Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 36 : บอกบ้านใหญ่เซียว
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 36 : บอกบ้านใหญ่เซียว
ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นซีอินและฉิงเฟิ่งพากันไป
ทำความสะอาดบ้านในเมืองอำเภอพร้อมทั้งตกแต่งตามแบบที่
ชอบจนสวยงามน่าอยู่ไว้เรียบร้อยแล้ว คิดว่าจะย้ายไปอยู่อีก
ไม่นานนี้
“หากเราไปอยู่ในเมืองแล้วบ้านกับที่ดินที่นี่ละคะฉิง
เฟิ่ง”
“ผมกำลังคิดว่าปิดบ้านนี้ไว้ให้แน่นหนาสักหน่อยเรา
สามารถกลับมาที่นี่อาทิตย์ละครั้งได้นะครับ ระหว่างนี้ผมคิด
ว่าจะให้เจ้าสี่แวะมาดูแปลงผักกับให้อาหารไก่ของเรา แล้วก็ให้
เงินเป็นค่าจ้างดูแลไปคุณว่ายังไงครับ”
“ดีค่ะน้องสี่เป็นคนขยันขันแข็งดีทั้งยังทำงานเก่งด้วย
แบบนั้นเราก็ไม่ต้องห่วงบ้านด้วย แต่ถ้าเราย้ายไปแล้วเด็ก ๆ
บ้านอี้ละคะจะทำยังไงดี”
“คุณจะว่าอะไรไหมครับถ้าผมจะรับพวกเขามาอยู่
ด้วยกัน เพราะถึงยังไงก็ไม่มีญาติคนไหนที่ต้องการดูแลพวก
เขา ต้องอยู่กันเองแค่สองคนมาหลายปีแล้ว มีพวกเขาเจ้าแฝด
ของเราก็ได้พี่ชายมาคอยดูแลกันด้วย”
“แบบนั้นก็ดีมากเลยค่ะ เพราะยังไงเด็ก ๆ ก็ทำงานกับ
เราอยู่แล้วงั้นก็รับมาอยู่ด้วยกันเสียเลย” ซีอินเห็นด้วยกับสามี
อย่างยิ่งในเรื่องนี้
“ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมเข้าไปคุยกับเจ้าสี่ก่อนแล้ว
ค่อยแวะไปหาเด็ก ๆ บ้านอี้นะครับ”
“งั้นฉันไปด้วยค่ะ”
“ตูตูหยักไปด้วยคับแม่” พูดแล้วก็ลุกเดินออกจากกอง
ของเล่นมาหา มือยังถือตัวต่อไม้อยู่เลยด้วย
“งั้นไคไคก็ไปด้วยคับ” พี่ชายไปไหนไคไคก็จะไปด้วย
“จ้า งั้นไปกันหมดนี้เลยนะ”
จากนั้นสี่คนพ่อลูกก็เดินไปบ้านใหญ่เซียวก่อน เมื่อ
มาถึงก็เป็นช่วงที่ทุกคนพักกลางวันจากงานในแปลงนา ตอนนี้
แต่ละบ้านก็ลงมือทำงานในแปลงนาของตนเองที่ถูกจัดสรรให้
ทำงานของใครของมัน ไม่มีแปลงนารวมอีกต่อไปแล้ว
“เจ้าสาม สะใภ้สาม ตูตู ไคไค” เสียงคุณพ่อเซียวทักขึ้น
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนที่เดินเข้ามาในลานหน้าบ้าน
“ปู่วววว”
“ปู่คับ ๆ”
สองร่างเล็ก ๆ พากันวิ่งจู๊ดเข้าหาปู่ทันที แม้ปู่ดูเหมือน
จะดุมากแต่ก็ไม่เคยดุพวกเขาเลย แถมยังชอบเล่นด้วยเวลาที่
พวกเขามาหา ตูตูกับไคไคจึงติดปู่ไม่น้อยเลยนั้นเอง
“เข้ามากันก่อนแล้วนี่กินข้าวมาแล้วหรือยังเล่า” คุณแม่
เซียวเอ่ยถามขึ้นนับตั้งแต่ได้ข่าวว่าบ้านลูกชายคนที่สามไป
ค้าขายในเมืองก็ไม่ได้เจอหลานชายฝาแฝดเลย วันนี้จึงดีใจ
มากที่ลูกชายและลูกสะใภ้พาหลาน ๆ มาหา
“เรียบร้อยแล้วครับแม่ ผมกับซีอินเอาผลไม้มาฝากด้วย
ครับ” ฉิงเฟิ่งยกตะกร้าขึ้นมาวางให้ ส่วนซีอินก็เดินไปนั่งลงที่
แคร่ไม้ข้าง ๆ พี่สะใภ้ใหญ่เพื่อชวนคุยทันที ปล่อยสามีพูดคุย
กับคุณพ่อคุณแม่และพี่น้องไปก่อน
“พี่สะใภ้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะคะดูสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก
เลย”
“ใช่จ้ะพี่ก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะแข็งแรงขึ้นจริง ๆ”
“อย่างนี้อีกไม่นานก็คงมีข่าวดีนะคะ อ้อจริงสิฉันเอานม
ผงกระป๋องมาไว้ให้พี่สะใภ้ชงดื่มบำรุงตัวเองด้วยค่ะ แล้วก็ยังมี
ชาสมุนไพรบำรุงร่างกายด้วยนะคะ” ซีอินพูดไปมือก็หยิบของ
ออกจากกระเป๋าผ้าที่สะพายอยู่ออกมาวางไว้
“ขอบใจน้องสะใภ้สามมากแต่ว่านี้มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้น
มันมากไปนะจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สะใภ้ใหญ่รับไว้เถอะนะคะ แล้วนี่ต้าเป่า
กับเหมียวเหมี่ยวไปไหนหรือคะ” เอ่ยถามพร้อมสอดส่าย
สายตามองหาเด็ก ๆ
“เด็ก ๆ พากันไปล้างมือบ้วนปากหลังกินข้าวเสร็จน่ะ
จ้ะเดี๋ยวก็มา” ซูหงพูดไปก็ทั้งเอ็นดูทั้งสงสารหลานไป
“พวกเขาเป็นยังไงกันบ้างคะ ถามหาพี่สะใภ้รองบ้าง
หรือเปล่า” ซีอินเข้าใจท่าทางของพี่สะใภ้ใหญ่ดีเธอเองก็
สงสารหลาน ๆ ไม่ต่างกันนัก
“ก็มีถามบ้างจ้ะ แต่น้องรองก็บอกว่าแม่ไปทำงานที่อื่น
ไม่นานเดี๋ยวก็กลับมา เด็ก ๆ ก็เข้าใจแล้วไม่ได้ถามอะไรอีก”
“ดีแล้วค่ะ”
“จริงสิแล้วการค้าของน้องสะใภ้สามเป็นยังไงบ้างจ๊ะ ดี
ไหม” ซูหงเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น แม้ชาวบ้านขี้นินทาเอา
มาพูดว่าคงได้เงินไม่กี่เหมา แต่ซูหงกลับคิดว่ามันต้องไปได้ดี
มากอยู่แล้วเธอยังจำความรู้สึกตอนขายของที่ตลาดมืดได้อยู่
เลยมันดีมากจริง ๆ
“ดีมากค่ะ จริงสิพี่สะใภ้ใหญ่ฉันจำได้ว่าคราวก่อนที่พา
พี่ไปที่ตลาดมืดนั้นดูพี่จะชอบค้าขายมาก พี่ไม่คิดจะไปขาย
ของในเมืองอำเภอบ้างหรือคะ”
“พี่จะไปได้หรือจ๊ะ”
“ได้สิคะ ตอนนี้คนเริ่มออกมาตั้งแผงขาย บางคนก็เอา
ผ้ามาปูพื้นวางของขายก็มีค่ะ แม้มีไม่มากแต่ก็มีแล้ว เราเริ่ม
ก่อนย่อมรวยก่อนได้เปรียบกว่าคนอื่นนะคะ”
“งั้นพี่ขอคุยกับสามีดูก่อนนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะถ้าพี่สะใภ้ใหญ่สนใจก็มาปรึกษาฉันได้ค่ะ อ้อแต่
ว่าฉันจะย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอแล้วนะคะ ถ้าหากมีอะไรไป
หาฉันในเมืองอำเภอหรือไม่ก็รอฉันกลับมาอาทิตย์ละครั้งก็ได้
ค่ะ”
“ย้ายไปอยู่เมืองอำเภอ!!” เสียงพี่สะใภ้ใหญ่ดังขึ้น
เพราะตกใจจนได้ยินกันทั่ว ทำให้คุณพ่อคุณแม่เซียวที่กำลัง
พูดคุยกับลูกชายและเล่นกับหลาน ๆ อยู่ถึงกับชะงักไป
“พี่สามจะย้ายไปในเมืองอำเภอจริง ๆ หรือครับ” น้อง
สี่เซียวฉิงทู่หันไปเอ่ยถามพี่ชายของตนเองอย่างตกใจและ
ตื่นเต้นมาก ย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอเชียวนะ
“ใช่แล้วเจ้าสี่ ที่มาก็เพราะเรื่องนี้” เมื่อเห็นสีหน้าเป็น
คำถามของทุกคนฉิงเฟิ่งก็ตอบคำถามน้องชายออกมา
“มันยังไงกันละเจ้าสาม ย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอต้องใช้
เงินมาก ไหนจะต้องหาที่อยู่อีกมันจะไม่ลำบากเอาหรือ” คุณ
พ่อเซียวเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นกังวลกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต
ของลูกชายคนที่สามนี้
“เรื่องที่พวกผมไปขายของในเมืองอำเภอทุกคนคงรู้อยู่
แล้ว ตอนนี้การค้าขายเป็นไปด้วยดีมากครับ เลยคิดว่า
อยากจะย้ายไปอยู่ที่นั่นจะได้ไม่ต้องเดินทางไป ๆ มา ๆ เพราะ
ระยะทางจากที่หมู่บ้านไปเมืองอำเภอก็ไกลพอสมควรครับ อีก
อย่างเรื่องที่อยู่นั้นพวกผมหากันไว้แล้วครับพ่อกับแม่ไม่ต้อง
ห่วง” ฉิงเฟิ่งยังไม่ได้บอกว่ามีบ้านสำหรับพักอาศัยอยู่และ
ไม่ได้บอกว่าร้านค้าของเขาเป็นอาคารสามชั้นที่สามารถพัก
ด้านบนได้ เอาไว้ค่อย ๆ บอกทีหลังเพราะแค่บอกว่าพวกเขา
จะย้ายไปอยู่ในเมืองอำเภอก็ตกใจกันมากแล้ว
“อื้ม เดินทางไปกลับทุกวันมันก็ลำบากจริง ๆ นั่นแหละ
นะ หากตัดสินใจกันมาดีแล้วก็เอาตามนั้นเถอะ” เมื่อได้ฟัง
เหตุผลที่ลูกชายพูดคุณพ่อเซียวก็เห็นด้วย
“ครับ แล้วก็ที่จะมาวันนี้เพราะว่าอยากจะให้เจ้าสี่ช่วย
เข้าไปดูบ้านแล้วก็ให้อาหารไก่กับรดน้ำผักที่ปลูกไว้ให้น่ะครับ”
“ได้เลยครับพี่สามผมจะดูแลผักให้พี่เอง ให้อาหารไก่
ด้วย”
“พี่ไม่ได้ให้นายทำเฉย ๆ หรอกนะ พี่จะให้เงินค่าจ้าง
ด้วย”
“ไม่เป็นไรครับพี่สามไม่ต้องให้เงินผมหรอก”
“พี่ไม่ได้เป็นคนให้นาย แต่เป็นพี่สะใภ้สามของนาย
ต่างหากที่ให้ อย่าปฏิเสธเลย”
“ก็ได้ครับ งั้นขอบคุณพี่สามกับพี่สะใภ้สามมากครับ”
เรื่องนี้ก็ไม่มีใครค้านอะไร ส่วนพี่ใหญ่เซียวฉิงโจวนั้นก็มี
ความสนใจเรื่องค้าขายอยู่บ้าง แต่คงต้องดูก่อนว่าจะสามารถ
ทำได้หรือไม่
ส่วนพี่รองเซียวฉิงไห่นั้นเขาไม่ชอบการค้าขายหรือเจอ
ผู้คนมากเท่าไหร่ แต่ชอบงานเกษตรงานสวนมากกว่า จึงไม่ได้
มีความคิดที่จะไปขายของในเมือง ส่วนน้องสี่เซียวฉิงทู่นั้นเขา
ชอบตามพี่ ๆ มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว พี่ชายให้ทำอะไรเขาก็ทำได้
หมดแหละ
เมื่อพูดคุยกันแล้วสามีภรรยาบ้านสามเซียวจึงขอตัว
กลับเพราะต้องไปบ้านอี้ที่ท้ายหมู่บ้านกันอีก
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ต้าเป่าตูตูกับไคไคกลับก่อนนะ” เสียง
เล็ก ๆ เอ่ยล่ำลากัน
“ตูตูไคไคไว้มาเล่นอีกนะ” ต้าเป่ายืนโบกมือส่วนอีกมือ
ก็จูงพี่สาวอย่างชิงเหมี่ยวไว้ ตั้งแต่แม่ไม่อยู่เขาก็ตามติดพี่สาว
แจ แถมนิสัยยังไม่ค่อยเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย
“ไว้มาอีกนะตูตูไคไค” ชิงเหมี่ยวเองก็โบกมือลา
น้องชายฝาแฝดด้วยเหมือนกัน
บ้านสามเซียวเดินออกมาได้สักพักตูตูก็หยุดเดินพร้อม
นั่งยอง ๆจุ้มปุ๊กลง
“หื้มเป็นอะไรจ๊ะตูตู” ซีอินเอ่ยถามเจ้าหัวผักกาดน้อยที่
จู่ ๆ ก็นั่ง ลงไปแบบนั้น
“ตูตู…ตูตูเมื่อยขาคับ” พูดเสร็จทำปากจู๋ด้วย ไคไคก็
เดินเข้ามาหาพี่ชายพร้อมนั่งยอง ๆ เป็นเพื่อนข้าง ๆ กัน
“ไคไคจะนั่งเป็นเพื่อนเอง”
“อื้ม”
“มาพ่ออุ้ม” ซีอินถึงกับขำส่วนฉิงเฟิ่งเดินเข้าไปนั่งลงข้าง
ลูกก่อนใช้แขนแข็งแรงโอบร่างเล็ก ๆ ของลูกชายทั้งสองคนไว้
แล้วอุ้มขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้างไว้คนละข้าง
“โฮ๊ะ!!”
“ฮุ้ย ฮุ้ยยย!!”
เสียงร้องเพราะทั้งตกใจทั้งตื่นเต้นของเจ้าหัวผักกาด
น้อยดังขึ้นเมื่อถูกพ่ออุ้มพวกเขาขึ้นมา
“ตูตู ไคไคเอาแขนไปกอดคอพ่อไว้เร็ว” ซีอินเอ่ยบอก
พร้อมยิ้มให้กับท่าทางที่ดูตื่นเต้นของลูกๆ
“คับ/คับ”
“หูย ฉูงมากเยย” ตูตูตาโตแวววาวเพราะตื่นเต้นมาก
“อื้ออ เห็นไกล ๆ ด้วยนะ” ไคไคมองไปข้างหน้าก็ชอบ
มากที่ได้เห็นไปไกล ๆ
“พ่อคับตูตูหยักเล่นโยนฉูง ๆ โยนขึ้นฉูง ๆ” พูดไปมือก็
ชี้ขึ้นฟ้าข้างบนไปว่าอยากได้สูง ๆ
“อันนั้นไคไคก็ด้วย หยักเล่นด้วย”
“ได้ ๆ ไว้กลับถึงบ้านพ่อจะจับเล่นโยนขึ้นสูง ๆ นะ”
“ฮิ ฮิ / คิ คิ” เมื่อรู้ว่าจะได้เล่นแบบที่อยากเล่นก็พากัน
หัวเราะดีใจ จนชาวบ้านต่างมองตามเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ
บ้านเซียวว่ามีความสุขอะไรกัน
ใช้เวลาอยู่สักพักก็เดินกันมาถึงบ้านอี้ ตอนนี่อี้เหวินกับ
อี้เชากำลังถอนหญ้ารอบ ๆ บ้านกันอยู่เลย ตอนที่ซีอินเอ่ย
บอกพวกเขาว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองอำเภอแล้ว อี้เหวินก็
ถึงกับเศร้าไปส่วนอี้เชาก็ตาแดงน้ำตาคลอ เพราะตลอดหลาย
เดือนที่ได้ทำงานกับบ้านคุณอาสามเซียวนั้น แม้จะมีสถานะ
เป็นเด็กที่ถูกจ้างงาน แต่คุณอาทั้งสองและน้องชายฝาแฝดตูตู
ไคไคดีกับพวกเขาพี่น้องมาก เหมือนพวกเขาเป็นคนใน
ครอบครัว ซึ่งความรู้สึกอบอุ่นและอุ่นใจนี้พวกเขาไม่เคยได้
สัมผัสมานานแล้วนับตั้งแต่พ่อกับแม่ตายไป จึงอดเศร้าและ
รู้สึกเคว้งคว้างไม่ได้จริง ๆ
“เพราะฉะนั้นพวกอาจะมาถามอี้เหวินกับอี้เชาว่าเต็มใจ
ไปอยู่และทำงานด้วยกันกับอาในเมืองไหมจ้ะ ส่วนที่บ้านนี้ก็
ยังกลับมาได้เมื่อต้องการ”
เมื่อซีอินพูดจบจากใบหน้าที่เศร้าหมองและมีน้ำตาคลอ
ของสองพี่น้องบ้านอี้ ก็เปลี่ยนเป็นอึ้งงั้นอย่างตกตะลึงก่อนจะ
เปลี่ยนอีกครั้งเป็นยิ้มกว้างแววตาดูมีความสุขอย่างที่สุดทันที
“จะ จริงหรือครับ คุณอาสามกับคุณอาสะใภ้สามจะพา
พวกผมไปอยู่ด้วยหรือครับ”
“ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิจ๊ะ ถ้าไม่มีอี้เหวินกับอี้เชา
ใครจะช่วยอาสะใภ้เติมของในร้านกัน ไม่มีทั้งสองคนพวกอา
ต้องทำงานกันไม่ทันแน่ ๆ เลย”
“ใช่ ๆ ตูตูก็ตำไม่ไหวหร๊อกก”
“อื้ม พี่เหวินเหวินกับพี่เชาเชาไปอยู่ด้วยกันแล้วดีมาก”
แม้จะเด็กแต่ตูตูกับไคไคก็เข้าใจที่แม่พูดกับพี่ชายทั้งสอง
ว่าจะชวนไปอยู่ด้วยกัน จึงรีบช่วยกันพูดด้วย จนเด็กบ้านอี้
ขอบคุณแล้วขอบคุณอีกและสัญญาว่าจะช่วยงานอย่างเต็มที่
และจะกตัญญูกับคนบ้านสามเซียวให้มากที่สุด ก่อนฉิงเฟิ่งจะ
บอกวันเวลาที่จะย้ายเข้าเมืองอำเภอและให้พวกเขาเตรียมเก็บ
ของที่จำเป็นไปด้วย…