก
ว่ากับเขาว่าอยู่ทำงานในแปลงนาดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสีย
แรงงานในบ้านไปหลายคนส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายก็อ้างไปว่าเพียง
ไปพูดคุยกับหมอก่อนไม่น่าจะเสียเงินเยอะอะไร เซียวฉิงโจวจึง
ยอมฟัง
ในตอนเช้าวันต่อมาซีอินจึงพาตูตูกับไคไคมาฝากแม่สามี
ที่รับรู้แล้วว่าทั้งสองจะไปโรงพยาบาลกัน ก่อนออกจากบ้านยัง
ไม่วายได้ยินเสียงพูดจาไม่น่าฟังของพี่สะใภ้รองอีก
“ตรวจไปให้เสียเงินเสียเวลาทำไงคะ ถ้าจะท้องก็ท้องไป
นานแล้วล่ะค่ะ สู้เก็บเงินไว้ซื้อของกินดี ๆ ไม่ดีกว่าหรือคะ”
พูดพร้อมทำลอยหน้าลอยตาใส่ เหมือนเรื่องไปโรงพยาบาล
ของพี่สะใภ้ใหญ่เป็นเรื่องไร้สาระเสียอย่างนั้น
“หุบปากของเธอสักทีสะใภ้รอง ก่อนที่ฉันจะหมดความ
อดทน เงินนั้นก็ไม่ใช่เงินของเธอสักหน่อย แต่เป็นเงินที่เจ้า
ใหญ่และสะใภ้ใหญ่เก็บออมเอาไว้เธอจะสอดปากเข้ามาทำไม”
เป็นคุณพ่อเซียวที่เอ่ยออกมาอย่างดุดันเพราะรำคาญ
สะใภ้รองคนนี้เต็มที ไม่รู้เมื่อไหร่จะคิดได้และทำตัวให้ดีขึ้น
เหมือนสะใภ้สามบ้าง เขาดีใจมากที่สะใภ้ใหญ่จะไปหาหมอ
หากมีโอกาสท้องได้ก็จะดีมากอย่างไรเจ้าใหญ่ก็เป็นลูกชายคน
โต หากมีทายาทสืบสกุลก็เป็นเรื่องน่ายินดีแน่นอน
ทางลู่ฉิงเมื่อถูกพ่อสามีดุก็เม้มปากแน่นหน้าซีดเผือด
เพราะพ่อสามีปกติไม่ยุ่งเรื่องในบ้านแต่ก็เป็นคนที่ดุมากที่สุด
หากได้พูดออกมาแล้วทุกคนต้องเชื่อฟังทันที ทั้งตัวเธอและทุก
คนในบ้านกลัวพ่อสามีมากกว่าแม่สามีเสียอีก
ซีอินพาพี่สะใภ้ใหญ่เดินทางโดยนั่งรถแทรกเตอร์ที่วันนี้
โชคดีมีรอบออกเดินทางไปเมืองอำเภอพอดี ส่วนผักป่าเห็ดป่า
และขนมที่พี่สะใภ้ใหญ่ฝากไว้ที่เธอนั้น ซีอินเอาใส่ตะกร้า
สะพายหลังไว้ หากมีใครถามก็แค่บอกไปว่าจะเอาไปฝาก
พี่ชายที่อยู่โรงงานทอผ้าเท่านี้ก็ไม่มีใครสงสัยอะไรแล้ว
เมื่อมาถึงเมืองอำเภอทั้งสองลงจากรถแทรกเตอร์แล้วซู
หงก็รับเอาตะกร้าจากซีอินมาสะพายหลังไว้เอง ก่อนจะเดิน
ทางเข้าตลาดมืดด้วยกัน ก่อนนี้ซีอินบอกรหัสผ่านให้พี่สะใภ้
ใหญ่ท่องจำแล้ว เมื่อมาถึงก็บอกรหัสผ่านตามด้วยพี่สะใภ้ใหญ่
ที่เอ่ยบอกไปด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เพราะตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เมื่อเข้ามาได้แล้วทั้งสองที่ตอนนี้สวมหมวกและ
ผ้าพันคอปิดบังใบหน้าไว้มิดชิดก็เริ่มขายของทันที วันนี้ซีอิน
ไม่ได้ขายของของตัวเองเพราะตั้งใจมาช่วยพี่สะใภ้ใหญ่
โดยเฉพาะ แต่เธอเตรียมของมาส่งให้ตานผิงแล้วไว้ค่อยหลบ
พี่สะใภ้ใหญ่เอาไปให้ตานผิงทีหลังได้
ซีอินพาพี่สะใภ้ใหญ่เดินเข้าไปทักถามลูกค้าว่าต้องการ
อาหารป่าหรือขนมเค้กไข่นึ่งบ้างหรือไม่ แรก ๆ ซูหงคิดว่าทำ
แบบนั้นคงไม่ได้ผลเพราะเธอไม่เคยเห็นการขายของแบบนี้มา
ก่อน แต่พอมีคนสนใจและยินดีจ่ายเงินจริง ๆ ซูหงก็เริ่มสนุก
กับการขายของอย่างมากและเริ่มทำเองได้แล้ว ใช้เวลาเพียง
สองชั่วโมง ผักป่าเห็ดป่าและขนมเค้กไข่นึ่งก็ขายได้จนหมด ได้
เงินมาถึงห้าสิบหยวนเลยทีเดียว มากกว่าที่ซูหงคิดไว้มาก
เหลือเกิน ขายของแค่ไม่กี่ชั่วโมงได้เงินเยอะกว่าคนทำงานใน
โรงงานในเมืองเสียอีก
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้เงินมากแบบนี้ คนในเมืองอำเภอ
ดูซื้อของจ่ายเงินง่ายมากเลยนะน้องสะใภ้สาม”
“จริงค่ะ แต่ฉันคิดว่าถ้าเป็นเมืองมณฑลหรือเมืองใหญ่
ๆ น่าจะหาเงินได้ง่ายกว่านี่อีกนะคะ อีกทั้งขนมเค้กไข่นึ่งใช้
ของดี ๆ ทำทั้งแป้งทั้งไข่ทั้งน้ำตาล ต่อให้ตั้งราคาสูงสักหน่อยก็
ยังขายได้ค่ะ ยิ่งของป่าหายากยิ่งขายดี”
“อืมไม่น่าเชื่อเลยนะ ค้าขายนี้ดีมากจริง ๆ” ซูหงพูดไป
ยิ้มไปอย่างมีความสุขมากจริงๆ
“แต่ว่าเรามากันแบบนาน ๆ ทีดีกว่านะคะ มาบ่อย ๆ ก็
ไม่รู้จะอ้างกับที่บ้านยังไงดีช่วงนี้ก็เว้นไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ” อีก
ไม่นานจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่เมืองที่เธออยู่อาจจะไม่มี
ผลกระทบมากนักแต่ก็ยังคงมีความวุ่นวายอยู่บ้าง เธอคิดว่าไม่
ควรเข้าเมืองบ่อยนักจะดีกว่า
“จ้ะ อย่างงั้นตอนนี้เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” ซูหง
เองก็เห็นด้วยกับคำพูดของซีอิน แค่เงินก้อนนี้ที่ได้มาก็ทำให้
เธออุ่นใจได้ไปอีกนานเลยทีเดียว
“ไปค่ะ”
และใช้เวลาในการเดินทางมาโรงพยาบาลไม่นาน ซูหง
ยืนเอกสารของตัวเองและแจ้งเรื่องที่ต้องการของตรวจ ใช้เวลา
ไม่นานก็ได้เข้าตรวจและพูดคุยกับคุณหมอ ขั้นตอนนี้ซีอิน
ไม่ได้เข้าไปด้วยเพียงรออยู่หน้าห้องเท่านั้น ผ่านไปสามสิบนาที
พี่สะใภ้ใหญ่ก็เดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มคิดว่าคงมีข่าวดีไม่
น้อย
“คุณหมอบอกว่าตอนนี้ร่างกายพี่ปกติดีนะ เพียงแต่
ขาดสารอาหารอยู่มากจึงต้องบำรุงร่างกายดี ๆ กินอาหารดี ๆ
อย่างต่อเนื่องอย่างเร็วครึ่งปีก็น่าจะมีข่าวดีได้ แต่ก็อาจจะนาน
กว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย คุณหมอยังแนะนำเรื่อง
อาหารและวิธีดูแลตัวเองอีกทั้งยังให้ยาบำรุงมาอีกด้วยนะจ๊ะ”
“ดีแล้วล่ะค่ะฉันเชื่อว่าอีกไม่นานพี่สะใภ้ใหญ่จะต้อง
ท้องได้อีกแน่นอนเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ทำใจให้สบาย ๆ เถอะค่ะ”
“จ้ะ พี่เชื่อเธอยังไงวันนี้พี่ต้องขอบคุณน้องสะใภ้สาม
มาก ๆ เลยนะ ไม่งั้นพี่คงไม่มีโอกาสได้มาหาหมอที่นี่แบบนี้
ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อก่อนตอนที่ฉันยังคิดไม่ได้ก็ได้พี่ที่ช่วย
ดูแลตูตูกับไคไคมาตลอดนี่ค่ะ ฉันก็อยากจะช่วยเหลืออะไรพี่
บ้าง ถ้ายังไงเราแวะไปสหกรณ์กันสักหน่อยเถอะค่ะเผื่อจะได้
ซื้อของกัน”
“ได้ไปกันเถอะ”
ทั้งสองมาถึงสหกรณ์ของเมืองอำเภอก่อนที่ซีอินจะทำที
แยกเดินไปอีกด้านแล้วส่งสายตาให้ตานผิงที่วันนี้มาทำงานที่
สหกรณ์ให้ออกมาเจอที่ด้านนอกเพื่อส่งของกัน
“ฉันดีใจมาเลยค่ะที่สหายซีอินมาเร็วกว่ากำหนด เพราะ
ของที่เอาไปคราวก่อนหมดไปตั้งแต่สองวันแรกแล้ว” ตานผิง
เอ่ยบอกอย่างดีใจเพราะสบู่ขายดีมาก มีแต่คนสนใจมีของไป
เท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลย
“พอดีฉันพาพี่สะใภ้มาทำธุระน่ะค่ะเลยแวะเอาของมา
ให้สหายตานผิงด้วยเลย” ตั้งแต่คราวที่ตานผิงรับสบู่จากเธอ
ไปขายก็ขายได้ดีมากจริง ๆ ตั้งแต่นั้นทั้งสองจึงทำการค้า
ด้วยกันมาตลอด
“ดีจริง ๆ ค่ะตอนแรกฉันยังคิดว่าจะต้องรอหลายวัน
เสียอีก ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็มีของส่งให้ลูกค้าที่สั่งจองไว้เร็วขึ้น
อีกนะคะ”
“นี่ค่ะสี่ร้อยก้อนและผ้าห่มขนนุ่มอีกสองร้อยผืนที่คุณ
สั่ง” ซีอินเรียกผ้าห่มนาโนว่าผ้าห่มขนนุ่มเพื่อให้ง่ายต่อคนที่นี่
นั้นเอง
“ได้ค่ะ นี่เงินทั้งหมดนะคะและคุณจะเข้ามาอีกที
เมื่อไหร่คะ”
“คิดว่านับจากนี้อีกเจ็ดวันค่ะ ฉันจะเอาของมาส่งให้คุณ
มากสักหน่อย เพราะต่อไปอาจจะไม่ได้มีของเยอะ ๆ อีก
ตอนนี้เข้าหน้าหนาวแล้วของหายากมากขึ้นนะคะ” อีกไม่กี่
เดือนจะหนาวยิ่งกว่านี้อีกและจะเข้าสู่ปีใหม่แล้วสามีเธอก็
น่าจะกลับมาช่วงปีใหม่พอดี
“ได้ค่ะ ฉันจะได้บอกลูกค้าไว้ว่าอาจจะไม่ได้มีของมา
มาก ๆ แบบนี้ได้อีก”
เมื่อพูดคุยกันเรียบร้อยทั้งสองก็รีบแยกย้ายกัน ซีอินทำ
ทีเป็นเดินกลับเข้ามาในสหกรณ์อีกครั้งแล้วเดินไปหาพี่สะใภ้
ใหญ่ที่ยืนเลือกของอยู่
“ได้ของครบหรือยังคะพี่สะใภ้ใหญ่”
“ได้แล้วล่ะจ้ะ แล้วน้องสะใภ้สามไม่ซื้ออะไรหรือ”
“ยังค่ะที่บ้านยังมีของอยู่เลย”
และเมื่อไม่มีอะไรต้องซื้ออีกซูหงก็ไปจ่ายเงิน แล้วทั้ง
สองก็เดินออกจากสหกรณ์เพื่อจะกลับหมู่บ้าน ตอนนี้ต้องเดิน
กลับกันเองเพราะรถแทรกเตอร์ฝ่ายผลิตของหมู่บ้านนั้น
กลับไปก่อนนานแล้ว ระหว่างที่เดินก็คุยกันไปเรื่อย ๆ
“เรื่องที่เราไปทำกันวันนี้ต้องเป็นความลับก่อนนะคะ”
“พี่เข้าใจแล้วจ้ะ แต่ว่าขายของแบบนี้ได้เงินมากจริงๆ
นะ”
“ใช่แล้วค่ะ หากอนาคตภายหน้าประเทศเราเปิดให้
สามารถค้าขายได้อิสระคงจะดีนะคะ”
“นั้นสิหากมีวันนั้นจริง ๆ พี่จะต้องลองทำการค้าดูอย่าง
แน่นอน” ซูหงตอบอย่างมีความหวัง เธอรู้สึกชื่นชอบการค้า
ขายมาก แต่เธอรู้สึกว่าคิดเงินได้ไม่เร็วเลยหากอยากจะทำจริง
ๆ เธอคงต้องหัดคิดเลขที่คล่องกว่านี้แล้ว
ในระหว่างที่เดินกลับบ้านกันนั้นซูหงก็รีบเอาเงินค่า
วัตถุดิบของซีอินที่เธอใช้ทำขนมไปจนครบทุกหยวน ซีอินเองก็
รับมาอย่างเต็มใจ เรื่องเงินทองทำให้ชัดเจนที่สุดเป็นดี จะได้
ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง จากนั้นทั้งสองก็คุยกันเพลิน ๆ เพียง
ชั่วโมงครึ่งก็เดินมาถึงบ้านแล้ว ซีอินมารับเจ้าหัวผักกาดที่บ้าน
พ่อแม่สามีก่อน เมื่อล่ำลากันเรียบร้อยเธอก็พาเด็กๆ กลับบ้าน
…
ส่วนซูหงนั้นก็เล่าเรื่องที่ได้พูดคุยกับคุณหมอในวันนี้ให้
ทุกคนได้ฟังในตอนกินอาหารเย็น คุณพ่อเซียวและคุณแม่เซียว
ต่างยินดีมาก ไม่ต้องพูดถึงเซียวฉิงโจวผู้เป็นสามีของเธอเลย
เขายิ้มแก้มปริอยู่ตลอดเวลาด้วยความหวัง และคิดว่าจะให้
ภรรยาลงงานในแปลงนาให้น้อยลงสักหน่อย แล้วเขาจะต้อง
หาของมาบำรุงภรรยาเยอะ ๆ เมื่อร่างกายแข็งแรงจะได้มีลูก
ได้ง่ายขึ้น
ทางด้านซีอินเมื่อกลับมาถึงบ้านได้ไม่นานเธอกำลังจะ
พาเจ้าหัวผักกาดไปอาบน้ำ เพราะวันนี้เด็ก ๆ เล่นซนกันมาก
จนเนื้อตัวมอมแมมกันไปหมด
“มีใครอยู่บ้านม๊ายยยย” เสียงตะโกนเรียกลากเสียงยาว
ๆ จากหน้าบ้าน
ซีอินได้ยินเสียงเรียกก็รีบเดินออกไปดู พบว่าเป็นคน
ของฝ่ายผลิตที่เอาจดหมายมาส่งนั้นเอง
“เอาจดหมายมาส่งครับสหายหลิน” โอวปิงหลุนทำงาน
ที่ฝ่ายผลิต เขาจะเอาจดหมายที่ทางไปรษณีย์ส่งมาไว้ที่คอมมูน
มาส่งให้แต่ละบ้านอีกที
“ขอบคุณมากค่ะสหายโอว”
ซีอินรับจดหมายมาพลิกดูที่หน้าซองเขียนชื่อไว้ว่าเป็น
จดหมายจาก ‘เซียวฉิงเฟิ่ง’สามีของเธอนั้นเอง…