Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 32 : ซื้อร้านค้าในเมืองกับความห่อเหี่ยวของ
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 32 : ซื้อร้านค้าในเมืองกับความห่อเหี่ยวของ
ฉิงเฟิ่ง
สุดท้ายซีอินก็ตัดสินใจซื้ออาคารสามชั้นที่สนใจในตอน
แรกนั้นมาในราคาสองพันแปดร้อยหยวน และยังได้ร้านค้าที่
เป็นอาคารสองชั้นมาอีกสองคูหา ราคาสองคูหานี้รวมกันอยู่ที่
สามพันหยวน ช่างคุ้มแสนคุ้ม
และยังได้บ้านเดี่ยวสองชั้นที่พื้นที่รอบ ๆ ตัวบ้านกว้าง
มาก ๆ ในราคาสามพันห้าร้อยหยวนมาอีกหลัง สรุปวันนี้เธอ
ได้ร้านค้าที่เป็นอาคารสามแห่ง กับบ้านเป็นหลังในย่านทิศ
ตะวันออกอีกหนึ่งหลัง
โดยซีอินตกลงทำสัญญาซื้อขายทันที ส่วนการโอนชื่อ
นั้นฉิงเฟิ่งยืนยันว่าให้เป็นชื่อของภรรยาทั้งหมด ซีอินจึงเป็น
เจ้าของอาคารและบ้านทุกหลังที่ซื้อมานั้นเอง เงินที่เอาออกมา
จ่ายเป็นเงินที่เธอขายของได้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเงินภารกิจของ
สามีเลยแม้แต่หยวนเดียว
หลังจากจ่ายเงินไปแล้วเธอยังเหลือติดตัวอยู่หนึ่งหมื่น
สองพันกว่าหยวน ยังไม่รวมเงินชดเชยของสามีที่ตอนนี้
เหลืออยู่อีกสี่พันหยวน เธอคงต้องเริ่มการค้าโดยเร็วขึ้นหน่อย
แล้ว เพราะเงินหมื่นกว่าหยวนที่เหลือนี่ไม่อาจทำให้เธอรู้สึก
อุ่นใจได้เลย
ฉิงเฟิ่งมองภรรยาจ่ายเงินไปทั้งหมด เขาไม่ได้เสียดาย
เงินเพราะแลกกับสิ่งที่ได้มานับว่าคุ้มมาก แต่เขาคิดว่าเงินที่
เขาให้ภรรยาไปไม่น่าพอที่จะจ่ายแน่นอน จึงมองด้วยความ
แปลกใจว่าภรรยาเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน
“กลับบ้านก่อนแล้วฉันจะบอกคุณนะคะ” ซีอินเองก็
เข้าใจดีว่าเขาจะต้องสงสัยแน่ ก่อนนี้ยังไม่ได้บอก เพราะตอนที่
เธอทำการค้านั้นเขายังไปเป็นทหารอยู่ ช่วงที่เขากลับมาเธอก็
ไม่ได้เข้าตลาดมืดแล้วมีเพียงส่งของให้ตานผิงเท่านั้น และ
ตอนนี้การค้าไม่ได้ผิดกฎหมายแล้ว จึงคิดว่าควรบอกให้สามีรู้
เรื่องที่เธอทำสักที
“ก็ได้ครับ”
“แม่คับตูตู อืม…ตูตูหยักจินลูกอมกระต่ายขาว ไคไคก็
หยักจินเหมือนกันใช่ไหม ๆ” ตูตูเงยหน้ากลม ๆ ของตัวเองมา
อ้อนแม่พร้อมมองไปทางสหกรณ์ของรัฐ เพราะจำได้ว่าที่นั่นมี
ลูกอมที่อร่อยมาก ๆ อยู่ ทั้งยังบอกว่าน้องชายก็อยากกิน
เหมือนกันอีกด้วย
ไคไคได้ฟังที่พี่ชายพูดก็นิ่งคิดไปพักหนึ่งทันที
“อืม ไคไคหยักกินก็ได้คับ”
“เอ ไคไคอยากกินด้วยจริง ๆ หรือแค่ตูตูที่อยากกินกัน
น้า”
“หยักจิน ๆ ๆ ตูตูหยักจินจริง ๆ คับ”
“ไคไคก็หยักกินคับ” พอคิดถึงรสชาติของลูกอม
กระต่ายขาวแล้วไคไคก็อยากกินขึ้นมาจริง ๆ จึงรีบช่วยพี่ชาย
ยืนยันกับแม่ด้วย
“จ้า ๆ งั้นแม่จะซื้อให้แต่พวกลูกกินเยอะมากไม่ได้ แม่
ให้กินแค่วันหนึ่งไม่เกินสองเม็ดตกลงไหม”
“คับ/คับ” สองเสียงประสานกันอย่างว่าง่าย ขอให้ได้
กินจะกี่เม็ดก็ได้ทั้งนั้น
ซีอินและฉิงเฟิ่งบอกลาเจ้าหน้าที่ขายที่ดินแล้ว สี่คนพ่อ
แม่ลูกก็ไปที่สหกรณ์รัฐและเป็นไปตามคาดที่เธอได้เจอตานผิง
จริง ๆ
“สหายหลินคุณหายไปหลายเดือนเลยนะคะ” ตานผิง
เอ่ยทักอย่างดีใจมาก
“สหายตานผิงสบายดีนะคะ” ซีอินก็ทักกลับไปด้วย
ใบหน้ายิ้มแย้ม
“ร่างกายก็สบายอยู่ค่ะแต่ฉันจะแย่แล้วนะสิคะ มีแต่คน
มาถามหาอยากได้ของกับฉัน สหายหลินมีของไหมคะ ฉัน
อยากได้ด่วนเลยขอเยอะ ๆ เลยนะคะรอบนี้”
“ได้ค่ะ งั้นอีกสักครู่คุณค่อยตามไปหาฉันตรงที่เดิมของ
เรา ฉันขอซื้อของแล้วพาลูก ๆ ไปให้สามีดูแลก่อน”
“ได้เลยค่ะ ๆ เดี๋ยวฉันลางานหัวหน้าเลยตอนนี้แล้วจะ
ตามออกไปหาคุณนะคะ” ตานผิงตอบกลับอย่างดีใจมาก
ซีอินพาตูตูกับไคไคมาให้อยู่กับฉิงเฟิ่งก่อน โดยบอกว่ามี
ธุระพูดคุยกับสหายของเธอนิดหน่อยให้พวกเขารอก่อน ฉิงเฟิ่ง
เมื่อได้ฟังก็ไม่ได้ถามอะไรเพียงพยักหน้ารับรู้เท่านั้น
“แม่กลับมาหาตูตูเย็ว ๆ นะคับ”
“ไคไครอแม่คับ”
“จ้า แม่ไปไม่นานแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น” นั่งลงบอกเจ้า
ตัวกลมทั้งสองที่ยืนกอดถุงลูกอมกระต่ายขาวแนบพุงกันคนละ
ห่ออยู่ข้าง ๆสามี ก่อนจะบีบแก้มนุ่มนิ่มที่เริ่มยุ้ยของลูกเบา ๆ
แล้วเดินออกไปตรงตรอกซอยที่นัดพบกันของเธอกับตานผิง
เธอมายืนรอตานผิงอยู่ก่อนระหว่างนั้นก็เอาของออกมาจาก
มิติถุงใหญ่ และไม่กี่นาทีต่อมาตานผิงก็เดินมาหา
“นี่ค่ะสบู่ รอบนี้มีสินค้าใหม่เป็นยาสระด้วยนะคะ คุณ
ลองดูก่อน” จากนั้นซีอินก็บอกวิธีใช้ยาสระผมทันทีซึ่งตานผิง
สนใจมาก
“จริงหรือคะ นี่ดีมากเลยค่ะฉันรับทั้งหมดเลยค่ะ อ้อ
จริงสิสหายหลิน ฉันจะแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ที่เจิ้งโจวแล้วนะ
คะ เพราะคู่หมั้นของฉันเขาเป็นคนที่นั่น คงจะไม่ได้ขายของใน
เมืองอำเภอนี้อีกแล้วแต่ฉันยังจะไป ๆ มา ๆ ที่เมืองอำเภอนี้
อยู่บ้างค่ะเพราะบ้านเดิมพ่อแม่ฉันอยู่ที่นี่ ส่วนเงินที่ได้จากการ
ขายของรอบนี้ฉันก็คิดไว้ว่าจะเก็บเป็นทุนในการใช้ชีวิตที่
โน่นน่ะค่ะ”
“ยินดีด้วยนะคะสหายตานผิง นี่เป็นเรื่องมงคลจริง ๆ
ค่ะ”เจิ้งโจวเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมลฑลเห
อหนานที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้นั้นเอง หากสามารถไปอยู่ที่นั่นได้
แสดงว่าคู่หมั้นของตานผิงย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
“ขอบคุณค่ะ ฉันเองก็ดีใจมากเหมือนกัน สหายหลินคะ
ฉันได้ข่าวจากคู่หมั้นของฉันมาว่ารัฐบาลจะเปิดเสรีเรื่องการ
ค้าขายแล้ว ดีจริง ๆ เลยนะคะ และฉันคิดว่ายังอยากจะรับ
ของจากคุณไปขายที่เมืองเจิ้งโจวอีก คุณจะว่ายังไงคะสหาย
หลิน”
“เรื่องนั้นได้แน่นอนค่ะ ไม่นานฉันเองก็จะเปิดร้านขาย
ของในเมืองอำเภอนี้แล้วเหมือนกันถ้ายังไงคุณก็ไปรับของที่
ร้านของฉันได้นะคะ
“ดีจริง ๆ ค่ะ ฉันต้องมาอุดหนุนที่ร้านของคุณแน่นอน
เลยค่ะ”
ทั้งสองพูดคุยล่ำลากันด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วย
ความหวังของการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้นของคนทั้งคู่ ซีอิน
เดินกลับไปหาสามีและลูก ๆ ที่รออยู่ทันที ก่อนทั้งสี่คนพ่อแม่
ลูกจะขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับหมู่บ้าน และเมื่อยามค่ำคืนมาถึง
เจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองนอนหลับไปแล้วคงจะเหนื่อยเพราะ
วันนี่นั่งรถไปโน่นมานี่ทั้งวันจึงหลับสนิทกันเลยทีเดียว ซีอินจึง
เอ่ยเรียกสามีขึ้นมา
“สามีคะ” เรียกเสียงหวานทั้งหย่อนกายนั่งลงที่เก้าอี้
เล็กข้างเตียง
“ครับ” ตัวฉิงเฟิ่งเองก็นั่งลงที่ขอบเตียงที่มีลูก ๆ นอน
หลับกันอยู่
“ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกคุณค่ะ”
“ครับผมฟังอยู่”
“เรื่องเงินที่ฉันเอาไปซื้ออาคารและบ้านไปวันนี้เป็นเงิน
ที่ฉันหามาได้ค่ะ คือว่าก่อนที่คุณจะกลับมาฉันเอาของในมิติไป
ขายที่ตลาดมืดมาค่ะ”
“ตลาดมืด!! ที่นั่นค่อนข้างอันตรายนะครับ”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณก็รู้ฉันมีมิติเก็บของได้อีกอย่าง
ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ไปที่นั่นแล้วค่ะ แต่ฉันมีคู่ค้าที่รับของไปขาย
ต่ออีกทีคือสหายตานผิงคนที่ฉันไปเจอที่สหกรณ์มาวันนี้น่ะค่ะ
เธอรับของจากฉันไปขายต่ออีกที ฉันเลยมีเงินมากพอที่จะซื้อ
อาคารทั้งหมดได้โดยไม่ได้ใช้เงินของคุณเลยค่ะ และอีกไม่นาน
เธอบอกว่าจะแต่งงานแล้วย้ายไปที่เจิ้งโจว แต่ยังต้องการรับ
ของจากฉันไปขายที่นั้นอยู่ด้วยค่ะ” ซีอินเล่าออกมาอย่างไม่
ปิดบัง
“ดีนะครับที่ตอนนี้เริ่มการค้าเสรีได้แล้ว ผมถึงไม่ต้อง
กังวลเรื่องที่คุณทำมาก”
“ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นกังวล” ซีอินกล่าวขอโทษ
พร้อมขยับกายเข้าไปซบอกสามีเสียดื้อ ๆ เพื่ออ้อนไม่ให้เขา
โกรธ
ฉิงเฟิ่งตัวแข็งทื่อไปแล้ว เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ทาง
กายแบบสามีภรรยากับเธอมาเป็นปี ๆ แล้ว กลับมาก็บาดเจ็บ
ที่ขาอีก แม้ตอนนั้นเคยคาดหวังไว้และคิดว่าเขาจะทำตัวว่า
ง่าย ๆ แล้วยอมภรรยาแต่โดยดี แต่จนแล้วจนรอดภรรยาของ
เขาที่ตอนนี้ชอบอาบน้ำเช้าเย็นเป็นประจำทุกวันก็ไม่เห็นมีที
ท่าว่าจะใช้กำลังจับเขากดเตียงอย่างเคยเลย เขารอคอยจนห่อ
เหี่ยวไปหมดแล้ว แล้วดูเธอมากอดมาซบตอนนี้สิ ใครจะไป
เลิกคิดเรื่องวาบหวามนั้นได้กัน
“ภรรยาครับคือว่าผม ผม อึก” ฉิงเฟิ่งเริ่มพูด
ตะกุกตะกักทั้งยังกลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกที่เห็นได้ชัดเจน
นั้นขยับกลิ้งขึ้นลงไปมา
“คะ” ซีอินเงยหน้าขึ้นไปมองสามี เธอฟังน้ำเสียงก็พอรู้
แล้วว่าเขาเป็นอะไร ปกติเวลาสามีกลับมาเยี่ยมบ้านเธอคนเดิม
จะรีบอาบน้ำให้ตัวสะอาด แล้วจับสามีกดจมเตียงเองเลย
ทีเดียว แต่ตั้งแต่ที่เธอกลับมาร่างตัวเองในโลกนี้ ก็ได้
เปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก ได้เจอสามีอีกครั้งเธอก็ลืมคิดเรื่อง
แบบนี้ไปเลย เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลยในชีวิต
คู่เด็ดขาดเลยนะนั้น แต่วันนี้คงไม่ได้ เพราะในห้องมีลูก ๆ
นอนอยู่ด้วย ไม่เหมาะที่จะทำอะไร ๆ แน่นอน
“วันนี้คงไม่เหมาะนะคะสามี ไว้รอตูตูไคไคโตแล้วแยก
ห้องนอนกันก่อนนะคะ” ซีอินเคลื่อนใบหน้าตนเองเข้าไป
กระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของสามีจนเขารู้สึกสยิวขึ้นมาอย่างไม่
อาจห้ามได้จริง ๆ
“แต่ว่าตูตูกับไคไคยังเด็กนะครับ กว่าจะรอให้โตผมไม่
แก่ไปก่อนแล้วหรือครับถึงจะได้ทำเรื่องแบบนั้นกับคุณได้น่ะ”
แม้จะชอบสัมผัสที่ภรรยากระซิบที่ข้างหู แต่พอคิดตามคำพูด
ของภรรยาแล้ว ฉิงเฟิ่งก็ยู่ปากหน้าบึ้งขึ้นมาเหมือนคนแง่งอน
ทันที
“คิก คิก”
“ภรรยาคุณแกล้งผม งั้นพรุ่งนี้ผมจะไปทำความสะอาด
และจัดห้องนอนอีกห้องไว้ให้เจ้าหัวผักกาดน้อยอยู่กัน หรือไม่
ก็ให้พวกเขานอนห้องนี้แล้วเราไปอยู่กันสองคนที่ห้องโน้นนะ
ครับ นะ” ฉิงเฟิ่งเริ่มอ้อนพร้อมเอื้อมมือไปโอบกอดคนตัวนุ่ม
เข้ามาหา
ซีอินเพียงยิ้มและพยักหน้าตกลงให้เท่านั้น ฉิงเฟิ่งดีใจ
มากยื่นใบหน้าหล่อเหล่าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วกดจมูกโด่ง ๆ หอม
แก้มนุ่มของภรรยาไปทันที
“ฟอดด ตัวคุณหอมจังครับ”
“นะ นอนกันเถอะค่ะดึกแล้วนะ” เมื่อเห็นแววตา
วาววับอย่างดีใจและคาดหวังของสามี ซีอินก็หน้าร้อนจนต้อง
รีบเอ่ยปากชวนนอนได้แล้ว
“ก็ได้ครับ”
จากนั้นซีอินก็ขึ้นไปนอนข้าง ๆ ลูกโดยมีสามีอย่างฉิง
เฟิ่งนอนซ้อนหลังและกอดเธอไว้อย่างแนบแน่นไปทั้งตัว จน
เธอรู้สึกรับรู้ได้ถึงอะไรต่อมิอะไรบนร่างกายของสามีทุก
สัดส่วน ต้องข่มใจให้สงบอย่างแรงกล้ากว่าจะหลับได้จนถึงเช้า
ตอนเช้าฉิงเฟิ่งกระตือรือร้นจัดห้องนอนอีกห้องเป็น
อย่างมาก โดยมีตูตูไคไคที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าพ่อจะขโมยแม่ไป
นอนกอดคนเดียวแล้ว คอยเฝ้าวนเวียนเดินตามช่วยพ่อจัดห้อง
ทั้งวัน ช่วยจัดหมอนผ้าห่มให้ด้วยเสร็จสับ พอถึงยามค่ำคืนที่
ฉิงเฟิ่งรอคอยตาคมวาววับจ้องมองภรรยาตัวนุ่มที่เดินออกจาก
ห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ
“สามีค่ะ คือว่า คือ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะดูเหมือนว่า
วันนี้จะไม่ได้แล้วค่ะ” ซีอินเอ่ยขึ้นเสียงอ่อย ๆ ขณะเดินเข้าไป
หาฉิงเฟิ่ง
“หื้ม คุณอย่าแกล้งผมแบบนี้สิครับภรรยา”
“ไม่ได้แกล้งค่ะแต่ฉันเป็นประจำเดือนน่ะค่ะ พึ่งมาวันนี้
เลยคุณรอไปก่อนนะคะสามีอีกแค่เจ็ดวันเอง” เธอไม่ได้เป็น
ยาวนานถึงเจ็ดวันหรอกแต่ก็เผื่อ ๆ เอาไว้ก่อน
ฉิงเฟิ่งได้ฟังก็ถึงกับนิ่งอึ้ง ก่อนจะค่อย ๆ ตัวห่อเหี่ยวลง
ทันทีทันใด
“แล้วคุณปวดท้องหรือเปล่าครับ รู้สึกไม่สบายตัวไหม”
แม้จะห่อเหี่ยวมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังถามเธออย่างเป็นห่วงอยู่
ดี
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ สบายดีมากเลย”
“งั้นมานอนเถอะครับ”
“ค่ะ ฉิงเฟิ่งคุณก็อดทนหน่อยนะคะ” เสียงหวานยัง
ปลอบสามีต่อไป
“หึ หึ หึ ครับผมอดทนได้” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ
ออกมาเบา ๆ จะรักภรรยาทั้งทีทำไมช่างมีอุปสรรคนักนะ แต่
ไม่เป็นไรอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเขาจะอดทนรอ
จากนั้นทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกจึงยังนอนด้วยกันบนเตียงเตา
เดียวกันต่อไปอีกเช่นเดิม จนผ่านมาได้เจ็ดวันและเป็นวันที่ซี
อินต้องไปสอบเทียบมัธยมปลายตามกำหนดแล้ว ครั้งนี้เธอขี่
รถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในเมืองอำเภอคนเดียวเพราะไม่รู้ต้องใช้
เวลาสอบนานแค่ไหน เธอไม่อยากให้เจ้าหัวผักกาดตัวน้อยทั้ง
สองคนและสามีมานั่งรอนานๆ …