Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 33 : เซียวฉิงเฟิ่งพร้อมพลีกาย
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 33 : เซียวฉิงเฟิ่งพร้อมพลีกาย
ข้อสอบที่เธอทำนั้นมีทั้งภาษาจีน คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ สังคม ส่วนภาษาอังกฤษยังไม่มี เวลาที่ให้สอบ
อยู่ที่สองชั่วโมง ซีอินทำเต็มเวลาอย่างไม่รีบร้อนนัก ผลการ
สอบสามารถรอฟังได้เลยแต่ต้องเป็นช่วงบ่าย ซีอินจึงเอาเวลา
ที่ว่างจากการรอผลสอบไปที่อาคารที่ซื้อไว้ของตัวเอง เธอ
เลือกอาคารสามชั้นขนาดใหญ่เป็นร้านที่เธอจะเปิดขายของ
ส่วนอาคารสองชั้นขนาดใหญ่ที่เป็นสองคูหาเธอคิดว่าจะปล่อย
เช่า หรืออาจจะให้พี่ชายของเธอและพี่ชายของสามีมาเช่าเพื่อ
ทำการค้าหากว่าพวกเขาสนใจน่ะนะ
ซีอินเปิดประตูอาคารเข้าไปก่อนและดึงอุปกรณ์และ
น้ำยาทำความสะอาดออกมาจากมิติ และเริ่มลงมือทำความ
สะอาดทันที เพราะอาคารทั้งสามชั้นเป็นพื้นที่โล่ง ๆ ไม่มีของ
ใด ๆ เลยจึงปัดกวาดเช็ดถูกได้ง่าย เธอค่อย ๆ ทำความสะอาด
ไปเรื่อย ๆ ยังดีกว่าปล่อยเวลาทิ้งไป กว่าจะทำความสะอาดทั้ง
สามชั้นเสร็จก็ร่วมสองชั่วโมง ทำความสะอาดเสร็จแล้วจากนั้น
ก็ค่อยเอาของมาตกแต่งเป็นพวกชั้นวางของและโต๊ะเก้าอี้ แต่
เธอเพียงแค่เอาออกมาวางไว้ก่อนเท่านั้นยังไม่ได้จัดให้เข้าที่เข้า
ทาง พอดีกับเวลาที่จะเข้าไปดูผลสอบ ซีอินจึงปิดประตูล็อก
กุญแจอย่างแน่นหนาก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่โรงเรียนทันที
“ฉันมาดูผลสอบที่สอบเทียบมัธยมปลายน่ะค่ะ” ซีอิน
เอ่ยบอกเจ้าหน้าที่ในห้องพักครูของโรงเรียน วันนี้มีคนมาสอบ
เทียบระดับชั้นอยู่ห้าหกคน แต่มีแค่เธอที่สอบเทียบแบบจบ
มัธยมปลายเลยอยู่คนเดียว
“คุณหลินที่สอบเทียบของจบมัธยมปลายนั้นเอง นี่ค่ะ
ยินดีด้วยนะคะ ทางโรงเรียนจะออกใบรับรองการจบมัธยม
ปลายให้คุณทันทีค่ะ”
“ขอบคุณมากค่ะ” กระดาษในมือคือผลคะแนนว่าเธอ
สามารถสอบเทียบมัธยมปลายผ่านแล้ว ต่อไปในอนาคตเธอก็
สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมนั้นเอง และยัง
สามารถเข้าสอบเกาเข่าเพื่อเรียนมหาวิทยาลัยได้ด้วย
ซีอินขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกยินดี เธอยิ้มไปตลอด
ทางเลยด้วยซ้ำ คิดว่ากลับไปคงต้องเริ่มมองหาคนที่จะมา
ทำงานที่ฝ่ายผลิตแทนเธอเสียแล้ว เพราะเธอเองก็อยาก
ออกมาทุ่มเทการค้าขายของตัวเองมากกว่า เริ่มต้นก่อนตั้งแต่
เนิ่น ๆ ในช่วงนี้ย่อมได้เปรียบ
เสียงรถที่ดังอยู่หน้าบ้านทำให้หัวกลม ๆ ทั้งสองผลุบ ๆ
โผล่ ๆ กันอยู่ที่ประตูบ้าน
“แม่ยึเป่า” ตูตูเอ่ยขึ้นอย่างชวนน้องชายคุย
“…”
“ต้องเป็นแม่แน่ ๆ เยย” เมื่อเห็นว่าไคไคยังเงียบอยู่ตูตู
เลยพูดขึ้นมาอีก
“ไปดูกัน” ไคไคที่มองไปที่รั่วบ้านอยู่ตลอด เอ่ยชวน
พี่ชายให้ไปดูด้วยกัน
“อื้ม”
หัวกลม ๆ พยักหน้าหงึกหงักให้กันเมื่อความคิดเห็น
ตรงกันแล้วเจ้าหัวผักกาดน้อยที่รอแม่มาทั้งวันก็วิ่งจู๊ดกันมาที่
ประตูรั้วบ้าน ส่วนฉิงเฟิ่งที่เดินอยู่รอบบ้านเพื่อถากถอนหญ้า
ต้นเล็ก ๆ อยู่ก็เดินออกมาด้วยเช่นนั้น
“ตูตู ไคไค รอพ่อก่อน”
“พ่อเดินเย็ว ๆ คับ”
“ต้องเป็นแม่แน่ ๆ เลยคับ”
“กลับมาแล้วจ้า” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาตรงประตูรั้ว
บ้านทำให้เหล่าผู้ชายในบ้านทั้งสามคนมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะเจ้าหัวผักกาดทั้งสองที่กระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษ
“แม่/แม่”
ฉิงเฟิ่งรีบเปิดประตูก็เห็นภรรยาที่จอดรถและยังนั่งอยู่
บนรถมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้าน
“ขึ้น ๆ ฮึบ ๆ” ตูตูเดินเข้าไปหาใกล้ ๆ แม่เพราะอยาก
ขึ้นรถด้วย
“ขึ้นด้วย ๆ ฮึบ” ไคไคเองก็พยายามจะปีนขึ้นนั่งด้วย
เหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ อยากขึ้นนั่ง ฉิงเฟิ่งจึงเดินเข้ามาจับ
เจ้าแสบขึ้นนั่งทีละคนเมื่อเรียบร้อยซีอินก็ขับช้า ๆ แบบช้า
มาก ๆ เข้าบ้านไปจอดยังที่จอดรถที่ทำไว้เป็นเพิงง่าย ๆ ข้าง
บ้าน
เมื่อได้นั่งรถสมใจเจ้าหัวผักกาดน้อยตูตูกับไคไคก็ส่ง
เสียงกรี๊ดกร๊าดเจี๊ยวจ๊าวกันอย่างชอบใจ
“หึ หึ หึ ลงกันได้แล้วเจ้าตัวแสบ” ฉิงเฟิ่งคอยเดิน
ตามหลังตลอดจับลูก ๆ ลงมายืนข้างล่างทีละคน ๆ ท่ามกลาง
เสียงหัวเราะของเด็กๆ ก่อนทั้งสองจะพากันวิ่งไปดูไก่กันต่อ
ไม่ได้สนใจพ่อกับแม่อีก
“สอบเป็นยังไงบ้างครับ” ฉิงเฟิ่งเอ่ยถามขึ้นเมื่อจูงมือ
ภรรยาเดินไปนั่งลงที่ชุดโต๊ะนั่งใต้ต้นไม้
“สามีคะ ฉันสอบผ่านแล้วนะคะ” ซีอินรีบเอากระดาษ
หลักฐานการสอบเทียบจบมัธยมปลายได้สำเร็จออกมาอวดเขา
ทันที
“คุณเก่งมากเลยครับ งั้นเดี๋ยวผมให้รางวัลนะ” สายตา
คมกวาดไล่มองเอกสารรับรองในมือก่อนนะเอ่ยชมภรรยา
ออกไป
“หื้ม มีรางวัลให้ด้วยหรือคะ”
ใบหน้าหล่อเหลาเพียงยิ้มและพยักหน้าเท่านั้นไม่ได้เอ่ย
อะไรออกมาอีก ซีอินจึงเพียงยิ้มตอบและไม่ได้เซ้าซี้ถามว่า
รางวัลคืออะไร
จนกระทั่งช่วงค่ำ ๆ ซีอินพาเด็ก ๆ ให้ไปอาบน้ำแปรง
ฟันเพื่อเตรียมตัวเข้านอน ส่วนสามีเธอนั้นไม่รู้หายไปไหนสัก
พักแล้ว แต่คิดว่าคงอยู่แถว ๆ บ้านนี่แหละจึงไม่ได้สนใจอะไร
“เอาละจ้ะไปนอนกัน”
“คับ/คับนอน ๆ” ไม่นานเจ้าหัวผักกาดน้อยก็เริ่มเคลิ้ม
หลับไปเพราะได้ฟังนิทานจากแม่ที่เล่าให้ฟัง เมื่อเห็นว่าลูก ๆ
หลับกันดีแล้ว ก็คิดว่าจะไปอาบน้ำเสียหน่อยวันนี้เธอไปสอบ
และยังไปทำความสะอาดร้านอีกจึงเมื่อยตัวนิดหน่อย เสร็จ
แล้วจะไปดูคุณสามีเสียหน่อยได้ยินเสียงกุกกักจากห้องนอน
ข้าง ๆ ไม่รู้แอบไปทำอะไรอยู่ คิดแล้วก็รีบเดินเข้าไปอาบน้ำ
ทันที
“ภรรยาครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเมื่อเห็นร่างนุ่มนิ่มเดิน
ออกมาจากห้องน้ำแล้ว
“สามีคุณไปไหนมาคะ ฉันว่าจะไปดูคุณอยู่เชียวค่ะ” ซี
อินถามพร้อมเดินเข้ามาหาคนตัวสูงและใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ด
ผมไปด้วย
“ผมไปจุดเตียงเตามาครับ” คำตอบที่ได้ยินจากอีกฝ่าย
ทำเอาซีอินนิ่งงันไปทันที ก่อนจะเริ่มรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ เธอ
ลืมเรื่องนี้ไปเลย‘เรื่องบนเตียงของสามีภรรยา’
“ก่อนนี้ผมบอกคุณว่ามีรางวัลให้ มาเถอะครับ” มือ
หนาที่สากนิด ๆ เพราะทำงานมาตลอดยื่นมาจับจูงร่างนุ่มนิ่ม
ให้เดินตามกันออกไปห้องนอนอีกห้องที่อยู่ติดกัน
“สามีคะรางวัลของคุณที่จะให้ฉัน ฉัน..เอ่อ..” แต่เธอยัง
ไม่ทันพูดจบร่างสูงโปร่งของฉิงเฟิ่งก็กระโดดขึ้นไปนอนบน
เตียงรอแล้ว ทำเอาซีอินงงเป็นไก่ตาแตกว่าสามีจะทำอะไร
ไม่ใช่ว่าจะชวนเธอทำเรื่องวาบหวามหรอกหรอ
“ผมพร้อมแล้วครับคุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ ยอมคุณ
ทุกอย่างเลย เพียงแต่อย่า…อึก อย่ารุนแรงกับผมนักก็พอ”
เสียงทุ้มแหบสั่นพร่าขึ้นมาเหมือนคนที่กำลังจะถูกรังแก ทำ
เอาซีอินถึงกับมึนงงสรุปสามีสุดที่รักจะให้เธอเป็นคนนำก่อน
เรอะ!!
ซีอินมองดูภาพสามีที่พร้อมพลีกายบนเตียงนอน
อล่างฉ่างให้เธออย่างเหม่อลอย นี้ในสายตาของสามีแล้วเธอ
ต้องเป็นผู้หญิงหื่นกระหายขนาดไหนกันนะเนี่ย จะให้เธอเป็น
คนเริ่มหรอ เอาไงดี… งื้มม เอาก็เอาว่ะ
เมื่อตัดสินใจคิดได้ดังนั้นก็จดจ้องร่างกายของสามีที่เต็ม
ไปด้วยมัดกล้ามเป็นลอน ๆ ที่นอนอ่อยเธอตาไม่กะพริบ
เพราะว่าตอนนี้เขาใส่แค่กางเกงนอนตัวเดียว ส่วนท่อนบนก็
เปลือยเปล่า มือเรียวขาวของซีอินสะบัดโยนผ้าขนหนูผืนเล็กที่
คล้องคออยู่ทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วก้าวตรงดิ่งขึ้นเตียงอย่าง
รวดเร็วพร้อมตวัดขาขึ้นนั่งคร่อมทับช่วงเอวสามีที่เต็มไปด้วย
มัดกล้ามแน่น ๆ ไว้ มือเล็กจับกดข้อมือหนาทั้งสองข้างไว้
ด้านบน เธอรู้ดีว่าที่อยู่ในสภาพนี้ได้เพราะสามียอมเธอเอง
เพราะหากเอาเข้าจริง ๆ เธอไม่มีทางสู่แรงของคนใต้ร่างนี้ได้
หรอก
“ภะ ภรรยา” เสียงทุ้ม ๆ นั้นซีอินฟังยังไงก็ดูเหมือน
สามีเธอจะตื่นเต้นและเต็มใจมากกว่าอะไรทั้งนั้น
“คุณแน่ใจแล้วนะคะว่าจะยอมฉันดี ๆ”
“อึก ครับ”
“สามีคะ” ซีอินเอ่ยเรียกพร้อมจ้องมองสบตาคมกริบ
ของฉิงเฟิ่งที่ตอนนี้เป็นประกายวิบวับ ๆ แบบที่ตูตูไคไคชอบ
บอก ดูท่าแล้วสามีเธอน่าจะชอบมากทีเดียว
“ครับ”
“ความจริงแล้วคุณชอบถูกกระทำหรือคะ” ใบหน้า
หวานเอียงคอเล็กน้อยพร้อมเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยว่าสามี
จะชื่นชอบการเป็นผู้ถูกกระทำมากกว่า
“ผม เปล่านะครับ แต่แค่เพราะเป็นคุณผมถึงยอมดี ๆ
ต่างหาก” คิ้วเรียวดกหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พร้อมเอ่ย
ถึงความคิดของเขาออกไปให้ภรรยาฟัง ทั้งยังมุ่ยหน้าอย่างงอน
เล็กน้อย
“คิก คิก ดีแล้วค่ะเพราะคุณยอมได้แค่ฉันคนเดียว
เท่านั้น งั้นฉันจะเริ่มแล้วน้าาา” เสียงที่พูดออกมาฟังดูขี้เล่น
และยั่วยวนทั้งยังลากหางเสียงหวาน ๆ อย่างแผ่วเบา
“ครับ”
“จุ๊บ ฟอดดด สามีคุณอย่างเกร็งสิคะมันทำฉันเกร็งไป
ด้วย” ซีอินพูดเมื่อเริ่มจุ๊บปากและหอมแก้มสามีไปก่อน
“ก็ปกติเวลาทำเรื่องแบบนี้ คุณไม่เคยอ่อนโยนกับผม
แบบนี้เลยนี่ครับ” ตอบพร้อมตาเป็นประกายฉ่ำหวานอย่าง
ถูกใจปกติเขาจะถูกภรรยาจับกดแล้วทำรุนแรงด้วยเสมอไม่
เคยมีความนุ่มนวลอ่อนโยนแบบนี้หรอก
“คิก นั้นมันฉันคนเดิมแต่ฉันตอนนี้จะทะนุถนอมคุณ
เอง ฉันจะทำให้คุณมีความสุขที่สุดเองนะคะ อื้มมม”
พูดจบซีอินก็เริ่มกดจูบลงมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช้จุ๊บ
ปากแบบเด็ก ๆ แล้ว แต่เป็นจูบแบบผู้ใหญ่แบบที่สามีภรรยา
ทำกัน ลิ้นเล็กที่แสนนุ่มนิ่มชุ่มฉ่ำเริ่มกวาดต้อนชิมรสริมฝีปาก
แดง ๆ ของสามีก่อนจะฉ่ำแรกเข้าไปตวัดรุกไล่ไปมา แม้ไม่มี
ประสบการณ์เคยทำมาก่อนแต่โลกที่เธอจากมาสื่อออนไลน์มี
เยอะแยะมากมายให้ดู เธอจึงมีภาพและวิธีการท่าทางต่าง ๆ
ในหัวมากมายเต็มไปหมด
ตัวฉิงเฟิ่งเองจากที่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรมสามีภรรยาเขา
เคยแต่นอนอยู่เฉย ๆ ยกเว้นแค่ครั้งแรกที่เข้าหอ ตอนนั้นเขา
เมาจึงเป็นคนทำเองบ้างแต่นอกนั้นเป็นภรรยาลงมือเอง
ทั้งหมด พอมาตอนนี้เขากลับนิ่งเฉยไม่ไหวแล้ว มือหนาเริ่มลูบ
ไล้ไปทั่วทั้งเนื้อตัวของภรรยาที่แสนนุ่มนิ่มทั้งลื่นมือ ทั้งหอม
หวานเพราะกลิ่นสบู่อาบน้ำและครีมทาผิวของเธอ ทำเอาเขา
ลุ่มหลงมัวเมาในตัวเธอจนยากจะถอดถอนได้
และไม่นานเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เคยมีอยู่ติดกายก็ถูกดึงทึ้ง
ลงไปกองอยู่ข้างเตียงหมดทุกชิ้นทั้งสองคน ตอนนี้ไม่มีอะไร
เหลือติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว ซีอินบอกแล้วว่าเธอจะมอบ
ความสุขให้สามีเอง
ดังนั้นทั้งมือทั้งริมฝีปากอวบอิ่มและเนื้อตัวนุ่มนิ่มเธอใช้
ทั้งหมดของร่างกายมอบความสุขสมอิ่มเอมให้ฉิงเฟิ่งจนเขา
แทบสำลักความสุขตาย
มือหนาจับศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มสลวยของ
ภรรยารัก ที่กำลังขยับก้มลงดูดดึงเนื้อตัวของเขาเป็นจังหวะ
ขึ้นลงอยู่ที่ด้านล่าง พลางครางเสียงกระหึ่มในลำคอ หายใจ
หอบถี่จนแผงอกสั่นไหว ใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่าน
แบบที่ไม่เคยได้รับจนแทบเป็นบ้า
ทุกการกระทำของเธอทำให้เขาเต็มไปด้วยความสุขสม
จนล้นทะลักอย่างที่สุด ก่อนที่ร่างสูงจะทนไม่ไหวอีกต่อไปเป็น
ฝ่ายพลิกกายขึ้นด้านบนเองและเริ่มเป็นฝ่ายนำบ้าง ร่างสูง
ใหญ่โถมตัวลงไปกอด พร้อมพลิกใบหน้าหล่อเหลาเข้าขบเม้ม
ติ่งหูน่ารัก ก่อนจะผละออกมาเฝ้ามองคนใต้ร่าง สายตาสอด
ประสานกันอย่างรักใคร่หวานซึ้ง
ฉิงเฟิ่งคลอเคลียเนื้อตัวภรรยาไม่หยุด เฝ้าวนเวียนจูบ
คนตัวนุ่มไปทั่วทั้งร่างไม่ว่างเว้น จนเมื่อเริ่มทนไม่ไหวแล้วทั้งคู่
จึงเริ่มขยับกายสอดประสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ขยับตัวตาม
จังหวะของอารมณ์รักที่วาบหวามเติมเต็มให้แก่กันและกัน
เสียงเคลื่อนไหวของร่างกายเคล้าคลอไปด้วยเสียงครางหวาน
และเสียงทุ้มแหบสั่นพร่า มีหลายจังหวะที่ฉิงเฟิ่งไม่อาจ
ควบคุมอารมณ์กระสั่นจนเผลอตัวทำรุนแรงไปบ้าง แต่ซีอินก็
พร้อมรับมือทุกห้วงอารมณ์ของสามี เพราะอารณ์ของเธอเองก็
พุ่งสูงไม่ต่างจากสามีเลยสักนิด
“ฮื้อออ สามีคะฉัน…ฉัน ฮึก” ซีอินที่เริ่มถึงขีดสุดของ
อารมณ์หวามแล้วเอ่ยบอกสามีเสียงหวานเจือสะอื้นแผ่วเบา
เส้นผมยาวสยายกระจายไปทั่วที่นอนเกิดเป็นภาพสวยงามที่
กระตุ้นความต้องการของคนด้านบนให้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
“ขออีกนิดนะครับภรรยา นะ” ฉิงเฟิ่งเองก็เริ่มทนไม่
ไหวแล้วเหมือนกัน เสียงพูดปนเสียงหอบหายใจถี่อย่างหนัก
หน่วง แต่เขาก็ยังอยากรั้งเวลาของความสุขให้ยืดต่อไปอีกสัก
หน่อย จึงเอ่ยออดอ้อนขอยื้อเวลาต่ออีกสักนิด
ร่างกายทั้งสองยังคงขยับเข้าหากันและกันไม่หยุด แต่
เพียงไม่นานความสุขสมที่ราวกับดอกไม้ไฟที่แตกกระจายตัว
เต็มท้องฟ้าก็พร่างพรายเติมเต็มให้แก่กันและกันจนต้องผวา
เข้าสู่อ้อมกอดรัดรึงกันไว้อย่างแนบแน่น และมอบจูบที่แสน
อ่อนหวานและอ่อนโยนให้กันอยู่อย่างนั้นไม่ยอมผละห่าง
“อื้มม ผมรักคุณมากนะครับซีอิน”
“ฮึก ฉันก็รักคุณมากเหมือนกันค่ะฉิงเฟิ่ง”
จากนั้นไม่มีหรอกคำว่าครั้งเดียวสำหรับคนที่มีหัวใจ
ตรงกันและยอมเปิดใจให้กันและกันแล้ว จะมีก็แต่ครั้งแล้วครั้ง
เล่าจนไม่รู้ว่าตอนนี้ใครยอมพลีกายมอบให้ใครกันแน่…
เช้าที่แสนสดใสพร้อมเสียงไก่ขันรับวันไหม เสียงนก
สาลิกาตัวน้อยที่เกาะตามกิ่งก้านของต้นไม้หลังบ้านส่งเสียง
ร้องกังวานใส่ออกมา สองร่างที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับยุกยิก
ก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งหัวหูยุ่งฟูไปหมด
“พ่อกับแม่ไปไหน”
“ไม่ยู้ แต่ตูตูหิว หยักจินไก่ต้อด” สิ่งแรกที่คิดเมื่อตื่นคือ
กิน มือน้อยยกขึ้นมาลูบ ๆ พุงที่ย่น ๆ ของตนเองไปมา
“ไก่ต้อดหยอ ไคไคก็ชอบ”
“งั้นไปบอกแม่กันเตอะ”
“อื้มม”
สองร่างน้อย ๆ ค่อย ๆ คว่ำตัวเข้าหาเตียงเอาพุงกลม ๆ
ที่เริ่มเหี่ยวแล้วไถลลงมาจากเตียงเตากันช้า ๆ
“เย็ว ๆ ซี่ไคไค” ตัวเองลงมาได้ก่อนก็หันไปเร่งน้องชาย
อีก
“อื้มม” ไคไคส่งเสียงรับคำแต่ก็ยังคงใจเย็นเหมือนเดิม
ไม่ได้สนใจที่พี่ชายเร่งมากนัก
ก่อนจะพากันเดินเกาะไหล่ต่อกันออกมา โดยมีไคไค
เดินนำหน้า ส่วนตูตูเดินเกาะไหล่สองข้างเดินตามหลัง
“ฟืดดด หอมมม”
“ฟึด ฟืดดด หอมมาก”
จมูกโด่งน้อย ๆ เริ่มฟุดฟิด ๆ กันเมื่อพากันออกมาที่
ครัวเห็นแม่กำลังทำกับข้าวข้าง ๆ มีพ่อที่กำลังช่วยหยิบจับ
ของช่วยแม่แล้วส่งยิ้มกว้างอย่างหล่อเหลาไปให้แม่ด้วย
“พ่อคับ”
“แม่คับ”
“ตูตูหิวคับ/ไคไคหิวคับ”
ซีอินและฉิงเฟิ่งที่กำลังหวานใส่กันอยู่หันมาตามเสียงใส
ๆ ที่เอ่ยขึ้น มองเห็นเจ้าหัวผักกาดน้อยที่ยื่นเรียงกันหน้าประตู
ทางเข้าห้องครัวก็ต้องหัวเราะกับหัวฟู ๆ ของเด็ก ๆ อย่างอด
ไม่ได้
“มาเร็ว พ่อพาไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน หัวฟูหมดแล้ว
หึ หึ หึ”
“คับ/คับ”
ซีอินมองตามสามคนพ่อลูกเดินออกไปเข้าห้องน้ำกัน
ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับมาทำไก่ทอดที่หมักไว้ให้เด็ก ๆ
ต่อ ไม่รู้ยังไงเหมือนกัน เมื่อคืนขนาดว่าเธอเหนื่อยมาก ๆ ก็ยัง
ฝันว่าตูตูกับไคไคพากันมาบอกว่า
‘หยักจิน…หยักจินไก่ต้อดคับ’
เช้านี้เธอเลยทำไก่ทอดหอม ๆ ให้เจ้าหัวผักกาดน้อย
เสียเลย หวังว่าลูก ๆ เธอจะชอบกันนะ…