Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 37 : การตัดสินใจของพี่ใหญ่เซียว
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 37 : การตัดสินใจของพี่ใหญ่เซียว
ทางซูหงเมื่อคิดดีแล้วว่าเธออยากจะทำการค้าจริง ๆ
เผื่อชีวิตครอบครัวเธอและสามีจะดีขึ้นกว่านี้ และอยากเก็บ
เงินไว้เยอะ ๆ เผื่อมีลูกในวันข้างหน้าด้วย คืนนั้นก่อนนอนจึง
ตัดสินใจเอ่ยปากกับสามีไปตรง ๆ
“ฉิงโจวคะ หากว่าฉันคิดอยากค้าขายบ้างคุณจะว่ายังไง
คะ”
“ผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณสนใจเรื่องนี้ด้วย” เซียวฉิงโจวม
องภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของตนเองอย่างแปลกใจเมื่อจู่ๆเธอก็เอ่ย
ปากเรื่องการค้าขายขึ้นมาทั้งที่ปกติไม่เห็นเคยสนใจเรื่องแบบ
นี้เลย
“ความจริงแล้วฉันติดใจการค้าขายตั้งแต่เอ่อ…ถ้าฉัน
บอกไปแล้วคุณอย่างโกรธนะคะ” ซูหงมีท่าทีอึกอักขึ้นมา
“มีอะไรคุณพูดมาเถอะครับ”
“คือฉันติดใจเรื่องการค้าขายตั้งแต่ตอนที่แอบไปขาย
ของที่…ที่ตลาดมืดมานะคะ” เสียงเบาหวิวเอ่ยบอกออกไปช้า
ๆ และแอบสังเกตไปด้วยว่าสามีเธอรับเรื่องนี้ได้มาน้อยแค่ไหน
“อะไรนะ!! นี่คุณ!!…คุณไปตลาดมืดมาหรือครับ” เขา
ตกใจมากจริง ๆ จนเผลอพูดเสียงดังออกมาก่อนจะรู้ตัวและ
ลดเสียงให้เบาลงในตอนท้าย นั้นตลาดมืดเชียวนะแม้แต่เขา
เองยังไม่เคยไปเลยสักครั้ง
“ขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณค่ะ แต่ตอนนั้นฉันคิดว่า
อยากจะหาเงินไปหาหมอเพื่อรักษาตัวเองจริง ๆ อีกอย่าง
น้องสะใภ้สามก็อยู่ด้วยไม่มีอันตรายอะไรหรอกค่ะ หลังจาก
นั้นก็ไม่เคยไปอีกเลย อีกทั้งตอนนี้การค้าขายก็เริ่มเปิดกว้าง
แล้วด้วย หากฉันทำการค้าจริง ๆ คุณจะสนับสนุนฉันได้รึเปล่า
คะ” ซูหงเอ่ยถามสามีด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ผม..เฮ้อ เรื่องก็ผ่านมาแล้วผมคงไม่กล้าตำหนิคุณ
หรอกครับ แต่ต่อไปทำอะไรคุณต้องบอกต้องปรึกษาผมก่อน
นะครับ ยังไงเราก็เป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว ส่วนเรื่อง
การค้าผมยอมรับว่าสนใจเหมือนกัน แต่เพราะผมไม่เคยทำมา
ก่อน เมืองอำเภอก็เคยเข้าไปไม่กี่ครั้งเอง ยอมรับกับคุณอย่าง
ไม่อายเลยว่าผมกลัว กลัวที่ต้องเริ่มต้นทำอะไรที่ไม่เคยทำมา
ก่อน”
“ฉันเองก็กลัวค่ะแต่มันคุ้มที่จะลองเสี่ยงไม่ใช่หรือคะ
หากทำไม่ได้จริง ๆ เราก็ยังมีที่ดินแปลงนาให้กลับมาทำได้อยู่
ยังไงคุณไม่มีวันต้องเผชิญหน้าทุกอย่างคนเดียวอยู่แล้ว ฉัน
ยังคงอยู่กับคุณนะคะ ถ้าหากคุณเห็นด้วยพรุ่งนี้ฉันจะไปบ้าน
น้องสามไปขอคำปรึกษาจากน้องสะใภ้สามก่อนนะคะ”
“ได้ครับงั้นมาลองดู ส่วนบ้านเจ้าสามผมจะไปกับคุณ
เอง”
เมื่อตกลงมีความเห็นในทิศทางเดียวกันจึงจบบท
สนทนาเรื่องการค้า ก่อนจะปิดไฟแล้วเข้าสู่ช่วงกิจกรรมของ
สามีภรรยาต่อไปเพราะยังไงเรื่องสำคัญที่สุดของสามีภรรยาคู่
นี้ก็คือพยายามมีลูกอย่างที่ใจหวังให้ได้นั้นเอง…
เข้าวันต่อมาเซียวฉิงโจวและซูหงก็ไปบ้านสามเซียว
ตั้งแต่เช้าตรู่เพราะกลัวว่าพวกเขาจะออกไปขายของในเมือง
อำเภอกันเสียก่อน ซูหงเอ่ยปากบอกซีอินไปตามตรงว่าสนใจ
ขายของจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้นพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ต้องคิดว่าอยากจะ
ขายอะไรก่อนค่ะ จากนั้นค่อยไปดูที่ทางที่จะขายของกัน”
“พี่คิดมาแล้วล่ะว่าอยากจะทำซาลาเปาขายน้องสะใภ้
สามคิดว่ายังไงจ๊ะ” ซูหงชอบทำขนมและเธอมีความเข้าใจเรื่อง
ส่วนผสมต่าง ๆ ได้โดยง่ายอีกด้วย
“ถ้าขายซาลาเปาก็ดีเลยค่ะ เพราะตอนเช้าที่ทางแถว
นั้นเป็นทางผ่านของคนที่ทำงานในโรงงานและข้าราชการที่
ทำงานให้หน่วยงานรัฐก็มี พี่สะใภ้ก็ทำเค้กไข่นึ่งไม่ก็เค้กพุทรา
นึ่งไปด้วยก็ได้นะคะ”
“แต่ว่าเค้กไข่นึ่งกับเค้กพุทรานึ่งนั้นเป็นสูตรอาหารของ
น้องสะใภ้สามนะ พี่ว่าไม่เหมาะหรอก พี่ทำแค่ซาลาเปาไส้
ต่างๆ ก็พอจ้ะ” ซูหงเอ่ยขึ้นอย่างนึกเกรงใจจริง ๆ แค่มาขอ
คำปรึกษาก็มากพอแล้วเธอไม่กล้าเอาสูตรอาหารของ
น้องสะใภ้สามมาอีกหรอก
“ขนมเค้กไข่นึ่งนั้นพี่สะใภ้ใหญ่ก็ทำเป็นอยู่ก่อนแล้ว ฉัน
แค่แนะนำเพิ่มเติมบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองค่ะ ถ้า
พี่สะใภ้อยากทำขายก็ทำไปเถอะค่ะ ส่วนเค้กพุทรานึ่งหาก
สนใจทำขาย แต่กังวลว่าจะเอาสูตรขนมฉันไปเฉย ๆ งั้น
พี่สะใภ้ใหญ่ก็ซื้อสูตรของฉันไปทำขายก็ได้นะคะฉันจะสอนให้
เอง”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเลยจ้ะไว้ถ้าพี่สนใจจริง ๆ จะมาขอ
ซื้อสูตรเค้กพุทรานึ่งจากน้องสะใภ้สามดีกว่า ตอนนี้พี่จะลอง
ทำซาลาเปาหรืออาจจะทำขนมเค้กไข่นึ่งด้วยมาขายดูก่อน”
ซูหงสนใจเค้กพุทรานึ่งด้วย แต่เธอย่อมรู้กำลังตัวเองอีก
ทั้งไม่กล้าเอาสูตรของน้องสะใภ้สามมาเฉย ๆ รอเธอขาย
ซาลาเปากับเค้กไข่นึ่งแล้วเก็บเงินได้ก่อน ค่อยไปขอซื้อสูตร
ขนมจากน้องสะใภ้สามเพิ่มเติมแบบนั้นเธอสบายใจกว่า และ
จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันภายหลังด้วย
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เข้าไปดูที่ทางเลยดี
ไหมคะ เพราะยังไงก็รู้แล้วว่าจะทำอะไรขายกัน” ซีอินเอ่ยชวน
ขึ้นมาทันที
“งั้นก็เข้าไปพร้อมกับบ้านสามเลยเถอะ” เซียวฉิงโจวที่
นั่งฟังภรรยาพูดกับน้องสะใภ้สามมาตลอดก็เห็นด้วยกับ
ความคิดของภรรยา และตัดสินใจจะเข้าไปดูที่ทางกันเลย
ซีอินจึงเอารถจักรยานให้พี่ใหญ่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่
ปั่นไปด้วยกัน ส่วนครอบครัวเธอกับเด็ก ๆ บ้านอี้ก็ขี่รถ
มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไป ไม่นานก็มาถึงตัวเมืองอำเภอ ฉิงเฟิ่ง
จอดรถด้านหน้าแล้วเดินไปเปิดร้าน ส่วนอี้เหวินก็รีบเดินเข้ามา
ช่วยจัดของในร้านเพื่อเตรียมขายของกัน ทุกคนทำงานกันด้วย
ความเคยชินกับหน้าที่ที่เคยทำอยู่เป็นประจำ
ส่วนสองสามีภรรยาบ้านใหญ่เซียวก็ได้แต่อึ้งงันไปแล้ว
เพราะตกใจมากทุกคนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่าบ้านสามเซียวนั้น
มาค้าขายโดยการตั้งแผงเล็ก ๆ ขายของข้างถนน ไม่ใช่มี
ร้านค้าใหญ่โตเป็นอาคารสามชั้นแบบนี้เลย แต่ทั้งสองก็ไม่กล้า
พูดหรือถามอะไรบ้านสามออกไป จึงพากันเดินเข้าไปในร้าน
ก่อนลงมือช่วยน้องชายกับน้องสะใภ้สามเปิดร้าน
“ร้านเปิดแล้วใช่ไหม” เสียงเอ่ยถามจากชายวัย
กลางคนที่มาหน้าร้าน
“เปิดแล้วค่ะ” ซีอินตอบกลับไปทันที
“งั้นฉันเอาแป้งหมี่สองชั่ง สบู่สี่ก้อนแล้วก็เอาหมูติดมัน
สามชั่ง” เขาสั่งของที่ต้องการทันทีอย่างคุ้นเคยเพราะมาซื้ออยู่
หลายครั้ง ของที่นี่มีแต่ของดี ๆ และราคาไม่แพงมากนัก จึง
กลายเป็นร้านประจำของเขาและภรรยาที่ชอบมาซื้อแต่ของ
ร้านนี้
“ได้ค่ะ”
พี่ใหญ่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่จากที่ตั้งใจว่าจะไปหาดูที่
ทางการค้าขาย ก็ติดพันอยู่ช่วยบ้านสามเซียวทั้งวันจนกระทั่ง
ปิดร้านเลยทีเดียว
“เฮ้อ ไม่คิดว่าจะขายดีมากขนาดนี้เลย” เซียวฉิงโจวนั่ง
หมดแรงอยู่บนเก้าอี้
“นั้นสิคะ” ซูหงเองก็รู้สึกเหนื่อยมากแต่ก็สนุกมาก
เช่นกัน
“ตอนนี้พวกเราปิดร้านแล้วไปดูที่ทางที่พี่ใหญ่กับ
พี่สะใภ้ใหญ่จะขายของกันเถอะค่ะ อุตส่าห์มากันตั้งแต่เช้าแต่
กลับต้องมาเสียเวลาอยู่ช่วยพวกฉันแล้ว” ซีอินเอ่ยพร้อมคิดว่า
จะให้ค่าแรงพี่ใหญ่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่ด้วย ยังไงก็ช่วยกันมา
ทั้งวันแล้ว ทำงานก็ต้องได้ค่าตอบแทน
“อย่าพูดแบบนั้นเลยน้องสะใภ้สามพวกพี่ไม่ได้คิดมาก
หรอก ออกจะรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำแบบนี้” ซู
หงพูดขึ้นเพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ และเธอก็รู้ว่าสามีเธอก็
คิดไม่ต่างกัน
“ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูที่ค้าขาย
ของของพวกพี่กันเถอะค่ะ”
สองสามีภรรยาบ้านใหญ่เซียวพยักหน้ารับ เมื่อช่วยกัน
ปิดร้านจนเรียบร้อยแล้วก็พากันไปดูที่ทางด้วยกันทันที
“ที่นี่พวกพี่คิดว่าไงบ้างคะ”
ฉิงเฟิ่งและซีอินพาทั้งสองคนมาดูที่ทางซึ่งไม่ไกลจาก
ร้านค้าของซีอินเลย เพียงถัดกันไปไม่กี่ช่วงตึกเท่านั้น มองหา
กันจากระยะสายตายังเห็นกันได้ด้วยซ้ำ
“ตรงนี้ดีมากเลยนะอยู่ใกล้ร้านน้องสะใภ้สามด้วย ใกล้
ตลาดติดถนนใหญ่ ทั้งยังมีคนเอาของมาขายกันบ้างแล้วด้วย
และเท่าที่ดูมายังไม่มีซาลาเปาขายเลยนะ” ซูหงพูดตามที่เห็น
ทันที
“ใช่ค่ะเป็นเรื่องดีหากพวกพี่จะทำซาลาเปาขายเพราะ
ฉันยังไม่เห็นคู่แข่งเลยจริง ๆ หรือถ้าจะมีซาลาเปาขายคงต้อง
เป็นที่ร้านอาหารสวัสดิการของรัฐน่ะค่ะ”
“ใช่ครับแต่ผมคิดว่าพวกพี่ก็ยังได้เปรียบ เพราะ
ร้านอาหารสวัสดิการของรัฐส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการหรือไม่
ก็คนที่มีเงินมาก ๆ เข้าไปใช้บริการ ชาวบ้านส่วนมากไม่ค่อย
เข้าไปกัน ยังไงกลุ่มลูกค้าของพวกพี่ก็กว้างกว่าอยู่แล้ว” ฉิง
เฟิ่งพูดสนับสนุนภรรยาและให้ข้อมูลตามความจริง
“งั้นเราก็เตรียมซาลาเปาแล้วค่อยมานึ่งที่นี่กันเถอะค่ะ
คุณ” ซูหงได้ฟังแล้วก็หันไปพูดกับสามีอย่างกระตือรือร้นเป็น
อย่างมาก
“ได้ เอาตามที่คุณว่า” เซียวฉิงโจวรับคำเห็นด้วยและ
คิดว่าจะขอฝากอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ที่ร้านน้องชายก่อนแล้วเขา
กับภรรยาจะเดินจากหมู่บ้านมากันแต่เช้าเพื่อมาตั้งร้านขาย
ของกัน
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าสาม น้องสะใภ้สามจะว่าอะไรไหมหาก
ว่าพวกพี่จะเอาของมาฝากที่ร้านก่อน พอตอนเช้าก็จะเข้าไป
เอาของมาเปิดแผงขายตรงนี้น่ะ”
“ได้สิคะ แต่ว่าฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่าค่ะพี่ใหญ่พี่สะใภ้
ใหญ่เห็นอาคารด้านหลังที่เรายืนอยู่นี้ไหมคะ”
“อื้ม อาคารตรงนี้ทำเลดีมากเลย ทำไมหรือน้องสะใภ้
สามหรือว่าเจ้าของเขาไม่อนุญาตให้คนมาขายของด้านหน้า
อาคารหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเราไปหาที่อื่นกันก็ได้จ้ะ” ซู
หงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล เพราะไม่อยากมีปัญหากับคนใน
เมืองอำเภอนั้นเอง
“ไม่ใช่หรอกค่ะ อาคารนี้เจ้าของปล่อยเช่าอยู่พวกพี่
สนใจไหมคะเป็นอาคารสองชั้นมีพื้นที่ให้ทำซาลาเปาได้ ชั้น
สองก็ทำเป็นห้องพักผ่อนได้นะคะพวกพี่สามารถมาพักอยู่ที่นี่
ได้”
“จริงหรือแต่เขาจะให้เช่าเท่าไหร่ล่ะพวกพี่มีเงินทุนไม่
มากนักด้วย”
“คิดค่าเช่าเดือนละสิบห้าหยวนค่ะ ถ้ายังไงพวกพี่เข้ามา
ดูก่อนก็ได้ หากสนใจพวกพี่ก็มาใช้ได้เลย พอสิ้นเดือนก็ค่อย
จ่ายค่าเช่าค่ะ แต่หากยังไม่อยากเช่าจริง ๆ จะตั้งแผงขาย
ด้านหน้านี้ไปก่อนก็ได้เอาตามที่พวกพี่สะดวกค่ะ” ซีอินพูดไป
ก็ส่งกุญแจให้สามีเปิดอาคารไป โดยมีเจ้าหัวผักกาดน้อยที่เดิน
วนเวียนรอบ ๆ ตัวพ่อไม่ห่างเลย
“พ่อคับ ๆ เปิดเย็ว ๆ ตูตูปวดฉี่แย้วว” ปากน้อย ๆ พูด
ไปมือก็กุมกางเกงไปด้วย
“ได้ ๆ” เสียงลูกเร่งอยู่ข้าง ๆ หู ยิ่งทำให้ฉิงเฟิ่งเร่งมือ
เปิดประตูโดยเร็ว
ขณะที่พวกบ้านใหญ่กำลังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ เพราะ
จากที่ฟังน้องสะใภ้สามพูดมาเหมือนว่าอาคารนี้เป็นของพวก
เขาเลยทั้งยังมีกุญแจเปิดเข้าไปได้อีก ทั้งยังได้ยินเสียงตูตูหลาน
ตัวน้อยบอกปวดฉี่ ๆ เอาแต่เร่งพ่อให้เปิดเร็ว ๆ
“อั้นไว้ก่อนนะตูตู เดี๋ยวกุงเกงในเปียก” ไคไคยืนให้
กำลังพี่ชายข้าง ๆ ไม่ห่าง
“อื้มม ตูตูอดทนไว้อยู่นะ” ตูตูก็พยักหน้าอย่างอดทน
ทั้งแก้มป่องปากจู๋คิ้วขมวดแล้วยืนบิดไปบิดมาอยู่ข้าง ๆ พ่อ
“เอาล่ะเปิดแล้ว ๆ” ฉิงเฟิ่งเปิดประตูได้ก็รีบหลบทาง
ให้ลูก ๆ วิ่งเข้าไป
เจ้าหัวผักกาดน้อยวิ่งตามกันเข้าไปโดนมีอี้เชาวิ่งตามไป
ด้วยอีกคน
“เดี๋ยวผมไปดูน้อง ๆ ให้เองครับอาสาม” อี้เหวินพูดขึ้น
แล้ววิ่งตามน้อง ๆ เข้าไปทันทีปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน
ท่ามกลางเสียงหัวเราะกังวานใสของตูตูที่ดังออกมาจากห้องน้ำ
เพราะได้ฉี่จนสบายตัวแล้วนั่นเอง
“นี้หมายความว่าที่นี่เป็นของน้องสามหรือ” เซียวฉิง
โจวถามออกมาอย่างตกใจ
“ไม่ใช่ของผมหรอกครับเป็นของซีอินต่างหากครับ” ฉิง
เฟิ่งตอบพี่ชายไปตามตรง
“อย่างนั้นหรือ” เขารับคำน้องชายอย่างงง ๆ และมอง
พื้นที่ภายในร้านไปด้วยที่นี่เหมาะทำการค้าจริง ๆ นั่นแหละ
“ที่นี่ดีมากเลยนะคะคุณ”
“ใช่”
“แต่ว่าเราขายเดือนหนึ่งจะพอค่าเช่าหรือเปล่านี่สิคะ”
สองสามีภรรยาบ้านใหญ่เซียวพูดคุยปรึกษากันไปมา
“ฉันคิดว่าหากว่าของเราดีจริงยังไงก็ขายได้ค่ะ ขอเพียง
สะอาด อร่อย ทำลูกใหญ่ขึ้นมาและไส้เยอะสักหน่อยก็ขาย
ราคาสักลูกละหนึ่งเหมาได้เลยนะคะ”
“ไม่แพงไปหรือน้องสะใภ้สาม ซาลาเปาที่พี่เคยเห็น
เมื่อก่อนลูกละไม่กี่เฟินเท่านั้นเอง”
“ตอนนั้นขายถูกเพราะคนมีเงินมีกำลังซื้อไม่มากนัก แต่
ตอนนี้ประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วการค้าขายเปิดกว้าง
ขึ้น คนทำงานได้เงินมากขึ้นกำลังซื้อก็เพิ่มขึ้นค่ะ หากทำของดี
ออกมาขายยังไงราคานี้ก็ขายได้อยู่แล้วค่ะ ในเมืองอำเภอนี้ไม่
ขาดแคลนผู้คนที่ชอบซื้อหาของกินอร่อย ๆ หรอกค่ะ”
เซียวฉิงโจวและซูหงได้ฟังก็คิดตาม หากทำได้จริงขาย
ซาลาเปาสิบลูกก็ได้เงินหนึ่งหยวนแล้ว วันหนึ่งขายได้สักห้าสิบ
ลูกก็ได้เงินวันละห้าหยวน เดือนหนึ่งถ้าขายไม่หยุดเลยก็ได้
หนึ่งร้อยห้าสิบหยวนแล้ว นี่มันเยอะกว่าเงินเดือนคนทำงานใน
โรงงานหรือพวกที่ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐบ้างตำแหน่ง
เสียอีกนะ แค่ได้ฟังที่ซีอินพูดสองสามีภรรยาบ้านใหญ่เซียวก็มี
ไฟขึ้นมาทันที
“ตกลงพี่จะเช่าร้านของน้องสะใภ้สาม” เซียวฉิงโจว
ตัดสินใจได้ทันที
“ได้ค่ะงั้นก่อนอื่นคงต้องทำความสะอาดแล้วก็ตกแต่ง
ร้านสักหน่อยนะคะ ไหน ๆ วันนี้ก็อยู่กันหลายคนแล้วก็ปัด
กวาดเช็ดถูกกันไว้ก่อน พรุ่งนี้ก็ค่อยเอาโต๊ะกับอุปกรณ์มาไว้ที่
ร้านนะคะ
“ได้เอาตามที่น้องสะใภ้ว่า”
จากนั้นทุกคนก็ช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูกไม่นานก็
เรียบร้อยดี ก่อนจะพากันกลับบ้านเมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว
ส่วนเรื่องการเช่าร้านนั้น ซีอินเอาหนังสือสัญญาเช่ามาให้พี่
ใหญ่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่ได้อ่านและลงชื่อก่อน ถึงแม้จะเป็น
ญาติกันแต่เรื่องแบบนี้ทำให้ชัดเจนไว้จะดีกว่า…
และเมื่อเดินทางกลับไปถึงหมู่บ้านแล้ว ซีอินยังเอาเงิน
ค่าแรงที่วันนี้พี่ใหญ่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่ช่วยทำงานที่ร้านทั้ง
วัน ยัดใส่มือพี่สะใภ้ใหญ่ไปสี่หยวนแต่ทั้งสองกลับปฏิเสธ ซีอิน
เองก็ไม่ยอมเช่นกันพร้อมบอกว่าทำงานก็ต้องได้เงิน และเด็ก
ๆ บ้านอี้ทั้งสองคนรวมถึงตูตูไคไคเองก็ยังได้เงินค่าแรงด้วย
เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องคิดมาก ทั้งสองสามีภรรยาจึงยอมรับ
เงินไว้นั้นเอง…