Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 26 : ชิงเหมี่ยวไม่สบาย
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 26 : ชิงเหมี่ยวไม่สบาย
“น้องสามมมม น้องสะใภ้สามมม”
“เสียงคนมาเรียกค่ะ น่าจะเป็นพี่ชายคุณนะคะ” เสียง ตะโกนเรียกดังมาจากหน้าบ้าน คำเรียกแบบนี้คงเป็นพี่ชายสัก คนหนึ่งของสามีเธอแน่นอน
“เดี๋ยวผมออกไปดูเองครับ” แม้ขายังเดินกะเผลกอยู่ บ้างแต่ไม่ได้เจ็บมากเหมือนตอนแรก ๆ แล้ว อีกทั้งทักษะการ ต่อสู้ของเขาก็มีมากจึงไม่ต้องกลัว ร่างสูงโปร่งเดินฝ่าแรงลม หนาวและหิมะที่กำลังตกหนักออกมาหน้าบ้าน
“ใคร” เสียงนิ่งขรึมถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าใช่ พี่ชายของเขาจริงๆ
“พี่รองเอง น้องสามเปิดประตูให้พี่หน่อย” เซียวฉิงไห่ เอ่ยขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
“พี่รองเข้ามาก่อนครับ” เมื่อแน่ใจว่าคือเสียงพี่ชายคน รองจริง ๆ มือหน้าก็เอื้อมไปปลดล็อกรั้วแล้วเปิดออกกว้าง ก่อนทั้งสองจะพากันเดินฝ่าลมเข้าไปในบ้านกัน เซียวฉิงไห่วาง ตะเกียงในมือลงบนโต๊ะห้องครัวทันทีที่เข้ามาถึง
“พี่รองนั้นเอง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะถึงดูรีบร้อนนัก” ซีอินเอ่ยถามพร้อมส่งผ้าเช็ดตัวผืนหนาให้พี่ชายของสามีเช็ด ตามตัวที่มีหิมะเกาะจนเปียกไปหมด ก่อนเดินมาหาสามีพยุง เขานั่งลงที่เก้าอี้แล้วเดินอ้อมไปข้างหลังจากนั้นก็ลงมือเช็ดผม และลำคอด้านหลังให้เอง
“ขอบคุณครับ” ฉิงเฟิ่งเอ่ยขอบคุณภรรยาเบา ๆ กับ ความใส่ใจของเธอ
“พี่จะมาขอยืมจักรยานรถหน่อยน่ะ เหมียวเหมี่ยวไม่ สบายตัวร้อนมีไข้ด้วยพี่ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยต้องมารบกวน บ้านน้องสาม” เซียวฉิงไห่เกรงใจบ้านน้องชายมากแต่เขาก็ เป็นห่วงลูกสาวมากจึงตัดสินใจมาขอยืมรถ
“เหมียวเหมี่ยวหรือคะ” หลานสาวตัวน้อยวัยหกขวบ คงเป็นไข้เพราะอากาศที่เย็นลงมากนั้นเอง
“แต่ตอนนี้หิมะตกหนักมากดูเหมือนจะเป็นพายุด้วยซ้ำ จะขับรถไปยังไงคะ ถ้ายังไงที่ฉันมียาเม็ดและยาน้ำอย่างดีอยู่ ค่ะ เดี๋ยวฉันหยิบมาให้เอาให้ชิงเหมี่ยวกินแล้วคอยเช็ดตัวให้ ก่อน หากหิมะเริ่มเบาลงและลมไม่แรงเราค่อยพาชิงเหมี่ยวไป โรงพยาบาลกันดีไหมคะ” เพราะตอนนี้หิมะและลมแรงมาก จริง ๆ หากออกไปก็มีแต่อันตรายมากเท่านั้น เมื่อไม่มี ทางเลือกอื่นที่ดีกว่าเซียวฉิงไห่จึงพยักหน้าตกลงตามที่ น้องสะใภ้สามพูด
“ตอนนี้เหมียวเหมี่ยวตัวร้อนมาก พี่กลัวว่า…” เสียงพี่ รองสั่นเครือ ซีอินเข้าใจดีว่าพี่รองรู้สึกยังไงเพราะหน้าหนาวที ไรก็จะมีเด็กตัวเล็ก ๆ หรือไม่ก็คนแก่ที่ทนไม่ไหวล้มป่วยบาง คนก็เสียชีวิตเลยก็มี
“ยาของซีอินดีมากพี่รองไม่ต้องกังวลครับ” ฉิงเฟิ่งเอ่ย ขึ้นอย่างมั่นใจในยาของภรรยาว่าดีจริงๆ
“งั้นฉันจะไปดูเหมียวเหมี่ยวด้วยค่ะ…สามีคะ…” ซีอิน พูดขึ้นก่อนหันมาเรียกสามีเพราะจะให้เธอเดินออกจากบ้านไป กับพี่ชายสามีตอนกลางคืนแบบนั้นไม่ได้แน่นอน
“ได้ครับผมจะไปกับคุณเอง” ไม่ต้องรอให้ภรรยาพูดจบ เขาก็เข้าใจ
จากนั้นซีอินก็เอาผ้าห่มมาห่อตัวเจ้าหัวผักกาดทั้งสองไว้ แล้วอุ้มตูตูที่กำลังหลับขึ้นมา ส่วนไคไคเป็นพี่รองช่วยอุ้มให้ เพราะสามีเธอยังต้องใช้ไม้พยุงตัวเวลาเดินอยู่ เมื่อปิดบ้าน เรียบร้อยแล้วใช้เวลาเดินไปบ้านใหญ่เซียวประมาณสิบห้านาที นานกว่าปกตินิดหน่อยก็มาถึง ตอนนี้ที่บ้านใหญ่เซียวเปิดไฟ จนสว่างโล่ง แต่พอเดินพ้นประตูบ้านเข้ามากลับพบว่าคุณแม่ เซียวกำลังลงไม้ลงมือทุบตีพี่สะใภ้รองอยู่
ตุบ ๆ ๆ
“โอ๊ย ๆ คุณแม่อย่าตีฉันค่ะ โอ๊ยยย”
“สารเลวจริง ๆ เธอก็รู้ว่าอากาศหนาวมากขนาดนี้ ยัง กล้าใช้ให้เหมียวเหมี่ยวไปซักผ้าอีก เธอมันไร้สามัญสำนึกของ ความเป็นแม่คนจริง ๆ”
“โอ๊ย!! คุณแม่ฉันเจ็บนะคะ ก็ใครจะไปคิดล่ะคะว่าแค่นี้ เหมียวเหมี่ยวจะป่วยได้ เด็กผู้หญิงก็อ่อนแอแบบนี้ แต่เดี๋ยวก็
หายเองนั่นแหละค่ะ” เสียงพูดที่ไม่สำนึกผิดทั้งยังสะบัดเสียง ใส่อย่างรำคาญเต็มทีนั้นสร้างความเอือมระอาต่อคนในบ้าน เต็มทน
“เธอนี่มันโง่ไม่มีหัวคิดจริง ๆ เหมียวเหมี่ยวไม่ค่อย แข็งแรงตัวนิดเดียวเอง ถึงจะเป็นลูกสาวก็หัดใส่ใจลูกให้มันดี ๆ กว่านี้ไม่ได้หรือไง เธอจะรักต้าเป่ามากกว่าฉันไม่ว่าแต่ก็ไม่ใช่ ว่าจะลำเอียงกับเหมียวเหมี่ยวได้ขนาดนี้”
“เด็กผู้หญิงไม่ต้องดูแลมากก็ได้นี่คะ” ยังไม่วายเถียง กลับไปอีก
ตุบ ๆ ๆ จบคำนั้นคุณแม่เซียวก็ลงมือกับสะใภ้รองอีก ครั้ง จนครั้งนี้น้องสี่ที่ยืนอยู่ข้างคุณแม่เซียวต้องรีบเข้าไปห้าม ไว้
“ถ้ายังกล้าพูดแบบนี้อีกอย่าหาว่าแม่สามีอย่างฉันร้ายก็ แล้วกัน ฉันจะให้เจ้ารองหย่าเธอคอยดู” คุณแม่เซียวตะโกนไป หอบไป
“มะ ไม่เอานะคะ” ขืนถูกหย่าจริง ๆ เธอไม่แย่หรอก หรือ
“แม่ครับ”เซียวฉิงไห่เอ่ยเรียกขึ้นพร้อมมองดูภรรยา ด้วยสายตาที่อ่านได้ยากยิ่งนัก
“เจ้ารองมาแล้ว เจ้าสามก็มาด้วยหรือ” ตอนนี้ฉิงเฟิ่ง ยืนอยู่ข้างพี่ชายคนรอง ส่วนซีอินรีบเดินเข้าไปดูชิงเหมี่ยว ตั้งแต่ที่มาถึงแล้ว
“ตอนนี้หิมะตกหนักมากครับมันอันตรายเกินไปที่จะขับ รถเข้าเมืองอำเภอ อาจเกิดอันตรายระหว่างทางได้ แต่ที่ซีอินมี ยาอยู่ครับคงต้องให้เหมียวเหมี่ยวกินก่อนแล้วคอยเช็ดตัวเรื่อย ๆ และดูอาการไป หากหิมะเบาลงแล้วค่อยพาไปโรงพยาบาล นะครับแม่” ฉิงเฟิ่งพูดตามที่ได้ยินภรรยาบอกพี่รองก่อนหน้า นี้ให้แม่เขาฟัง
“งั้นหรือ อย่างนั้นก็รีบเข้าไปดูชิงเหมี่ยวกันเถอะ”
เมื่อเข้ามาทุกคนก็เห็นซีอินเอาแท่งแก้วประหลาด ๆ มา สลัดแล้วเอาไปให้เหมียวเหมี่ยวอมไว้
“เหมียวเหมี่ยวของอาหนูอ้าปากแล้วอมนี้ไว้ใต้ลิ้นครู่ หนึ่งนะจ๊ะเด็กดี” ซีอินพูดเสียงอ่อนโยน ชิงเหมี่ยวเองก็ยอม ทำตามอย่างว่าง่าย ท่ามกลางสายตาของตูตูที่ตื่นแล้วถูกแม่ จับนั่งลงบนเก้าอี้อยู่ห่าง ๆ พร้อมใส่ผ้าปิดปากไว้อยู่ด้วย
เด็กน้อยตูตูมองไปก็ได้แต่คิดว่าอยากจินมั้งจัง ส่วนไค ไคที่ถูกลุงรองอุ้มไว้ก็ตื่นแล้วจึงดิ้น ๆ จะลงไปหาพี่ชายตัวเอง เมื่อตูตูเห็นไคไคเดินมาหาแล้วก็ยื่นของให้
“แม่บอกว่าให้ใส่ไว้นะ”
“อะไรหยอ”
“ผ้าปิดหน้าแบบที่ตูตูใส่ไง”
“อื้มม” ไคไคพยักหน้าไปมาก่อนรับมาใส่ไว้อย่างว่าง่าย ทันที
“ไคไค” เสียงตูตูเอ่ยเรียกน้องชายสายตาไม่ได้ละไป จากแท่งแก้วในปากของญาติผู้พี่เลยสักนิด
“หื้ม” ไคไคเองก็ขานตอบพี่ชายทันที “คิดว่าอันที่พี่เหมียวเหมี่ยวจินนั้นอย่อยยึเป่า” “ไม่รู้ซี่ อร่อยมั้ง”
“ไว้ไปของแม่มาจินกัน” เอ่ยชวนน้องชายอย่างมุ่งมั่น ของที่แม่เอามาให้กินอร่อยทุกอย่างตูตูคิดว่าอันแท่ง ๆ นั้นก็ ต้องอร่อยแน่ ๆ
“อื้มมได้” ไคไคเองก็เชื่อว่าแม่มีแต่ของอร่อย ถึงไม่ค่อย ชอบกินมากเท่าพี่ชาย แต่พอเห็นของที่แปลกตาดูน่ากินเขาก็ อยากลองกินเหมือนกัน
เมื่อซีอินดึงปรอทออกมาแล้วเห็นว่าไข้ไม่สูงมากก็โล่งใจ ก่อนลงมือป้อนยาน้ำเป็นยาลดไข้ให้ชิงเหมี่ยวกิน เสร็จ เรียบร้อยแล้วก็ขอให้พี่สะใภ้ใหญ่ต้มน้ำร้อนให้และขอผ้า สะอาดสองผืนพร้อมกะละมังใส่น้ำมาให้ด้วย เมื่อได้ของที่ ต้องการก็นำผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดปลายมือปลายเท้าเข้า หาลำตัวและวางผ้าไว้ตามข้อพับต่างๆ เมื่อเช็ดตัวเสร็จ
เรียบร้อยก็รอดูอาการกันต่อไป ดีที่ไม่มีการอาเจียนหรือซึม มากนัก
“คืนนี้คงต้องนอนที่นี่ก่อนนะครับ” ฉิงเฟิ่งที่อยู่ดูภรรยา เช็ดตัวให้หลานเอ่ยขึ้น
“ได้ค่ะฉันเองก็คิดว่าจะอยู่ดูอาการเหมียวเหมี่ยวด้วย เหมือนกัน”
ฉิงเฟิ่งพาตูตูกับไคไคเข้าไปนอนในห้องของน้องสี่ก่อน เพราะน้องสี่เป็นคนเดียวในบ้านที่ยังไม่ได้แต่งภรรยาจึงสะดวก ให้พี่สามและหลานแฝดของเขามานอนด้วยได้
จนกระทั่งเช้าเหมียวเหมี่ยวตัวน้อยลืมตาตื่นขึ้นดวงตา สดใสขึ้นกว่าเดิมมาก เด็กหญิงตัวน้อยนอนมองอาสะใภ้สามที่ นั่งหลับอยู่ข้างเตียง มีย่า ป้าสะใภ้ใหญ่และพ่อของเธอก็อยู่ แต่ชิงเหมี่ยวไม่เห็นแม่เลย
“อาซาใภ้สามคะ อาคะ” เสียงเล็กแหบ ๆ เอ่ยเรียกคน ที่อยู่ใกล้ที่สุดเสียงเบาหวิว
“เหมียวเหมี่ยวหนูตื่นแล้ว เป็นยังไงบ้างปวดหัวไหมเจ็บ คอหรือเปล่า” ซีอินตื่นขึ้นตามเสียงเรียกก่อนจะเอ่ยถามพร้อม ยื่นมือไปแตะที่หน้าผากดูเหมือนตัวจะเย็นลงแล้วสินะ
“ไม่ปวดหัวค่ะแต่หนู หะ หิวค่ะ” พูดพร้อมก้มหน้าลง น้อย ๆ
“หิวหรือจ๊ะงั้นเดี๋ยวป้าสะใภ้ใหญ่ไปต้มโจ๊กให้นะ” ซูหง เองก็ตื่นแล้วเช่นกัน โล่งใจที่เห็นหลานสาวดีขึ้นแล้ว จึงอาสา ไปต้มโจ๊กให้จะได้ทำอาหารเช้าด้วยเลย
“เหมียวเหมี่ยว” เซียวฉิงไห่รีบถลาเข้ามาช้อนร่างเล็ก ของลูกสาวขึ้นอุ้มแล้วกอดไว้ทันที
“พ่อ ย่า”
“ดีขึ้นแล้วนะเหมียวเหมี่ยว” คุณแม่เซียวที่ตื่นแล้วก็เข้า มาลูบหัวลูบตัวหลานสาว เวรกรรมอะไรต้องการมีแม่แบบนี้ กันก็ไม่รู้
เมื่อซีอินเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะชิงเหมี่ยว อาการดีขึ้นแล้ว เธอจึงเดินออกจากห้องช้า ๆ ปล่อยให้พ่อลูก และย่าได้พูดคุยถามไถ่กัน เธอเดินออกมาด้านนอกเห็นว่าตูตู กับไคไคนั่งเอานิ้วจิ้มหิมะเล่นกันพร้อมหัวเราะคิกคักกันเบา ๆ อยู่
“ตูตู ไคไค”
“ฮึ้มม แม่ แม่คับ” ไคไคที่เงยหน้ามาเห็นแม่ก่อนรีบเอ่ย เรียกออกไป
“โฮ๊ะ! แม่มาแล้ว” ตูตูเองก็รีบวิ่งไปหาเหมือนกัน
“หิวกันหรือยังหื้ม”
“หิวคับ/หิวนิดหนึ่งคับ”
“อืมงั้นเดี๋ยวกินซาลาเปาลูกน้อย ๆ รองท้องไปก่อน แล้วค่อยกลับไปกินข้าวที่บ้านกันเนาะ”
“คับ/คับ”
เมื่อเด็ก ๆ รับคำแล้วจึงเดินไปหาสามีที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ นั่งเล่นหน้าห้องนอนของน้องสี่ เธอรับเอากระเป๋าผ้าจากสามี แล้วทำทีหยิบของก็ได้ซาลาเปาออกมาห้าลูกให้ลูก ๆ และสามี กินรองท้องไปก่อน
“คุณเหนื่อยไหมครับ”
“ไม่เลยค่ะตอนนี่เหมียวเหมี่ยวอาการดีขึ้นแล้วค่ะ เดี๋ยว ฉันเอายาให้กินก่อนแล้วเราค่อยกลับบ้านกันนะคะ”
“ได้ครับ”
เมื่อชิงเหมี่ยวกินยาเรียบร้อยแล้ว ซีอินก็บอกให้พี่รอง เอารถมอเตอร์ไซค์พาชิงเหมี่ยวไปหาหมอตรวจที่โรงพยาบาล อีกครั้ง แต่ไม่มีใครขี่รถมอเตอร์ไซค์ได้เลยนอกจากซีอิน ส่วน ฉิงเฟิ่งก็ยังเจ็บขาอยู่ พี่รองจึงขอยืมรถจักรยานแทนโดยพี่ใหญ่ จะไปด้วยกัน
คุณแม่เซียวจึงรีบเอาเงินให้ลูกชายทั้งสองติดตัวไปด้วย สามสิบหยวนเป็นค่ายาค่าหมอของชิงเหมี่ยว สะใภ้รองที่เห็น
เงินก็ตาโตที่แม่สามีถึงกับให้เงินมากมายขนาดนั้นเพื่อจ่ายค่า รักษาให้ลูกสาวขี้โรคของเธอ…
หิมะหยุดตกไปแล้วลมหนาวก็ไม่ได้แรงมากเท่าเมื่อคืน อีก พี่ใหญ่เป็นคนมาเอารถจักรยานที่บ้านสาม ซีอินจึงฝากเสื้อ กันหนาวตัวหนาผ้าพันคอ หมวก ถุงมือ ถุงเท้าไปให้ชิงเหมี่ยว ใส่พร้อมเอาผ้าห่มนาโนขนนุ่มอีกผืนให้ห่อตัวอีกชั้นด้วย เมื่อ ได้ของมาแล้วเขาก็เอาไปให้น้องรองแต่งตัวให้ชิงเหมี่ยว
คุณแม่เซียวมองของที่ได้มาอย่างรู้สึกซึ้งใจที่สะใภ้สาม ใจกว้างถึงขนาดให้ของดี ๆ มามากมายขนาดนี้ ก่อนจะลงมือ แต่งตัวให้หลานสาวด้วยตัวเอง โดยที่คนเป็นแม่อย่างสะใภ้รอง ไม่ได้สนใจลูกสาวตัวเองมากนัก เพราะเอาแต่ดูแลลูกชาย อย่างต้าเป่าที่เธอเห็นว่าสำคัญกว่านั้นเอง
เซียวฉิงโจวเป็นคนปั่นจักรยานส่วนเซียวฉิงไห่ก็เป็นคน อุ้มลูกสาวซ้อนท้ายไป เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลในเมืองและ ได้รับการตรวจก็พบว่าชิงเหมี่ยวเป็นไข้หวัดแต่ตอนนี้อาการไม่ หนักมากแล้ว คุณหมอให้ยามาทั้งยังแนะนำวิธีการดูแล เบื้องต้นให้
เมื่อได้ฟังเซียวฉิงไห่ก็พบว่าวิธีที่น้องสะใภ้สามทำนั้น ตรงกับที่หมอบอกมาเลย ก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณคนบ้านสามและคิด ว่าน้องสะใภ้สามช่างเป็นคนมีความรู้มากมายจริง ๆ
เมื่อเสร็จธุระที่โรงพยาบาลแล้วเซียวฉิงโจวจึงปั่น จักรยานกลับหมู่บ้าน โดยมีเซียวฉิงไห่อุ้มชิงเหมี่ยวไว้ในอ้อม แขนนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าโล่งใจ