Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 30 : เทศกาลปีใหม่กับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 30 : เทศกาลปีใหม่กับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
ลู่ฉิงถูกส่งไปปรับทัศนคติที่ค่ายกักกันสตรีได้เป็นเวลา
หนึ่งเดือนแล้ว เธอได้รับความทุกข์ทรมานจนร่างกายแทบทน
ไม่ไหว ทำงานหนัก ๆ แบบที่ไม่เคยทำ แม้ว่าขายังเจ็บเพราะ
กระดูกยังไม่ผสานกันดีจึงได้งานที่เบากว่าคนอื่นแล้ว แต่
เพราะเมื่อก่อนเธอชอบหลีกเลี่ยงงานหนัก ๆ ประจำ พอต้อง
มาทำแบบนี้ร่างกายจึงรับไม่ไหว กินนอนร่วมกันกับคนอื่น ๆ
ที่นี่คือสถานที่รวมคนไม่ดีและเคยทำเรื่องเลวร้ายมา
ก่อน ดังนั้นชีวิตของลู่ฉิงจึงไม่ได้ง่าย นอกจากต้องระวังไม่ให้
ทำผิดกฎของที่นี่จนถูกลงโทษแล้ว ยังต้องคอยระมัดระวังคนที่
อยู่ในค่ายด้วยกันอีกด้วย
ยังมีที่ต้องเข้าการอบรมปรับแนวคิดทัศนคติและหลัก
คุณธรรมการรักชาติอีกมากมาย ทั้งยังต้องทำงานในแปลงนา
ของค่ายอีก เรียกว่าไม่มีความสบายใด ๆ ทั้งสิ้น มีคนที่กล้าหนี
ออกไปจากค่ายหรือขัดขืนก็จะถูกทหารแดงจับโยนลงไปใน
หลุมดินขนาดลึกแล้วเทน้ำราดลงไปเพื่อให้แช่อยู่ในน้ำเป็นการ
ลงโทษ ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวนับเป็นการลงโทษที่โหดร้าย
มาก
ลู่ฉิงมองคนที่ถูกลงโทษพวกนั้นด้วยความหวาดกลัว ทั้ง
ร่างกายที่ถูกญาติผู้พี่ทำร้ายจนบาดเจ็บก่อนนี้ก็สร้างความ
หวาดระแวงยามเจอผู้คนอยู่มาก ทั้งมาอยู่ในค่ายกักกันที่จำกัด
อิสรภาพนี่อีก เวลามองไปทางไหนก็หวาดผวากลัวว่าจะทำ
อะไรผิดแล้วถูกจับไปลงโทษโยนลงหลุมนั้นอยู่ตลอด
“เป็นเพราะฉันอิจฉาและคิดไม่ดีใช่ไหมถึงต้องมาเจอ
อะไรแบบนี้ ฮึก ๆ ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฉันไม่อยากอยู่แล้ว”
เสียงงึมงำกระซิบพูดคนเดียวเบา ๆ อยู่ในมุมมืดของห้องพัก
รวม ร่างโทรม ๆ ตัวผอมคู้กายเข้ากอดตัวเองพร้อมร้องไห้
ออกมาไม่หยุดดวงตาเริ่มเหม่อลอย แม้ไม่ได้ถูกล่ามโซ่หรือ
นอนในคุกแต่ก็เหมือนอยู่ในคุกดี ๆ นี่เอง ไม่แน่ว่ากว่าจะผ่าน
พ้นวันเวลาเก้าเดือนไปได้ เธออาจจะตายลงที่นี่ก็ได้…
เวลาผ่านมานับเดือนจนกระทั่งถึงวันปีใหม่ หลังจาก
เหตุการณ์นั้นก็ไม่มีใครพูดถึงอีก แม้ยังมีชาวบ้านแอบซุบซิบ
นินทาอยู่บ้างแต่คนบ้านเซียวก็ไม่ได้สนใจ ยังคงใช้ชีวิตไป
ตามปกติ
“ปีใหม่แย้วววว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงตูตูตะโกนลั่นพร้อมวิ่ง
วนอยู่หน้าบ้านอย่างร่าเริงไปมา
“ปีใหม่ ๆ” ไคไคก็พูดตามไปด้วยทั้งยืนมองพี่ชายที่ดูจะ
คึกคักมากเป็นพิเศษที่กำลังวิ่งอยู่ตรงหน้า
“แล้วปีใหม่คืออะไยอ่ะ” ตูตูหยุดวิ่งแล้วเอ่ยถาม
น้องชายขึ้น
“ไคไคก็ไม่รู้ แต่ของกินน่าจะเยอะ” เขาคิดแบบนั้น
เพราะเห็นแม่ทำอาหารหลายอย่างมาก
“ของจินหยอ ฮึ้ยย ตูตูชอบปีหม่ายยย ฮ่า ฮ่า ฮ่า
กรี๊ดดด” พอได้ยินเรื่องของกิน มือน้อยกำเข้าหากันเขย่าไปมา
อย่างถูกใจ ก่อนจะหัวเราะกรี๊ดกร๊าดออกมา
“ตูตูไคไคจะเขียนคำอวยพรว่าอะไรก็บอกพ่อนะ ให้พ่อ
ช่วยเขียนน้าาา” ซีอินตะโกนบอกลูกชายขณะกำลังทำอาหาร
อยู่ในครัวส่วนฉิงเฟิ่งก็เตรียมกระดาษ ปากกา กรรไกรและ
ของตกแต่งอีกมากมายอยู่
“โอ้วว!! พ่อคับเขียนให้ตูตูหน่อย” ตูตูรีบวิ่งจู๊ดดดเข้ามา
เกาะขาพ่อทันที
“ได้ ๆ ตูตูอยากได้คำว่าอะไร” ตาคมกริบก้มลงมองดู
เจ้าหัวผักกาดตัวกลมที่เกาะขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“อืม เอาของกินไหม” ไคไคที่เดินตามมานั่งอยู่ข้าง ๆ
ช่วยคิดคำให้พี่ชาย
“ของจินหยอ งั้นพ่อเขียน‘ให้มีของจินอย่อยเยอะๆ’ให้
หน่อยคับ”
“อื้มม ให้มีของกินอร่อยเยอะๆ นะ”
“ใช่คับ พ่อเขียนให้ตูตูหน่อย” เจ้าหัวผักกาดตูตูพูดอ้อน
พ่อพร้อมเอาแก้มกลมไปวางแปะที่ขาแกร่งพลางเอียงหน้าไป
กะพริบตา มองพ่อปริบ ๆ
“ได้ ๆ พ่อเขียนให้ตูตูนะ” ใครว่ามีแต่ลูกสาวที่อ้อนได้
ลูกชายก็อ้อนเก่งเหมือนกัน
“พ่อดีที่ฉุดเยย”
“หึ หึ แล้วไคไคล่ะอยากเขียนว่าอะไร” หัวเราะก่อนจะ
หันมาถามลูกชายอีกคนบ้าง
“ไคไคหยักมีเงินเยอะ ๆ คับ”
“ขอให้มีเงินเยอะๆหรือ ได้สิพ่อจะเขียนให้ไคไคด้วย
แล้วทำไมถึงขอเงินเยอะๆ ล่ะไคไค” เพราะลูกชายเขาอายุแค่
สี่ขวบเท่านั้นจึงเอ่ยถามเพราะอยากรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่
บ้าง
“ก็พอมีเงินเยอะ ๆ ไคไคก็จะเอาไปซื้อของมากินเยอะ
ๆ ตูตูก็จะได้กินเยอะ ๆ ด้วยคับ”
“ไคไคดีที่ฉุดเยย ต้องให้…ต้องให้ตูตูจินด้วยนะ” เจ้า
เด็กชอบกินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความคิดของน้องชาย
พร้อมฉีกยิ้มกว้างให้จนเห็นฟัน ตาหยีไปหมด
“อื้มม ได้”
ซีอินที่กำลังทำอาหารอยู่ไม่ไกลได้แต่ยิ้มให้เจ้าหัว
ผักกาดน้อย ช่างพูดกันจริง ๆ เลย
“ฉิงเฟิ่งคะแล้วเด็ก ๆ บ้านอี้จะมากันหรือเปล่าคะ” ซี
อินที่ค่อย ๆ เอาจานอาหารออกมาเรียงบนโต๊ะอาหารเอ่ยถาม
สามีขึ้นมา
“ผมบอกพวกเขาไปว่าให้มาฉลองปีใหม่กับเราแล้วครับ
ไม่นานก็คงมากันแล้ว”
“ดีค่ะ ตอนนี้พวกเขามีกันแค่สองพี่น้องน่าสงสารมาก
เลยค่ะ ยังอายุแค่นั้นเอง”
เธอได้ฟังเรื่องราวของเด็กทั้งสองจากสามีแล้วก็สงสาร
เพราะความอดอยากที่ได้รับก่อนนี้ทำให้สูญเสียพ่อแม่ไป ส่วน
ญาติ ๆ ที่มีก็ไม่ได้สนใจเหลียวแลปล่อยให้อยู่กันเอง เพราะแต่
ละครอบครัวก็ต้องรัดเข็มขัดกันทั้งนั้น
หลังจากได้เจอเด็ก ๆ ครั้งนั้นซีอินก็อยากช่วยเหลือแต่
พอให้ของไปเฉย ๆ เลยพวกเขาก็ไม่กล้ารับ ซีอินจึงขอให้เด็กๆ
บ้านอี้เก็บผักป่าหรือหาฟืนมาส่งให้ บางครั้งก็ให้พวกเขามา
ช่วยรดน้ำผักหลังบ้านและให้อาหารไก่บ้าง
โดยเธอตอบแทนเป็นเสื้อผ้าไหมพรมอุ่น ๆ ที่เธอถักเอง
มีทั้งหมวก ผ้าพันคอเธอยังเอาผ้าห่มนวมและผ้าห่มนาโนให้ไป
อีกด้วย และบางครั้งให้เป็นอาหารของกินรวมทั้งให้เงินครั้งละ
ห้าเหมา สิบเหมาแล้วแต่ว่าวันนั้นมีฟืนหรือผักป่าเยอะหรือไม่
ซึ่งอี้เหวินก็ยอมรับไว้โดยดีเขารู้ดีว่าด้วยกำลังของ
ตนเองตอนนี้คงไม่อาจหาของดี ๆ แบบนี้ได้ และน้องชายเขา
ยังเด็กมากต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ที่บ้านมีแค่ผ้าห่มผืน
บางขาด ๆ เท่านั้น แต่ก็ยังดีที่มีเตาเตียงอยู่ด้วยเตียงหนึ่ง
ดังนั้นอี้เหวินและอี้เชาจึงยินดีทำงานให้บ้านสามเซียวอย่างเต็ม
ใจเพื่อตอบแทนของที่ได้รับมานั้นเอง
“ใช่ครับ อีกอย่างต่อไปไม่มีแปลงนารวมแล้ว ต้อง
ทำงานในที่ดินของตนเองที่จะได้รับมา เป็นการทำงานของใคร
ของมันแล้ว พวกเขาคงเคว้งคว้างพอสมควรเลย” เพราะการ
เปลี่ยนแปลงนี้ชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านจึงยังคงแตกตื่นและรู้สึก
ไม่มั่นคงกับชีวิตของตัวเองต่อไปในภายหน้าอยู่บ้าง
“ต่อไปการค้าขายของประเทศเราดีขึ้น ฉันว่าจะพาอี้เห
วินมาทำงานด้วยกันนะคะ คุณเห็นว่าไงคะ”
“เป็นแบบนั้นก็ดีครับ แล้วคุณคิดไว้หรือยังครับว่าจะทำ
อะไร”
“ฉันอยากค้าขายก่อนค่ะ เพราะการขายของได้เงินเร็ว
ที่สุดแล้วก่อนอื่นคงต้องดูที่ดินของเราที่จะได้ก่อนค่ะว่าจะ
ปลูกอะไรได้บ้าง แล้วก็หาร้านค้าในเมืองจะได้เปิดร้านขาย
ของได้ด้วย อ้อจริงสิคะ หลังปีใหม่นี้ฉันว่าจะเข้าไปที่โรงเรียน
ในเมืองอำเภอเพื่อขอสอบเทียบให้จบมัธยมปลายก่อนนะคะ”
“ครับ ถึงตอนนั้นแผลผมก็น่าจะหายดีแล้วผมจะพาคุณ
ไปเองครับ”
“คุณอาสามเซียวครับ คุณอา” อี้เหวินที่มาถึงหน้าบ้าน
แล้วตะโกนเรียกเข้ามา
“คงเป็นพี่น้องบ้านอี้มาแล้วล่ะค่ะ”
“ฮุ้ยย มีคนมาหา” ตูตูผงกหัวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียง
จากหน้าบ้าน
“พี่ชายสองคนละมั้ง” ไคไคตอบแต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้น
ตามพี่ชายสายตายังคงต้องมองตัวอักษรที่พ่อเขียนให้อยู่
“ฮิ ฮิ ฮิ ดี ๆ” ตูตูหัวเราะดีใจที่จะมีเพื่อนเล่นด้วยอีก
เป็นเด็กสองคนอี้เหวินกับอี้เชาที่มาหาจริง ๆ พวกเขา
แบกเอาผักป่าที่เก็บได้มาด้วย ทั้งยังมีมัดฟืนอยู่เต็มตะกร้าข้าง
หลังของอี้เหวินด้วย
“คิดว่ามามือเปล่าคงไม่ดีเลยเอาฟื้นและผักป่าที่หา
ได้มานิดหน่อยครับ คุณอาสามรับไว้นะครับ” อี้เหวินบอกคุณ
อาทั้งสองอย่างเกรงใจ เขาดีใจมากที่ถูกชวนให้มาฉลองปีใหม่
ด้วยกันแบบนี้แต่ก็เกรงใจจึงขึ้นเขาไปเก็บฟืนเพื่อเอามาให้อา
สะใภ้สามใช้ก่อไฟเวลาทำอาหารนั้นเอง
“ขอบใจนะอี้เหวิน งั้นอาจะรับไว้แล้วกันนะ” ฉิงเฟิ่ง
ไม่ได้เอ่ยห้ามที่อี้เหวินเอาของมาให้วันนี้ เขาเข้าใจความคิด
ของเด็กคนนี้ดีว่าเกรงใจมากแค่ไหนจึงยินดีรับไว้เพื่อให้เด็ก ๆ
บ้านอี้สบายใจด้วย
“พี่เหวินเหวิน พี่เซาเซามาเขียนอักษรกับตูตูเตอะ” เจ้า
เด็กร่าเริงเดินออกมาโผล่หัวกลม ๆ จากข้างหลังของคนเป็น
พ่อ
“อื้ม ได้แต่พี่ยังเขียนไม่เก่งนะ”
“ไม่เป็นไยตูตูจะสอนเอง” พยักหน้าบอกพี่ชายที่ตัวสูง
กว่าอย่างมั่นใจ
จากนั้นตูตูก็พาอี้เหวินกับอี้เชาเดินเข้าไปหาไคไคที่ยังคง
ดูตัวอักษรอยู่ว่าต้องลากเส้นยังไงบ้าง ส่วนฉิงเฟิ่งเองก็เดินเข้า
ไปเพื่อเขียนอักษรในกระดาษมงคลสีแดงต่อให้เสร็จ ซีอินจึง
เร่งทำอาหารต่อ วันนี้เธอทำปลานึ่งซีอิ๋ว เสี่ยวหลงเปา ผัดหมี่
ซั่ว ปอเปี๊ยะทอด หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง เอาเท่านี้ก่อน
ซีอินคุยกับสามีแล้วว่าเช้าวันนี้จะกินข้าวฉลองปีใหม่กัน
ที่บ้านก่อน พอตอนเย็นก็ค่อยเอาอาหารไปกินร่วมกันที่บ้าน
ใหญ่เซียวอีกครั้ง เธอทำงานครัวไปหูก็ฟังเสียงว่าเด็ก ๆ คุย
อะไรกันไป
“ไคไค ตูตูเขียนถูกยึเป่า”
“ต้องมีอีกขีดตรงนี้ด้วยนะ”
“ต้องมีด้วยหยอ”
“อื้ม ต้องมีด้วย”
“อ้อ” ตูตูพยักหน้าเข้าใจพยายามจำตัวอักษรต่อ
ซีอินหันไปมองเจ้าหัวผักกาดแล้วนึกไปถึงตอนที่ตูตูบอก
ว่าจะสอนพี่ชายบ้านอี้เขียนหนังสือแล้วก็ได้แต่ขำ ลูกชายเธอ
เป็นคนสดใสและตลกจริง ๆ
เมื่อได้อักษรมงคลและคำอวยพรที่เขียนบนกระดาษ
เรียบร้อยแล้วก็เริ่มเอาไปติดตามหน้าต่างและประตูบ้านไว้ แต่
ไม่ได้ตกแต่งหรูหรามากนักเพราะเป็นช่วงเวลารัดเข็มขัดของ
ทุกคนการใช้จ่ายหรือการจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่ฟุ่มเฟือย
เกินไปไม่เป็นการดี ซีอินและฉิงเฟิ่งจึงคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว
เมื่อกินอาหารด้วยกันเสร็จแล้วก็ตามด้วยผลไม้สด ๆ
และของหวานเป็นพุดดิ้งนมสดหน้าผลไม้รวม ก่อนที่ซีอินจะ
เอาซองแดงออกมาแล้วพูดขึ้น
“เด็ก ๆ ดูสินี้คืออะไรเอ่ย”
“ไคไครู้ จดหมายคับ” ไคไคตอบหลังจากเห็นของในมือ
แม่แล้ว
“โฮ๊ะ! ใช่ ๆ เหมือนจดหมายของพ่อเยย” ตูตูที่ยังมีพุด
ดิ้งนมสดอยู่เต็มแก้มกลม ๆ เอ่ยตอบบ้าง
ส่วนอี้เหวินและอี้เชาไม่ได้เอ่ยตอบกับตูตูและไคไคด้วย
“นี้ไม่ใช่ซองจดหมายจ้า แต่คือซองอั่งเปาต่างหาก”
“อั่งเปา”
“อั่งเปาคืออะไยคับ” มือน้อยยังคงส่งช้อนที่ตักพุดดิ้ง
เข้าปากไม่หยุดพร้อมคิดว่า มันนุ่มนิ่มดีจังเยย อย่อยมากตูตู
ชอบมากก
“ตอนปีใหม่พวกผู้ใหญ่ใจดีก็จะเอาซองแดงแบบนี้ที่มี
เงินอยู่ข้างในมาให้เด็ก ๆ ยังไงละจ๊ะเรียกว่าเงินอั่งเปา”
“โฮ้ววว ตูตูหยักได้อั่งเปาคับแม่”
“ไคไคด้วย ไคไคก็หยักได้ด้วย”
“จ้า ๆ แม่มีให้ทุกคนได้คนละหนึ่งซองนะ” ซีอินยื่น
ซองให้เจ้าหัวผักกาดน้อย ก่อนจะยื่นซองอั่งเปาให้อี้เหวินและ
อี้เชาด้วย ตัวอี้เชายังเด็กจึงไม่ได้คิดมากเมื่อได้รับของก็พูด
ขอบคุณแล้วรับไว้ แต่อี้เหวินที่โตมากแล้วเขากลับไม่กล้ารับไว้
จนฉิงเฟิ่งต้องออกปากเอง เขาจึงรับมาพร้อมพูดคำขอบคุณ
แล้วขอบคุณอีกหลายครั้ง
ปีใหม่ของคนในหมู่บ้านชนบทไม่มีพิธีรีตองอะไร
มากมาย ก็เพียงกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน และมีญาติพี่
น้องที่กลับมาจากทำงานในเมืองหรือจากต่างหมู่บ้านกลับมา
เยี่ยมเยือนและร่วมวงคุยกัน ทำอาหารกินข้าวกันอย่างมี
ความสุข แม้ว่าอาหารจะมีน้อยและนาน ๆ ทีถึงจะได้กินเนื้อ
กันก็ตาม แต่ก็มีความสุขที่ได้ฉลองปีใหม่ร่วมกัน…
***มาแล้วค่ะ ก่อนอื่นไรต์ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะที่ทำให้
คุณรี้ดทุกท่านผิดหวังเรื่องจุดจบของสะใภ้รอง น้อมรับทุก
ความคิดเห็นและจะขอเก็บไว้เป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาการเขียน
ในเรื่องต่อๆไปนะคะ แต่เพราะเรื่องนี้ไรต์ได้เขียนออกมาให้
เป็นไปแบบนี้ซะเล้ว จึงไม่อาจแก้ไขได้แล้วจริงๆค่ะต้องขอโทษ
ด้วย
ที่ผ่านมาสองวันไรต์คิดเรื่องสะใภ้รองเยอะมากค่ะว่าจะ
ทำยังไงต่อดี จนไม่สามารถเขียนนิยายออกมาได้แม้แต่
ตัวอักษรเดียว แต่เพราะเริ่มคิดถึงเจ้าเด็กตูตูกับไคไคแล้ว ไม่ได้
เลี้ยงเจ้าเด็กมาหลายวันพุงยุบหมดแล้วมั้งเนี่ย จึงพยายามดึง
อารมณ์ตัวเองกลับมาเขียนต่อให้ได้อีกครั้งค่ะ