Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 17 : การแจกจ่ายผลผลิตกับซีอินทำงาน
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 17 : การแจกจ่ายผลผลิตกับซีอินทำงาน
คุณแม่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่มาถึงหน้าบ้านสะใภ้สามก็
เอ่ยเรียกขึ้น ซีอินเมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงเดินมาเปิดประตูรั้วให้
ก่อนจะให้ทั้งสี่คนเข้ามาในบ้าน คุณแม่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่
มองเห็นรถจักรยานที่จอดอยู่กลางลานบ้านแล้ว ส่วนชิง
เหมี่ยวกับต้าเป่าที่เห็นตูตูกับไคไคเดินวนเวียนรอบ ๆ
รถจักรยานเล่นกันอยู่นั้นก็รีบวิ่งไปดูด้วยทันที
ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็ย้ายมานั่งคุยกันที่โต๊ะม้านั่งที่ตั้งอยู่
ด้านข้างตัวบ้าน
“คุณแม่กับพี่สะใภ้ใหญ่มาถึงนี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า
คะ” ถามไปอย่างนั้นเอง เธอรู้อยู่แล้วว่าคงเป็นเรื่อง
รถจักรยานสินะ
“ก็สะใภ้รองเอาไปพูดว่าเธอปั่นรถจักรยานมานะสิ”
คุณแม่เซียวเอ่ยขึ้นแต่ในน้ำเสียงไม่ได้มีแววร้ายกาจหรือว่าไม่
พอใจอะไร
“อ้อ ใช่แล้วค่ะจักรยานคันนี้ของฉันเอง”
เมื่อได้ยินคำตอบที่ชัดเจนคุณแม่เซียวก็อึก ๆ อัก ๆ
อยากจะพูดแต่ก็รู้ว่าไม่มีสิทธิ์เพราะแยกบ้านกันแล้ว เงินก็คน
ละกระเป๋ากันแล้ว แต่ถ้าไม่พูดเลยก็กลัวว่าสะใภ้สามจะใช้เงิน
มือเติบและกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก
“คุณแม่อย่าห่วงเลยค่ะ รถคันนี้ฉันซื้อมือสองมาค่ะ
ราคาถูกกว่ามือหนึ่งถึงครึ่งหนึ่งเลยนะคะ แถมมีตะกร้าใส่ของ
กับมีไฟหน้าอีกด้วย พอดีคนรู้จักของพี่ชายฉันในโรงงานเขามี
รถคันใหม่แล้ว คันเก่านี่เลยอยากจะขายน่ะค่ะ ฉันเห็นว่าราคา
ถูกว่าซื้อมือหนึ่งแถมยังไม่ต้องใช้คูปองด้วยนะคะ ค่อนข้าง
คุ้มค่ามากเลยคิดว่าซื้อมาก็ไม่เสียหาย เวลาไปในเมืองอำเภอ
จะได้เดินทางสะดวกและยังสามารถพาตูตูกับไคไคไปด้วยกัน
ได้อีก”
“ถึงเป็นมือสองแต่สภาพดีมาก ๆ เลย แล้วยังไม่ต้องใช้
คูปองอีกแบบนี้ก็คุ้มมากจริง ๆ นะคะคุณแม่” พี่สะใภ้ใหญ่พูด
ขึ้นพร้อมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย น้องสะใภ้สามช่างซื้อของได้
คุ้มค่าจริงๆ สภาพรถจักรยานคันนี้ยังเหมือนใหม่อยู่เลย
สามารถใช้งานไปได้อีกนานทีเดียว แถมมีตะกร้าและไฟ
ด้านหน้าอีกด้วย ซูหงคิดไปพร้อมพยักหน้าไป
“เฮ้อ เอาเถอะของก็ซื้อมาแล้วฉันจะว่าอะไรเธอได้อีก
เธอก็ต้องรู้จักเก็บเงินไว้บ้างนะตูตูกับไคไคโตขึ้นก็ยังต้องใช้เงิน
อีกมาก” คุณแม่เซียวไม่ได้ว่าอะไรสะใภ้สามนอกจากพูดเตือน
ๆ บ้างเพียงเท่านั้น
“ฉันรู้แล้วค่ะ” เธอเข้าใจดีเพราะยุคนี้เงินหายากมาก
ของกินยิ่งหายากกว่าอีก การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยก็เหมือนคนไม่
รู้จักประมาณตนเอง แต่เธอรู้ดีว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นในภาย
หน้าและจะมีแต่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่างหากละ
จากนั้นไม่นานคุณแม่เซียวก็พาทุกคนกลับบ้านใหญ่เมื่อ
เห็นว่ามาได้นานพอควรแล้ว ชิงเหมี่ยวและต้าเป่าเอาแต่มอง
แล้วมองอีกเหมือนยังอยากเล่นกับตูตูและไคไคอยู่ แต่ก็รู้ว่าไม่
สามารถอยู่ได้ตามใจตัวเอง จึงได้แต่เดินตามย่ากับป้าสะใภ้
ใหญ่กลับบ้านไป
เรื่องซีอินซื้อจักรยานมานั้นถูกคนในหมู่บ้านพูดถึงอยู่
สักพักใหญ่ แต่ไม่นานก็ถูกเรื่องการแจกจ่ายผลผลิตมากลบจน
ไม่มีใครสนใจเรื่องของสะใภ้สามบ้านเซียวอีก เพราะทุกคนจด
จ่อตั้งหน้าตั้งตารอการแจกจ่ายผลผลิตทั้งเนื้อทั้งธัญพืชกัน
เท่านั้น
และวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงจนได้ ชาวบ้านในหมู่บ้าน
รวมถึงเหล่ายุวปัญญาชนแทบทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ลาน
ใหญ่หน้าฝ่ายผลิตของหมู่บ้าน รวมถึงซีอินที่พาตูตูกับไคไคมา
ด้วย
ความจริงซีอินไม่ต้องมาก็ได้เพราะเธอไม่มีแต้มคะแนน
ให้แลกอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่กับตูตูและไคไคเจ้าหัวผักกาดน้อยสอง
หัวของเธอที่ก่อนหน้านี้ขยันทำงานเก็บผักป่าให้หมูมีคะแนน
คนละสองแต้มเลยทีเดียว เด็ก ๆ ดูจะตื่นเต้นกันมากเลยเอา
แต่ยิ้มแล้วหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน
ส่วนตัวซีอินเองนอกจากพาเด็ก ๆ มาเพื่อรับการ
แจกจ่ายแล้วเธอยังต้องการมาเห็นบรรยากาศจริง ๆ ว่ามัน
เป็นยังไงอีกด้วย
“เอาล่ะ ๆ วันนี้จะมีการแจกจ่ายผลผลิตกันตามคะแนน
ที่ทำได้นะ เงียบ ๆ แล้วเข้ามาทีล่ะครอบครัวเพื่อคำนวน
คะแนนแล้วรับผลผลิตไปนะ” เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนพูด
ก่อนที่เลขาธิการปิงจะเริ่มเรียกให้คนเข้าแถวกันเข้ามา แต่การ
ทำงานของฝ่ายผลิตครั้งนี้กลับค่อนข้างล่าช้ามากเลยไม่รู้ติด
ปัญหาอะไรกัน
“มีเรื่องอะไรกันหรอคะพี่สะใภ้ใหญ่ ทำไมการแจกจ่าย
ผลผลิตถึงดูช้าและวุ่นวายนัก” ซีอินหันไปถามพี่สะใภ้ใหญ่
ที่มายืนอยู่ข้าง ๆ เธอ
“ได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลเรื่องคำนวณรวมแต้ม
คะแนนของหมู่บ้านไม่มีแล้วน่ะสิ เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เลยต้อง
มาช่วยกันทำ แต่ก็วุ่นวายอย่างที่เห็นนี่แหละ”
“เอ๋ คำนวณรวมแต้มคะแนนหรือคะ”
“ใช่จ้ะ ปกติแล้วจะมาคำนวณกันว่าคนในครอบครัวแต่
ละบ้านมีแต้มรวมกันเท่าไหร่ เพื่อดูว่าจะได้รับการแจกจ่าย
ผลผลิตมากน้อยแค่ไหนน่ะ ส่วนที่ทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่มา
ทำงานนี้นั้นพี่สะใภ้เองก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน”
“ปกติก็ช้าอยู่แล้ว นี่ยิ่งช้าเข้าไปอีกน่าเบื่อจริง ๆ” เป็น
พี่สะใภ้รองที่พูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ทำไมช้านักเล่านี่ฉันรอนานแล้วนะ แต้มฉันเจ็ดแต้ม
ของสามีฉันอีกเจ็ดแต้มคุณคิดเร็วเข้าซี่ มันเสียเวลานะ” เป็น
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ให้ผู้ช่วยของฝ่ายผลิตเร่งคิดรวมคะแนนให้ เธอ
โวยวายเสียงดังมากจนได้ยินกันทั่ว
“เอาละ ๆ ใจเย็น ๆ เงียบ ๆ กันก่อน ฝ่ายผลิตของเรา
ยังขาดเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญเรื่องการคำนวณตัวเลข ดังนั้นคง
ต้องทำใจเย็น ๆ รอกันไปก่อนนะ” เป็นเพราะปีนี้ผลผลิตเยอะ
มากและคนทางเบื้องบนยังมาดึงคนไปช่วยงานอื่นที่สำคัญกว่า
อีก
หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนเองก็พยายามหาคนที่พอคิด
คำนวนเลขได้มาแล้ว แต่เพราะมันกะทันหันเกินไปจึงต้องรอ
ให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนถึงจะประกาศรับสมัครคนมาทดสอบเพื่อ
ทำงานได้ คิดว่าน่าจะมียุวปัญญาชนสักคนที่ทำหน้าที่นี้ได้อยู่
บ้าง
“เจ็ดกับเจ็ด อืมม…ก็เป็นฉิบฉี่ใช่ยึเป่า” ตูตูพูดแล้วหัน
มาถามน้องชายเพื่อความมั่นใจ
“อื้ม ใช่” ไคไคคิดก่อนรับคำพี่ชาย
“ถูกแล้วเนอะ” ยังถามอีกครั้งเพราะไคไคเก่งมาก
“ถูก ๆ เจ็ดสองสิบสี่ไงที่แม่สอนน่ะ” ไคไคก็ทำท่าคิด
นิดหนึ่งอีกรอบแล้วตอบพี่ชายไปอีกครั้งอย่างมั่นใจ
ในจังหวะที่หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนพูดจบชาวบ้านจึง
เงียบเสียงกันทำให้เสียงกระซิบที่ไม่เหมือนกระซิบของตูตูกับ
ไคไคดังมากจนทุกคนบริเวณนั้นได้ยินชัดเจน ซีอินนี่ถึงกับรีบ
นั่งลงเอามือจุ๊ ๆปากเด็ก ๆ แทบไม่ทัน และตอนนี้สายตา
หลายคู่ก็มองมาทางบ้านสามเซียวกันหมดแล้ว
“อะ เอ่อ” ซีอินก็พูดไม่ออกทันทีปกติก็เด่นมากอยู่แล้ว
เพราะชื่อเสียงไม่ดีนัก มาตอนนี้ยิ่งเด่นเข้าไปอีก
“เมื่อกี้นี้ลูกชายบ้านสามเซียวใช่มั้ย” หัวหน้าฝ่ายผลิต
เฉิงคุนเอ่ยถามขึ้นมา
“ใช่คับตูตูเอง” เสียงดังฟังชัดช่างแสนสดใสดูเป็นเด็ก
ฉลาดอารมณ์ดีพูดขึ้น ส่วนไคไคก็เพียงขานรับเบา ๆ และแค่
พยักหน้าขึ้นลงเท่านั้น
“ไหนเมื่อกี้ว่าเจ็ดกับเจ็ดเป็นสิบสี่หรือ ใครสอนมา”
คราวนี้เป็นเลขาธิการปิงที่เอ่ยถามบ้าง
“แม่สอนคับตูตูกับไคไคได้นับเลขกันทู๊กกกกวันเยย” ตู
ตูตอบพร้อมยืดอกเพราะตอนนี้เขารู้สึกว่าแม่เก่งมากตัวเขาเอง
กับไคไคก็เก่งมากเหมือนกัน
เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีพื้นฐานซีอินเลยสอนลูก ๆ
นับเลขพร้อมท่องสูตรคูณไปด้วย ตอนแรกเธอเองก็ไม่คิดจริง
ๆ ว่าเด็ก ๆจะฉลาดมากและความจำดีมากขนาดนี้
เป็นเพราะที่ตูตูและไคไคเอ่ยเมื่อครู่นั้นคำนวณออกมา
ถูกต้อง แต่ดูเร็วกว่าคนของฝ่ายผลิตมากเลยทีเดียว หัวหน้า
ฝ่ายผลิตเฉิงคุนมองหลินซีอินก่อนจะพยักหน้าไปมา เขาไม่ได้
สนใจว่าหลินซีอินคนนี้จะมีข่าวลือเสียหายยังไง นั้นคือเรื่อง
ส่วนตัวที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ส่วนรวม แต่หากหลินซี
อินมีความสามารถช่วยเหลืองานส่วนรวมในฝ่ายผลิตได้เขาก็
ยินดีอยากจะให้เธอมาร่วมงานด้วย
“ถ้ายังไงสะใภ้สามบ้านเซียวพอจะช่วยเหลือฝ่ายผลิตใน
ครั้งนี้ได้ไหม คุณก็เห็นแล้วว่าตอนนี้เราพบปัญหาอะไรกันอยู่”
เมื่อคิดได้ก็เอ่ยปากขึ้นมาทันที
“ถ้าหากหัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนเชื่อใจให้ฉันช่วย ฉันก็
ยินดีค่ะ” ซีอินคิดว่าก็ไม่ได้เสียหายอะไร อีกอย่างก็เป็นการ
บวกลบเลขไม่กี่หลักเธอสามารถทำได้อยู่
แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่เชื่อว่าซีอินจะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะ
กลัวว่าเธอจะใช้โอกาสนี้แกล้งรวมคะแนนผิดให้คนที่เคยพูดไม่
ดีหรือนินทาเธอ อีกทั้งยังมีเหล่ายุวปัญญาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยัง
ถือว่าตัวเองมีการศึกษามากกว่า แต่กลับไม่ถูกเรียกใช้จึงรู้สึก
เสียหน้ามาก ยุวปัญญาชนเหล่านี้จึงยืนดูการคิดคำนวณของซี
อินอย่างเกาะติดไม่ยอมไปไหน เผื่อมีจุดไหนที่ผิดพลาดจะได้
เปิดโป้งให้เธอได้อับอายไปเลย
แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น นอกจากจะแม่นยำแล้วยัง
รวดเร็วมาก เร็วมากชนิดที่เพียงเธอมองตัวเลขแค่แวบเดียวก็
สามารถคำนวนได้ในทันทีทันใดเลย โดยมีเด็กแฝดตูตูกับไคไค
ที่หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนเอาเก้าอี้มาให้นั่งใกล้ ๆ แม่ของพวก
เขาอยู่ด้วย
บางคนที่ไม่มั่นใจเรื่องการคำนวณของซีอิน ถึงกับเอา
คะแนนที่คำนวณแต้มแล้วไปถามเหล่ายุวปัญญาชนหรือคนที่
ได้เรียนหนังสือที่มารวมตัววันนี้ให้ช่วยดูอีกครั้ง ปรากฏว่า
ถูกต้องทั้งหมดจริงๆ แต่ที่น่าตกใจคือกว่าพวกเขาจะรวมผล
แต้มของแต่ละครอบครัวได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ ห้านาที
เพราะต้องนับเลขไปทีละตัว แต่หลินซีอินคำนวณได้ทันทีที่
กวาดสายตามอง เธอทำงานเรียบร้อยไปแล้วห้าครอบครัว
พวกเขายังพึ่งจะคำนวณเสร็จไปหนึ่งครอบครัวเท่านั้น ความ
ห่างชั้นนี้มันอะไรกัน
ซีอินไม่ได้สนใจเรื่องนี้ อยากเอาไปตรวจสอบก็
ตรวจสอบเถอะ เป็นเพราะตัวเลขพวกนี้ก็แค่บวก ลบ คูณ
หารเท่านั้น เป็นเลขไม่กี่หลักเธอจึงสามารถคำนวณได้เร็วแบบ
นี้ ลองถ้าให้เธอต้องแก้สูตรคณิตศาสตร์ตรีโกณมิติหรือพีทา
โกรัสสิบอกเลยเธอก็มึนตึ้บเหมือนกันแหละ เพราะเธอก็ไม่ได้
เรียนเก่งอะไรมากนักแค่พอไปได้เท่านั้น ก็เธอถนัดศิลป์ภาษา
นี่นาลองเป็นภาษาต่างประเทศมาให้เธออ่านหรือแปลสิไม่มี
กลัวหรอก
และด้วยอัตราความเร็วของซีอินในการทำงานนี้ทำให้
การแจกจ่ายผลผลิตรอบนี้เรียบร้อยเสร็จสิ้นในเวลาเพียงไม่กี่
ชั่วโมงเท่านั้น เร็วกว่าปกติที่ต้องทำกันเป็นวัน ๆ จนเย็นค่ำถึง
จะเสร็จ
“ขอบคุณสะใภ้สามบ้านเซียวมากเลยนะที่มาช่วย”
หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนกล่าวขอบคุณหลังงานเสร็จเรียบร้อย
“ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้าฝ่ายผลิต”
“ถ้ายังไงคุณสนใจมาทำงานที่ฝ่ายผลิตไหม ดูแลเรื่อง
แต้มคะแนนของคนในหมู่บ้าน”
“ฉันหรือคะ” ซีอินเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ
“ใช่แล้วคุณก็ลองเก็บไปคิดดูนะ งานก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร
ดูแลบัญชีแต้มงานของชาวบ้านในหมู่บ้าน จำเป็นต้องได้คนที่
คำนวณเลขเก่ง ๆ มาทำ ส่วนบัญชีอื่น ๆ มีคนดูแลอยู่แล้วขาด
แต่ตำแหน่งงานนี่เท่านั้น ความจริงทางฝ่ายผลิตจะประกาศรับ
สมัครคนอยู่แล้วหลังผ่านช่วงแจกจ่ายผลผลิตไป แต่มาเห็นคุณ
แล้วน่าจะเหมาะกับงานนี้มาก มีเงินเดือนให้เดือนละยี่สิบ
หยวน คูปองเดือนละห้าใบ คุณลองเอากลับไปคิดดูหากสนใจ
ก็มาแจ้งผมได้เลย”
“ขอบคุณมากนะคะถ้าอย่างนั้นฉันขอกลับไปคิดดูก่อน
นะคะ”
“ได้ ๆ อ้อนี่ให้เป็นส่วนแบ่งของตูตูกับไคไคที่ทำงาน
แลกแต้มมานะ”
“ฮิ ฮิ ขอบคุณคับ” ตูตูที่รอรับของอยู่ดีใจมาก
“ขอบคุณคับ” ไคไคเองก็ยิ้มแป้นนี้เป็นครั้งแรกที่พวก
เขาทำงานแล้วได้ของมาเยอะขนาดนี้
“ทำไมได้เยอะจังล่ะคะ”
“ให้เป็นค่าตอบแทนที่คุณมาช่วยงานวันนี้ด้วยไงล่ะ รับ
ไว้เถอะนะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ตูตูไคไคขอบคุณ
หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุนก่อนเร็วลูก”
“ขอบคุณคับคุณตาหัวหน้า/ขอบคุณคับคุณตาหัวหน้า”
เป็นเพราะหัวหน้าฝ่ายผลิตอายุเยอะมากแล้วน่าจะพอๆ กับ
คุณพ่อของเธอเลยเด็ก ๆ เลยเรียกไปแบบนั้น
ก่อนซีอินจะขอตัวลาและพาเจ้าหัวผักกาดน้อยที่
อารมณ์ดีแบบสุดๆ เพราะเดินโยกหัวกันตลอดทางเดินกลับ
บ้านด้วยกัน…