Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 24 : พาสามีไปโรงพยาบาลกับรถมอเตอร์ไซค์
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 24 : พาสามีไปโรงพยาบาลกับรถมอเตอร์ไซค์
เริ่มเข้าหน้าหนาวเต็มทีแล้วชาวบ้านแต่ละคนก็กักตุน
อาหารกันเต็มที่เท่าที่พอทำได้ ตอนนี้โรงเรียนต่าง ๆ ในเมือง
อำเภอสั่งหยุด พวกชาวบ้านเองก็ไม่ได้ลงแปลงนาแล้วด้วย
เหมือนกัน ตอนนี้หิมะยังไม่ตกลงมาแต่คาดว่าจะตกลงมา
แน่นอนในอีกไม่กี่วันนี้ ซีอินจึงถือโอกาสนี้ชวนสามีเข้าเมือง
อำเภอเพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลกันก่อนเพราะหากหิมะตก
แล้วการเดินทางคงยากลำบากน่าดู
“ฉิงเฟิ่งคะ ฉันว่าเราเข้าเมืองอำเภอไปหาหมอที่
โรงพยาบาลกันเถอะค่ะ”
“จะลำบากคุณหรือเปล่าครับ” เพราะเขาเดินไม่ถนัด
หากเดินทางเข้าเมืองก็ต้องเป็นภาระของภรรยา
“ไม่เลยค่ะ เรื่องคุณไม่ใช่ความลำบากอะไรเลยสำหรับ
ฉัน อย่าคิดมากเลยนะคะ” ซีอินเข้าใจดีว่าเขาคิดยังไง
“งั้นก็ได้ครับ” ฉิงเฟิ่งเมื่อได้ฟังที่ภรรยาพูดก็มองเธอ
ตาหวานซึ้งอย่างอบอุ่นหัวใจ ก่อนภาพของภรรยาที่เขากำลัง
จ้องมองอยู่จะถูกแทนที่ด้วยใบหน้ากลม ๆ เล็ก ๆ ที่แสนน่ารัก
ของเจ้าหัวผักกาดน้อยสองหัวแทน
แปะ!
“ตาพ่อเป็นอะไยคับ” ตูตูแปะมือเล็ก ๆ ของตัวเองลง
ไปกับแก้มพ่อพร้อมยื่นหน้าไปหาใกล้ ๆ จนหน้าแทบจะติดกัน
“ตาพ่อเป็นระยิบ ๆ” ไคไคก็พูดขึ้นมาบ้างพร้อมจ้องตา
พ่อของตัวเองอย่างสงสัย หัวน้อย ๆ ของเขาพยายามเบียด
พี่ชายเพื่อเข้าไปดูตาของพ่อใกล้ ๆ บ้าง
“อึก! หึ หึ” ฉิงเฟิ่งกลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกกลิ้งไป
มาพร้อมหัวเราะใส่เจ้าเด็กแฝดสุดแสบของเขา เปลี่ยนแววตา
จากหวานหยาดเยิ้มที่ส่งให้ภรรยามาเป็นแววตาปกติแทบไม่
ทัน
“ตูตูหยักตาฉวยเหมือนพ่อ”
“ผมด้วย ต้องตัดผมเหมือนพ่อด้วยนะ” ไคไคเอามือมา
วางแปะลงบนกลางหัวทุย ๆ ของตัวเองพร้อมเอามือถูหัว
ตัวเองไปมาเบา ๆ จนผมยุ่งนิดหน่อยแล้ว
“ใช่เหมือนหมดเยย”
“ตอนนี้ตูตูกับไคไคก็เหมือนพ่อแล้วน้าา หล่อมาก ๆ
เลยจ้ะ แล้วก็เดี๋ยววันนี้แม่จะพาพ่อไปหาหมอในเมืองอำเภอ
ก่อน เพราะงั้นตูตูกับไคไคไปอยู่บ้านปู่กับย่าก่อนนะ” ซีอินนั่ง
ลงให้อยู่ระดับเดียวกันกับเด็ก ๆ ก่อนจะเอ่ยบอกออกมา
“ตูตูไปด้วยไม่ได้หยอคับ” ถามพร้อมทำตากะพริบใส่
แม่ปริบ ๆ
“แต่ว่าจักรยานไม่มีที่นั่งนะตูตู” เมื่อทำท่าคิดอยู่พัก
หนึ่งไคไคก็เอ่ยแย้งขึ้นมา
“โฮ๊ะ! จริงโด้ยย งั้นตูตูกับไคไคยอแม่กับพ่ออยู่บ้านได้
คับ”
“เด็กดี ๆ” ซีอินมองเจ้าหัวผักกาดน้อยอย่างนึกเอ็นดู
ความจริงก็พาไปได้นั้นแหละแต่ก็คงทุลักทุเลพอดูเลย สามีเธอ
ยังเจ็บขาอยู่เธอกลัวจะพาพวกเขาลงข้างทางเสียก่อนน่ะสิ
เธอคงต้องหาวิธีเอารถมอเตอร์ไซค์ออกมาใช้ก่อนแล้ว
ละนะ เวลาไปไหนจะได้พาเจ้าสองแฝดตัวน้อยนี่ไปด้วยกันได้
ซีอินคิดก่อนจะลงมือสวมเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ ไปด้วย เป็นเสื้อผ้า
เนื้อหนานุ่มแขนยาวขายาว ก่อนสวมเสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ดให้
คนละตัวทับลงไป พอดึงฮู้ดขึ้นมาสวมที่หัวกลม ๆ แล้วน่ารัก
มากเพราะมีหูหมีหูกระต่ายอยู่ที่ฮู้ดด้วย ยังมีผ้าพันคอผืนนุ่ม
ๆ พันให้อีกชั้น
“เอาละหล่อแล้วนะทีนี้แม่จะพาตูตูกับไคไคไม่ส่งที่บ้าน
ปู่กับย่าก่อนตกลงไหม”
“คับ/คับ”
“สามีคุณแต่งตัวรอฉันไปก่อนนะคะ ฉันไปส่งเด็ก ๆ
ก่อนเดี๋ยวมา”
“ได้ครับ”
จากนั้นซีอินก็จูงมือเด็ก ๆ คนละข้างเดินไปตามทางเธอ
ไม่ลืมเอาของกินใส่ตะกร้าไปไว้ให้ตูตูกับไคไคด้วยจะได้ไม่ต้อง
รบกวนที่บ้านใหญ่ และยังเอา ๆ ไปเผื่อชิงเหมี่ยวและต้าเป่า
อีกด้วย พี่สะใภ้ใหญ่รับตูตูกับไคไคไปและรับปากว่าจะดูแลให้
เองเธอก็หายห่วง ส่วนพี่สะใภ้รองก็ได้แต่มองพร้อมทำเบือน
หน้าหนีทำเหมือนไม่อยากคุยกับเธอ เฮอะ! แล้วใครบอกว่า
เธออยากคุยด้วยกัน ต่างคนต่างอยู่ไปไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันเลยดี
ที่สุด ซีอินรีบเดินกลับบ้านมาถึงเห็นว่าสามีแต่งตัวเสร็จแล้ว
เธอจึงรีบปิดบ้านแล้วจูงรถจักรยานออกมา
“ขึ้นมาเลยค่ะฉันปั่นเอง”
“เอ่อ” เขาก็เข้าใจอยู่แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องนั่งซ้อน
ท้ายให้ภรรยาปั่นให้นั่งแบบนี้
“อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณขาเจ็บแบบนี้ยังไงก็ปั่นไม่ได้
หรอก เร็วเข้าค่ะตอนนี้คงยังไม่มีชาวบ้านออกมา คุณไม่ต้อง
กลัวว่าจะมีคนมาเห็น”
“หึ หึ ตกลงครับรอผมหายดีแล้วผมจะเป็นคนปั่นให้
คุณซ้อนเองนะครับ”
“คิก คิก ได้เลยค่ะ จะไปแล้วน้าาา” เมื่อซีอินปั่น
จักรยานจนเลยหมู่บ้านไปแล้ว สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าและ
มีพื้นที่แปลงนาของหมู่บ้านข้างเคียงที่เป็นพื้นที่ติดกัน ดีที่มี
พุ่มไม้และต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ข้างทางด้วยซีอินจอดรถจักรยาน
ช้า ๆ
“คุณค่อย ๆ ลงนะคะ”
“ครับ”
ซีอินเก็บจักรยานเข้ามิติก่อนจะดึงเอามอเตอร์ไซค์
ออกมา ความจริงก่อนนี้เธอไม่ค่อยอยากเอารถที่ต้องเติม
น้ำมันออกมาใช้ เพราะกลัวว่าน้ำมันรถจะหมดเร็วแต่ครั้งนี้ก็มี
เหตุผลสมควรที่ต้องใช้ เข้าเมืองไปครั้งนี้เธอต้องไปหาซื้อ
น้ำมันมาไว้แล้วล่ะ
“คุณว่าในเมืองอำเภอจะมีที่ขายน้ำมันรถรึเปล่าคะ”
“ต้องมีอยู่แล้วล่ะครับ ถึงแม้ยังไม่ค่อยมีรถมอเตอร์ไซค์
หรือรถยนต์ให้เห็นแต่ว่าก็มีการขายน้ำมันรถแล้วล่ะครับ”
“ค่อยยังชั่วค่ะ ตอนที่เตรียมของเพื่อกลับมาหาพวกคุณ
ฉันลืมซื้อน้ำมันรถมาด้วย ดีที่ตอนซื้อรถพวกนี้มามีน้ำมันอยู่ใน
ตัวถังอยู่แล้วน่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่นี้คุณก็เก่งมากแล้ว” เสียงทุ้ม
ๆ ของฉิงเฟิ่งเอ่ยชมขณะที่เขานั่งซ้อนหลังภรรยา รถ
มอเตอร์ไซค์คันนี้ของภรรยาดีมากเสียงท่อรถไม่ดังเลยด้วย ดู
ท่าทางจะขับง่ายอีกต่างหาก
ซีอินขับไปช้า ๆ แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าแขนแข็งแรงของสามี
นั้นเอื้อมมากอดเอวเธอไว้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พอเข้ามา
ในเมืองอำเภอที่คนพลุกพล่านแล้วเซียวฉิงเฟิ่งก็ปล่อยแขนที่
กอดเธอออก เพราะหากมีใครเห็นพวกเธอคงต้องถูกร้องเรียน
ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมแน่ แม้เป็นสามีภรรยาแต่ก็ไม่อาจ
แสดงออกหรือถูกเนื้อต้องตัวกันอย่างโจ่งแจ้งในที่สาธารณะได้
“ถึงแล้วค่ะ”
ใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลไม่นาน หมอบอกว่าอาการของ
เขาดีขึ้นแล้ว หน้าหนาวอาจมีอาการปวดมากกว่าปกติบ้างแต่
คาดว่าไม่เกินสามเดือนก็หายปกติดี จึงจ่ายยาแก้ปวดและแก้
อักเสบพร้อมให้อุปกรณ์การล้างแผลมาอีกจำนวนหนึ่ง แม้
คุณภาพยาที่ได้จะไม่ได้ดีมากนัก แต่ก็นับว่านี่คือยาที่ดีที่สุดที่มี
ในโรงพยาบาลของยุคนี้แล้ว
เมื่อเสร็จธุระจากโรงพยาบาลแล้วก็ไปซื้อน้ำมันรถกัน
โดยซีอินเอาถังแกลลอนออกมาใส่น้ำมันโดยเฉพาะแล้วหาที่
ลับตาคนเก็บเข้ามิติไป ก่อนจะขอสามีขับรถวนดูรอบเมือง
อำเภอกันก่อน เธอต้องการดูบ้านและที่ดินโดยรอบไว้ ตอนนี้
ยังไม่มีการประกาศขายให้เห็นแต่เธอคิดว่าอีกไม่นานก็คงมี
เธอคิดว่าต้องแวะไปที่สำนักงานตัวแทนขายที่ดินและบ้านแล้ว
ล่ะ แต่คงไม่ใช่วันนี้แน่ เมื่อวนดูจนพอใจแล้วก็แวะไปที่
สหกรณ์ต่อ เธอให้สามีรออยู่ที่รถเพราะเธอจะเข้าไปเพียงครู่
เดียวเท่านั้น
“สหายตานผิงของรอบนี้เป็นรอบสุดท้ายแล้ว หลังจาก
นี้คงต้องรอหลังปีใหม่เลยนะคะ”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ งั้นคุณมีของมาให้ฉันเท่าไหร่คะ
ตอนนี้”
“นี้ค่ะฉันเอามามากหน่อยสบู่มีทั้งหมดหกร้อยก้อน ผ้า
ห่มขนนุ่มอีกสามร้อยผืนคุณจะรับไปแค่บางส่วนก็ได้ค่ะ”
“ฉันรับทั้งหมดค่ะ บอกตามตรงว่าช่วงนี้มีแต่คนมาถาม
หาผ้าห่มขนนุ่มกันค่ะ สบู่เองก็ยังขายดีมากเหมือนเดิมยังไงก็
ขายได้แน่นอนค่ะ” ตานผิงตอบอย่างมั่นใจเพราะแค่ตอนนี้ก็มี
คำสั่งซื้อมากมายรออยู่แล้ว
“ได้ค่ะ” ซีอินไม่ขัดหากอีกฝ่ายจะรับไปทั้งหมด เธอส่ง
ของที่อยู่ในถุงผ้าทั้งหมดให้ตานผิง เมื่อแลกเปลี่ยนของและ
เงินกันเรียบร้อยแล้วซีอินก็รีบเดินออกจากตรอกเล็ก ๆ แล้ว
เข้าสหกรณ์ไปเพื่อซื้อลูกอมตรากระต่ายขาวไปสองห่อ ก่อนจะ
เดินกลับไปหาสามีที่รออยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ข้างสหกรณ์อีกฝั่ง
ทันที
“เรียบร้อยแล้วหรือครับ”
“เรียบร้อยค่ะ สามีคะคุณว่าเราจะขับรถมอเตอร์ไซค์คัน
นี้กลับหมู่บ้านเลยดีหรือเปล่าคะ” เธออยากเอากลับไป อยาก
มีรถไว้ใช้เพื่อความสะดวกในชีวิตด้วย
“ผมว่าขับกลับไปเลยก็ได้ครับยังไงหากถูกถามหรือมี
คนสงสัย ก็บอกไปว่าผมให้เพื่อนที่เป็นทหารช่วยหาให้ อีก
อย่างมีเงินชดเชยของผมด้วยไม่มีใครสงสัยหรอกครับว่าเราเอา
เงินที่ไหนมาซื้อรถคันนี้”
“สามีคะ มีคุณอยู่ด้วยแล้วดีจริงๆ เลยค่ะ” ซีอินดีใจ
มากเธอพูดพร้อมยิ้มกว้างให้เขาทั้งปากและตา ถ้าไม่ติดว่าอยู่
ในที่ที่มีคนเยอะเธอคงกระโดดเข้าไปกอดเขาแล้ว
เมื่อเห็นภรรยายิ้มดีใจขนาดนั้นเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
กว้างตามไปด้วย
จากนั้นสองสามีภรรยาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาใน
หมู่บ้าน คราวนี้แตกตื่นขึ้นมาจริง ๆ แล้ว เพราะตอนนี้ไม่ได้ลง
งานในแปลงนากัน จึงมีคนออกจากบ้านไปหาเก็บของป่าและ
วางกับดักสัตว์ ยังมีชาวบ้านบางส่วนออกมานั่งกันที่หน้าบ้าน
แล้วจับกลุ่มคุยกันอยู่ด้วย เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามา
และก็เห็นว่าเป็นสามีภรรยาบ้านสามเซียวขับเข้ามาก็ตกใจจน
อึ้งไปตาม ๆกัน พวกชาวบ้านมองจนทั้งหัวทั้งตัวหมุนตามกัน
ไปหมด มองจนท้ายรถลับหายไปจากสายตา
“นั้นมันรถมอเตอร์ไซค์เชียวนะ ถึงกับเป็นมอเตอร์ไซค์”
เสียงตื่นเต้นเอ่ยขึ้นมาอย่างเหม่อลอยไม่คิดฝันว่าจะได้เห็นใกล้
ๆ ขนาดนี้เลย
“ฉันตาฝาดหรือเปล่าที่เห็นว่าเป็นสะใภ้สามบ้านเซียว
ผู้หญิงนิสัยไม่ดีแต่มีโชคที่ดีคนนั้นเป็นคนขับนะ”
“ถ้าเธอตาฝาดฉันก็คงตาถั่วไปด้วย ผู้หญิงจะขับรถได้
ยังไงกันใช่ไหม ๆ” ถามออกมาเหมือนต้องการหลอกตัวเองว่า
สิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่ความจริง พูดพร้อมทำตาเหม่อลอยอย่างไม่
อยากจะเชื่อ
“นี้มันเรื่องอะไรกัน มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วจริง ๆ”
สองสามีภรรยาไม่ได้รู้เลยว่ากลายเป็นหัวข้อสนทนา
ของชาวบ้านอีกแล้ว ซีอินขับรถไปรับเจ้าหัวผักกาดที่บ้านใหญ่
เซียวก่อน เมื่อจอดรถที่หน้าบ้านได้ก็ลงไปเรียกเด็ก ๆ พี่สะใภ้
ใหญ่เป็นคนเดินออกมาส่งเด็ก ๆ ให้ เมื่อออกมาถึงก็เห็นรถ
มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างน้องสามีและน้องสะใภ้สาม ซูหงก็
เบิกตาโตอย่างตกใจ
“นะ นี่น้องสามกับน้องสะใภ้สามซื้อรถคันนี้มาหรือจ๊ะ”
“ใช่แล้วครับพี่สะใภ้ใหญ่ พอดีก่อนออกจากค่ายทหาร
ผมให้เพื่อนที่เป็นทหารช่วยดูให้นะครับ แล้วก็พึ่งได้มาวันนี้
เลย” เป็นฉิงเฟิ่งที่เอ่ยตอบขึ้นมาก่อน
“แล้วนี่น้องสะใภ้สามยังขับเองด้วยหรือนี่” ซูหงคิดว่า
น้องสามีเจ็บขาอยู่ไม่น่าจะขับได้ก็คงต้องเป็นน้องสะใภ้สาม
สินะที่ขับมาเอง
“พอดีว่าฉิงเฟิ่งสอนฉันแค่ครั้งเดียว ฉันก็ขับได้เลยน่ะ
ค่ะมันไม่ยากเลย”
“อู้หูยยย ยถ ๆ ๆ” ตูตูเอ่ยขึ้นมาทั้งทำตาโตนิ้วสั้น ๆ
นั้นชี้ไปที่รถตรงหน้า
“ฉวยมากเยยนะ” ไคไคก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ชัดเลยทีเดียว
“ฮิ ฮิ ฮิ” เจ้าหัวผักกาดพอรู้ว่าจะได้นั่งรถมอเตอร์ไซค์
กลับบ้านก็พากันยิ้มหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
พี่สะใภ้ใหญ่ที่ได้ยินร้องสะใภ้สามบอกว่าน้องสามีสอน
ครั้งเดียวก็ขับได้ทันทีก็พยักหน้าหงึก ๆ อย่างเหม่อลอยทีเดียว
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อซีอินก็ขอตัวกลับก่อนเพราะอากาศ
เริ่มเย็นมากแล้วและเธอกับสามีขับรถฝ่าลมหนาวมานานจึง
อยากกลับไปดื่มน้ำขิงร้อน ๆ จะแย่แล้ว
“ฮึ้ยย ฮึ้ยย ยถ ยถ กรี๊ดดด ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ตูตูกำมือสอง
ข้างแน่นแล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้นตอนที่รถออกวิ่ง
“ฮิ ฮิ ฮิ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ไคไคเองก็ไม่น้อยหน้าทั้งยิ้มทั้ง
หัวเราะเสียงดังไม่แพ้พี่ชายเลย
เสียงตูตูกับไคไคที่นั่งอยู่ข้างหลังแม่แล้วปิดท้ายด้วยคน
เป็นพ่อ ได้นั่งรถมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด
หัวเราะดังลั่นอย่างชอบอกชอบใจอย่างมาก ซีอินและฉิงเฟิ่งได้
แต่ยิ้มให้กับความร่าเริงดีใจของเจ้าหัวผักกาดจนกระทั่งถึง
บ้าน….