Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 16 : จดหมายของสามีกับจักรยานมีไฟหน้า
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 16 : จดหมายของสามีกับจักรยานมีไฟหน้า
‘เซียวฉิงเฟิ่ง’ชื่อนี้ที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรลายมือที่หนัก
แน่น สามีของเธอส่งจดหมายมางั้นหรอ ซีอินเอาแต่จ้องมอง
ชื่อของเขาอยู่อย่างนั้นด้วยใจที่เต้นตึกตัก ๆ ๆ ทั้งตื่นเต้นทั้ง
อยากรู้ว่าเขาเขียนมาว่ายังไงบ้าง
“แม่ค้าบบบ / แม่คับ”
“จ้า ๆ” จนกระทั่งได้ยินเสียงกังวานใสฟังดูซุกซนของ
เจ้าหัวผักกาดน้อยที่เอ่ยเรียกเธอจากด้านหลัง ซีอินจึงเหมือน
ได้สติขึ้นมา จึงรีบปิดประตูรั้วบ้านแล้วสาวเท้าเดินกลับเข้า
บ้านก่อนจะต้อนเด็ก ๆ ให้เข้าไปอาบน้ำกัน
ส่วนเธอก็เอาจดหมายของสามีไปเก็บไว้ในห้องนอน
ก่อน ค่อยอ่านก่อนนอนพร้อมกับลูก ๆ ดีกว่า ใช้เวลาไม่นานตู
ตูกับไคไคก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพร้อมประแป้งจนตัวหอมฟุ้ง
สวมชุดนอนเนื้อนุ่มที่แม่เตรียมไว้ให้ ก่อนจะเดินเข้ามาในครัว
เพื่อกินอาหารเย็นเป็นโจ๊กหมูนุ่ม ๆ ที่มีผักโขมนึ่งสับละเอียด
ผสมอยู่ด้วย เป็นของโปรดของพวกเขาเลยทีเดียว
“เอาล่ะวันนี้มีจดหมายจากพ่อมาด้วยน้าาา” ซีอินเอ่ย
ขึ้นเมื่อเด็ก ๆ กินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว
“หูยย ตูตูหยักอ่าน ๆ คับ”
“ไคไคก็หยักอ่านด้วยคับ”
“ได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวเรามาอ่านจดหมายของพ่อกันก่อนนอน
ดีไหม”
“ดีคับ/ดีคับ”
เมื่อเด็ก ๆ แปรงฟันก่อนนอนเรียบร้อยก็พากันขึ้นเตียง
เตาที่มีฟูกนอนหนานุ่มกับผ้าห่มนวมผืนโต มีเพียงแสงสว่าง
จากตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างหัวเตียง
ตูตูกับไคไคนอนเรียงกันด้านในโดยมีซีอินนอนริมสุด
และตอนนี้เธอกำลังนอนคว่ำหน้าเอาศอกเท้ากับที่นอนอยู่
และกำลังเปิดจดหมายของสามีออกมาอ่าน ด้านในมีจดหมาย
อยู่สองฉบับที่ถูกพับไว้อย่างดี ฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า ‘ถึงตูตูกับ
ไคไค’
ส่วนอีกฉบับเขียนว่า ‘ถึงคุณภรรยา’ แค่คำว่าคุณ
ภรรยาที่ถูกเขียนด้วยลายมือหนักแน่นมั่นคงนั้นก็ทำให้เธอ
รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้แล้ว
“เอาล่ะแม่จะอ่านจดหมายของพ่อให้ฟังแล้วนะ”
“คับตูตูรออยู่แม่อ่านเย็ว ๆ คับ”
“ไคไคก็อยากฟังแล้วคับ”
“จ้า ๆ”
ถึงลูกชายตูตูกับไคไค
พ่อได้รับจดหมายจากตูตูและไคไคที่เขียนมาบอกคิดถึง
แล้ว ตัวพ่อเองก็คิดถึงตูตูกับไคไคมากเหมือนกัน ตอนนี้อากาศ
เริ่มเย็นแล้วตูตูกับไคไคต้องสวมเสื้อผ้าเยอะ ๆ จะได้ไม่เป็น
หวัดนะ แม่บอกพ่อว่าตัดผมให้พวกลูกแล้ว งั้นก็แสดงว่าต้อง
หล่อมากเลยใช่รึเปล่า อีกไม่นานพอทำงานเสร็จแล้วพ่อจะรีบ
กลับไปหาตูตูกับไคไค ไว้ถึงตอนนั้นพ่อจะพาตูตูกับไคไคเล่น
โยนรับสูง ๆ แบบที่พวกลูกชอบกันอีกเยอะๆ เลยดีไหม เอา
ละตูตูกับไคไคเป็นเด็กดีอย่าดื้อกับแม่ รอพ่อกลับบ้านนะ…
จาก พ่อของตูตูและไคไค
“พ่อจะกลับบ้านแย้วเหยอ” ตูตูที่ได้ฟังก็รู้สึกกระดี๊
กระด๊าเป็นพิเศษจากที่ง่วง ๆ ก็คึกคักขึ้นมาอีกทันที
“ดีจังเยยไคไคอยากเล่นโยนรับฉูง ๆ อีก” ไคไคที่ปกติ
จะนิ่งกว่าพี่ชายก็ยังหัวเราะคิกคักออกมาเบา ๆ อย่างมี
ความสุขมากแถมยังพูดไม่ชัดอีกด้วย
“ใช่สนุกเนอะ”
“อื้มสนุกมากเลย”
ครั้งก่อนที่พ่อกลับมาพวกเขาเริ่มรู้ความแล้ว และจำที่
พ่อเล่นจับตัวพวกเขาเล่นโยนรับสูง ๆ ได้มันสนุกมากเลย เวลา
ตูตูกับไคไค ไปเล่าให้เด็ก ๆ คนอื่นในหมู่บ้านฟัง มีแต่คนอิจฉา
เพราะพ่อของเด็กคนอื่นไม่แข็งแรงและทำไม่ได้เหมือนพ่อของ
ตูตูกับไคไคเลย
“แม่อ่านให้ฟังอีกรอบคับตูตูหยักฟังอีก”
“ได้สิจ๊ะ ไคไคล่ะอยากฟังด้วยอีกไหม”
“อยากฟังคับ”
จากนั้นเด็ก ๆ ก็ให้แม่อ่านจดหมายของพ่อให้ฟังวนซ้ำ
ๆ หลายรอบจนกระทั่งหลับไป เมื่อเห็นว่าเจ้าหัวผักกาดน้อย
พลังเยอะสิ้นฤทธิ์หลับกันแล้ว เธอจึงพับจดหมายไว้
เหมือนเดิมแล้วหยิบอีกฉบับที่จ่าหน้าว่า‘ถึงคุณภรรยา’
ออกมาคลี่อ่านดวงตากลมโตเริ่มกวาดไล่ไปทีละตัวอักษรทีละ
บรรทัดอย่างช้า ๆ
ถึงคุณภรรยาของผม…
ผมได้รับของที่คุณส่งมาให้แล้วครับ กล่องใหญ่มากจน
คนที่เห็นตกใจมากเลยทีเดียว ขอบคุณที่ส่งของมากมายมาให้
ผมนะครับ หมูแผ่นปรุงรสอร่อยมากทำให้ผมกินข้าวมากขึ้นไป
อีก และเพื่อน ๆ รวมถึงหัวหน้าของผมที่ได้กินหมูแผ่นปรุงรส
ไปต่างก็ชมว่ามันอร่อยมากเลยครับ
ส่วนเสื้อไหมพรมกับผ้าพันคอที่คุณถักให้ ผมชอบครับ
ใส่แล้วอุ่นมากเลย เดือนหน้าผมต้องลงพื้นที่เพื่อทำภารกิจ
แล้ว คิดว่าหลังจากทำงานนี้จบก็คงถึงช่วงวันหยุดยาวตอนปี
ใหม่ของผมพอดี ผมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับคุณและลูก
ๆ แน่นอนครับ ผมเขียนจดหมายถึงตูตูกับไคไคด้วยคิดว่าคุณ
คงเปิดอ่านให้พวกเขาฟังแน่ ๆ ช่วงนี้หนาวแล้วภรรยาดูแล
ตัวเองและลูก ๆ ให้ดี ๆ ผมจะรีบกลับไปหาพวกคุณนะครับ
จากเซียวฉิงเฟิ่ง สามีของคุณ…
ซีอินอ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบ
เรียบร้อยด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกมันตื่นเต้นแปลก ๆ หัว
ใจเต้นแรงไม่หยุด รู้สึกอยากจะเจอเขาเร็ว ๆ ขึ้นมาอีก
จำได้ว่าตัวเธอคนเดิมตั้งแต่แต่งงานจนกระทั่งตายไปไม่
เคยมีความรู้สึกลึกซึ้งกับสามีมากนัก รู้เพียงแค่เขาเป็นทหารมี
เงินเดือนและเป็นผู้ชายที่หล่อมาก ๆ เป็นคนไม่ค่อยชอบพูด
และยอมภรรยาที่น่ารังเกียจอย่างเธออยู่เสมอเลย โดยเธอก็ไม่
รู้เหมือนกันว่ากับผู้หญิงที่น่ารังเกียจอย่างเธอคนเดิมนั้นทำไม
เขาถึงยังทนอยู่ด้วยได้
และในครั้งนี้ที่เธอได้กลับมา ได้ลองส่งของและ
จดหมายไปให้สามีและเธอก็ได้จดหมายจากเขาตอบกลับมา
โดยเนื้อหาแสดงออกถึงความอ่อนโยนและใส่ใจต่อครอบครัว
ยิ่งทำให้เธอนึกชิงชังตัวเธอเองในอดีตเหลือเกินที่เคยทำไม่ดี
กับเขาเอาไว้ ซีอินอ่านจดหมายอีกครั้งและรับรู้ว่าวันเวลาที่
สามีจะได้รับบาดเจ็บจากภารกิจใกล้เข้ามาทุกที แม้ไม่ตายแต่
ก็เจ็บหนักเพราะถูกยิงที่ท้อง ไม่รู้ว่าในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตที่
อยู่ในมิติจะมีอะไรพอช่วยได้บ้างไหมนะ
ซีอินขบคิดก่อนจะพับจดหมายอย่างทะนุถนอมเก็บใส่
ซองไว้ทั้งสองฉบับแล้วสอดไว้ใต้หมอนก่อนจะตั้งสมาธิเพื่อ
ตรวจสอบดูมิติของตัวเองและลองนึกถึงอาวุธ และก็ไม่มีอะไร
เกิดขึ้น จริงสินะซุปเปอร์มาร์เก็ตมีแต่ของที่เป็นปัจจัยสี่ของ
ธรรมดาทั่วไปจะไปมีพวกอาวุธร้ายแรงได้ยังไงกัน แต่อย่าง
น้อยถ้ามีเสื้อกันกระสุนก็คงจะดี
ฟึบ!
“หื้มม เอ๋!!” เมื่อเธอนึกไปถึงเสื้อกันกระสุนกลับได้รับ
มันมาอยู่ในมือจริง ๆ เสียอย่างนั้น ซีอินดีใจมากถ้าส่งสิ่งนี้ไป
ให้สามีอาจจะช่วยให้เขาปลอดภัยกลับมาก็ได้ เธอจะต้องรีบ
ส่งไปให้เขาโดยเร็วที่สุด
เมื่อตกลงกับตัวเองเรียบร้อยซีอินก็รีบหยิบตะเกียง
น้ำมันเดินออกไปที่ห้องครัว ก่อนจะหยิบปากกากระดาษ
ออกมาเขียนจดหมายถึงสามีและกำชับให้เขาใส่เสื้อกันกระสุน
ตัวนี้อยู่ตลอดเวลาที่ไปปฏิบัติภารกิจด้วย
รุ่งเช้าซีอินตัดสินเข้าตัวเมืองอำเภออีกครั้งเพื่อไปส่งของ
และจดหมายให้สามี ครั้งนี้เธอพาตูตูกับไคไคไปด้วยโดยนั่งรถ
แทรกเตอร์ของฝ่ายผลิตออกไปเช่นเคยและขากลับเธอตั้งใจไว้
แล้วว่าจะเอาจักรยานออกมาใช้
“ตูตู ไคไคตื่นเต้นรึเปล่า”
“ตื่นเต้นมากคับ” ไคไคมองรอบข้างด้วยแววตาที่เป็น
ประกายอยากรู้อยากเห็นไปหมด
“ตูตูไม่เคยมาในเมืองเยย” หัวกลมๆ เอาแต่หันซ้ายหัน
ขวามองดูนั้นนี้ไปมาอยู่ตลอดทาง จนกระทั่งเดินทางมาถึง
เมืองอำเภอแล้วซีอินจึงพาเด็ก ๆ เดินไปเรื่อย ๆ
“ไคไคดูซี่คนเยอะมาก ๆ เยยนะ” ตูตูชวนน้องชายคุย
น้ำเสียงตื่นเต้นมาก
“ใช่ ๆ ต้องอยู่ข้างแม่นะเดี๋ยวหลง”
“อื้ออ ตูตูยู้แย้ว” เขาตอบรับคำของน้องชายแล้วก็คว้า
หมับเข้าที่ขากางเกงของแม่ทันที
ซีอินฟังที่เด็ก ๆ คุยกันก็ยิ้มอย่างภูมิใจที่ลูก ๆ ฉลาดรู้
ความนัก ก่อนจะพาเด็ก ๆ ไปที่ว่าการไปรษณีย์เพื่อส่งของ
และจดหมายเมื่อเรียบร้อยแล้วจึงพาพวกเขาเดินเที่ยวเล่นใน
เมืองอำเภออยู่อีกพัก จนเมื่อเริ่มหิวกันแล้วเธอจึงทำทีหยิบเอา
ซาลาเปาและขวดน้ำดื่มออกจากกระเป๋าผ้าที่สะพายไว้
เพราะหากจะพาเด็ก ๆ เข้าไปกินอาหารในร้าน
สวัสดิการของรัฐก็จำเป็นต้องมีคูปองด้วย แต่ตอนนี้คูปอง
สำหรับร้านอาหารสวัสดิการรัฐที่สามีส่งมาให้นั้นไม่มีเหลือแล้ว
เพราะเธอคนเดิมใช้หมดไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่เธอคนนี้จะทะลุ
มิติกลับมาแล้วนั้นเอง
“เอาละจ้ะกลับบ้านกันเถอะ”
“คับแล้วเราจะเดินกลับหยอคับแม่” ตูตูถามก่อนจะ
แอบก้มมองขาสั้น ๆ ของตัวเอง เขาเริ่มเมื่อยขาแล้วแต่ไม่กล้า
บอกแม่
“ต้องนั่งรถใหญ่ ๆ นั้นกลับยึเป่าคับ” ไคไคหมายถึงรถ
แทรกเตอร์ที่นั่งตอนขามาแต่เขาไม่รู้ว่ามันคือรถอะไร รู้แค่ว่า
ใหญ่มากเป็นของฝ่ายผลิตที่เขาเคยเอาผักป่าไปส่งแลกแต้ม
นั้นเอง
“ไม่ใช่หรอกจ้ะ ตูตูกับไคไคมากับแม่ทางนี้ก่อนลูก” ซี
อินพาลูก ๆ เดินไปที่มุมลับตาคนที่มิดชิดหน่อยก่อนจะบอกให้
เด็ก ๆ หันหลังไปก่อนและเธอก็รีบดึงจักรยานออกมาจากมิติ
ทันที
จักรยานคันนี้มีที่นั่งข้างหน้าและข้างหลังที่ทำจากเบาะ
หนังนุ่ม ๆนั่งแล้วไม่เจ็บก้นแน่นอน ทั้งยังมีตะกร้าหน้าที่
แข็งแรงและไฟหน้าอีกด้วยถือว่าดูหรูหราสุด ๆ ไปเลย
“หันมาได้แล้วจ้ะ” ซีอินพูดขึ้นพอเด็ก ๆ หันกลับไปหา
ก็เห็นแม่กำลังจูงจักรยานออกมาจากซอกตึกด้านข้าง ๆ นี้เอง
“โฮ๊ะ!! ยถจักรยาย”
“ฉวยมากเลยมีไฟด้วย”
“นี้คือรถจักรยานจ๊ะตูตูไม่ใช่ยถจักรยายนะ เอาละจ้ะตู
ตู ไคไคทีนี้เราก็กลับบ้านกันได้แล้วน๊าา”
“เย่ ๆ ๆ”
เจ้าหัวผักกาดทั้งสองตื่นเต้นที่จะได้นั่งรถจักรยานจนลืม
สงสัยไปแล้วว่าแม่เอาจักรยานมาจากไหน สามคนแม่ลูกปั่น
จักรยานกลับหมู่บ้านโดยที่ตูตูนั่งเบาะหน้าและไคไคนั่งเบาะ
หลังกอดเอวแม่ไว้แน่น แต่ซีอินก็เอาผ้ามาผูกตัวไคไคที่นั่ง
ด้านหลังไว้กับตัวเธอกันตกอีกทีด้วย
ซีอินตัดสินใจปั่นจักรยานเข้าไปในหมู่บ้านเลย หากมี
ใครถามก็อ้างว่าซื้อมือสองมาในราคาถูกๆก็พอแล้ว ไม่
จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มอีก แต่จะว่าไปเธอจะใช้เงินซื้อของ
อะไรยังไงทำไมต้องสนใจคนอื่นด้วยล่ะ ไม่ได้ทำให้ใคร
เดือดร้อนเสียหน่อยหากมัวแต่สนใจคำพูดคนขี้อิจฉาขี้นินทา
แล้วทำให้ลูกๆของเธอต้องลำบากเดินกลับบ้านเป็นเวลาเกือบ
สองชั่วโมงเธอก็ไม่เอาด้วยหรอก
และเมื่อซีอินปั่นจักรยานที่ดูสวยงามแปลกตาอย่างมาก
เข้ามาในหมู่บ้าน ก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทันที พวกเขาชี้ไม้
ชี้มือมาทางเธอกันใหญ่ เด็กน้อยบางคนถึงกับวิ่งตามเลยด้วย
ซ้ำ คิดว่าไม่นานก็คงรู้กันทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วล่ะ
“คุณแม่ คุณแม่คะ” เสียงตะโกนเรียกดังมาก่อนเจ้าตัว
จะเข้ามาถึงด้านในเสียด้วยซ้ำ
“เฮ้อออ อะไรของเธอนักหนาสะใภ้รองวัน ๆ เธอจะอยู่
อย่างสงบปากสงบคำบ้างไม่ได้เลยหรือยังไงกัน” คุณแม่เซียวที่
กำลังเด็ดผักป่าเพื่อเตรียมไว้ผัดเป้นกับข้าวอยู่นั้นถึงกับวางผัก
ลงตะกร้าแรงๆ อย่างรำคาญใจ
“โถ่คุณแม่อย่างพึ่งรำคาญฉันสิคะ ฉันก็แค่จะเอาเรื่อง
มาบอก ก็น้องสะใภ้สามน่ะสิคะไปในเมืองอีกแล้วคราวนี้ถึงกับ
ปั่นรถจักรยานกลับมาอีกด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคราวนี้ผลาญเงิน
ของน้องสามีไปเท่าไหร่อีก เฮอะ ที่บอกว่าคิดได้แล้วก็แค่สร้าง
ภาพทำเป็นคนดีเท่านั้นแหละค่ะสุดท้ายก็กลับมาเป็น
เหมือนเดิมอยู่ดี” พูดไปพร้อมแปะปากไปด้วยเพราะความ
อิจฉา
ตอนนี้ไม่มีใครมาสนใจท่าทางและคำพูดกระแนะ
กระแหนของสะใภ้รองแล้ว เพราะพากันตกใจนิ่งอึ้งกันไปหมด
“คุณก็ไปดูสะใภ้สามที่บ้านหน่อยเถอะว่าเป็นเรื่องจริง
หรือเปล่า” หลังจากที่หายตกตะลึงกับข่าวที่ได้ฟังแล้วคุณพ่อ
เซียวก็พูดขึ้นมากับคุณแม่เซียว
“ฉันขอไปด้วยนะคะคุณแม่” เป็นพี่สะใภ้ใหญ่ที่เอ่ย
ขึ้นมา
“อื้ม ไปกันเถอะ” คุณแม่เซียวพยักหน้ารับก่อนจะ
ทำท่าลุกขึ้นยืน
“งั้นฉันก็จะไปด้วยค่ะ” สะใภ้รองเสนอตัวไปด้วยอีกคน
เพราะต้องการตามไปดูแม่สามีจัดการน้องสะใภ้สามยังไง จะ
ได้เอาไปพูดนินทาต่อได้สนุกปาก
“เธอไม่ต้องไปอยู่บ้านนี่แหละ จัดการเด็ดผักป่าพวกนั้น
ไว้ด้วย อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอตามเชียว” คุณแม่เซียวเสียงแข็ง
ใส่ เธอรู้เจตนาของสะใภ้รองดีจึงรีบขัดไว้ไม่ยอมให้ไปด้วย จะ
ได้ไม่สร้างเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก
“คุณย่าคับผมขอไปด้วยได้ไหม” ต้าเป่าเดินเข้ามาหาย่า
ของเขาและขอตามไปด้วย
“นะ หนูก็อยากไปด้วยค่ะ” ชิงเหมี่ยวเอ่ยขออย่าง
ตะกุกตะกักเพราะกลัวจะถูกดุแต่เธอก็อยากเห็นรถจักรยาน
ด้วยเหมือนกัน
“เอาเถอะงั้นให้ชิงเหมี่ยวกับต้าเป่าไปด้วยก็ได้”
คุณแม่เซียวที่คิดว่าเด็ก ๆ ไปด้วยคงไม่เป็นไรจึงอนุญาต
ก่อนจะเดินออกไปพร้อมสะใภ้ใหญ่และหลาน ๆ ส่วนคุณพ่อ
เซียว พี่ใหญ่ พี่รอง สะใภ้รอง และน้องสี่ก็ได้แต่มองตามหลัง
ขบวนคนที่ไปดูจักรยานกันจนลับสายตา….