Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 29 : แผนชั่วที่ไม่สำเร็จกับสิ่งที่ได้รับกลับมา
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 29 : แผนชั่วที่ไม่สำเร็จกับสิ่งที่ได้รับกลับมา
ผ่านมาหลายวันจนใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้วลู่เกาพยายาม
ทำตามแผนที่วางไว้แต่ก็ไม่สำเร็จเลยสักครั้ง จนเริ่มที่จะ
หงุดหงิดแล้ว เพราะซีอินไม่ยอมออกจากบ้านเลย หรือถ้า
ออกมาก็จะมีลูก ๆ หรือไม่ก็สามีอยู่ด้วยเสมอ
จนตอนนี้ลู่เกาพาลไม่อยากทำตามแผนนั้นอีกแล้ว
เพราะรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลาเปล่า อีกอย่างเมื่อสองสามวัน
ก่อนสหายในแก๊งของเขามาหา เพื่อส่งข่าวว่าคนในแก๊งกำลัง
ถูกทหารและสันติบาลตามกวาดล้างอย่างหนัก เพราะเกิดการ
ปฏิวัติประเทศขึ้น เขาจึงอยากหลบหนีแต่ก็จำเป็นจะต้องใช้
เงินทุนในการหนีด้วย
ในเมื่อไม่อาจทำตามแผนรีดไถเงินได้ แต่เขายังมีญาติผู้
น้องอย่างลู่ฉิงอยู่นี่นะ แม้จะไม่ได้สวยสดเหมือนสาวแรกแย้ม
แต่ก็คงพอเอาไปขายให้ได้เงินมาเป็นทุนในการหนีได้ เขารู้จัก
นายหน้าค้าผู้หญิงหลายคนอยู่แล้ว
เมื่อคิดได้อย่างนั้นลู่เกาจึงทำทีเป็นส่งข่าวนัดแนะให้ลู่ฉิ
งออกมาพบที่ชายป่าตีนเขาตรงที่เดิมที่เคยนัดเจอกัน แล้ว
บอกว่าจะคุยเรื่องแผนที่จะเข้าหาหลินซีอิน ตัวลู่ฉิงก็คิดว่า
ญาติผู้พี่อาจจะอยากคุยเรื่องแผนการอีกครั้งจึงยอมออกมาพบ
แต่ไม่รู้เลยว่าตอนที่เธอทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ แอบออกมานั้น
ชิงเหมี่ยวที่เห็นแม่เดินออกไปข้างนอกคนเดียวทั้งทำท่าทาง
แปลก ๆ ได้แอบเดินตามออกมาด้วยเงียบ ๆ …
ณ.ชายป่าตีนเขาจุดนัดพบ…
“ฉันมาแล้วพี่ลู่เกา แล้วนั้นใครน่ะ” ลู่ฉิงเอ่ยทักขึ้นก่อน
จะถามเมื่อเห็นผู้ชายหน้าตาน่ากลัวมากอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ
ญาติผู้พี่
“สหายร่วมอุดมการณ์ของฉันเองแหละ เธอไม่ต้อง
สนใจหรอกน่า” ลู่เกาตอบอย่างตัดความรำคาญ
ลู่ฉิงเห็นสายตาน่ากลัวของคนที่ญาติผู้พี่บอกว่าเป็น
สหายแล้วไม่ชอบใจนัก มันกวาดตามองร่างกายเธอเหมือน
กำลังประเมินอะไรสักอย่างอยู่ แต่ก็คิดว่าญาติผู้พี่คงให้สหาย
มาช่วยงานนี้ด้วยนั้นเอง โดยไม่ได้เฉลียวใจอะไรเลยว่าเรื่องนี้
มันไม่ปกติแล้ว
“แล้วพี่เรียกฉันมามีอะไร”
“ก็เรื่องแผนของเธอมันต้องใช้เวลานานมากเกินไป ฉัน
รีบใช้เงิน”
“แล้วพี่จะให้ฉันทำยังไงล่ะ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้นังซีอินมัน
ไม่ออกจากบ้านเลย” ลู่ฉิงตอบเสียงสะบัดอย่างหงุดหงิดใจ
“ก็เพราะแบบนั้นไง ฉันกับสหายต้องรีบใช้เงินมาก เลย
ต้องเปลี่ยนแผน”
“เปลี่ยนแผน พี่จะเปลี่ยนยังไงรีบ ๆ บอกมาเร็ว ๆ”
“ก็เปลี่ยนเป็น…จับเธอไปขายแทนยังไงล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ลู่เกานั้นชั่วจนเข้าสายเลือด ไม่คิดเห็นแก่อะไรทั้งนั้นตัวเขาได้
ประโยชน์เป็นพอ พูดทั้งยังยื่นหน้าที่คาบบุหรี่ไว้ในปากเข้ามา
หาลู่ฉิงช้า ๆ ด้วย
“พะ พี่บ้าไปแล้วเหรอ!!! พี่จะจับฉันไปขายได้ยังไง ไอ้
สารเลว!!! อย่ามายุ่งกับฉันนะ” ลู่ฉิงที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูก
หักหลังเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก
แหกปากลั่นเมื่อลู่เกาและสหายหน้าตาน่ากลัวของเขา
เดินเข้ามาหา จนลู่ฉิงถอยหลังหนีก่อนจะตัดสินใจหันหลังออก
วิ่ง แต่ก็ไม่พ้นเพราะลู่เกากระชากเส้นผมไว้อย่างแรงก่อนจะ
ออกแรงเหวี่ยงร่างของลู่ฉิงจนล้มหงายหลังลงทางพุ่มไม้ข้าง
ทาง
“มะ แม่”
เสียงเล็ก ๆ บางเบาของชิงเหมี่ยวที่คู้กายแอบอยู่ข้าง ๆ
พุ่มไม้เอ่ยเรียกขึ้นทำให้ลู่ฉิงสะดุ้งหันไปมองอย่างตกใจ ไม่คิด
ว่าลูกสาวเธอจะมาอยู่ตรงนี้ได้ เธอส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะ
เบือนหน้าหนีไปมองผู้ชายสองคนที่เดินเข้ามาหาอย่างตื่น
ตระหนก
“ฉันจะบอกให้นะลู่ฉิงว่าอย่างขัดขืนไปเลย เธออยากได้
เงินเยอะ ๆ เหมือนกันไม่ใช่หรอ ที่ที่ฉันจะพาเธอไปอยู่ได้เงิน
เยอะมากทีเดียวนะ ฉันรับรองได้ว่าเธอต้องชอบแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า
ฮ่า” ลู่เกาเอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดีพร้อมพ้นควันบุหรี่สีขาว
ออกมาในอากาศ
“อย่าเสียเวลาพูดมากเลยน่าสหายลู่รีบ ๆ จัดการสักที”
ฉางไช่สหายหน้าโหดของลู่เกาเอ่ยขึ้นอย่างนึกรำคาญ อยากจะ
รีบ ๆ จัดการจะได้หนีไปจากที่นี่เสียที จากนั้นก็หยิบกระสอบ
ป่านขนาดใหญ่ออกมาเตรียมเอาคนยัดใส่ลงไป
ลู่ฉิงสมองตื้อตันไปหมดคิดอะไรไม่ออก กระเสือก
กระสนกายไปอีกด้าน ซึ่งเป็นคนละทางกับที่เหมียวเหมี่ยว
ซ่อนตัวอยู่ หากสารเลวสองคนนี้รู้ว่าลูกสาวเธออยู่ตรงนี้ด้วย
ต้องถูกพวกมันจับไปทั้งคู่แน่ แม้จะไม่ชอบลูกสาวเท่าลูกชาย
แต่เธอก็ไม่ได้เลวถึงขั้นจะให้คนจับลูกสาวตัวเองไปขาย ต่อให้
โง่งมแค่ไหนก็ยังรู้ว่าสถานที่ที่จะถูกเอาไปขายก็ไม่พ้นต้องเป็น
ซ่องโสเภณีอยู่แล้ว
ยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำยังไงดีลู่ฉิงก็ถูกมันจับที่ข้อเท้าไว้
มั่น เธอพยายามดิ้นต่อสู้จนถูกฉางไช่เตะเข้าที่ท้องอย่างแรง
จนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงซี่โครงร้าว และยังถูกกระชากผม
ขึ้นมาตบเข้าที่ใบหน้าและบ่องหู ร่างเซถลาไปชนต้นไม้ใหญ่
ด้านข้างอย่างแรงจนหน้าผากแตกเป็นแผลใหญ่เลือดอาบหน้า
ปากก็แตกจนยับเลือดไหลออกมาจากปากเต็มไปหมด ลู่ฉิงทั้ง
เจ็บทั้งมึนงงไปหมด
“สหายฉางไช่เบามือหน่อย” ลู่เกาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่า
สหายของตนเองทำท่าจะเดินเข้าไปตีซ้ำ เพราะรู้ดีว่าสหาย
ของตนเองคนนี้อารมณ์รุนแรงมากแค่ไหนจึงต้องห้ามไว้ก่อน
เดี๋ยวจะเสียราคาหมด
“มะ แม่ ฮื้อออ” ร่างเล็กของชิงเหมี่ยวที่เห็นแม่ล้มลง
ไปก็วิ่งออกมาหาอย่างตกใจพร้อมร้องไห้อย่างตื่นกลัว
“หื้ม นั้นของดีนี่”ฉางไช่มองชิงเหมี่ยวตาลุกวาว เด็ก ๆ
ยิ่งได้ราคาดีเลย
“เอานังเด็กนี้ไปขายด้วยเลยก็ดี พอโตก็คงใช้งานได้
แล้ว” ลู่เกาพูดพร้อมแสยะยิ้ม
“นี่หลานสาวแกนะ…อึก อะ ไอ้สารเลว” ลู่ฉิงพูด
ออกมากระท่อนกระแท่นพร้อมความรู้สึกโกรธ หรือนี่คือผล
กรรมจากการที่เธอคิดเรื่องไม่ดีกัน
“หลานแล้วยังไงก็แค่หลานนอกไส้ ขนาดเธอที่เป็นญาติ
ผู้น้อง ฉันยังจะขายได้เลย”
“กะ แกมันเลว”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอกล้าด่าฉัน ทั้งที่ตัวเองก็เลวไม่ต่างกันงั้น
หรอ”
ลู่ฉิงพยายามกระเถิบร่างถอยหนีโดยมีชิงเหมี่ยวที่จับ
เสื้อแม่ของเธอไว้แน่น ก่อนมือน้อย ๆ ของชิงเหมี่ยวจะก้มลง
จับก้อนหินเขวี้ยงปาออกไปยังคนตรงหน้า
“คนเลว คนไม่ดี ฮึก ๆ ๆ ฮื้ออ” ชิงเหมี่ยวกลัวมากแต่ก็
อยากช่วยแม่ด้วยจึงเขวี้ยงก้อนหินออกไปเรื่อย ๆ แต่เพราะ
ด้วยความเป็นเด็กแรงจึงน้อยนิด ก้อนหินเล็ก ๆ ที่ขว้างออกไป
ไม่ระคายผิดด้าน ๆ หนา ๆ ของพวกมันด้วยซ้ำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สหายลู่นายโดนนังเด็กนี้ด่าแล้ว” ฉางไช่
หัวเราะพร้อมชี้นิ้วไปทางลู่เกา
“ปากดีนักนะนังหลานเลว” ลู่เกาเดินเข้ามายกมือ
ทำท่าจะตีชิงเหมี่ยว แต่ลู่ฉิงผลักร่างของชิงเหมี่ยวออกไปอีก
ทางก่อนแล้วตะโกนสุดเสียง
“วิ่งไป ไปหาพ่อ ไปเร็วเข้า” หากเหมียวเหมี่ยวหนีไปได้
ก็อาจจะมีทางรอดอยู่บ้าง
เหมียวเหมี่ยวออกวิ่งสุดฝีเท้าด้วยขาสั้น ๆ ลู่เกาจึงพุ่ง
ตัวตามออกไปทันที หากนังเด็กนั้นไปตามคนมาได้เขาแย่แน่ ๆ
แต่ขากลับถูกลู่ฉิงรั้งไว้ก่อน ฉางไช่เห็นดังนั้นก็เข้าไปกระชาก
ลากขาของลู่ฉิงไว้แล้วกระทืบแรง ๆ ไปที่ขาจนกระดูกขาขวา
ร้าว
“กรี๊ดดดด” ลู่ฉิงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ฮึก ๆ แม่” ชิงเหมี่ยวที่วิ่งออกไปได้ยินเสียงแม่กรีด
ร้องก็สะดุ้งร้องไห้หนักกว่าเดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยม่านน้ำตา
ได้แต่มองตรงไปข้างหน้า ภาพที่มองเห็นได้อย่างลางเลือนนั้น
คือร่างที่คุ้นเคย คือของพ่อเธอเองและยังมีคนตามมาอีก
มากมาย
“ฮึก ฮือออ พ่อ”
“เหมียวเหมี่ยว” เซียวฉิงไห่เองก็วิ่งถลารับร่างน้อยของ
ลูกสาวไว้ทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงดังจากปืนที่ถูกยิงสกัดที่พื้นข้างเท้าทำให้ลู่เกาและ
ฉางไช่สะดุ้งโหยงตกใจกลัว
“หยุดเดี๋ยวนี้ลู่เกา ฉางไช่” เสียงคนที่มาใหม่เป็นทหาร
และเจ้าหน้าที่สันติบาลหลายนาย ทั้งยังมีคนของฝ่ายผลิตที่มา
ด้วยอีกหลายคน
เมื่อเห็นว่าทหารมาทั้งยังจ่อปืนมาหา สองอันธพาลก็
กลัวจนฉี่ลาดออกมาจนเลอะกางเกง และรีบยกมือขึ้นแล้ว
คุกเข่าก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาคุมตัวไว้อย่างรวดเร็ว
“ฮึก ฮืออพ่อ แม่อยู่ตรงนั้น” ชิงเหมี่ยวชี้ไปทางร่างของ
ลู่ฉิงที่นอนกองที่พื้น
ส่วนลู่ฉิงที่นอนเจ็บสภาพล่อแล่แต่ยังไม่ถึงกับสลบ เธอ
ยังได้ยินชิงเหมี่ยวเอาแต่เรียกว่า แม่ ๆ อยู่ไม่ไกลนัก
“ลู่ฉิง” เซียวฉิงไห่ตกใจมากเมื่อเห็นสภาพภรรยาที่ถูกตี
จนเลือดอาบสภาพดูแทบไม่ได้จึงรีบเข้ามาดูใกล้ ๆ ทุกอย่างดู
วุ่นวายไปหมด
หัวหน้าฝ่ายผลิตเฉิงคุน กับเลขาธิการปิงฮัวและ
เจ้าหน้าที่กองพลน้อยที่ตามมาก็ช่วยให้ความร่วมมืออำนวย
ความสะดวกและให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันธพาลทั้งสองคนเท่าที่รู้
ทั้งหมดอย่างเต็มที่ ก่อนลู่ฉิงจะถูกพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ในเมืองอำเภอ
“ขอบคุณสหายเซียวมากที่ให้เบาะแส เพราะทาง
รัฐบาลกำลังตามกวาดล้างอันธพาลของแก๊งที่อยู่ในเมืองต่าง ๆ
อยู่ครับ ครั้งนี้สหายเซียวช่วยได้มากจริง ๆ” เป็นรองหัวหน้า
สันติบาลประจำเมืองอำเภอที่มาพร้อมกับทหารเพื่อจัดการ
เรื่องครั้งนี้ได้เอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรครับ” ฉิงเฟิ่งเพียงรับคำแต่ไม่ได้อธิบายอะไร
เพิ่มว่าเรื่องเกิดจากพี่สะใภ้รองของเขา ตอนที่โทรไปหาเพื่อน
ของเขาฉิงเฟิ่งเพียงแต่บอกชื่อของลู่เกาไปและขอให้ช่วย
ตรวจสอบเท่านั้น ดังนั้นเรื่องที่พี่สะใภ้รองวางแผนคิดไม่ดีกับ
ภรรยาเขาจึงไม่มีคนรู้เพิ่มนั้นเอง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัวไปจัดการเรื่องนี้ก่อน
ครับ”
“ครับ”
ฉิงเฟิ่งมองความวุ่นวายที่ตอนนี้ได้สงบลงแล้ว ก่อนนี้มี
เจ้าหน้าที่มาหาเขาที่บ้านแจ้งว่าได้รับเรื่องจากเบื้องบนให้เข้า
มาตรวจสอบและแจ้งให้ประสานงานติดต่อมาที่เขา ฉิงเฟิ่งก็
ทราบทันทีว่าคงเป็นเหิงซานเพื่อนของเขาที่ประสานงานให้
พอดีกับที่พี่รองวิ่งกระหืดกระหอบออกมาหาที่บ้านบอกว่าหา
เหมียวเหมี่ยวไม่เจอและพี่สะใภ้รองก็หายไปด้วย
ฉิงเฟิ่งจำได้ว่าอี้เหวินบอกว่าครั้งก่อนที่ไปได้ยินแผน
ของพี่สะใภ้รองนั้นก็คือแถวชายป่าตรงตีนเขาที่ไปหาฟืน
ดังนั้นทุกคนจึงรีบออกตามไปที่ชายป่าตีนเขาท้ายหมู่บ้านทันที
โดยมีเจ้าหน้าที่สันติบานและทหารตามไปด้วย และเจ้าหน้าที่
บางส่วนก็เข้าไปแจ้งเรื่องกับหัวหน้าฝ่ายผลิตที่คอมมูนให้ทราบ
เรื่องแล้วตามกันไป
ที่ต้องเร่งลงมือเพราะเบื้องบนสั่งมาว่าต้องจัดการกวาด
ล้างอันธพาลพวกนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ดังนั้นจึงทำให้
สามารถเข้าไปช่วยเหลือพี่สะใภ้รองและเหมียวเหมี่ยวได้
ทันเวลา
เจ้าหน้าที่พาตัวลู่เกาและฉางไช่ไปแล้ว ส่วนลู่ฉิงก็ถูกนำ
ตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ชิงเหมี่ยวที่ยังตกใจอยู่ก็ต้องให้คนเป็น
พ่ออุ้มและกอดปลอบไว้ตลอดเวลา
“คนไม่ดีตีแม่”
“ไม่เป็นไรแล้ว ๆ นะเหมียวเหมี่ยวปลอดภัยแล้วนะ คน
ไม่ดีถูกจับไปแล้ว และตอนนี้แม่ไปหาหมออยู่ ต่อไปมีอะไร
เหมียวเหมี่ยวต้องมาบอกพ่อหรือคนที่บ้านก่อนอย่าออกไปเอง
แบบนี้อีกเข้าใจรึเปล่า”เซียวฉิงไห่ค่อย ๆ บอกลูกสาวเบา ๆ
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” พยักหน้าเข้าใจแล้วก็ซบหน้าเข้าหา
ไหล่พ่ออีกครั้ง
กว่าที่เรื่องราวจะจบลงก็ผ่านเวลาไปนานหลายวัน ลู่เกา
และฉางไช่ถูกตัดสินโทษให้อยู่ในสถานกักกันชายเป็นเวลาห้า
สิบปีเพราะทำผิดร้ายแรงหลายอย่าง ทั้งยังเป็นคนของแก๊ง
อันธพาลที่ท่านผู้นำต้องการกวาดล้างอีกด้วย และเพราะลู่เกา
ให้การซัดทอดเรื่องที่ลู่ฉิงวางแผนให้ทำเรื่องไม่ดี แม้ยังไม่
สำเร็จแต่ถือว่ามีการวางแผนไม่ดีคิดใส่ร้ายคนอื่น จึงทำให้ลู่ฉิ
งเองก็ไม่อาจพ้นความผิดนี้ไปได้
ดังนั้นหลังจากรักษาตัวหายจากโรงพยาบาลแล้วลู่ฉิง
จะต้องถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันของสตรีเป็นเวลานานเก้าเดือน
ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ถูกกร่อนผมแห่ประจาน
แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่อาจปกปิดคนในหมู่บ้านไว้ได้
เรื่องที่ลู่ฉิงคิดจะทำเรื่องไม่ดีจึงกลายเป็นเรื่องน่าอับอายต่อ
ครอบครัวบ้านเดิมของลู่ฉิงเป็นอย่างมาก ส่วนบ้านเซียวเองก็
ได้รับผลกระทบเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของ
คนบ้านเซียวมากนัก
ลู่ฉิงได้แต่ร้องไห้ออกมากับสิ่งที่ตัวเองต้องไปเจอในค่าย
กักกันนั้น แม้ไม่มีการทำร้ายกันข้างใน แต่ก็จะถูกคุมเข้มและ
บังคับให้ทำงานต่าง ๆ ทั้งเหนื่อยทั้งลำบาก แม้ไม่อยากไปแต่
โทษใครไม่ได้เป็นเพราะเธอเองที่สร้างเรื่องจนทำให้ทุกอย่าง
เป็นแบบนี้ เป็นเพราะความอิจฉาทั้งนั้นจะมาสำนึกเสียใจ
ตอนนี้ก็สายไปแล้ว
อีกทั้งตอนนี้ขาขวาของเธอที่ถูกฉางไช่กระทืบจน
กระดูกร้าวก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะฟื้นตัว และก็ไม่รู้ว่าจะ
กลับมาเดินได้ปกติหรือเปล่าด้วยซ้ำ ทำให้การเข้าไปอยู่ใน
สถานกักกันยิ่งยากลำบากมากไปกว่าเดิมอีก ทั้งแผลที่
หน้าผากตอนที่ร่างไปกระแทกใส่ต้นไม้แตกเป็นทางยาว ก็
กลายเป็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่น่าเกลียดน่ากลัวที่ไม่อาจ
รักษาให้หายได้อีก ผลที่ได้รับจากการความอิจฉาและคิดไม่ดี
ครั้งนี้ เป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ชีวิตของลู่ฉิงจบสิ้นแล้ว…
เจ้าหน้าที่พาตัวลู่ฉิงกลับมาที่บ้านเซียวตามคำขอ เพื่อ
เจอคนในครอบครัวอีกครั้งก่อนถูกย้ายตัวไปยังค่ายกักกันสตรี
บ้านใหญ่เซียวออกมาที่ลานบ้านทุกคนแม้แต่บ้านสามเซียวก็
มาด้วยเช่นกัน ส่วนพวกชาวบ้านที่เห็นรถของทางการวิ่งเข้ามา
ในหมู่บ้าน ก็รู้สึกตื่นกลัวและไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวาย
“ฮึก ฮื้อออ ฉิงไห่คะ ฮึก คุณจะหย่ากับฉันหรือเปล่า
คะ” ลู่ฉิงเอ่ยถามพร้อมเดินกระแผลก ๆ เข้าไปหาอย่าง
ยากลำบาก เธอทำใจมาแล้วว่าเมื่อถูกส่งตัวไปที่ค่ายกักกันสตรี
สามีคงต้องการหย่าเธออย่างแน่นอน
“ลู่ฉิงคุณไปเถอะ อยู่ที่นั่นก็คิดให้ได้ผมกับลูกจะรอคุณ
อยู่ที่นี่” เสียงเคร่งขรึมของเซียวฉิงไห่เอ่ยออกมาเพียงเท่านั้น
แต่เพียงเท่านั้นลู่ฉิงก็ใจชื่นขึ้นมาได้แล้ว
“ฮึก ฮื้ออ ฉิงไห่ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ฉัน…ฉันขอ
เจอลูกก่อนได้ไหมคะ”
“แม่ /แม่” เสียงชิงเหมี่ยวและต้าเป่าเรียกก่อนที่ลู่ฉิงจะ
ดึงร่างเล็กของลูกทั้งสองเข้ามากอด แทบจะเป็นครั้งแรกเลย
ด้วยซ้ำที่เธอกอดชิงเหมี่ยวเต็มอ้อมแขนแบบนี้
“แม่จะไปไหนคะ” ชิงเหมี่ยวเอ่ยถามขึ้นมา เธอไม่รู้
รายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดอะไรขึ้นมากนัก รู้แค่มีคนไม่ดี
มาตีแม่ แล้วแม่ก็จะไปไหนอีกก็ไม่รู้
“แม่แค่ไปรักษาตัวและทำงานที่อื่นเท่านั้น ไม่นานก็
กลับมาแล้ว”
เด็กทั้งสองพยักหน้าว่าเข้าใจ ก่อนที่ลู่ฉิงจะลุกขึ้นแล้ว
เดินไปหาซีอินที่วันนี้เธอก็มาด้วยเช่นกัน
“ฉัน…ฉันขอโทษ” ลู่ฉิงก้มหน้าลงพูดออกมาเบา ๆ
อย่างละอายใจที่คิดไม่ดีอิจฉาจนเกิดเรื่องมากมายแบบนี้ขึ้น
และไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะให้อภัยง่าย ๆ
ซีอินไม่ได้พูดอะไรตอบพี่สะใภ้รอง เพียงมองอีกฝ่าย
เหมือนประเมินว่าคำพูดนั้นมีความจริงใจมากน้อยแค่ไหนกัน
เธอไม่ใช่พวกชอบฟาดฟันกับใคร แต่ก็ไม่ได้จิตใจดีจนสามารถ
ให้อภัยคนที่คิดไม่ดีกับตัวเองได้ง่าย ๆ ดังนั้นเธอจึงเงียบไม่
ตอบอะไรไป คงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้น แต่ต่อ
ให้จะจริงใจและสำนึกผิดได้จริง ๆ ซีอินก็ไม่อยากข้องเกี่ยว
ด้วยนัก ต่างคนต่างอยู่เป็นดีที่สุด
หวังว่าช่วงเวลาที่อยู่ในสถานที่นั้นจะทำให้พี่สะใภ้รอง
คนนี้คิดได้บ้าง ค่ายกักกันไม่ใช่คุกตาราง ที่นั่นเป็นเหมือน
หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีคนถูกส่งไปสำนึกผิดและทำงานใช้แรงงาน
ญาติสามารถไปเยี่ยมได้ปกติแต่คนข้างในจะไม่สามารถไปไหน
มาไหนได้ตามใจจนกว่าจะถึงเวลาปล่อยตัวออกมา
ลู่ฉิงเดินตามเจ้าหน้าที่ไปในใจได้แต่คิดว่าแม้สามีไม่เอ่ย
ออกมาว่าจะหย่าเธอหรือไม่ แต่เขาบอกว่าเขากับลูกจะรอเธอ
กลับมา เธอจึงได้แต่หวังว่าจะได้รับโอกาสอีกสักครั้ง เธอไม่
แน่ใจว่าอนาคตข้างหน้าเมื่อกลับมาแล้วจะเป็นยังไง จะยังมีที่
ยืนในหมู่บ้านนี้ได้อีกหรือเปล่า…
“เฮ้ออ” คล้อยหลังสะใภ้รองไปแล้วคุณแม่เซียวก็ถอน
หายใจแล้วทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ ส่วนคุณพ่อเซียวเองไม่ได้
พูดอะไรนอกจากมองลูกชายคนรองอย่างเห็นใจ เรื่องคราวนี้
คงได้แต่ต้องใช้เวลาในการเยียวยาทุก ๆ คน และหากสะใภ้
รองกลับมาในอีกเก้าเดือนข้างหน้าแล้วทำตัวดีขึ้นและลูกชาย
เขาไม่คิดหย่า เขาก็ไม่คิดจะว่าอะไร เพราะถือว่าชีวิตคู่และ
ครอบครัวคนคนนั้นต้องตัดสินใจเลือกเอาเอง
“พี่รอง” ฉิงเฟิ่งเดินเข้ามาตบบ่าพี่ชายเบา ๆ พร้อมทั้ง
พี่ใหญ่และน้องสี่ก็เดินเข้ามาด้วยเช่นกัน
“พี่ไม่เป็นไร เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วหวังว่าที่นั่นจะช่วยทำให้
ลู่ฉิงคิดได้และดีขึ้น” เซียวฉิงไห่พูดสายตายังมองออกไปที่หน้า
บ้านตามทิศทางที่ภรรยาของเขาขึ้นรถออกไปพร้อมกับ
เจ้าหน้าที่…