Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 18 : พัสดุจากภรรยาอีกกล่องกับหลินซีอินเริ่มงาน
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 18 : พัสดุจากภรรยาอีกกล่องกับหลินซีอินเริ่มงาน
ทางซีอินพาเจ้าหัวผักกาดน้อยกลับบ้าน เพราะใกล้จะ
ได้เวลากินข้าวกลางวันแล้วด้วย
“วันนี้แม่จะทำบะหมี่หมูตุ๋นเนื้อนุ่ม ๆ ให้ตูตูกับไคไคกิน
ดีไหมอยากกินหรือเปล่าจ๊ะ”
“หยักจิน ๆ ตูตูหยักจินคับ”
“ไคไคก็อยากกินต้องอร่อยแน่ ๆ เลย”
“อร่อยแน่นอนรอไม่นานเดี๋ยวแม่จะรีบทำให้ แต่ตอนนี้
พึ่งกลับมาจากข้างนอก ตูตูกับไคไคไปล้างมือล้างเท้าให้
สะอาดก่อนเร๊วว”
“คับ/ค้าบบบ” รับคำก่อนจะวิ่งกันตึงตัง ๆ ออกไปทำ
ตามที่แม่บอกทันที
ส่วนซีอินก็เริ่มลงมือทำอาหารพร้อมคิดถึงข้อเสนอของ
หัวหน้าฝ่ายผลิตไปด้วย เธอรู้ดีว่าถ้าเทียบกับการขายของแล้ว
เงินที่ได้ค่อนข้างน้อยกว่ามาก ๆ แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่
ผ่อนคลายเต็มที่ หากเธอจะทำงานนี้ในระหว่างที่รอให้
ประเทศมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการค้าเสรีก็ดีเหมือนกัน
ถือว่าสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง
ได้อีกด้วย อย่างน้อยเวลาเธอใช้จ่ายก็จะมีที่มาที่ไปของเงินไม่
เป็นที่ผิดสังเกตอีก ถ้าหากภายหน้าเธอต้องการออกไปค้าขาย
หรือทำอย่างอื่นเต็มตัว ก็เพียงแค่หาคนขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่
แทนเธอก็ได้นี่นะ เมื่อคิดได้แล้วซีอินก็ไม่ได้คิดหรือกังวลเรื่อง
นี้อีก จึงเร่งมือทำอาหารให้เร็วขึ้น
“แม่เก่งที่ฉุด” หลังจากกินข้าวอิ่มกันเรียบร้อยแล้วอยู่
ๆ ตูตูก็เอ่ยชมแม่ขึ้นมา
“ใช่ แม่จะได้ทำงานแล้วใช่ไหมคับ” ไคไคเองก็ดีใจมาก
เอ่ยถามขึ้นมา
“แล้วตูตูกับไคไคอยากให้แม่ไปทำงานรึเปล่าจ๊ะ”
“อยากแล้วก็ไม่อยากคับ” ไคไคเป็นคนตอบออกมา
พร้อมทำท่าครุ่นคิด
“หื้ม ไหนยังไงกัน ลองบอกแม่สิ”
“ก็อยากให้แม่ทำงานจะไม่ได้มีใครมาว่าแม่ของไคไค
อีก”
“ใช่คับแล้วก็ไม่อยากให้ไปเพราะ อืม..เพราะตูตูกับไค
ไคหยักอยู่กับแม่ แม่มีของจินอร่อย ๆ เยอะ ตูตูชอบมาก ฮิ
ฮิ” เจ้าเด็กตะกละตัวน้อยพูดขึ้นมาพร้อมหัวเราะคิกคัก
ซีอินรวบร่างกลมป้อมตัวนุ่มนิ่มของลูก ๆ เข้ามากอดไว้
แน่น ๆ ก่อนจะหัวเราะไปด้วยและก้มลงหอมหัวทุย ๆ เล็ก ๆ
นั้นอย่างแสนรัก
“งั้นแม่จะไปทำงานด้วยแล้วก็จะทำของอร่อยให้ตูตูกับ
ไคไคกินทุกวันเหมือนเดิมด้วยดีไหม”
“ดีคับ/ดีคับ”
ณ.ค่ายทหารของกองทัพประจำทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือ
“พลทหารเซียวมีพัสดุมาถึงนายนะ”
“หื้ม ได้ขอบใจมากที่บอก” ขณะเดินกลับห้องพัก
หลังจากที่ฝึกเสร็จเซียวฉิงเฟิ่งเดินสวนกับพลทหารคนหนึ่ง
และเขาเอ่ยบอกเรื่องพัสดุให้ทราบ
“ไม่เป็นไร” เพราะเซียวฉิงเฟิ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคน
มีความสามารถมาก ๆ คนหนึ่ง ทั้งเก่งกาจสุภาพและหล่อ
เหลามาก เขาจึงเป็นที่จับตามองและชื่นชมจากทั้งเพื่อนทหาร
ด้วยกันเองและจากหัวหน้าที่มียศสูง ๆ
ร่างสูงโปร่งที่ก่อนนี้กำลังจะเดินไปที่ห้องพักจึงต้อง
เปลี่ยนทิศทางไปที่กองอำนวยการแทน เมื่อลงชื่อเพื่อรับของ
มาแล้วดวงตาคมกริบมองดูที่หน้ากล่องเห็นเป็นชื่อของภรรยา
ที่ส่งของมา มุมปากหยักลึกก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยจนแทบจะ
มองไม่เห็นด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภรรยาส่งอะไรมาให้เขาอีกกันนะ
เมื่อมาถึงห้องที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่มีเพียงเขาคนเดียว
เท่านั้น มือหนารีบแกะกล่องพัสดุอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดดู
พบว่าภรรยาส่งเสื้อแปลก ๆ มาให้เขาตัวหนึ่ง เป็นเหมือนเสื้อ
กั๊กสีดำทำจากผ้าหรืออะไรสักอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ข้างในกล่องมีจดหมายอยู่หนึ่งฉบับ จึงรีบหยิบมาเปิดอ่าน
ทันที
ถึงคุณสามี…
ฉันได้รับจดหมายจากคุณแล้วนะคะ และได้อ่าน
จดหมายของคุณให้ตูตูกับไคไคฟังแล้ว พวกลูก ๆ มักจะให้ฉัน
อ่านจดหมายของคุณให้ฟังก่อนนอนอยู่เสมอ พวกเขาความสุข
มากค่ะ ฉันส่งเสื้อตัวนั้นไปให้คุณ ขอให้คุณใส่มันไว้ตลอดเวลา
ที่ออกไปปฏิบัติภารกิจนะคะ อาจจะช่วยไม่ได้มากนักแต่มัน
จะทำให้คุณบาดเจ็บน้อยลงค่ะ ฉันหวังว่าคุณจะกลับมาหา
พวกเราได้อย่างปลอดภัย คุณห้ามประมาทนะคะดูแลตัวเอง
ด้วย
จากภรรยาของคุณ หลินซีอิน…
เมื่ออ่านจบเซียวฉิงเฟิ่งก็ยิ้มไม่หุบเลย เขามองดูเสื้อกั๊กสี
ดำในมือก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกที่ใส่อยู่ออก แล้วลองสวมเสื้อ
กั๊กนั้นดู จากนั้นก็สวมเสื้อทหารทับลงไปอีกที มันไม่ได้หนาจน
ทำให้อึดอัดและมีน้ำหนักเบาอีกด้วย จึงไม่ทำให้ลำบากหาก
เขาจะทำตามคำขอของภรรยา
ปัง!
“ฉิงเฟิ่งไปเร็ว หัวหน้าหน่วยเรียกรวมพลเป็นการด่วน
ตอนนี้เลย” เสียงเล่ยฉีที่เปิดประตูดังปัง ก่อนจะรีบเอ่ยบอก
เพื่อนของเขาที่นั่งยิ้มอยู่บนเตียง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาถาม
หรือหยอกล้อกันแล้ว เหมือนว่าเวลาในการลงปฏิบัติภารกิจ
จะถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นมาอีก
ฉิงเฟิ่งพยักหน้ารับก่อนจะรีบเก็บจดหมายแล้วรีบตาม
เพื่อนออกไปเพื่อรวมตัวกับคนในหน่วยของเขาที่ลานฝึกทันที
และเมื่อได้รับคำยืนยันแล้วว่าวันเวลาในการเริ่มภารกิจ
คืออีกสิบสองชั่วโมงจะต้องถึงพื้นที่เป้าหมาย ตอนนี้ทุกคนจึงมี
เวลาเพียงสามสิบนาทีเพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง พวกเขา
เตรียมของจำเป็นและอาวุธครบมือ เซียวฉิงเฟิ่งยังคงสวมเสื้อ
กั๊กของภรรยาไว้ด้านในไม่คิดจะถอดออกมา ภารกิจนี้อันตราย
มากและเขาจะต้องไม่ประมาทเพื่อจะได้กลับไปหาลูก ๆ และ
ภรรยาของเขาให้ได้….
ซีอินไม่รู้เลยว่าหากเธอตัดสินใจส่งเสื้อกันกระสุนไปให้
สามีช้ากว่านี้ เซียวฉิงเฟิ่งก็คงไม่ได้รับของแล้วเพราะถูกเลื่อน
เวลาปฏิบัติภารกิจให้เร็วขึ้น และเขาคงจะบาดเจ็บสาหัส
เหมือนกับเรื่องราวในชีวิตก่อนของเธออย่างแน่นอน
ทางด้านซีอินนั้นก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำงานที่ฝ่าย
ผลิตของหมู่บ้าน เธอจึงเดินทางมาแจ้งให้หัวหน้าฝ่ายผลิต
ทราบ และจะได้เริ่มงานในอีกสามวันข้างหน้า เวลาทำงานของ
เธอคือตั้งแต่08.00-15.00น. และมีวันหยุด2วัน เวลาเหลือเฟือ
มาก ๆ แบบนี้เธอก็ยังสามารถไปส่งของให้ตานผิงในเมืองได้
อีกด้วย
การทำงานวันแรกของเธอจะว่ายังไงดีล่ะ…ไม่เชิงว่าถูก
หมางเมินเสียทีเดียว แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับเธอ
นัก แต่ซีอินก็ไม่ได้สนใจ เธอทำงานตัวเองไปโดยการดูรายงาน
ของปีก่อน ๆ ที่เป็นบันทึกการคิดแต้มคะแนนและจัดรวม
คะแนน ก่อนจะพบว่าขั้นตอนและวิธีการซับซ้อนยุ่งยาก
เกินไป เธอจึงเริ่มทำการจัดเรียงและทำวิธีเก็บข้อมูลแต้ม
คะแนนของชาวบ้านให้ง่ายขึ้น ก่อนจะนำไปเสนอให้หัวหน้า
ฝ่ายผลิตว่าสนใจวิธีการของเธอหรือไม่
“โอ้!! แม้แต่ผมที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้ ได้ฟังที่คุณ
พูดแล้วยังสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ เลย เอาตามที่คุณเสนอมา
เถอะ เราจะได้ทำงานกันได้ง่ายขึ้น”
“ได้ค่ะ” เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วซีอินก็ลงมือทำ
ทันที
จากการทำงานมาได้สองอาทิตย์ทำให้ทุกคนเริ่มมองเธอ
เปลี่ยนไปแล้ว จึงทำให้ซีอินมีคนที่ทำงานเข้ามาพูดคุยด้วย
มากขึ้นนั้นเอง และวันนี้ก็เป็นวันหยุดของเธอ
“ตูตู ไคไควันนี้แม่จะเข้าไปในเมืองนะอยากไปกับแม่
ไหม” วันนี้ถึงวันที่เธอต้องเอาของไปส่งตานผิงแล้วนั้นเอง
“ไปคับ/ไปคับ”
“งั้นไปแต่งตัวก่อนนะ สวมเสื้อแขนยาวกับกางเกงขา
ยาวล่ะจะได้ไม่หนาวมาก”
“โอ้ว! ตูตูชอบใส่กุงเกงขายาว ๆ” ตูตูดูจะกระดี๊กระด๊า
มากเป็นพิเศษขณะที่ไคไคเดินไปหยิบกางเกงขายาวมาสวม
แล้ว
“หื้ม ทำไมละจ๊ะตูตู” ซีอินยอกายลงมานั่งยอง ๆ ถาม
ตูตู ส่วนมือก็ช่วยไคไคดึงกางเกงขึ้นมาให้ด้วย
“อื้มม ถ้าใส่กุงเกงยาว ๆ ก็ไม่ต้องใส่กุงเกงในคับ” ตอบ
อย่างมั่นใจมากว่าที่คิดนั้นถูกต้องแล้ว
“หื้มม” ซีอินถึงกับชะงักมือที่กำลังช่วยลูก ๆ แต่งตัว
พร้อมกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ
“ไม่ด้ายยยนะ ต้องใส่กุงเกงในด้วยซี่~” เมื่อได้ยินที่
พี่ชายพูดไคไคก็หันหน้ากลม ๆ มาแย้งทันที
“แต่ตูตูอึกอัก”
“อึดอัด” เสียงใส ๆ ที่ทำเป็นขรึมของเจ้าเด็กที่ชอบทำ
เป็นจริงจัง เอ่ยแก้คำของพี่ชายที่พูดไม่ชัดอีกครั้ง
“อื้ม นั่นแหละ ๆ” พอน้องชายพูด ตูตูก็พยักหน้าว่านั่น
แหละ ๆ ใช่แล้ว
“ตูตูจ๊ะ ถึงจะใส่กางเกงขายาวแล้วก็ยังต้องใส่กางเกงใน
ด้วยนะ จะได้ไม่โป๊ ๆ ไง”
“โฮ๊ะ!! จะได้ไม่โป๊ ๆ หยอ” พอได้ฟังแม่บอกแบบนี้เจ้า
ตัวซุกซนก็ตาโตห่อปากเหมือนพึ่งนึกได้ แล้วพูดทวนสิ่งที่แม่
บอก
ตูตูกับไคไคผู้หวงเนื้อหวงตัว พวกเขาเคยบอกแม่ว่าจะ
ไม่ยอมให้ใครมาเห็นเนื้อตัวของหนุ่มน้อยอย่างตัวเองได้ง่าย ๆ
แน่นอน
เพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองที่อายุสี่ขวบนั้นเป็นคนโต
แล้ว เจ้าหัวผักกาดน้อยให้เหตุผลนี้กับเธอตอนที่เธอจะอาบน้ำ
ให้นั้นเอง ตอนซีอินได้ยินที่ลูก ๆ บอกแบบนั้นเธอก็ได้แต่กลั้น
หัวเราะไว้ ทำไมเจ้าหัวผักกาดน้อยของเธอถึงน่ารักและตลก
กันขนาดนี้นะ
“ใช่แล้วจ้ะเป็นคนโตแล้วอายุตั้งสี่ขวบแล้วน้าาาา ต้อง
ใส่กางเกงในนะรู้ไหม”
“งั้นตูตูใส่กุงเกงในก็ด้ายย” เสียงเล็ก ๆ ลากหางเสียง
ยาวอย่างยินยอมทำตามที่แม่บอกในที่สุด
เมื่อเรื่องการใส่กางเกงในจบลงด้วยดี ทั้งสามคนแม่ลูกก็
แต่งตัวกันก่อนที่ซีอินจะจับเด็ก ๆ นั่งบนจักรยานแล้วพากัน
ออกจากหมู่บ้านเพื่อเข้าเมืองอำเภอทันที ดีที่ตอนสาย ๆ ยังมี
แสงแดดสาดส่องมาให้อบอุ่นไม่หนาวจนเกินไปนัก…