Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 21 : เรื่องสารภาพของภรรยา
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 21 : เรื่องสารภาพของภรรยา
ตูตูกับไคไคที่คึกคักอย่างเต็มที่ชวนพ่อคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้
ตลอด ก็ได้นอนหลับสนิทกันไปแล้ว เหมือนพลังงานหมดยังไง
ยังงั้น ร่างสูงของฉิงเฟิ่งนั่งเอนหลังพิงกายอยู่บนเตียงคอยลูบ
หัวให้ตูตูกับไคไคเบา ๆ เป็นการกล่อมนอน ก่อนจะละสายตา
จากเจ้าสองแฝดแล้วจ้องมองไปที่ทางเข้าห้องนอนว่าร่างอวบ
อิ่มของภรรยาจะเดินเข้ามาเมื่อไหร่
แล้วการรอคอยของฉิงเฟิ่งก็สิ้นสุดลงเมื่อซีอินเดินเข้ามา
ช้า ๆ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ตอนนี้เองที่เขาพึ่งได้
สังเกตเห็นและรับรู้ว่าภรรยาที่เคยอ้วนตัวกลมนั้น ตอนนี้ผอม
ลงมากเลยทีเดียวเพียงแค่ดูอวบนิด ๆ ดูน่ารักน่ากอดมาก เขา
มองไปมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ไปจนแทบมองไม่เห็น
“สามีคะ” เสียงหวานกระซิบเรียกเบา ๆ เมื่อ
สังเกตเห็นว่าเด็ก ๆ หลับกันแล้ว
“ครับ” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบา ๆ แววตามีความ
คาดหวังบางอย่างที่เธอก็ไม่เข้าใจ
“เรามาเริ่มกันเถอะค่ะจะได้ไม่ดึกมากเกินไปนัก”
“เอ่อ..ได้ครับ แต่ว่าภรรยาครับผมบาดเจ็บที่ขาอาจจะ
ไม่ค่อยสะดวกนัก ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นฝ่ายอยู่นิ่ง ๆ
ให้คุณเอ่อ…” พูดไปก็ลอบกลืนน้ำลายไปด้วยจนลูกกระเดือก
ที่เด่นชัดนั้นกลิ้งไปกลิ้งมา
“อ่า ฉันลืมไปเลยค่ะขอโทษจริง ๆ งั้นคุณนั่งเฉย ๆ อยู่
ตรงนั้นเดี๋ยวฉันจะเป็นคนเข้าไปหาเองค่ะ”
“แต่ว่าตูตูกับไคไคนอนอยู่นะครับ”
“จริงด้วยสิอาจจะเสียงดังได้ งั้นเราต้องเบา ๆ นะคะ
ถ้าจะเปลี่ยนที่ฉันเองก็ไม่อยากให้คุณเคลื่อนไหวมากนัก อีก
ห้องก็ยังไม่ได้เตรียมที่นอนเลยคงต้องรอทำพรุ่งนี้ ถ้ายังไงเราก็
ลด ๆ เสียงลงหน่อยแล้วกันค่ะ”
“ครับผมจะพยายามกลั้นเสียงไว้เต็มที่” ฉิงเฟิ่งตอบ
อย่างตัดสินใจแล้วว่าเขาจะยอมภรรยาแต่โดยดี
จนตอนนี้แล้วทั้งสองสามีภรรยาก็ยังไม่รู้ตัวว่ากำลัง
พูดคุยและคิดกันไปคนละเรื่องอยู่
“งั้นฉันถามคุณได้ไหมคะว่าทำไมถึงได้บาดเจ็บ แล้ว
นอกจากที่ขาแล้วเจ็บที่อื่นอีกหรือเปล่าคะ” ซีอินเอ่ยถาม
พร้อมสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ ๆ พร้อมหย่อนกายลงนั่งที่ขอบ
เตียงเตาข้าง ๆ สามี โดยหันหน้าไปทางเขาที่นั่งเอนหลังพิงหัว
เตียงอยู่
“เกิดการปะทะที่ไม่คาดคิดขึ้นนะครับความจริงผมถูก
ยิงที่ตัวด้วยหลายนัดเลย แต่เพราะผมเชื่อฟังคุณใส่เสื้อกั๊กสีดำ
ตัวนั้นอยู่ตลอดไม่เคยถอดสักครั้ง กระสุนเลยไม่เข้าเนื้อน่ะ
ครับ แต่ว่าก็หลบไม่พ้นเลยถูกยิงที่ต้นขาขวามา” เสียงทุ้ม
นุ่มนวลของฉิงเฟิ่งบอกเล่าออกมาช้า ๆ พอภรรยาถามเรื่องนี้
ขึ้นมาก็ทำให้เขาลืมเรื่องที่คิดว่าจะยอมภรรยาแต่โดยดีก่อนนี้
ไปเลย
ซีอินที่ได้ฟังไปก็รู้สึกเป็นห่วงมาก หากว่าเขาไม่เชื่อเธอ
และไม่ยอมสวมเสื้อกันกระสุนนั้นไว้จะต้องเจ็บหนักมากแน่ ๆ
เลย
“ภรรยาครับคุณจะโกรธไหมหากผมจะบอกว่า ผม
ลาออกจากทหารแล้ว” เมื่อฉิงเฟิ่งเล่าเรื่องที่บาดเจ็บจบแล้ว
เห็นภรรยาเงียบไปจึงตัดสินใจเอ่ยเรื่องที่ลาออกขึ้นมา
ซีอินเหมือนได้สติเงยหน้าขึ้นมามองสามีที่สีหน้ายังดูอิด
โรยแววตาดูมีความกังวลอยู่มาก จึงเอื้อมมือไปกุมมือหนาไว้
ทันที
“ไม่โกรธค่ะ แต่จะโกรธแน่ ๆ หากว่าคุณเจ็บแล้วยังฝืน
ทำต่อ ดีแล้วที่คุณลาออกกลับมาอยู่กับฉันและลูก ๆ คุณไม่
ต้องห่วงนะคะตอนนี้ฉันเองก็ได้งานทำที่ฝ่ายผลิตแล้ว” ซีอิน
พูดจากความรู้สึกที่เธอคิดแบบนั้นจริงๆ
“หื้ม ฝ่ายผลิตหรือครับ”
“ใช่ค่ะ เป็นเพราะตูตูกับไคไคน่ะค่ะฉันเลยได้งานนี้มา”
เมื่อเห็นสามีที่ทำท่าทางแปลกใจมาก เธอจึงเราเรื่องวันที่
แจกจ่ายผลผลิตให้สามีฟัง
“หึ หึ หึ ตูตูกับไคไคฉลาดมากนะครับ คุณสอนแค่นิด
หน่อยก็จำได้หมดแล้ว” เขารู้ว่าภรรยาเรียนจบมัธยมต้นแล้ว
จึงไม่แปลกใจที่สามารถสอนลูก ๆ เรื่องนับเลขได้
“ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าโตอีกหน่อยเราควรส่งพวกเขาไปเรียน
นะคะ”
“คุณอยากให้ลูก ๆ ได้ไปโรงเรียนหรือครับ” ฉิงเฟิ่งถาม
จำได้ว่าก่อนนี้ภรรยาเขาไม่เคยสนใจหรือใส่ใจลูก ๆ เลย จึง
แปลกใจมากที่เธอบอกว่าจะให้ลูก ๆ ได้ไปโรงเรียนกัน
“ค่ะ ฉันอยากให้พวกเขาได้เรียนหนังสือและได้ทำในสิ่ง
ที่เขาชอบนะคะ”
“คุณเปลี่ยนไปนะครับ” ฉิงเฟิ่งเริ่มลอบมองภรรยามาก
ขึ้น เปลี่ยนแปลงมากเกินไปจนราวกับคนละคน แต่จะเป็นไป
ได้ยังไงก็ในเมื่อคนตรงหน้านี้ก็เป็นเนื้อตัวของภรรยาเขา อีกทั้ง
ความรู้สึกเขาเองบอกว่าคนตรงหน้านี้คือภรรยาของเขาจริง ๆ
“แล้วดีไหมละคะ”
ซีอินถามออกมา เธอเห็นแววตาที่เริ่มกังขาของเขาแล้ว
หากการบอกความจริงแล้วทำให้การใช้ชีวิตในครอบครัวนั้นดี
ขึ้นเธอก็จะบอก จะได้ไม่ต้องคอยหวาดระแวงกันอยู่ และจาก
ความทรงจำของเธอเองยามเป็นหลินซีอินคนเดิม และจากที่
เธอฝันเห็นเรื่องราวในตอนอยู่ที่โลกโน้น เธอมั่นใจอย่างหนึ่งว่า
สามีเธอคนนี้ไว้ใจได้ และเป็นคนดีมากคนหนึ่งที่รักครอบครัว
มาก อีกอย่างเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนมาสวมร่าง แต่เธอคือคนคน
เดียวกันกับหลินซีอิน เป็นคนเดียวกันเพียงแต่อยู่คนละมิติชาติ
ภพและคนละช่วงเวลาก็เท่านั้น
“ดีมากเลยครับผมชอบมาก ผมถามได้ไหมครับว่าทำไม
หรือเกิดอะไรขึ้นกับคุณถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้” ฉิงเฟิ่งตัดสินใจ
ถามออกไปเขาไม่อยากมีเรื่องค้างคาใจในการใช้ชีวิตคู่ของเขา
และเธอต่อจากนี้
“ฉันคือหลินซีอินค่ะ แต่เป็นหลินซีอินอีกมิติหนึ่งหรือ
ง่ายๆ ก็คือหลินซีอินที่อยู่ตรงหน้าของคุณคืออดีตชาติของฉัน
คะ”
“อดีตชาติ!!” เสียงทุ้มเอ่ยทวนคำพร้อมสีหน้าตกใจและ
พยายามนิ่งเพื่อรับฟังเรื่องราวจากภรรยาต่อ
“ค่ะ ตัวฉันได้รับโอกาสให้ย้อนอดีตชาติกลับมาอยู่ใน
ร่างของตัวเองในชาติภพนี้ในมิตินี้ เพื่อแก้ไขสิ่งที่ทำไม่ดีและ
เพื่อดูแลคุณและลูก ๆ ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ใช่ใครอื่นที่มาสวมร่างภรรยาผม
แต่คุณก็คือคุณจากอีกชาติภพที่ย้อนเวลากลับมาใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้วค่ะ สามีคุณเข้าใจง่ายจัง” ซีอินยิ้มไปพร้อมเอ่ย
คำชมจากใจ เขาไม่ได้โวยวายหรือดูหวาดกลัวแต่เขาฟังอยู่
เงียบ ๆ แล้วคิดตามพร้อมเอ่ยถามและพูดทวนตามความ
เข้าใจของตัวเองออกมา
“ถ้าอย่างนั้นคุณจะหายไป แล้วกลับไปยังที่ที่จากมา
ไหมครับ” ฉิงเฟิ่งถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เขาไม่อยากให้เธอ
หายไปไหน
“ไม่แล้วค่ะฉันกลับไปไม่ได้แล้ว เพราะตัวฉันที่นั่นได้
ตายไปแล้วค่ะเรื่องนี้อาจจะเหลือเชื่อแต่มันคือเรื่องจริง แล้ว
คุณมีเรื่องอยากถามฉันไหมคะ คุณถามมาได้เลยนะ”
“ที่คุณบอกว่ากลับมาเพื่อแก้ไขเรื่องที่ทำไม่ดี คุณพูดได้
ไหมครับว่าเรื่องอะไร หรือถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรบอกคุณจะไม่
พูดผมก็ไม่ติดใจอะไรครับ” พอถามออกไปเขาก็มาคิดได้และ
กลัวเธอลำบากใจ ดังนั้นถึงเธอจะไม่บอกเขาก็ไม่เป็นไร
เมื่อได้ฟังคำถามซีอินก็ถึงกับกลืนน้ำลายอึกเธอกลัวว่า
ถ้าได้ฟังแล้วเขาจะเกลียดเธอ แต่เธอก็ตัดสินใจบอกออกมา
“ฉันพูดได้ค่ะ จากในความทรงจำที่ฉันได้รับรู้ก่อนจะ
ย้อนกลับมาฉันเอ่อ…ก็คือพอคุณบาดเจ็บและลาออกกลับมา
ฉันเริ่มทำเรื่องแย่ ๆ ค่ะ ฉันขู่ให้คุณออกไปทำงานเพื่อหาเงิน
หาของกินดี ๆ มาให้ หากไม่ทำฉันจะทุบตีลูก ๆ
ตอนนั้นคุณถูกยิงที่ท้องค่ะไม่ใช่ที่ขา แต่เพราะมันเรื้อรัง
และแผลอักเสบเพราะไม่ได้รับการดูแลที่ดี ตอนที่คุณออกไป
หาฟืนตามที่ฉันสั่ง ตอนนั้นเป็นหน้าหนาวที่หนาวจัด คุณมีไข้
สูงและล้มลงเสียชีวิตที่ตีนเขานั้น จากนั้นฉันก็จะขโมยเงินของ
คุณ ทิ้งลูก ๆ ไว้ให้พ่อแม่คุณดูแลแล้วหนีเข้าเมือง
ไม่นานก็ถูกยุวปัญญาชนที่เป็นคู่รักกันคู่หนึ่งหรอกเอา
เงินไปจนหมดค่ะ ฉันเริ่มคิดได้จึงคิดจะกลับมาหาลูก ๆ แต่ก็
ถูกคนไม่ดีดักปล้นเงินและทำร้ายจนตายอยู่ในตรอกซอกซอย
เล็ก ๆ ในเมืองนั้น ส่วนลูก ๆ เพราะไม่ได้รับการใส่ใจพวกเขา
ไม่ได้เดินบนเส้นทางที่ถูกที่ควรและมีจุดจบที่ไม่ดีเลยค่ะ…คุณ
ได้ฟังแบบนี้แล้วเกลียดฉันมากมั้ยคะ”
เมื่อเล่าจบซีอินก็ก้มหน้าลงเงียบๆ เม้มปากและบีบมือ
เข้าหากันแน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับเธอมาก คิดถึง
เรื่องนี้ทีไรเธอจะรู้สึกชิงชังตัวเธอคนเดิมและรู้สึกผิดอย่าง
มากมายจนแทบข่มกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวทุกครั้ง
ทางฉิงเฟิ่งเองเมื่อได้ฟังก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว หาก
เป็นภรรยาคนเดิมที่มีนิสัยแบบนั้น เขาเชื่อเต็มที่เลยว่าเธอจะ
ทำแบบนั้นจริง ๆ ทำให้ครอบครัวมีจุดจบที่แสนเลวร้ายนั่น
แต่กับภรรยาที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้เขากลับเชื่อว่าเธอจะ
ดีกว่าและไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นอีก
“ผมไม่ได้เกลียดครับแต่ตกใจและอึ้งมากกว่า ตอนนี้
คุณกลับมาเพื่อแก้ไขไม่ใช่หรือครับทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไป
แน่นอน ดูอย่างเรื่องที่ผมบาดเจ็บจากที่ต้องเป็นที่ท้องแต่
กลายเป็นที่ขา ทั้งแผลก็ไม่ได้ร้ายแรงมากด้วย และยังกลับ
บ้านเร็วกว่าเดิมอีก
คุณที่มาเปลี่ยนทุกอย่างก็ทำให้ลูก ๆ มีความสุขขึ้น คุณ
จะดีกับลูก ๆ และผมมากขึ้นจริงไหมครับ สำหรับคุณมันคือ
อดีตที่ต้องแก้ไข แต่สำหรับผมมันคืออนาคตที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น
ครับ หากเรารู้แล้วและช่วยกันแก้ไขผมเชื่อว่ามันต้องดีกว่าเดิม
แน่นอน” ฉิงเฟิ่งไม่ได้พูดเพื่อให้เธอสบายใจแต่เพราะเขาคิด
แบบนั้นจริง ๆ
“ขอบคุณนะคะ ฉันสัญญาจะดูแลลูก ๆ และคุณให้ดี
ที่สุด ไม่มีวันทำผิดพลาดแบบนั้นอีกแล้ว”
“ผมก็ขอบคุณนะครับที่คุณกลับมาหาพวกเรา” ฉิงเฟิ่ง
กุมมือของภรรยาเอาไว้แน่น ก่อนจะยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณที่คุณยังให้โอกาสฉันเหมือนกันค่ะ”
“ต่อไปเราจะไม่คิดเรื่องนี้กันอีกแล้วนะครับ เราจะอยู่
ด้วยกันแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยดีไหมครับ”
“ดีค่ะ ดีที่สุด”
เธอรู้สึกว่าคำเอ่ยชวนให้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตของ
สามีเหมือนเป็นคำบอกรักเลย ก่อนที่ทั้งสองจะยิ้มให้กันอย่าง
ไม่มีเรื่องค้างคาใจอีก ซีอินเหมือนได้สารภาพความผิดกับสามี
ฉิงเฟิ่งเหมือนได้รับความกระจ่างในความเปลี่ยนแปลง
ของภรรยา ส่วนตูตูกับไคไคก็หลับอุตุไม่ได้รับรู้เรื่องราวใด ๆ ที่
พ่อกับแม่คุยกันเลย คืนนี้เป็นคืนแรกที่ทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกได้
นอนหลับด้วยกันบนเตียงเตาที่แสนอบอุ่นจนถึงเช้า โดยคน
เป็นสามีภรรยากันไม่มีความรู้สึกค้างคาใจใด ๆ อีก…